ตอนที่ 23
อีวานมองทิวทัศน์อันคุ้นเคยของดาดฟ้าอาคารเรียนที่ไม่ได้มาเยือนกว่าเก้าปีด้วยสายตาอันราบเรียบโดยไม่ฉายความรู้สึกอะไรออกมา
ดวงตาสีฟ้าสว่างมองไปยังผีเสื้อตัวสีเหลืองสดใสที่บินผ่านไปท่ามกลางแสงสีเหลืองอมส้มที่ส่องลงมาบนดาดฟ้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดอุบัติเหตุคนพลัดตกลงไป
อีวานถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเลื่อนสายตาไปมองคนที่เดินอยู่ข้างกันเงียบๆ ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่า พอหมดอายุขัยแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปในทางนี้
จากแรกเริ่มที่เกลียด แปรเปลี่ยนเป็อยู่ร่วมกันอย่างสงบได้ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็…
ทั้งสองก้าวไปหยุดอยู่ด้านหน้าเด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดนักเรียนที่กำลังนั่งพับนกกระดาษใส่โหลแก้วอยู่บนพื้น
“คุณต้องไม่เชื่อแน่เลยว่า บนดาดฟ้าที่มีวิวดีๆ แบบนี้เคยมีคนะโลงไปข้างล่าง ขอฉันพับนกใส่โหลให้เต็มก่อนนะคะแล้วเราค่อยไปกัน” เธอเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยอย่างเบิกบาน จากนั้นก็ก้มหน้าลงพับกระดาษสีฟ้าสดใสในมืออย่างมีความสุข
“ได้สิ” แซ็กมองเด็กสาวในชุดนักเรียนแล้วขานรับอย่างไม่เร่งเร้าด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย
“สวยดีนะ” อีวานมองนกกระดาษหลากสีที่อยู่ในโหลพลางเอ่ยชมยิ้มๆ อาจเป็เพราะสมัยเด็กเขาก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน ในยามที่ได้เห็นนกกระดาษหลากสีอยู่ในโหลอีกครั้ง ดวงตาของเขาจึงมีประกายขึ้นมาจางๆ
แซ็กหรี่ตามองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน จากนั้นก็ย่อตัวลงด้วยท่าทางสบายๆ แล้วก้มลงหยิบนกกระดาษสีชมพูพาสเทลตัวหนึ่งจากโหลขึ้นมาพลิกไปมาด้วยท่าทางทะเล้น
“ฉันอยากโปรยพวกมันลงไปตรงนั้น คงจะสวยมากเลย” คีร่าฮ์ชี้ไปยังระเบียงดาดฟ้าพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเบิกบาน จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาพับนกกระดาษในมือต่อ
“แบ่งมาสิ เราเองก็อยากช่วย” แซ็กเอ่ยยิ้มๆ พลางโคลงหัวไปทางกระดาษหลากสีที่วางกองอยู่บนพื้นไปด้วย
“ขอบคุณนะ” คีร่าฮ์เงยหน้าขึ้นมาขานรับความช่วยเหลือพลางหยิบกระดาษสีปึกหนึ่งให้ทั้งสองช่วยพับนกกระดาษใส่โหลให้เต็มด้วยสุ้มเสียงอันสดใส
อีวานมองแซ็กที่รับกระดาษมาจากเด็กสาวอย่างเงียบงัน อาจเป็เพราะเขาไม่เคยเห็นด้านนี้ของแซ็กมาก่อนในสมัยที่ยังเรียนร่วมห้องกัน บวกกับสถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมี่เวลาร่วมกันมาก่อน แม้ว่ามันจะเป็ความทรงจำที่ย่ำแย่สำหรับเขา แต่การที่ใครบางคนได้เปลี่ยนไปเป็คนที่ดีขึ้นแบบนี้ ทำให้ดวงตาสีฟ้าสว่างมีความละมุนจางๆ ฉายขึ้นมา
ทั้งสองนั่งพับนกกันอยู่บนพื้นไม่ไกลจากคีร่าฮ์นัก แซ็กมองฝ่ามือสีขาวสว่างของอีวานที่กำลังพับนกอยู่ตรงข้ามกันอย่างชำนาญแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“อะไร?” อีวานเอ่ยถามคนที่อยู่ดีๆ ก็หัวเราะออกมาเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาสีฟ้าสว่างยังคงจดจ่ออยู่บนปีกนกสีม่วงพาสเทล
“เปล่าหรอก แค่ได้กลับมาอยู่บนนี้อีกครั้งกับนาย มันทำให้ฉันคิดว่า ถ้านายอยู่ที่นี่ ตอนนั้นฉันคงได้ทำอะไรบ๊องๆ แน่” แซ็กเอ่ยด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันโล่งอก ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเลื่อนกลับมามองฝ่ามือของตัวเองที่กำลังพับกระดาษสีส้มอันสดใสอยู่
“นายก็รู้ว่าโอกาสที่ฉันจะขึ้นมาในคืนนั้นมันไม่มีเลย” คำตอบที่มีความรู้สึกผิดปนอยู่ของอีวาน ทำให้รอยยิ้มของแซ็กเจื่อนลงเล็กน้อย
เขาไม่ได้รู้สึกแย่อะไรที่อีวานพูดแบบนี้เพราะในตอนที่เอ่ยปากชวน ตัวเขาเองก็ทำใจเอาไว้แล้วว่า อีกฝ่ายคงไม่มา
“ฉันรู้ แต่ถ้าหากว่านายมานะ…” แซ็กเอ่ยด้วยสุ้มเสียงทะเล้น พลางเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาพับกระดาษสีแดงในมือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายอันมีชีวิตชีวา
“นายจะทำอะไร แกล้งฉัน?” อีวานเอ่ยอย่างรู้ทัน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตาแซ็กแล้วหยุดพับกระดาษสีแดงในมือเพื่อรอฟังว่า อีกฝ่ายจะตอบกลับมาอย่างไร
“ฉันจะสารภาพรักต่างหาก…โชคดีแล้วที่นายไม่ได้มา ฉันเลยไม่ได้ทำอะไรเพี้ยนๆ” แซ็กขยิบตาให้อีวานหนึ่งที แล้วเอ่ยถึงสิ่งที่เขาเกือบทำพลาดด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้า
“...” เมื่อรู้ว่าในคืนนั้นเขาเกือบจะถูกแซ็กสารภาพรักแล้วจริงๆ อีวานก็นิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงพับกระดาษต่อโดยไม่คิดที่จะเอ่ยอะไรออกมา
ถ้าเป็ก่อนจะได้มาอยู่ด้วยกัน อีวานคงจะใจนช็อกไปแล้ว แต่การได้ใช้เวลาด้วยกันบวกกับท่าทีของแซ็กที่แสดงออกมาั้แ่ได้กลับมาพบกัน ชายหนุ่มจึงไม่ใเท่าไหร่
…จะว่ามีเค้าลางอยู่คงจะใช่ ความคิดอันสุขุมนี้ผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่ม
“กำลังดีใจอยู่ล่ะสิที่ไม่ต้องปฏิเสธฉันน่ะ” แซ็กยู่ปาก แล้วเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจ จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงพับกระดาษสีส้มที่วางอยู่บนตักต่อ
“ก็แค่เกินคาด” อีวานถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางรีดปีกนกสีแดงให้เรียบ แล้วเอ่ยไปตามตรง
“ช่างเถอะ ฉันคิดไว้แล้วว่านายคงไม่ตอบตกลงง่ายๆ หรอก แต่ตอนนี้ฉันก็มีอะไรจะบอกนายเหมือนกัน” แซ็กนั่งหลังตรง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับอีวานด้วยสายตาอันจริงจัง
“ว่ามาสิ คงไม่มีอะไรจะเกินคาดไปมากกว่านี้แล้วล่ะ” อีวานขานรับไปโดยไม่คิดอะไร ขณะที่สมาธิของเขายังคงจดจ่ออยู่กับการพับนกกระดาษตรงหน้า
แซ็กมองคนที่กำลังใช้สมาธิไปกับการพับนกกระดาษด้วยสายตาอันอ่อนโยนที่ไม่ค่อยใช้มองอีวานบ่อยหนักซึ่งเป็เพราะที่ผ่านมาเขากลัวว่า อีวานจะอึดอัด
…แต่ก็มีอยู่บางครั้งที่แซ็กแอบมองผู้ชายที่เขาแอบชอบมานานด้วยสายตาแบบนี้ในเวลาที่อีกฝ่ายเผลอ
แซ็กยอมรับว่า เขาเคยเป็เด็กหนุ่มห่วยๆ ที่ไม่รู้ว่าควรจะแสดงความรู้สึกกับคนที่ชอบอย่างไร จนเผลอตัวทำตัวแย่ๆ ไปเพียงเพราะ้าความสนใจจากอีกฝ่าย…
“ที่ผ่านมาฉันขอโทษที่ทำตัวแย่ๆ ใส่นาย…ขอโทษนะ อีวาน” แซ็กเอ่ยสิ่งที่กลั่นออกมาจากหัวใจด้วยสุ้มเสียงอันจริงจัง เฉกเช่นเดียวกับสายตาของเขาที่มองไปยังอีวานด้วยความรู้สึกผิด
“...ฉันจะรับคำขอโทษของนายเอาไว้ แต่นายยังต้องชดใช้ให้ฉันอยู่” อีวานเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยเสียงเรียบพลางวางนกกระดาษสีแดงลงบนพื้นเบื้องหน้าไปด้วย
สำหรับอีวานแล้วหากเป็ในอดีตเื่คงไม่จบแบบนี้ แต่ตอนนี้เขามีวุฒิภาวะมากพอที่จะจัดการความรู้สึกของตัวเองได้โดยไม่ทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย
หากจะถามว่า ตอนนี้อีวานแคร์ความรู้สึกของคุณพ่อบ้านที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน…ก็คงใช่
“ขอบใจนะ นายดีที่สุดเลย!” แซ็กกู่ร้องด้วยความยินดีพลางรวบร่างอันสูงโปร่งของอีวานมากอดเสียแน่นด้วยสีหน้าเบิกบาน
“หึ อย่าพูดมาก นายยังต้องกลับไปซักผ้าให้ฉัน อย่าลืมล่ะ” อีวานทุบหลังแซ็กเบาๆ พลางเอ่ยด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทั้งที่ชายหนุ่มไม่ใช่ฝ่ายเอ่ยคำขอโทษแท้ๆ แต่กลับเป็เขาที่รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก
บางทีอาจเป็เพราะสุดท้ายแซ็กก็ตัดสินใจเอ่ยคำขอโทษจากใจจริงออกมาตรงๆ กระมัง ความขุ่นเคืองที่อยู่ในใจมาตลอดแปดปีของเขาจึงเบาบางลง
เอาล่ะ เขาจะถือเสียว่า ชีวิตหลังความตายที่ไม่ต้องทำอาหารและงานบ้านเองต่อจากนี้คือการชดเชยความผิดของแซ็กก็แล้วกัน!
หนึ่งชั่วโมงต่อมาคีร่าฮ์ก็ถือโหลแก้วทรงกลมที่เต็มไปด้วยนกกระดาษหลากสียืนอยู่ข้างระเบียงโดยมีแซ็กกับอีวานยืนอยู่ใกล้กัน
“ในที่สุดก็ได้โปรยมันลงไปสักที!” เด็กสาวเ้าของดวงตาสีน้ำตาลอันสดใสกู่ร้องอย่างเบิกบาน จากนั้นเธอก็ยื่นโหลข้ามราวระเบียงแล้วเทนกกระดาษในโหลออกจนหมด
นกกระดาษหลากสีค่อยๆ ร่วงหล่นลงไปสู่พื้นที่อยู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ ทันใดนั้นกระแสลมสายหนึ่งพลันพัดมา ทำให้นกกระดาษหลากสีถูกสายลมพัดพาล่องลอยไปไกลราวกับว่า พวกมันกำลังบินร่อนไปตามสายลม
“สวยดีแฮะ” แซ็กมองภาพทิวทัศน์อันงดงามที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนนี้ แล้วอุทานออกมา
“นายยังรู้สึกแบบนั้นกับฉันอยู่สินะ” อีวานมองนกกระดาษตัวหนึ่งที่บินอยู่ในกลุ่ม ชายหนุ่มจำได้ว่า นกกระดาษตัวนั้นแซ็กเป็คนพับมัน แล้วหันมาเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยสีหน้าอันสุขุม
แซ็กกะพริบตาปริบๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเข้าใจว่าอีวานกำลังพูดถึงความรักที่เขามีให้ เขาจึงหันมาสบตาอีวานแล้วคลี่ยิ้มอันขบขันออกมา
นาทีนี้แซ็กไม่รู้หรอกว่า อีวานคิดอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะให้เขาเลิกรักล่ะก็…ฝันไปได้เลย!
“นี่มันความรู้สึกของฉันเพราะงั้นนายไม่มีสิทธิ์มาห้ามเข้าใจไหม?” แซ็กเอ่ยเสียงห้าวอย่างไม่ยอมแพ้พลางยื่นมือมาตบอกตัวเองด้วยท่าทางอันหนักแน่น
แหงล่ะ เขารักของเขามาั้แ่สมัยเรียน แถมยังเสียเงินที่ร้านขายกระจกไปเฝ้าดูอีกฝ่ายตั้งมากมาย แล้วจะให้เขาเลิกรักได้ยังไง?
อีวานมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่มีประกายอันดื้อรั้นของแซ็กแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เวลานี้ชายหนุ่มพลันตระหนักว่า บางทีเขาอาจจะผิดเองที่ไม่พูดให้มันชัดเจน
“ฉันแค่จะบอกว่า อยากรู้สึกแบบไหนกับฉันก็แล้วแต่นาย เพราะถึงยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปอีกหลายสิบปี…ไม่สิ อาจจะตลอดกาลเพราะนายคือโซลเมทของฉัน” อีวานเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ แต่กลับเต็มไปด้วยความมั่นคงพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ขณะที่ฝ่ามือสีขาวสว่างเคลื่อนไปััฝ่ามืออันแข็งแกร่งของแซ็กอย่างแ่เบา
หากจะถามว่า เขามีความรู้สึกดีๆ ให้กับแซ็กมากพอที่จะขยับไปเป็แฟนอะไรแบบนั้นไหม ชายหนุ่มยอมรับว่า มันละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะยอมรับตรงๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะยึดตามสถานะโซลเมทมากกว่า
“นายกำลังข้ามขั้นไปขอฉันแต่งงานงั้นเหรอ?” แซ็กถามด้วยสีหน้ากวนๆ จากนั้นจึงโน้มตัวไปใกล้กับอีวาน แล้วใช้ไหล่ของเขากระแซะไหล่ของอีกฝ่ายด้วยความทะเล้น
“ก็แล้วแต่นายจะคิด” อีวานตัดบทเสียงเรียบพลางเลื่อนสายตาไปมองนกกระดาษหลากสีซึ่งในเวลานี้ถูกลมพัดไปไกลจนมีขนาดเล็กจิ๋วแทบมองไม่เห็น
แซ็กพลิกฝ่ามือที่อีวานััหลังมือของเขามากุมฝ่ามือสีขาวสว่างของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ขณะที่ดวงตาของเขายังคงจดจ้องใบหน้าอันหล่อเหลาของคนที่เพิ่งจะบอกว่า จากนี้ต่อไปพวกเขาจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันจนกว่าเขาจะหมดอายุขัยด้วยหัวใจที่เต้นแรง
…ถึงแม้ว่า จะไม่ได้บอกตรงๆ แต่เขาก็ไม่ได้ทึ่มจนไม่เข้าใจความนัยของคนปากหนักอย่างอีวาน
ขณะที่ผู้นำทางิญญากำลังชมทิวทัศน์กันอย่างมีความสุขนั้น คีร่าฮ์ที่ยืนกอดโหลอยู่ก็มองกลุ่มนกกระดาษที่ถูกสายลมพัดไปจนลับตา แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเบาใจ
“แค่ได้เห็นพวกมันค่อยๆ ลอยไปตามสายลมก็ทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจ อันที่จริงฉันอยากจะใช้พวกมันแทนการบอกลา ถึงฉันจะยังอาลัยในความสวยงามของมันนิดหน่อย แต่ก็ขอบคุณนะคะที่อดทนรอ” คีร่าฮ์เอ่ยยิ้มๆ ชั่วเวลานั้นเด็กสาวพลันนึกถึง่เวลาดีๆ ที่เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมห้องที่แวะมาเยี่ยมเธอใน่ที่กำลังรับคีโม
่เวลาสุดท้ายของเธอแทบจะไม่มีความเ็ปเหลืออยู่เลยเพราะคุณหมอให้ยาแก้ปวดที่ดีที่สุดแก่เธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของเด็กสาวคือสีหน้าอันเศร้าโศกปานจะขาดใจของพ่อกับแม่ที่อยู่เคียงข้างเธอใน่นาทีสุดท้าย
คีร่าฮ์หวังว่า นกกระดาษเ่าั้จะไปถึงพวกเขาทุกคนที่คอยเป็กำลังใจให้เธอมาตลอดการรักษาอันยาวนาน และ เธอก็หวังว่าพวกเขาจะพอใจกับคำบอกลาครั้งสุดท้ายอันเต็มไปด้วยสีสันของเธอ
“ไม่มีปัญหา” แซ็กปล่อยมือจากอีวาน เขาก้าวไปเบื้องหน้าคีร่าฮ์แล้วคลี่ยิ้มด้วยท่าทางอันผ่อนคลายไปด้วย
“งั้นเราไปกันเถอะครับ” อีวานก้าวไปเบื้องหน้าของเด็กสาว อาจเป็เพราะเสี้ยวนาทีที่แล้วเขากำลังดื่มด่ำ่เวลาดีๆ ร่วมแซ็กอยู่ จึงทำให้เกิดหวงฝ่ามืออุ่นๆ ของแซ็กขึ้นมานิดๆ
ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงฉวยโอกาสยื่นมือไปเบื้องหน้าของคีร่าฮ์ด้วยใบหน้าขรึมๆ
แซ็กหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางทำท่าล้อเลียนคนขี้หึงเล็กน้อย จากนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังประตูดาดฟ้าท่ามกลางแสงสีเหลืองอมส้มอันอบอุ่นใน่บ่ายของวัน
วูบ~~~
ทั้งสองก้าวผ่านประตูดาดฟ้าเข้ามาด้านในอาคาร ภาพของราวบันไดที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าข้างกับชั้นวางกล่องเอกสารทำให้อีวานถอนหายใจเบาๆ
ทีแรกชายหนุ่มคิดว่า การไปอยู่ในที่เกิดเหตุคงจะทำให้เขาะเืใจมาก แต่การมีแซ็กอยู่ตรงนั้นด้วยกันมันช่วยทำให้ใจของเขาสงบกว่าที่คิดเอาไว้
“นายให้อภัยฉันจริงๆ เหรอ?” ฝ่ามืออันแข็งแกร่งของแซ็กเอื้อมมาััไหล่ของอีวานเอาไว้แล้วออกแรงบีบเบาๆ ขณะที่สุ้มเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กน้อย
“ฉันแค่ให้นายชดใช้จนกว่าฉันจะพอใจ อีกอย่างอาหารฝีมือของนายก็ไม่แย่เท่าไหร่” อีวานดึงฝ่ามือของแซ็กออกจากไหล่พลางเอ่ยถึงฝีมือทำอาหารที่พอไปวัดไปวาของอีกฝ่ายไปด้วย
“ถึงจะรู้สึกไม่แฟร์เท่าไหร่ แต่ก็โอเค ฉันยอมให้นาย” แซ็กยอมรับชะตากรรมของตัวเองอย่างเบิกบานพลางยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ติดใจ แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการทำความสะอาดบ้านสักเท่าไหร่ก็ตาม
“ไม่ยอมให้ฉันแล้วนายจะยอมให้ใครกันล่ะ?” อีวานกระตุกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทันพลางเอ่ยเย้าไปด้วย จากนั้นเขาก็ก้าวไปด้านหน้าเตรียมจะมุ่งหน้าไปยังบันไดที่อยู่ใกล้ๆ
ชั่วนาทีนั้นกลุ่มควันอันดำมืดสายหนึ่งก็ลอยขึ้นมาจากบันไดพุ่งตรงมายังตำแหน่งของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“อีวาน…ระวัง!!” แซ็กปรี่เข้าไปคว้าร่างของอีวานเอาไว้ พาให้กลุ่มเงาสายนั้นเคลื่อนตัวไปปะทะกับชั้นวางกล่องเอกสารที่อยู่ข้างบันไดอย่างแรง จากนั้นมันก็สลายไป
โครม!!
ชั้นที่เต็มไปด้วยกล่องเก็บเอกสารเอียงล้มลงไปด้านข้างจนเกิดเสียงดัง เผยให้เห็นวงเวทย์ขนาดใหญ่สีแดงคล้ำอันน่าพรั่นพรึงที่ถูกเขียนเอาไว้บนผนัง
“นั่นมัน!” อีวานอุทานออกมา ดวงตาสีฟ้าสว่างสั่นระริกด้วยความหวั่นใจเมื่อวงเวทย์สีแดงคล้ำค่อยๆ เปล่งแสงสีแดงจ้าออกมา
“วงแหวนนั่น!!!” แซ็กสบถเสียงดังเมื่อแสงสีแดงอันเจิดจ้าของวงเวทย์ส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขาตาพร่าไปชั่วขณะ
เพียงเสี้ยวนาทีต่อมาทั้งสองพลันรู้สึกได้พร้อมกันว่า พื้นห้องที่พวกเขายืนอยู่สั่นะเืราวกับกำลังเผชิญกับแผ่นดินไหวอันรุนแรง อึดใจต่อมาแสงสีแดงก็ค่อยๆ หรี่ลง
ชั่วเวลานั้นพื้นอันสั่นะเืที่ทั้งสองยืนอยู่พลันเลื่อนต่ำลงอย่างต่อเนื่อง นำพวกเขามุ่งลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่างด้วยความเร็วที่มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กำแพงห้องก็เลื่อนสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
ในเวลานี้แซ็กทำได้แค่เพียงโอบอีวานเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้แรงเหวี่ยงนั้นทำให้คนที่เขารักพลัดตกลงไป
ครืด~~~
พื้นห้องที่พวกเขายืนอยู่ลดความเร็วลง อึดใจต่อมาทุกอย่างก็กลับมาสู่สภาวะปกติที่ควรจะเป็ท่ามกลางความมืดสลัวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายในห้องโดยมีแสงตะวันสีเขียวอมน้ำเงินที่พวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“ที่นี่ไม่ใช่โลกคนเป็” อีวานมองชั้นเก็บกล่องเอกสารที่บัดนี้กลับมาตั้งชิดผนังเหมือนเดิม ท่ามกลางบรรยากาศเย็นะเืภายในห้องอันมืดสลัว
ชั่วเวลาอันเงียบงันที่เต็มไปด้วยความวังเวงมีเพียงเสียงของรองเท้านักเรียนที่ก้าวขึ้นมายังบันไดขั้นสุดท้าย ทำให้ทั้งสองหันไปมองผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ
ร่างของเด็กสาววัยสิบแปดในชุดนักเรียนเปื้อนสีสนิมพร้อมกับใบหน้าที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงข้นอันน่าสยองทำให้ดวงตาของแซ็กเบิกกว้างขึ้นมา
…ไม่ผิดแน่ เธอคนนั้นคือคนที่เขาพยายามช่วยเอาไว้ แต่ดันพลาดเสียหลักพลัดตกอาคารไปพร้อมกัน!
“ผู้หญิงคนนั้น…เรากำลังอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ทรมาน!”
ติดตามตามอ่านได้ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เวลา 20.30 จ้า
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 254 (หน้า 259 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ