ประมาณตีสามฉันสะดุ้งตื่นขึ้นโดยมีเจินจูอยู่บนเตียงฉันแทบแหกปากลั่นบ้านด้วยความใเพราะความจริงเขาควรนอนอยู่อีกห้องพอเขาเห็นว่าฉันตื่นก็รีบเอามือปิดปากจนฉันได้แต่ถามเขาด้วยสายตาแต่หูก็ได้ยินเสียงไม่คุ้นเคยดังในตัวบ้าน
“เหลือห้องนี้ท่านเข้าไปค้นว่ามันอยู่หรือไม่”
ประตูถูกเปิดเข้ามาเงียบๆฉันใจเต้นไม่เป็ส่ำไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ัักระแสไฟฟ้าจากร่างเจินจูเขาขยับแขนเตรียมยิงเหรียญ
แอบลืมตาก็เห็นว่าคนที่เข้ามาในห้องเป็ผู้ชายเขาเลิกมุ้งครอบเตียงขึ้นและมองมาที่พวกเรา ก่อนจะกวักมือเรียกคนข้างนอกจากนั้นเขาก็เงื้อมือ
“...?!” ฉันสะดุ้งเฮือกจังหวะเดียวกัน เจินจูก็เด้งพรวดจากเตียงก่อนจะจี้จุดชายที่เลิกมุ้ง ได้ยินเสียงติงๆดังติดต่อกันสองครั้งพร้อมเสียงร้องโอดโอย
“ฟ่านเอ๋อ! ไปตามคน!” เขาร้อง ฉันพยักหน้าและเราทั้งคู่ก็พุ่งปราดจากห้องฉันถีบประตูเข้าไปในห้องเสวี่ยไช่ที่อยู่ติดกันเป็คนแรกก็พบว่าเธอตื่นพอดีสวมชุดนอนตัวบางก้าวออกมา
พอได้มองคนที่โจมตีดีๆถึงรู้ว่าเป็คนจากสำนักเต้าหู้ เสวี่ยไช่ฟิวส์ขาดกระทืบเท้าทีเดียวอัดพวกที่วิ่งวุ่นในบ้านใส่เพดานจนกระอักเืเป็ทิวแถว
“ตัวโสโครกที่เหลืออยู่ที่ใด?!”เธอตะคอกถามหนึ่งในนั้น ขณะเดียวกันฉันก็เคาะห้องคนอื่นๆแต่ถึงไม่ทำแบบนั้นทุกคนก็ตื่นแล้วเพราะเสียงอึกทึก ทว่ากลับมีหลายคนหายไป
“ลู่ฝู่ ปู่เข่าจี ชี่สุ่ย คุณชาย...ทั้งสี่คนหายไปไหน?!” เจินจูจัดการลากพวกที่อยู่ในห้องออกมาถาม
“ข้าพเ้าอยู่ที่นี่” พูดถึงปุ๊บไห่หลัวก็เปิดประตูเข้ามาในบ้าน ลากคอลูกศิษย์สำนักเต้าหู้มาคนหนึ่ง“พวกมันเข้ามาได้ แสดงว่าจ้าเจียวนำทาง”
“...ต่ำช้านัก!” เข่าเมี่ยนเปากัดฟัน“ข้าพเ้าคิดไปช่วยเหลือลู่เซียนเซิง!”
“เขาไม่เป็ไรหรอก ท่านมาช่วยข้าพเ้าจัดการกับคนเหล่านี้ก่อน”เจินจูกวักมือให้เธอหาเชือกมัดพวกลูกศิษย์ พอมัดเรียบร้อยก็ฝากฝังไว้กับเสวี่ยไช่พวกลูกศิษย์ที่ได้สติ พอเห็นเธอใส่ชุดชั้นในก็กำเดาทะลักสลบเหมือดไปอีกรอบ
“ท่านรออยู่ในนี้”เจินจูตบไหล่ฉันทีหนึ่ง
“ไม่...”
“เราจะอยู่คนเดียวพวกเ้ากระจายตัวกันตามหา หากมีการลอบโจมตีเรายังรับมือไหว”เสวี่ยไช่พูดจบก็กระทืบเท้าทีหนึ่ง ฝังคนที่ถูกมัดทั้งหมดไว้ในก้อนน้ำแข็งเข่าเมี่ยนเปาพยักหน้าและนำทางพวกเราออกจากบ้าน
“เข่ากูเหนียง”เจินจูเรียกให้อีกฝ่ายหยุดเมื่อห่างตัวบ้านมาพักหนึ่ง “ข้าพเ้าััปราณแม่เหล็กของชี่สุ่ยได้มาจากทางโน้น”
“ทางโน้น...เป็สนามกับดัก!”เข่าเมี่ยนเปาอุทานและรีบนำเราไป
“สนามอะไรนะ?!เดี๋ยวก๊อน!” ฉันก้าวขาไม่ออกแต่โดนเจินจูลากไปแล้ว
หญิงสาวกระโจนข้ามอะไรต่างๆ นานาบนพื้นฉันพยายามทำตามอย่างทุลักทุเล เห็นทั้งลวดเส้นบาง ตาข่ายที่ซ่อนใต้กองใบไม้กรงดักกระต่าย และอีกสารพัดกับดักที่เหมือนของเด็กเล่นส่วนหนึ่งถูกทำลายหรือใช้ไปแล้ว บ่งบอกว่าก่อนหน้านี้มีคนผ่านมา
“ข้างหน้านี้แล้ว”เจินจูก้าวพ้นแนวไม้พร้อมก้มหลบท่อนไม้ผูกเชือกที่เหวี่ยงเฉี่ยวหัวไปนิดเดียว ฉันรีบก้มแล้วคลานออกมาก็เห็นชี่สุ่ยเผชิญหน้ากับไหน่ถังแต่ที่ฉันใคือสภาพของคุณพี่ชาย
“เขาเป็อะไรน่ะ...?!ติดพิษเหรอ?!” หัวใจฉันหล่นไปที่ตาตุ่มเพราะท่อนแขนทั้งสองข้างและลำคอของเซียงชี่สุ่ยปกคลุมด้วยของเหลวมันวาวสีดำสนิทเหมือนน้ำมันดิบชวนให้นึกถึงพ่อมดฮาวล์ตอนแปลงร่างเป็นกั์ ริมฝีปากเขายิ้มพัดประจำตัวเหน็บไว้ข้างเอว
คู่ต่อสู้กัดฟันกรอดเป็สีหน้าที่ฉันไม่ได้เห็นเลยสักครั้งตอนพบอีกฝ่ายคราวที่แล้ว
“ข้าพเ้าเข้าใจความเป็ตัวประหลาดของท่านผิดไปท่านอยู่คนละชั้นกับน้องชายของท่าน” ไหน่ถังฉีกยิ้มดวงตาสั่นระริกทอประกายวูบจนฉันหนาวเยือก เซียงชี่สุ่ยยืนด้วยท่าทางสบายๆแต่ของเหลวสีดำที่คลุมิัสั่นไหว ก่อนจะมีหนามงอกขึ้นมา ดูเหมือนร่างของชายหนุ่มปกคลุมด้วยขนเม่นสีดำ
“ท่านมีความสามารถน่าเสียดายที่คู่ต่อสู้คือข้าพเ้า” ชี่สุ่ยพูดเสียงระรื่นสะกิดพื้นทีหนึ่งก็บรรลุถึงเบื้องหน้าศัตรู แกว่งแขนทีเดียวร่างอีกฝ่ายโดนซัดกระเด็นวืดชนต้นไม้จนหักโค่น ขณะจะลุก ชี่สุ่ยก็สะกิดพื้นอีกครั้งคราวนี้วางนิ้วมือทั้งห้าบนแผ่นอกคู่ต่อสู้ที่ไม่ทันตั้งตัว เขาไม่ได้ขยับไม่ได้กดด้วยซ้ำ แต่ของเหลวสีดำกองรวมที่ปลายนิ้วและไหน่ถังก็กระอักเืก่อนจะทรุดลง
คู่ต่อสู้เขาแน่นิ่งไปด้วยการโจมตีเพียงแค่นั้นยังไม่ทันได้จับตะเกียบโต้ตอบด้วยซ้ำ
“วิชา...อะไรกัน...?”เข่าเมี่ยนเปายกมือปิดปาก ฉันแทบไม่อยากเชื่อขนาดคุณชายไห่กับเสวี่ยไช่ยังทำอะไรมันไม่ได้แต่ตอนนี้ไหน่ถังกลับโดนคุณพี่ชายอัดอยู่ฝ่ายเดียว
“...นี่แหละคือ‘หนึ่งในสี่ตัวประหลาดตระกูลเซียง’ เทพเหล็กไหลเซียงชี่สุ่ย...” เจินจูพึมพำ
ฉันมองไม่ออกว่าเขาใช้วิชาอะไรและสิ่งที่ห่อหุ้มร่างเขาคืออะไรเหล็กไหลเหรอ?
ชายหนุ่มถอนนิ้วจากแผ่นอกไหน่ถังก็เห็นว่าบริเวณที่เขาัักลายเป็ปื้นแดงเหมือนโดนเข็มนับร้อยเล่มแทงเข้าทุกตารางมิลลิเมตรของิั
“ท่านรู้สึกอยากพูดขึ้นบ้างหรือยัง?”
“แคก...ท่านมันตัวประหลาด”
ชายหนุ่มต่อยหมัดใส่ร่างไหน่ถังทีหนึ่งอีกฝ่ายกระอักเือีกกองก่อนจะคอพับสิ้นสติสมประดี
“ชี่สุ่ย! ปลอดภัยดี?”เจินจูปราดเข้าไปดูพี่ชาย
“สบายดี แต่มันไม่สบาย”เขาบุ้ยไปทางไหน่ถังซึ่งสลบคอพับพิงต้นไม้หัก ของเหลวดำๆ ที่หุ้มร่างหดกลับเข้าไปในแขนเสื้อ
“มันตายแล้วหรือ?”เข่าเมี่ยนเปาไม่กล้าเข้าไปใกล้
“ไม่ตายแต่เจ็บหนัก”
ฉันคิดหนักว่าควรเอาไหน่ถังเข้าบ้านไปเค้นข้อมูลหรือปล่อยให้เดี้ยงอยู่ในป่าถึงอีกฝ่ายเป็ศัตรูแต่ฉันไม่คิดว่าการปล่อยเขาเสียชีวิตในดงแบบนี้เป็เื่ถูกหลักมนุษยธรรมสักเท่าไหร่
“พาเขาเข้าไปรักษาในบ้านดีไหม?” ฉันถามชี่สุ่ยคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วลากออกไปหน้าตาเฉยเหมือนไม่สนกับดักบนพื้น “...เออแบบนั้นก็ได้”
พวกเรากลับเข้าบ้านก็พบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีลู่ฝู่กับผู้เฒ่าเข่าจีกลับมาพร้อมกับ...
“จ้าเจียว?”
สภาพเขาไม่สู้ดีนักท่าทางบิดมือกร๊อบแกร๊บของผู้เฒ่าแสดงว่าคนที่อัดเด็กหนุ่มเสียน่วมไม่ใช่ลู่ฝู่แต่เป็เข่าจีซึ่งอยู่กับจ้าหมานโถวมานานและคงจะได้เห็นจ้าเจียวั้แ่ยังเป็เด็ก
“พวกเ้ายังมีธุระอะไรอีก?หากพูดไม่รื่นหู เราจะตัดหูเ้าทีละข้าง เริ่มจากคนนี้” เสวี่ยไช่ดึงคนที่ใกล้มือสุดมาเขาหนาวจนปากสั่น หน้าเดี๋ยวเขียวคล้ำเดี๋ยวซีดเผือด
“มาชิง...ชิงม้วนภาพ...”
“ชิงม้วนภาพของจ้าหมานโถวด้วยใช่หรือไม่?”
“ชะ ใช่... แต่... ยังไม่ทันไปถึง...”
กร๊อบ
เสียงบิดข้อมือจนหักดังขึ้นตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของฝ่ายถูกกระทำ
เสวี่ยไช่เดินดุ่มๆ ไปตรงหน้าจ้าเจียวตอนนี้อีกฝ่ายไม่มีพลังฝีมือ ถ้าโดนอะไรหนักๆ เข้าต้องตายแน่หญิงสาวกัดปากก่อนจะกระทืบใส่เท้าเขาเต็มแรง เป็การกระทืบเฉยๆที่ไม่มีน้ำแข็งออกมา แต่ฉันคิดว่าได้ยินเสียงอะไรหัก
“ศิษย์ช่างถอดแบบมาจากซือฟู่ของมันจริงๆ”
“ท่าน...ท่านทรยศบิดาตนเองรึจ้าเจียว...?” เข่าเมี่ยนเปาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “ท่านรังแกข้าพเ้าก็อย่างหนึ่งแต่นี่ท่านกลับ...”
จ้าเจียวเจ็บจนหน้าเป็สีแดงคล้ำเขากัดปากกลั้นเสียงร้องจนเืซิบ
“บิดา...เฮอะ...มันไม่สมควรเป็บิดา...ที่ผ่านมามันเคยทำตัวเป็บิดาเสียที่ไหน?”
“แต่...” เข่าเมี่ยนเปาเถียงไม่ออกส่วนลู่ฝู่ขมวดคิ้วเป็ปม
“พวกท่านคิดจะทำเช่นไรกับคนเหล่านี้?ลู่เซียนเซิง ท่านจะนำพวกมันไปขังคุกหรือ?”
“พวกที่จับได้คราวที่แล้วก็ยังนอนตารางอยู่เลยไม่ใช่เรอะ...”ฉันยิ้มแหย ไอ้สำนักนี้มันมีศิษย์กี่คนถึงใช้กันทิ้งขว้างได้ขนาดนี้อย่างกับพวกกีกี้ในหนังสมัยก่อน
“ข้าพเ้ามีแผนเราพาไหน่ถังกับจ้าเจียวไปหาจ้าหมานโถวซื้อความเชื่อใจ” เจินจูดีดนิ้ว“สองเด็กแฝดเคอเค่อกับเคอเล่อแข็งแกร่งทีเดียว อาจเป็กำลังให้ได้ อีกอย่างหากไม่ได้แพทย์ ไหน่ถังอาจรอดยาก”
เจินจูพูดคำไหนทุกคนก็เอาตามนั้นเราปล่อยให้คุณปู่เข่าจีเฝ้าบ้าน ไหน่ถังกับจ้าเจียวโดนหามขึ้นเขาคราวนี้เ้าของบ้านออกมารอต้อนรับด้วยสีหน้าถมึงทึง ทงซินเฝิ่นเห็นสภาพลูกชายตัวเองก็หมดสติไปตรงนั้นมีคนรับใช้กลุ่มหนึ่งช่วยกันหามเธอเข้าบ้าน
จังหวะนั้น เ้าของบ้านก็กล่าวเสียงเรียบ
“ม้วนภาพถูกชิงไปแล้ว”
“อะไรนะ?!”ฉันอุทานเสียงหลง พวกเราที่เหลือมองหน้ากัน
“เป็สำนักเต้าหู้?” เจินจูถาม
“เปล่า...ข้าพเ้าคาดว่าเป็ฝีมือเทียนหยา”
“เทียนหยา...?” ชื่อนี้อีกแล้วมันเป็ใครกันแน่?
จ้าหมานโถวปรายตามองคนเจ็บปราดหนึ่งก็หมุนตัวเข้าบ้าน
“พวกท่านโชคดีที่ข้าพเ้าเรียกหมอมาก่อนหน้านี้เข้ามาเถอะ ข้าพเ้าปิดกับดักกลไกทั้งหมดทั้งมวลหมดสิ้นแล้ว”
เขาไม่แม้แต่จะทักลูกชายตัวเองด้วยซ้ำจ้าเจียวที่ยังมีสติดีกัดปากและยกแขนก่ายหน้า
พอเข้ามาในบ้านก็ได้ขึ้นไปชั้นสอง บ้านแต่งไว้ได้สวยราวกับพิพิธภัณฑ์มีชีวิตทั้งหลังสร้างจากไม้ ตกแต่งด้วยศิลปะแบบจีนที่ฉันไม่มีปัญญาและความรู้พอจะบรรยายรู้แค่ว่ามันเป็โค้งๆ เหลี่ยมๆ แล้วก็มีลายขดๆ
คนรับใช้วิ่งไปมาเพื่อเตรียมตัวรับแขกก่อนจะพร้อมใจกันหายไปจากสายตา
พวกเราเดินมาถึงห้องหนึ่งก็ได้กลิ่นสมุนไพรสารพัดโชยมา
“ท่านหมอ ขออนุญาต”จ้าหมานโถวพูดจาสุภาพทันทีที่ก้าวถึงประตูห้อง
พอเห็นหมอที่ว่าทั้งฉันกับเจินจูก็อ้าปากค้าง
เพราะหมอที่ว่ามีเส้นผมขาวเหมือนหิมะและฟูเหมือนขนสัตว์...เหมือนกับเจินจูราวกับเป็ญาติกัน!