ยามบ่ายที่อากาศเริ่มขุ่นมัวด้วยไอร้อน เสียง ตับ! ตับ! ของหน้าแข้งที่กระทบกระสอบทรายยังคงดังสม่ำเสมอ อวิ๋นกัดฟันกรอดเหงื่อโทรมกาย ใบหน้าของเขาซีดเผือดแต่แววตายังคงจดจ้องอยู่ที่เป้าหมายตามคำสอนของนาวี โดยมีกลุ่มลูกน้องของถังขู่คอยลอบมองด้วยความทึ่งในความอึดของเด็กน้อย
ฟึ่บ...
ร่างหนึ่งร่อนลงมาบนขอบกำแพงดินอย่างแ่เบาจนแทบไร้เสียง ชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนปลิวไสวตามลมดูสะอาดตาตัดกับลานฝึกที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง หลินชิงเซียน นั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่บนนั้น นางไม่ได้ะโด่าทอ แต่กลับจ้องมองการฝึกของอวิ๋นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความฉงนแกมสงสัย
"เ้าเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า?" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่นุ่มนวลพอที่จะหยุดทุกการเคลื่อนไหวในลาน
อวิ๋นหยุดชะงัก หันไปมองเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่ดูราวกับเทพธิดาตัวน้อย "เ้าเป็ใคร... มาแอบดูข้าฝึกทำไม?"
ชิงเซียนไม่ได้โกรธ นางะโลงจากกำแพงอย่างนุ่มนวล เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสงบ "ข้าชื่อชิงเซียน... ข้าเห็นเ้าฝึกท่าเดิมซ้ำๆ มาเป็ชั่วยามแล้ว ท่าทางเ่าั้ดูแปลกตาและเปี่ยมไปด้วยพลัง แต่..." นางหยุดกึกพลางขมวดคิ้ว "แต่ข้ากลับัั 'ลมปราณ' จากตัวเ้าไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว"
"แล้วมันจะทำไม!" อวิ๋นสวนกลับทันควัน แม้นางจะดูใจดีแต่คำพูดนั้นกลับจี้จุดอ่อนของเขา
ชิงเซียนถอนหายใจยาว แววตาของนางมีความเห็นใจอย่างจริงใจ "ข้าไม่ได้จะดูถูกเ้า แต่ข้าสงสารเ้า... โลกนี้โหดร้ายนัก ดูจากอายุของเ้า เ้าคงจะเป็อวิ๋นสินะ แม้แต่เด็กสามขวบยังรู้ว่าลมปราณคือรากฐานของทุกสิ่ง ต่อให้เ้าฝึกจนกระดูกแตกหรือเนื้อปริ แต่นักยุทธ์ระดับล่างที่มีปราณเพียงนิดเดียวก็สามารถหักกระดูกเ้าได้เพียงแค่ปลายนิ้ว การฝึกที่ไร้ปราณหนุนนำ... สุดท้ายมันก็เป็ได้เพียงการเต้นระบำที่งดงามแต่ไร้ผล เ้ากำลังเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆ นะ"
คำพูดที่ดูหวังดีนั้นกลับเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจของอวิ๋นยิ่งกว่าการโดนด่า
ทว่าก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุม ถังขู่ ก็พุ่งออกมาจากโรงกลั่นพลางประสานมืออย่างลนลาน "คุณหนูชิงเซียน! ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงขอรับ! ท่านเ้าเมืองสั่งห้ามไม่ให้ท่านออกมาเที่ยวเล่นคนเดียวนะ!"
"ข้าแค่มาตามหาเ้าของสบู่ขาวนวล" นางหันไปหา นาวี ที่ยืนมองสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ "ท่านคือฉางตงใช่หรือไม่? ท่านอาจารย์ของข้าชื่นชมสบู่ของท่านมาก ข้านึกว่าท่านจะเป็จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่... แต่เหตุใดท่านถึงสอนศิษย์ให้เดินไปในทางที่มืดบอดเช่นนี้?"
นาวียิ้มบางๆ เดินเข้ามาหาเด็กสาว "คุณหนูหลิน... ข้าเข้าใจว่าในสายตาเ้า อวิ๋นนั้นเสียเวลาเปล่า เพียงแต่ถ้าเ้าเป็ต้นไม้ เ้าจะหันไปพูดกับก้อนหินก้อนใหญ่ว่าเสียเวลาเปล่าไหมล่ะ? ก้อนหินอาจจะไม่เติบโต แต่มันมีความแข็งแกร่งในแบบที่ต้นไม้ไม่มีวันเข้าใจ อีกอย่าง... ไม่ใช่แค่อวิ๋น ตัวข้าเองก็ไม่มีลมปราณเหมือนกัน"
ชิงเซียนนิ่งอึ้ง ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเต็มไปด้วยความช็อก "ท่านก็ไม่มี... เป็ไปไม่ได้! โลกนี้ไม่มีใครยิ่งใหญ่ได้โดยไร้ลมปราณ แม้แต่กษัตริย์ยังต้องก้มหัวให้ระดับมหามรรคา แล้วคนธรรมดาจะยืนหยัดได้อย่างไร?"
"ถ้าเช่นนั้น... อีก 1 ปีข้างหน้า ในงานประลองยุทธ์ผู้เยาว์" นาวีเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะให้อวิ๋นไปพิสูจน์ให้ท่านเห็นบนเวที ว่าวิถีที่ท่านเรียกว่า 'เต้นระบำไร้ผล' จะคว้าชัยชนะจากอัจฉริยะอย่างท่านได้หรือไม่?"
ชิงเซียนมองนาวีสลับกับอวิ๋น นางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบตลับยาหอมกรุ่นออกมาจากอกเสื้อแล้ววางไว้บนม้านั่งข้างตัวอวิ๋น "ข้าไม่ได้อยากแข่งกับเ้าเพื่อเอาชนะคนอ่อนแอ... แต่นี่คือยาประจุทิพย์ มันจะช่วยสมานกล้ามเนื้อของเ้าได้ ข้าหวังว่าในอีกหนึ่งปี เ้าจะแข็งแกร่งพอที่จะรอดจากกระบี่ของข้าได้นะเ้าหนู"
นางส่งยิ้มบางๆ ที่ดูไม่หยิ่งยโสแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ก่อนจะทะยานกลับขึ้นกำแพงและหายไปในพริบตา
อวิ๋นมองตลับยาด้วยความรู้สึกสับสน "อาจารย์... นางดูใจดี แต่นางกลับทำให้ข้ารู้สึกว่าข้าไม่มีวันชนะนางได้"
นาวีมองไปที่ท้องฟ้า แววตาเย็นเยียบลง "อะ ฮะ อวิ๋น... การมีคู่แข่งและเป้าหมายก็นับว่าดี แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนเด็กสาวคนนั้นไปเสียทุกคน" นาวีปรายตาไปทางแนวป่าที่ห่างออกไปสามลี้ "นกน้อยหลงทางมาด้วยความสงสัย แต่พญาแร้งจาก ตระกูลชาง ตามนางมาด้วยความกระหายเื หัวหน้าถัง... คืนนี้เราน่าจะต้องเข้านอนดึกกว่าปกติกันสักหน่อย"