“แล้วจิณจะพักกี่วันถึงจะเริ่มทำงานล่ะลูก”
“เริ่มพรุ่งนี้เลยครับ สงสารคุณพ่อเต็มทีลุยคนเดียวรอผมตั้งนานแล้ว”
จิณณวัตรหันไปยิ้มน้อยๆ ให้แม่แล้วก้มลงไปหาอาหารดังเดิม ส่วนอีกคนต้องเตรียมจดเมื่อเดาได้ว่าเ้านายจะเอ่ยอะไรอีก
“ตะวันจัดการเื่ข้าวของให้คุณจิณด้วยนะ”
มันก็แค่คำสั่งอันแสนสั้น แต่ทว่าเลขาสาวจะต้องจัดการสรรหาข้าวของเครื่องใช้ให้คุณชายจอมเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้าเลยก็ว่าได้
“ั้แ่เธอไปฉันยังไม่ได้เข้าไปตรวจดูบัญชีที่ร้านเลย แต่ไม่เป็ไรหรอกมีเธอมาแล้วฉันก็เบาใจ จะทำอะไรก็ทำตามที่เห็นสมควรนะ รายละเอียดเื่ตารางงานของฉันจะบอกเรื่อยๆ ทันทีที่จำได้นะ”
และแค่กับคำสั่งนี้อาทิตยาก็รู้ดีว่าคงจะต้องใช้เวลาเป็สองอาทิตย์กระมังกว่าจะตรวจตราทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางในระหว่างที่หายไป
“ค่ะ”
เลขาสาวรับคำสั้นๆ แล้วขอตัวออกไป โดยไม่ได้แตะของในถ้วยเลยแม้แต่คำเดียว เพราะมีงานมากมายรอให้เคลียร์ รอให้จัดการอยู่ อีกทั้งก็รู้ดีว่าเ้านายไม่ได้อยากจะชวนมานั่งกินด้วยกันสักนิด
อีกอย่างอาทิตยาก็ชอบที่จะไปนั่งกินกับผ่อนและคนอื่นๆ ตรงโต๊ะหลังครัวมากกว่า บรรยากาศดีกว่า จะทำหรือพูดอะไรก็ง่ายกว่านั่งอยู่ตรงหน้าเ้านายเป็กอง
“คุณผู้หญิงรอสักครู่ค่ะ”
การตระเตรียมแผนงานยังไม่ครบดีด้วยซ้ำ อาทิตยาก็ต้องรีบหอบเอกสารกับรายงานการเงินวิ่งไปดักหน้าเ้านายที่กำลังจะออกไปสปาแล้ว เพราะต้องจัดการเบิกเงินจากธนาคารมาไว้จับจ่ายใช้สอยในบ้านที่ข้าวของขาดไปหลายอย่าง
“อะไร!!! สองแสนเลยเหรอตะวัน มาวันแรกก็ล้วงกระเป๋าฉันขนาดนี้เชียว อย่าลืมส่งรายงานให้ฉันด้วยล่ะ”
เป็คำพูดไม่จริงจังเลยสักนิด เพราะชมจันทร์รู้ดีว่าเลขาซื่อสัตย์สุจริตสักแค่ไหน จึงจรดปลายปากกาลงในเช็กโดยไม่สนใจกับรายการคร่าวๆ ซึ่งแนบไปกับใบเบิกเงินด้วยซ้ำ ก่อนจะก้าวลงบันไดฉับๆ ประหนึ่งสาวรุ่นตรงไปหารถ แต่ก็ไม่วายหันกลับมาย้ำเตือนอยู่ดี
“อ้อ!!! เราจะออกจากนี่สักหกโมงนะ ไปถึงเร็วหน่อยเธอจะได้ช่วยงานคุณหญิงบ้างเผื่อมีอะไรให้ทำ”
“ค่ะ”
เป็การรับคำสั้นๆ แต่นั่นหมายถึงว่าข้าวของสำหรับงานคืนนี้จะต้องพร้อมั้แ่บ่ายสามโมงก็ว่าได้ ไวเท่าความคิดอาทิตยารีบวิ่งกลับเข้าบ้านคว้ากุญแจกับกระเป๋าสะพายตรงไปหารถ
แต่ก่อนจะขับออกไปก็ไม่ลืมที่จะจดเลขไมล์ไว้ด้วย เพราะจะต้องนำมาคำนวณเบิกค่าน้ำมันให้ตัวเองตอนสิ้นเดือน ถ้าลืมเมื่อไหร่เงินเก้าหมื่นอาจจะเหลือแค่สองหมื่นก็เป็ได้
ด้วยในแต่ละวันนั้นต้องใช้รถไปโน่นมานี่เกือบจะร้อยกิโลเมตร ธนาคารเป็จุดหมายแรกเพื่อเบิกเงินสดมาไว้จับจ่ายทุกอย่างในบ้าน เมื่อเสร็จแล้วก็ต้องวิ่งไปร้านเสื้อแบกแค็ตตาล็อกกับตัวอย่างผ้ากลับมา มองหาคุณจิณเ้าชายจอมเนี้ยบไม่มีอยู่ชั้นล่างก็แปลว่าอยู่บนห้องอาจจะนอนหรือทำอะไรอยู่ เพื่อเป็การฆ่าเวลาเลยเดินเข้าครัวก่อน
“ป้าผ่อนคะ มีอะไรในครัวขาดบ้างช่วยดูให้ด่วนเลยนะคะเพราะอีกหน่อยตะวันต้องออกข้างนอกแล้ว แต่ก่อนอื่นเอาเงินที่ออกค่าของเมื่อวานนี้ไปก่อนค่ะ”
แบงก์สีเทาสามใบส่งให้เ้าของร่างอวบอ้วน
“ป้าๆ คุณแอ๊ฟอยากกินสปาเกตติซอสเห็ดกับสลัดน้ำใสเดี๋ยวนี้ เสร็จแล้วแกให้แหม่มยกขึ้นไปบนห้องเลย เร็วๆ นะแกบอกว่าหิวมาก อ้อ!!! ขอน้ำมะนาวปั่นด้วย เสร็จแล้วโทรไปบอกนะแหม่มอยู่ที่ห้องเฟื่องฟ้า”
ผ่อนยังไม่ทันจะได้อ้าปากเอ่ยอะไร แหม่มก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกแล้วก็วิ่งหายกลับไปทางเดิม อาทิตยาพยักหน้าให้ผ่อนจัดการกับเมนูเที่ยงอย่างเซ็งนิดๆ จากนั้นก็ลงมือเปิดตู้ต่างๆ สำรวจข้าวของด้วยตัวเองเลย เพราะไม่มีเวลารอมากพอ ได้ตาม้าจึงนับเงินสามหมื่นบาทให้ผ่อนรับไป
“ป้าต้องรีบกลับมาสี่โมงครึ่งนะคะ เพราะคุณผู้หญิงจะต้องให้พี่เล็กขับรถไปงานตอนห้าโมงตรง”
มันจำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องบวกเวลาไว้อย่างน้อยหนึ่งหรือสองชั่วโมงเสมอๆ เผื่อคนในปกครองจะโอ้เอ้หรือเจอปัญหาไม่คาดคิดจนต้องทำให้คุณผู้หญิงอารมณ์เสียหนักได้
“ค่ะคุณตะวัน งั้นวันนี้ป้าซื้อของในห้างก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปเยาวราชก็แล้วกันนะคะ กลัวกลับไม่ทัน”
“ป้าๆ คุณจิณบอกว่าขออะไรก็ได้เป็มื้อเที่ยงยกเว้นอาหารฝรั่ง อีกสิบนาทีแกจะลงมานะ”
เ้าเดิมวิ่งมาบอกและวิ่งไปอย่างรวดเร็ว อาทิตยาได้แต่มองตามแล้วหันมาส่ายหน้าน้อยๆ ให้ผ่อนเป็เชิงบอกว่าเข้าอกเข้าใจดี แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
“เดี๋ยวตะวันจะคุยกับคุณจิณไปพลางๆ ครึ่งชั่วโมงคงจะพอสำหรับทำมื้อเที่ยงนะคะ อ้อ! ถ้ามีเวลาเหลือก็เจียวไข่โปะข้าวให้ตะวันหนึ่งจานด้วยนะคะป้า ให้เด็กยกไปวางไว้โต๊ะเลยค่ะ”
นอกจากประวิงเวลาให้ผ่อนมีเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบนาที ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปหากองแค็ตตาล็อกกับกระเป๋าตัวอย่างผ้าเดินไปรอเ้าชายจอมเนี้ยบที่เดินเข้ามารอในห้องอาหารแล้ว
“ทำไมผมจะต้องเลือกด้วยล่ะ แล้วนี่มันอะไรจะไปสั่งตัดที่ไหน ทำไมไม่ซื้อเอาล่ะ”
จิณณวัตรยิงคำถามรัวออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อลงมาแล้วถูกเลขาแม่สั่งให้นั่งเลือกแบบชุดทำงานกับเลือกผ้า
“คุณจิณบอกว่าจะทำงานพรุ่งนี้ ก็ต้องมีชุดไว้ใส่ไม่ใช่เหรอคะ และที่ต้องสั่งตัดเพราะเรามีห้องเสื้อเองจะซื้อให้เปลืองเงินทำไมคะ ชุดทำงานผู้ชายแต่ละชุดราคาเป็หมื่น ช่างเราก็ฝีมือไม่หนีกันเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าคุณจิณเลือกเสร็จแล้วเราจะไปวัดตัวกันนะคะ ไหนจะต้องไปหาซื้อข้าวของอื่นอีกและจะต้องกลับเข้าบ้านบ่ายสี่โมงตรงด้วยค่ะ เจอกันที่รถบ่ายโมงนะคะ”
เลขาสาวก็ตอบรัวเป็ชุดๆ ไม่แพ้กัน จิณณวัตรเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เพราะไม่รู้มาก่อนว่าพ่อหันมาเปิดห้องเสื้อั้แ่เมื่อไหร่ และไม่เข้าใจว่ามันจะทำเงินให้คุ้มค่ากับเวลาที่พ่อจะต้องมาเสียไปในการบริหารหรือไม่ ด้วยธุรกิจด้านการส่งออกในมือและเป็บ่อเงินสำคัญของครอบครัวนั้นเห็นกำไรและเม็ดเงินเยอะกว่าหลายร้อยเท่านัก
“คุณพ่อนี่นะ ทำห้องเสื้อ ความคิดใครกัน อย่าบอกนะว่าคุณ”
“เป็กิจการส่วนตัวของคุณผู้หญิงค่ะ ท่านทุบอาคารเก่าที่สุขุมวิทแล้วสร้างใหม่ขึ้นมาหลายยูนิต เปิดเป็ห้องเสื้อ ร้านเจีเวลรี ร้านเสริมสวยกับสปาและร้านดอกไม้เอาไว้ในที่เดียวกันค่ะ”
“เพื่ออะไรแล้วมันจะทำเงินให้ได้สักกี่บาท”
เขายิงถามคำถามสั้นๆ และทำเสียงสูงอย่างไม่เห็นด้วย
“อันที่จริงท่านไม่ได้หวังว่ามันจะทำเงินให้ได้สักเท่าไหร่หรอกค่ะ เพียงแค่ไม่อยากจะควักกระเป๋าจ่ายค่าตัดชุดหรือซื้อใหม่เวลาจะออกงานของท่านเองและคนในบ้านด้วย เดือนๆ ไม่หนีสามสิบถึงห้าสิบชุดเลย บางทีชุดหนึ่งใส่แค่ครั้งเดียวก็ไม่ได้เอามาใส่ซ้ำอีกเพราะกลัวคนจะจำได้ ท่านเลยส่งกลับไปห้องเสื้อ เอาไว้ให้คนมาเช่าได้เงินกลับมาอีก ส่วนร้านอื่นๆ ก็เหตุผลเดียวกันคือไม่อยากซื้อคนอื่นให้เปลืองมากกว่านี้ แถมยังได้ลูกค้าไฮโซด้วยกันที่วนเวียนมาใช้บริการตลอด เพราะคุณหญิงคิดราคาไม่แพงมาก กำไรในแต่ละเดือนก็ไม่มากมายอะไรหรอกค่ะเหยียบๆ หลักล้านเท่านั้นเอง อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะขับรถมาจอดรอหน้าบ้านนะคะ”
แต่อีกคนตอบยาวยืดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วรีบเดินหนีโดยไม่รอให้ถามอะไรอีกต่างหาก จิณณวัตรมองตามร่างเล็กที่หัวไม่ฟูฟ่องเหมือนเมื่อก่อนด้วยอาการเซ็งนิดๆ เพราะยังไม่รู้สึกว่าอยากจะออกไปไหน
ผ่อนยกจานใบใหญ่มีกะเพรากุ้งส่งกลิ่นหอมอยู่ข้างๆ ข้าวสวยร้อนๆ ถูกเทใส่พิมพ์รูปหัวใจมาให้ ตามติดด้วยต้มจืดเต้าหู้ไข่หมูสับร้อนๆ อีกหนึ่งชาม แตงโมกับสับปะรดหั่นสี่ห้าชิ้น เขาถึงได้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
“คุณจิณอยากได้อะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ ป้าจะรีบทำก่อนออกไปข้างนอก คุณตะวันให้รีบไปและรีบกลับมาให้ทันสี่โมงครึ่ง เพราะคุณผู้หญิงจะไปงานเลี้ยงค่ะ นี่ป้าต้องยกเลิกไปเยาวราชด้วยนะคะกลัวเวลาจะไม่พอค่ะ”
“ไม่แล้วครับ ป้าไปเถอะ อีกหน่อยผมก็ต้องไปตามคำสั่งยัยหัวถั่วงอกเหมือนกัน”
ผ่อนทำหน้างงกับคำท้ายๆ ก้วยไม่รู้ว่าเ้านายหนุ่มหมายถึงอะไรหรือใครกันแน่ เพราะเข้ามาทำงานที่นี่ได้แค่ห้าปีเท่านั้น จึงไม่รู้เื่ราวในอดีตมากมายนัก แต่ก็ไม่มีเวลามาโอ้เอ้จึงรีบออกจากห้องอาหารไป ผิดกับอีกคนที่นั่งละเลียดกินอาหารในจานอย่างเชื่องช้าและสบายอารมณ์
เพราะอยากแกล้ง ‘ยังถั่วงอก’ ให้หายหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็จำต้องลุกขึ้นไปแต่งตัวใหม่หลังมื้อเที่ยงเสร็จสิ้นลง ด้วยเ้าหล่อนหอบหิ้วกระเป๋ากับข้าวของ เดินไปขับรถมารอหน้าประตูเพื่อเป็การกดดันทางอ้อมาตรงนี้
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































