บทที่ 21 การพบกันครั้งแรก
รถไฟเริ่มเร่งความเร็ว สวี่ิเยว่รู้ว่าตอนนี้รถไฟได้ออกจากชานชาลาแล้ว
หลังจากนั่งพักอยู่สักพัก สวี่ิเยว่จึงลุกขึ้นนั่งแล้วคลำสิ่งกลม ๆ ที่อยู่บนก้น
ภายใต้แสงจันทร์ สวี่ิเยว่เห็นตู้รถไฟเต็มไปด้วยแอปเปิล เธอตื่นเต้นและพูดว่า "พี่ มันคือแอปเปิล ตู้รถไฟนี้บรรทุกแต่แอปเปิลทั้งนั้น"
การแอบขึ้นรถไฟทำให้สวี่ิเยว่เหนื่อยจนแทบจะมีควันออกจากลำคอ โดยไม่คิดอะไรมาก เธอหยิบแอปเปิลขึ้นมาหนึ่งลูกแล้วกัดกินทันที
สวี่ิเยว่ทนความเปรี้ยวที่ปากไม่ไหว จึงคายอาหารในปากทิ้งทันที "ยังไม่สุก เป็มะเขือเทศดิบ"
"แหวะ รสชาติแย่มาก" สวี่เซี่ยงหยางก็คายมะเขือเทศดิบในปากทิ้งเช่นกัน
เมื่อมองดูมะเขือเทศดิบเต็มรถ สวี่ิเยว่คาดเดาว่า ตอนนี้การขนส่งช้าลง พวกเขาจึงเก็บเกี่ยวก่อนที่จะสุกเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เน่าเสียระหว่างการขนส่ง
ภายใต้แสงจันทร์ พี่น้องทั้งสองกินหมั่นโถวที่จางชุนฮวาเตรียมมาให้ เพื่อไปเมืองปิน จางชุนฮวาตั้งใจนึ่งหมั่นโถวแป้งผสมให้พี่น้องทั้งสองคนโดยเฉพาะ สวี่ิเยว่กินหมดไปหนึ่งลูกในคำเดียว ตอนนี้แค่ไม่ต้องกินหมั่นโถวข้าวโพดก็รู้สึกพอใจมากแล้ว
หลังจากกินหมั่นโถวเสร็จ สวี่ิเยว่รู้สึกฝืดคอเล็กน้อย เธอจึงค้นหามะเขือเทศลูกที่นุ่มกว่าในรถบรรทุกและกัดคำหนึ่ง ในความมืดเธอมองไม่เห็นสี จึงต้องแยกแยะความสุกจากความนุ่มแข็งเท่านั้น
รสชาติเปรี้ยวอมหวานตอนแรกกัด มันอร่อยมากจริง ๆ สวี่ิเยว่กินมะเขือเทศในมือหมดในไม่กี่คำ
เธอค้นหาบนพื้นอีกครั้ง และไม่ลืมที่จะเตือนพี่ชายของเธอ "พี่ รสชาติมะเขือเทศนี่อร่อยจริง ๆ นะ พี่เลือกกินลูกที่นิ่มและสุกสิ"
หลังจากกินมะเขือเทศไปสามลูก สวี่ิเยว่รู้สึกอิ่มเล็กน้อย เธอหาวและพิงไหล่ของสวี่เซี่ยงหยางแล้วหลับไป
ภายใต้แสงจันทร์ สวี่เซี่ยงหยางมองดูสวี่ิเยว่ที่หลับสนิทข้าง ๆ ตัวเขา ดวงตาของเขาก็หลับพริ้มลงด้วยความง่วง
พี่น้องทั้งสองตื่นขึ้นมาเพราะความหนาวใน่ดึก พวกเขาขดตัวอยู่ที่มุมของตู้รถไฟ โชคดีที่ไม่นานหลังจากนั้นฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย
เมื่อรถไฟเข้าสู่สถานีอีกครั้ง พี่น้องทั้งสองจะโผล่หัวออกมาดู เพื่อไม่ให้พลาดสถานีที่ต้องลง
รถไฟชะลอความเร็วลงอีกครั้ง เมื่อพี่น้องทั้งสองเห็นตัวอักษร ‘เมืองปิน’ บนชานชาลา ต่างก็ดีใจจนตัวลอย
"ิเยว่ พวกเราลงรถกันเถอะ"
ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีมะเขือเทศเต็มทั้งตู้รถไฟ สวี่ิเยว่รีบเลือกมะเขือเทศที่มีสีแดงเล็กน้อยอย่างรวดเร็วแล้วใส่ลงในกระเป๋าเป้ของตัวเอง
ขณะนี้สวี่เซี่ยงหยางได้โยนกระสอบเห็ดแห้งสองใบลงจากรถไฟแล้ว และะโอีกครั้งว่า "ิเยว่ ะโเร็ว" จากนั้นเขาก็ะโลงจากรถไฟด้วย
เห็นสวี่เซี่ยงหยางะโลงจากรถไฟแล้ว สวี่ิเยว่ก็รีบสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นหลัง แล้วะโตามลงจากรถไฟอย่างรวดเร็ว แรงเฉื่อยของรถไฟเกือบทำให้สวี่ิเยว่ล้มลง
โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สวี่ิเยว่ขยับข้อเท้าเบา ๆ รู้สึกโล่งใจที่เท้าของเธอไม่เป็อะไร การประหยัดเงินแบบนี้ไม่ใช่เื่ง่าย ถ้าเธอเคล็ดข้อเท้า เงินค่าตั๋วรถไฟที่ประหยัดได้ก็คงไม่พอสำหรับค่ารักษาพยาบาล
มองดูรถไฟแล่นเข้าสถานี พี่น้องทั้งสองแบกกระสอบเดินตามรางรถไฟออกจากสถานีรถไฟ รอบ ๆ สถานีรถไฟเต็มไปด้วยอาคารสไตล์รัสเซียสูงสองสามชั้น ในอนาคตอาคารบางหลังคงถูกรื้อถอน ขณะที่บางหลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็อาคารอนุรักษ์
เห็นรถยนต์วิ่งไปมาบนถนนใหญ่ สำหรับสวี่เซี่ยงหยางที่ไม่เคยออกจากอำเภอคังจิน ทุกอย่างที่เห็นล้วนแปลกตาไปหมด
"เมืองใหญ่แตกต่างจากเมืองเล็กของเราจริง ๆ มีตึกสูงมากมาย และมีรถยนต์วิ่งเต็มถนน"
มองดูสวี่เซี่ยงหยางที่มีท่าทางเหมือนแม่เฒ่าหลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน*[1] สวี่ิเยว่ก็รู้สึกขบขันมาก
พี่น้องทั้งสองเดินไปตามถนนใหญ่เรื่อย ๆ โชคดีที่ถนนสายหลักของเมืองไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก สวี่ิเยว่ยังคงสามารถหาห้างสรรพสินค้าแห่งแรกได้จากความทรงจำ ตั้งใจว่าจะลองขายเห็ดที่แบกมาก่อน แล้วค่อยไปซื้อยาให้สวี่ฟู่กุ้ยที่โรงพยาบาล
เนื่องจากแบกกระสอบไว้บนบ่า พี่น้องทั้งสองจึงเดิน ๆ หยุด ๆ ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงห้างสรรพสินค้าแห่งแรก
ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกเป็ห้างเก่าแก่ที่มีสินค้าครบครัน ธุรกิจเฟื่องฟูมาั้แ่ก่อนการสถาปนาประเทศ และยังคงเป็ตำนานที่ยืนหยัดมาจนถึงยุคหลัง
ตลอดทาง สวี่ิเยว่เดินจนทั้งเหนื่อยทั้งกระหายน้ำ เห็นร้านขายน้ำอัดลมข้างทาง จึงพูดว่า "พี่ ซื้อน้ำอัดลมสองขวดเถอะ!"
สวี่เซี่ยงหยางเพิ่งคิดจะห้าม สวี่ิเยว่ก็วิ่งเร็ว ๆ ไปที่แผงขายน้ำอัดลมแล้ว
"ขอน้ำอัดลมรสส้มสองขวดค่ะ"
หลังจากจ่ายเงิน คุณยายที่ขายน้ำอัดลมก็เปิดฝาขวดแล้วส่งน้ำอัดลมให้สวี่ิเยว่
เมื่อรับน้ำอัดลมมาแล้ว สวี่ิเยว่ก็ส่งอีกขวดให้สวี่เซี่ยงหยางอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนตัวเองก็ยกขวดขึ้นดื่มอึก ๆ ดื่มไปครึ่งขวดถึงจะรู้สึกว่าไม่กระหายน้ำมากขนาดนั้น
ดื่มน้ำอัดลมเสร็จ สวี่ิเยว่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มือหนึ่งถือน้ำอัดลมที่ยังดื่มไม่หมด อีกมือหนึ่งแบกกระสอบเดินต่อไปข้างหน้า
เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงคุณยายที่ขายน้ำอัดลมะโว่า "ขวด คนที่ดื่มน้ำอัดลมยังไม่ได้คืนขวดให้ฉัน"
เมื่อได้ยินเสียงคุณยายะโ สวี่ิเยว่ถึงนึกขึ้นได้ว่าใน่ทศวรรษที่ 70-80 เมื่อดื่มน้ำอัดลมต้องคืนขวดด้วย
ในตอนนั้นน้ำอัดลมทั้งหมดบรรจุในขวดแก้ว โรงงานน้ำอัดลมจะล้างขวดให้สะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ
สวี่ิเยว่รีบเดินกลับไปที่แผงขาย เธอดื่มน้ำอัดลมที่เหลือจนหมดในอึกเดียว จากนั้นก็นำขวดน้ำอัดลมเปล่าไปวางในกล่อง
"ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ลืมคืนขวดให้"
สวี่ิเยว่เห็นว่าคุณยายที่ขายน้ำอัดลมมองตัวเองด้วยสายตาไม่ค่อยดี จึงรีบดึงสวี่เซี่ยงหยางออกมาจากที่นั่น
ช่างน่าอับอายจริง ๆ สวี่ิเยว่คิด ตัวเองไม่เคยรู้สึกอับอายขนาดนี้มาก่อน เธอก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง นึกถึงคำพูดที่ว่า ดูหนังแล้วจำชื่อเื่ไม่ได้ ดื่มน้ำอัดลมก็ไม่รู้จักคืนขวด
คิดไปคิดมา เธอก็อดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวไม่ได้
สวี่เซี่ยงหยางเห็นน้องสาวของตัวเองยิ้มโง่งม จึงถามอย่างสงสัยว่า "ิเยว่ เธอยิ้มอะไร"
"ไม่มีอะไรหรอก" สวี่ิเยว่เงยหน้าขึ้นพอดี เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง ถือไส้กรอกแดงหลายอันเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งแรกไม่ไกลนัก
นับั้แ่มาอยู่ที่นี่เป็เวลานาน สวี่ิเยว่ไม่เคยเห็นคนที่แต่งตัวพิถีพิถันขนาดนี้มาก่อน รองเท้าหนังของชายคนนั้นขัดมันวับ สวมเสื้อโค้ตยาวที่ดูเนื้อผ้าดีมาก
ยิ่งไปกว่านั้นเขามีโครงหน้าชัดเจน ดวงตาเรียวยาวและลึก จมูกโด่ง ริมฝีปากงดงามอย่างยิ่ง
จากประสบการณ์หลายปีในฐานะคนขายสินค้าใต้ดินของสวี่ิเยว่ ชายตรงหน้านี้ต้องเป็คนต่างถิ่นที่มาทำธุระในเมืองปินแน่นอน ดูจากการแต่งตัวแล้วคงไม่ใช่คนขัดสนเงินทอง
โอกาสมาถึงแล้ว สวี่ิเยว่หันไปพูดกับสวี่เซี่ยงหยางว่า "พี่รอฉันตรงนี้นะ ฉันเห็นปลาตัวใหญ่แล้ว"
พูดจบสวี่ิเยว่ก็แบกกระสอบเดินเข้าไปหาลู่เฉิงอวี่
สวี่ิเยว่เดาถูกจริง ๆ ลู่เฉิงอวี่มาที่เมืองปินเพื่อทำธุระ เขาเพิ่งซื้อไส้กรอกแดงมาจำนวนมาก ตั้งใจจะนำกลับไปเป็ของฝากให้ญาติสนิท
"พี่ชาย ซื้อไส้กรอกแดงมากขนาดนี้ คงจะเอาไปเป็ของฝากพื้นเมืองกลับบ้านใช่ไหม" สวี่ิเยว่ตั้งใจลดเสียงลงเป็พิเศษ
ลู่เฉิงอวี่ไม่ตอบ แต่พินิจพิจารณาชายตรงหน้าอย่างจริงจัง
ไม่สิ น่าจะเป็ผู้หญิงมากกว่า ลู่เฉิงอวี่มองออกทันทีว่าคนตรงหน้าเป็ผู้หญิง
"ใช่" ลู่เฉิงอวี่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่าผู้หญิงคนนี้้าทำอะไรกันแน่
สวี่ิเยว่เข้าใกล้ลู่เฉิงอวี่อย่างเป็กันเอง แล้วแนะนำว่า "พี่ชาย ของขึ้นชื่อของพวกเรามณฑลหลงเจียง ไม่ได้มีแค่ไส้กรอกแดงนะ ยังมีเห็ดด้วย คุณเคยกินไก่ตุ๋นเห็ดหรือยัง?"
"ไก่ตุ๋นเห็ดเป็อาหารชื่อดังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รสชาติอร่อยมาก"
"พี่ชาย เชื่อฉันเถอะ ซื้อเห็ดไปฝากคนอื่นนั่นแหละถึงจะมีหน้ามีตา"
"ฉันจะบอกคุณนะ! เห็ดของฉันตากแห้งมากแล้ว เก็บได้นาน คุณสามารถเก็บไว้ค่อย ๆ กินได้"
สวี่ิเยว่พูดจบก็เปิดปากถุงกระสอบ แล้วนำเห็ดออกมาโชว์ให้ลู่เฉิงอวี่ดู
[1] แม่เฒ่าหลิวที่เข้าไปในอุทยานต้ากวน มาจากวรรณกรรมความฝันในหอแดง หมายถึง คนที่ไม่เคยพบเจอโลกภายนอก ได้เข้าสู่สถานที่แปลกใหม่