หลังจากที่แสงได้ข้อมูลของคนที่ชื่อ **ผา** เขาก็ใช้วิธีเดิมกับการมาเมืองปาง คือเปลี่ยนตัวกับสายข่าวของชาติ ปลอมตัวเป็คนขับรถบรรทุกส่งของกลับเมืองศรีสันเพชร ตลอดทั้งสัปดาห์ชาติช่วยเขาได้มาก เขาได้ทั้งข้อมูลส่วนตัวและรูปถ่ายของผา ชื่อจริงคือ **กันต์ธีร์ เวธัส** ซึ่งเป็ชื่อที่ไม่เข้ากับเ้าตัวเอาซะเลย
ผาเข้าประจำการทหารั้แ่อายุ 20 ปี ประจำการอยู่ตอนใต้ตลอดเวลารับราชการ 10 ปีต่อมาเขาถูกไล่ออกจากกองทัพ เนื่องจากทะเลาะวิวาทกับทหารยศสูงและขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาหลายครั้ง หลังจากออกจากราชการเขาได้ตั้งกลุ่ม **"หมอกทมิฬ"** และหลายครั้งต้องปะทะกับเ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ มีข่าวลือว่าบางครั้งเขาถูกจับตัวแต่กลับถูกปล่อยออกมาอย่างน่าประหลาด
กลุ่มของเขามีการจัดตั้งอยู่ 3 ปีก่อนที่คนในกลุ่มจะแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นเขาก็ทำงานให้ทุกคนทุกกลุ่มที่ยินดีจะจ่ายเงินให้เขา แต่เขาไม่เคยทำงานให้ใครเกิน 2 ปี คาดว่าน่าจะรับทำงานเป็งานๆ ไป ยกเว้น **พลโท จิรัสย์ ชนาธิป** ที่เขาทำงานให้เพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งอาจเป็แค่การรับงานบอดี้การ์ดก็ได้ เื่นี้คงต้องให้ชาติไปสืบเพิ่ม ก่อนเกิดเหตุคดีของตะวันเขาไม่ได้รับงานอะไรเลยมา 2 ปี และงานสุดท้ายที่ทำก็คืองานของพลโทจิรัสย์เสมอนี่คือข้อมูลที่ชาติพยายามหามาจนได้ตลอดทั้งสัปดาห์
ร้านกาลาปากอส
"ลุงแสงจะกลับมาแล้วเหรอ" สาพูดกับทไวซ์ในขณะที่กำลังเตรียมร้าน
"ใช่ ลุงคงมาถึงตอนเย็นนั่นแหละ แล้วหมอกเป็ไงบ้าง" ทไวซ์พูดพลางลองเปิดเหล้าดองของเขาดู
"เขาฝีมือดีกว่าที่ฉันคิดนะ เ้าหมีกับเ้านกฮูกช่วยได้ดีเลย บางทีฉันก็สงสัยว่าเด็กนั่นเอาเวลาไหนไปนอน" สาพูด
"หมอนั่นอาจแอบหลับในห้องเรียนก็ได้" ทไวซ์พูด ก่อนจะหันไปมองสา
"มีอะไร" สาที่หันมาเห็นสายตาของทไวซ์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
"เธอเรียนไม่จบมัธยมใช่ไหม" ทไวซ์ถาม
"หาเื่รึไง นายก็จบแค่มัธยมปลายไม่ใช่เหรอ" สาเริ่มมองตาขวาง
"ไม่ใช่ ฉันแค่คิดว่าเธออาจจะอยากเรียนให้จบ บางทีเธออาจหางานที่ดีกว่างานที่ฉันให้เธอทำก็ได้นะ" ทไวซ์เริ่มเหงื่อแตก
"ไม่มีฉันแล้วนายจะทำอะไรได้" สาพูด
"สา... นี่เป็ทางที่ฉันเลือก แต่เธอไม่จำเป็ต้องเดินตามทางที่ฉันเลือกเสมอไป" ทไวซ์พยายามพูดแก้ตัว
"เตรียมร้านไปเถอะนะ เหล้านั่นมันเสียแล้ว ดองใหม่ซะเถอะ" สาพูดก่อนเดินหายไปหลังร้าน
"ไม่น่าพูดไปเลยเรา... แม่ง เสียจริงด้วย" ทไวซ์ได้แต่บ่นกับตัวเอง
ตอนเย็น ตึกเก่าของแสง
แสงมาที่นี่เพราะเขากลับไปที่บ้านแล้วไม่เห็นหมอกอยู่ เขาเลยคิดว่าหมอกอาจมาซ้อมอยู่ที่นี่ ระหว่างที่เขากำลังจะเดินเข้าไปในตึก ทไวซ์ก็ขี่รถจักรยานยนต์มาถึงตึกพอดี
"ไม่ได้เปิดร้านอยู่เหรอ" แสงถามทไวซ์
"พอดีที่ร้านมีเื่นิดหน่อยผมเลยแอบออกมาเอาข้าวให้หมอกนะลุง" ทไวซ์ตอบ
"...เข้าไปกันเถอะ" แสงได้แต่เดา ดูท่าแล้วน่าจะทะเลาะกับสามาแน่ๆ
ทั้งสองเดินเข้าไปในตึกได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังสู้กันอยู่ พอไปถึงชั้นสองเขาก็เห็นหมอกกำลังฝึกสู้กับคนสองคน ทไวซ์เคยบอกเขาแล้วเื่ให้ลูกน้องมาเป็คู่ซ้อมกับหมอก แต่แสงก็ประหลาดใจไม่น้อยว่าหลานของเขาฝีมือพัฒนาขึ้นมาก แถมในตอนที่ฝึกยังใส่ที่ถ่วงน้ำหนักอยู่ด้วย
"หัวหน้า สวัสดีครับ" เ้าหมีที่เห็นทไวซ์รีบทักทาย ส่วนทไวซ์ได้แต่โบกมือตอบรับ
"กลับมาแล้วเหรอลุง" หมอกทักทายแสง พร้อมกับหอบเหนื่อยและเหงื่อที่ไหลท่วมตัว
"อา... พอดีไม่เห็นอยู่ที่บ้านเลยแวะมาดูนะ" แสงตอบ
"แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่" หมอกหันไปถามทไวซ์
"พูดให้มันน้อยๆ หน่อย ไม่อยากกินรึไงข้าวกล่องเนี่ย" ทไวซ์พูดพร้อมกับโชว์ข้าวกล่องในมือ
"..." หมอกไม่ได้ตอบอะไรเขารับข้าวกล่องก่อนจะไปแจกให้เ้าหมีกับเ้านกฮูก
"ทไวซ์ นี่คือข้อมูลของคนที่จะให้สืบหา ตอนแรกว่าจะไปหาที่ร้านแต่ไหนๆ ก็มาเจอกันที่นี่แล้ว" แสงพูดพร้อมยื่นซองเอกสารให้ทไวซ์
"ลุงชาติจะหาทางตอนเหนือใช่ไหม งั้นผมต้องหาทางตอนใต้สินะ" ทไวซ์เปิดซองเอกสารดู
"ใช่ พอมีสายข่าวเหลือบ้างไหม" แสงถาม
"ก็พอทำอะไรได้อยู่ครับ แต่น่าจะช้ากว่าปกติหน่อย ่ที่ลุงไม่อยู่พอดีมันมีเื่เกิดขึ้นนิดหน่อยนะ" ทไวซ์ตอบ
"ไม่เป็ไร แต่ถ้ายืนยันได้ว่ามันออกนอกประเทศไปแล้วหรือยังจะดีมาก เราจะได้รู้ว่ามันยังอยู่ในประเทศไหม" แสงพูด
"เื่นั้นผมพอหาทางได้ ได้ข่าวอะไรผมจะบอกลุงละกัน" ทไวซ์ตอบ
"แล้วถ้าไม่อยากมีเื่วุ่นวาย ก็ซื้อของหวานไปขอโทษซะ" แสงพูด
"...ขอโทษอะไรลุง" ทไวซ์ได้แต่คิ้วกระตุก
"ลุง ถ้าครั้งต่อไปเจอว่าเขาอยู่ที่ไหน ต้องให้ผมไปด้วย" หมอกพูดกับแสง
"...." แสงได้แต่นิ่งคิด เขาไม่ได้เก็บสีหน้าอะไร ทำให้ทั้งหมอกและทไวซ์เข้าใจทันทีว่าแสงค่อนข้างกังวล
"ทไวซ์ สองคนนั้นฝีมือประมาณไหน" แสงหันไปมองเ้าหมีกับเ้านกฮูกก่อนจะถามทไวซ์
"ก็ถ้านับเื่สู้มือเปล่า ฝีมือเป็รองแค่ผม อาจมีฝีมือพอๆ กับสา แต่ถ้าสาใช้อาวุธก็คงสู้ไม่ได้หรอกครับ" ทไวซ์ตอบ
"แล้วถ้ารวมกันสองคนล่ะ" แสงถาม
"ก็คงสูสีกับตอนที่สาใช้อาวุธแหละครับ" ทไวซ์พูด
"หมอก ลุงจะอนุญาตให้ไปด้วย ถ้าแกสามารถเอาชนะสองคนนั้นได้พร้อมกัน" แสงพูดกับหมอก
"...ได้ครับ" หมอกนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะเจออีกฝ่ายตอนไหน
"...ดีแล้ว" แสงประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าหลานของเขาจะยอมง่ายขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าหมอกจะชนะสองคนนั้นได้
"จริงสิลุง ผมเพิ่งได้ลูกน้องคนใหม่มา ผมอยากให้ลุงไปเจอเขาหน่อย" ทไวซ์พูดขึ้น
"ทำไมฉันต้องไปเจอด้วย" แสงได้แต่สงสัย
"เอาน่าลุง ลุงจะไม่เสียใจแน่ๆ" ทไวซ์ยิ้ม (ในขณะที่รามซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านเริ่มรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมา)
ส่วนหมอกหลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็ไปฝึกสะเดาะกุญแจอยู่คนเดียว ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายกันไป แสงออกมาจากตึกเก่า เขาถามทไวซ์ว่า่ที่เขาไม่อยู่หมอกได้กลับไปที่บ้านบ้างไหม ทไวซ์ตอบไปตามตรงว่าไม่แน่ใจนัก ส่วนใหญ่เขามักจะเจอหมอกแค่ที่ร้านหรือไม่ก็ที่ตึกเก่าแห่งนี้ แต่เพราะหมอกยังต้องไปโรงเรียน คิดว่าอย่างน้อยเขาก็คงต้องกลับไปอาบน้ำบ้างแหละ
แสงนั้นแม้ว่าส่วนตัวเขาจะไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่ในสมัยก่อนตอนที่น้องชายของเขายังไม่แต่งงาน ตะวันก็มักจะคอยบอกให้แสงกลับบ้านบ้าง หวังว่าหลานของเขาจะไม่ติดนิสัยเสียของตัวเขาไปด้วยนะ เมื่อคิดได้ดังนั้นแสงก็ได้แต่เกาหัว นี่เขาคงต้องใส่ใจหลานคนเดียวให้มากกว่านี้สินะ วันเกิดของหมอกก็ผ่านมาแล้วด้วย ควรจะจัดงานวันเกิดย้อนหลังให้ดีไหมนะ? พอต้องมาคิดเื่พวกนี้ แสงกลับรู้สึกปวดหัวมากกว่าเวลาสืบคดีเสียอีก
มุมมองนักเขียน
เอาละครับ บททดสอบที่แสงให้กับหมอกนั้นค่อนข้างยากทีเดียว แต่ผมคิดว่ามันก็พอสมเหตุสมผลนะถ้าเราต้องไปเจอกับอดีตทหารรับจ้าง ในตอนหน้าเราคงได้เห็นฉากต่อสู้ที่เข้มข้น ผมหวังว่าจะสามารถนำเสนอออกมาได้ดี หลังจากนี้เนื้อเื่จะยิ่งเข้มข้นขึ้นและอาจมีฉากที่รุนแรงเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ผมหวังว่ามันจะช่วยเพิ่มอรรถรสให้ผู้อ่านได้มากยิ่งขึ้น