“ เอาล่ะอี้หยุนเคล็ดลับแรกในการฝึกฝนกระบี่ ในปีแรกนั่นคือการฝึกจิต ผู้ที่จะควบคุมกระบี่และใช้กระบี่นั้นจะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งและอ่อนโยน กระบี่มีทั้งสองด้าน ถ้าเ้าไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้กระบี่จะทำลายเ้า แต่ถ้าหากเ้าสามารถควบคุมอารมณ์ของเ้าได้ แม้กิ่งไม้ก็สามารถปลิดชีพได้ เอาล่ะ การฝึกแรกของเ้าในปีนี้ ตักน้ำจากแม่น้ำมาใส่ในโรงอาบน้ำทุกๆวัน และนั่นคือเพื่อนของเ้าอี้หยุน ” ฟงหยวนอธิบายถึงวิธีฝึกฝนตนเองให้อี้หยุนฟัง
อี้หยุนหันมองตามไปที่ฟงหยวนชี้ไป พบกับกลุ่มวัยรุ่นชาย4-5 คนแบกถังน้ำสองถังยืนพูดคุยพร้อมกับมองมาทางอี้หยุนและฟงหยวนอยู่ และยังมีคนอื่นๆ ที่จับกลุ่มกันเดินแบกน้ำใส่ตุ่ม
“ เอาล่ะขอให้สนุกนะอี้หยุน ! ”
ฟงหยวนตบบ่าอี้หยุนพลางเดินกลับเข้าสำนักใหญ่ อี้หยุนหลังจากเห็นฟงหยวนเดินกลับเข้าสำนักเขาก็เดินเข้าไปหาเพื่อนใหม่ที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเขา
"เฮ้ เอ่อข้าชื่ออี้หยุน หลังจากนี้ข้าฝากตัวด้วยนะ
เด็กหนุ่มรูปร่างท้วมใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้ง ตาสีดำ เดินออกมา เขาดูจะเป็หัวหน้ากลุ่มวัยรุ่นแห่งนี้ เขาดูกร่างและเป็ผู้พี่ใหญ่สุดในกลุ่มนี้
“ ข้าชื่อกงเหยินและนี้คือถังน้ำของเอ็ง ไอเด็กใหม่ ”
กงเหยินพูดพลางโยนถังน้ำของกลุ่มตัวเองทั้งหมดให้อี้หยุน พร้อมกับหันไปหัวเราะเยาะเย้ยกับกลุ่มพวกมัน
“……”
อี้หยุนใกับสิ่งนี้ เพื่อนใหม่ของเขาทำเหมือนกับการโยนนงานของพวกเขามาให้อี้หยุนทำทั้งหมด
“ นี่มันถังของพวกนายไม่ใช่หรอ ? ” อี้หยุนถามด้วยความขุ่นเคือง
“ ใช่ แต่นับั้แ่นี้ไป มันเป็ของเอ็งแล้วไงล่ะ ไอเด็กใหม่ ” แต่กงเหยินก็ยังไม่หยุดที่จะกร่างใส่อี้หยุน
“ มันจะมากไปแล้วนะโว้ย !!! ” อี้หยุน เริ่มมีอารมณ์อยากปะทะ
“ หรือว่าเอ็งมีปัญหาอย่างนั้นรึ ไอเด็กใหม่ ”
กงเหยินพร้อมกับพวกมันเดินไปล้อมอี้หยุนเอาไว้เสียมิด เพราะพวกมันมีแต่คนตัวใหญ่ แน่นอนอี้หยุนๆม่สามารถสู้กับพวกมันทั้งหมดได้
“ ชิ ! ”
อี้หยุนนึกคำพูดของฟงหยวนถึงการควบคุมอารมณ์ขึ้นได้ จึงทำให้เขาพอจะใจเย็นลงได้บ้าง
ซู่มมมม !!!!
เสียงสาดน้ำตูมใหญ่ กงเหยินหยิบถังน้ำพร้อมกับเทลงบนหัวอี้หยุนเสียหมดถัง
“ ดูเหมือนไอเด็กใหม่นี่คงต้องไปตักน้ำใหม่เสียแล้วสินะ 55555 ”
อี้หยุนตัวเปียกโชกไปทั้งตัวราวกับลูกหมาที่พึ่งจะตกน้ำมาหมาดๆ เขาทำได้แค่อดทนต่อสิ่งที่พวกมันทำเขาก้มลงหยิบถังน้ำทั้งหมดพร้อมกับเดินไปตักน้ำใหม่ที่ริมแม่น้ำ เขาต้องถือถังน้ำถีงสี่ถัง ด้วยระยะทางเดิน500 เมตร ไปกลับเรื่อยๆจนกว่าน้ำในตุ่ม จะเต็ม ซึ่งน้ำนั้นก็เอาไว้ให้คนในสำนักอาบ ซึ่งมีเป็สิบๆตุ่ม
“ ก็นึกว่าจะแน่ ”
นอกจากพวกกงเหยินอี้หยุนแล้วก็ยังมีผู้ฝึกฝนรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่ด้วยที่กำลังทำงานเพียงแต่อี้หยุนต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นถึงสี่เท่า ซึ่งทำให้เขาเป็จุดเด่นสนใจต่อผู้ฝึกฝนคนอื่นๆ ซึ่งก็มีคนที่ให้ความสนใจกับความพยายามของอี้หยุนเป็อยู่มากบางคนว่าอี้หยุนเป็เด็กใหม่ทีเอาหน้า บางคนว่าอี้หยุนเป็เบ้ของพวกกงเหยิน ทำให้ใครหลายๆคนเรียกเขาว่าไอเด็กใหม่
อี้หยุนไม่สนใจคำพูดของคนพวกนั้น เขาตั้งหน้าตั้งตาเดินลุยตักน้ำไปเรื่อยๆ จนหมดวัน
.
.
.
ณ ห้องพักของอี้หยุน
“ ยังดีหน่อยที่มีห้องพักส่วนตัวไม่ต้องไปเจอกับเ้าพวกบ้านั่น ”
อี้หยุนสบถในใจ
....แอ้ด.....
เสียงเลื่อนประตู
“เห้ยไอเด็กใหม่ หมอนข้าหายวะข้าขอยืมหมอนหน่อยสิวะ ” กงเหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงนักเลงราวกับว่าอี้หยุนเป็ทาสของมันไปแล้ว
“ ทำไมเอ็งไม่ไปเบิกโรงนอนละวะ ? ” อี้หยุนชักไม่พอใจ
“ แล้วเอ็งมีปัญหาไหมละ ? ” กงเหยินกล่าวด้วยความไม่กลัวใดๆ
“ มันจะมากไปแล้วนะไอเหยิน ” อี้หยุนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงโมโห
“ อย่างเอ็งมันจะมาทำอะไรข้าได้วะไอลูกหมา ดี ! เข้ามาเลยข้ารอมาทั้งวันแล้ว ! ” แท้จริงกงเหยิน้าทดสอบอี้หยุนว่าเขามีความสามารถแค่ไหนกัน
อี้หยุนหยิบไ่ม้้กวาดออกมาพลางดึงลมปราณออกมาใช้ แต่ทว่าเขาได้ใช้กำลังของเขาหมดไปแล้วทั้งวันทำให้เขามีลมปราณเหลือเพียงน้อยนิด เขาพยายามเค้นลมปราณออกมาเพื่อใช้เคล็ดวิชากระบี่เงา แต่ก็ไม่เป็ผล
“ เอ็งทำบ้าอะไรของเอ็งวะฮึดฮัดๆ อยู่นั้นแหละ ชิมหมัด กงเหยินผ้ยิ่งใหญ่คนนี้เข้าไปสักหน่อยเอ็งจะได้รู้ว่าที่นี่ใครใหญ่ !!! ” กงเหยินพุ่งเข้าหาอี้หยุนด้วยกำปั้นของมันอย่างรวดเร็ว
“ บ้าชิบ ! ” อี้หยุนสบถในใจ
กงเหยินเงื้อหมัดขวาออกมาเต็มแรงกะจะใส่เข้าให้เต็มเบ้าตา อี้หยุน
ผั้ว !
ทว่าฟงหยวนที่ซ่อนหรือแอบดูอยู่ที่ไหนสักแห่งโผล่ออกมารับหมัดของกงเหยินในพริบตา
กงเหยินทำตาโพลงใราวกับผีหลอก เขากับอี้หยุน ก้มลงคาราวะ
“ ท่านาุโ ! ”
“ กงเหยินเ้าบุกรุกเรือนนอนของผู้อื่นยามวิกาลตามโทษแล้วเ้าต้องไปรับใช้ที่โรงเลี้ยงม้าเป็เวลา สามวัน จงบอกเหตุผลที่บุกรุกมา ” ฟงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ ข้าน้อยหมอนหายเพียงจะมาขอยืมหมอนของอี้หยุน ขอรับ ” กงเหยินรีบสารภาพ
“ แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่ไปขอเบิกที่โรงนอน เ้าน่าจะรู้กฏการบุกรุกโรงนอนผู้อื่นนะ เช่นนั้นโทษของเ้าคือไปรับใช้ที่โรงเลี้ยงม้าเป็เวลา สามวัน ไปได้แล้ว ! ” ฟงหยวนตวาดเสียงเข้ม
“ ขอรับท่านาุโ ! ” กงเหยินกล่าวด้วยเสียงเศร้าเขายอมรับผิดและเดินออกจากห้องไป
“ อี้หยุนเ้าก็พักผ่อนได้แล้ว ” ฟงหยวนหันมากล่าวกับอี้หยุน
“ ขอรับ ” อี้หยุนกล่าวตอบ
.
.
.
เช้าวันต่อมา
ข่าวลือหนาหูเื่กงเหยินถูกลงโทษให้ไปอยู่ในคอกม้า ซึ่งก็กลับทำให้อี้หยุนดูเป็จุดเด่นจุดสนใจต่อ ใครหลายๆคน ในสำนักว่าอี้หยุนเป็เด็กเส้นจากการที่ฟงหยวนได้เข้ามาช่วยอี้หยุนจากการโจมตีของกงเหยิน แน่นอนว่าอี้หยุนเข้ามาในสำนักนี้โดยที่ไม่ได้ผ่านการทดสอบใดๆจากทางสำนักเลย ทำให้ตอนนี้เขาตกเป็เป้าหมายกับกลุ่มศิษย์ ทั้งเก่าและใหม่ของสำนักกระบี่แห่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้นอี้หยุนก็ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันและออกจากที่พักเพื่อที่จะเดินไปโรงครัวไปหาของกินก่อนที่จะเริ่มการฝึกแบกน้ำใส่ตุ่มดังเดิม
“ เห้ยๆ ดูนั่น เด็กเส้นของฟงหยวน ดูมันเดินสิวะ คิดว่ามันใหญ่มาจากไหนกันวะ ”
อี้หยุนได้แต่ทำเป็ไม่ได้ยินแล้วก็เดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังนินทาตนเองกันอย่างสนุกปากไปแบบเฉยเมย
.
.
.
ณ โรงครัว
หลังจากที่อี้หยุนหยิบอาหารของตนเองมาและเขาก็เดินหามุมเงียบๆสงบๆ เพื่อที่จะได้กินมื้อเช้าอย่างสุขสบาย
“ มาหลบอยู่ตรงนี้เองหรอเ้าเด็กใหม่ ”
ทันใดนั้นเหล่าลูกสมุนของกงเหยินที่แอบติดตามอี้หยุนมาั้แ่โรงครัวรอให้เขาอยู่ในจุดอับสายตา แล้วจึงโผล่ออกมาเพื่อหวังรุมกระทืบอี้หยุน
อี้หยุนคิดในใจ 'ลูกน้องของกงเหยิน'
“มีธุระอะไรกับข้า” อี้หยุนถามด้วยความสงสัยแต่ก็คงรู้ดีแล้วว่าพวกมันมาหาเื่แน่นอน
“ อย่ามาทำเป็ไขสือไปหน่อย วันนี้ข้าจะมาสั่งสอนไอเด็กใหม่อวดดีอย่างเอ็งไงละ !!! ”
*สมุนของกงเหยินกำลังเงื้อหมัดเข้าไปที่จุดตายของอี้หยุน*
เสมือนกับมีลมเย็นพัดวาบผ่านหลังของอี้หยุน ในทันใดนั้นเอง ฟงหยวนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่ไม้ของฟงหยวน เขาจิ้มเข้าไปที่มือของลูกสมุนกงเหยิน ในพริบตาเดียวร่างกายของเหล่าลูกสมุนได้ถูกแช่แข็งในทันทีเหลือไว้เพียงส่วนหัวที่ยังสามารถขยับและพูดได้อยู่
เสียงของลูกศิษย์สำนักหมื่นเงาที่กำลังส่งเสียงะโเชียร์ด้วยความเมามัน จู่ๆก็เงียบสงัดราวกับไม่มีใครอยู่ในที่แห่งนั้น ด้วยความอึ้ง และไม่เคยเห็นฟงหยวนออกกระบวนท่าเช่นนี้มาก่อน รวมถึงอี้หยุนที่ไม่เคยเห็นกระบวนท่าที่รุนแรงรวดเร็วขนาดนี้มาก่อนก็ได้แต่อ้าปากค้าง
“ การต่อสู้จบลงแล้ว เขาจะถูกแช่แข็งเพื่อเป็การลงโทษ ฐานก่อความวุ่นวายภายในสำนักเป็เวลา 3 วัน ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง อี้หยุน ตามข้ามา ” ฟงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
อี้หยุนยังคงอ้าปากค้างและเดินตามฟงหยวนไป พลางคิดในใจ เมื่อกี้มันคืออะไรกัน กระบวนท่าเช่นนี้พร้อมทั้งการใช้ธาตุน้ำแข็งที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
“เคล็ดกระบี่เงา: ธารน้ำแข็ง ถ้าเ้าสงสัยว่าเมื่อกี้มันคืออะไร ” ฟงหยวนพูดโพล่งขึ้นมาเพราะมัน้าสอนให้อี้หยุน
“ ท่านเป็ผู้ที่สามารถใช้ธาตุน้ำแข็งได้อย่างนั้นหรือ”
อี้หยุนกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ ใช่ ทุกๆ คน ล้วนมีธาตุประจำตัว เพียงแต่เ้าจะสามารถรับรู้ได้เมื่อเ้าได้เรียนรู้การควบคุมลมปราณขั้นที่ 3 แล้วเท่านั้น ” ฟงหยวนตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดังเดิม
“ ข้าชักสงสัยแล้วว่าธาตุของข้าคือธาตุอะไร ” อี้หยุนกล่าวขึ้นมา
“ แน่นอนเ้าจะได้รู้แน่ ” ฟงหยวนกล่าวกับอี้หยุน ก่อนที่อี้หยุนจะหยุดเดินและถามเขาว่า
“ ...ข้า...ข้ารุ้สึกท้อใจเหลือเกินทำไมคนที่นี่ถึงได้โหดร้ายกับข้านัก ” อี้หยุนกล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้า เพราะไม่มีใครอยากจะญาติดีกับเขาสักคน ฟงหยวนเดินเข้าไปจับที่บ่าของอี้หยุนพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า
“ เ้าจงจำไว้ คนที่มาเรียนที่นี้้าพิสูจน์ตนเองว่าพวกเขาอยากจะโดดเด่นเหนือใครเพียงเท่านั้น พวกเขาถูกส่งมาฝึกเพราะ้ากลับไปเป็ใหญ่เป็โตในหมู่บ้านของพวกเขาเพียงเท่านั้น แตกต่างจากเ้า เ้าลองมองดูพวกนั้นสิ อวดเก่ง อวดวิชา เบ่ง ทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า และเ้าจงจดจำสายใต้ผู้คนที่มองเ้า ด้วยความเวทนา ความอิจฉาริษยาพวกนั้น จงจดจำแล้วนำมันมาเป็แรงขับเคลื่อนทางจิตใจ เรียนรู้ที่จะควบคุม แล้วเ้าจะสามารถใช้ลมปราณภายในตัวเ้าสิ่งที่เ้าปราถนาออกมาได้อย่างดี อย่าให้อารมณ์อยู่เหนือความควบคุมจิตใจเ้า และนับั้แ่วันนี้เ้าคือ อี้หยุนลูกศิษย์แห่งสำนักกระบี่หมื่นเงา ”
โปรดติดตามตอนต่อไป