ฮุ่ยหลานเฟินร้อนใจเช่นไร คนสกุลอี้ก็ร้อนใจเช่นนั้น การที่ทายาทสายตรงหายตัวไปทำให้ตำแหน่งของเขาไม่มั่นคง ไหนจะฮูหยินเอกมารดาของเนี่ยนเจินที่กังวลจนล้มป่วย ก็ถูกเหล่าอนุขึ้นแทรกแซงอำนาจในจวนทันที ฮูหยินเฒ่าก็เก็บตัวเงียบเชียบ ปิดประตูเรือนสวดมนต์ขอพรให้หลานชายอยู่ทุกวัน
" อาเนี่ยนหายไปเช่นนี้ แล้วต่อไปตำแหน่งผู้สืบทอดของตระกูลจะเป็เช่นไร "
" จุ๊ๆ เ้าอย่าเอ็ดไป แค่นี้ฮูหยินเอกของพวกเราก็ป่วยจนตระหนกหมดแล้ว ไม่รู้..ป่านนี้เส้นผมจะร่วงมากน้อยแค่ไหน "
" ท่านพี่ก็ยุ่งกับงานหลวง ใครเล่าจะเฝ้าดูแลจวนให้..หากไม่ใช่พวกเราเอง "
ช่างเป็เสียงระรื่นหูที่ฟังแล้วกลับแสลงหูนัก เหล่าอนุของนายท่านใหญ่แห่งสกุลอี้ ล้วนเหมือนนางจิ้งจอกตัวเล็กตัวน้อยที่คอยยั่วยุ พูดจาไม่รื่นหู ชวนให้ผู้พบเจอล้วนส่ายหน้ากับถ้อยคำโจ่งแจ้งของพวกนาง
" เื่ของคู่หมั้นข้า อย่างไรข้าก็มีหนทางช่วยเหลือเขา...แม่เล็กทั้งสามไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ไปรบกวนพวกท่านแน่นอน "
ฮุ่ยหลานเฟินพึ่งมาถึงดันได้ยินถ้อยคำพวกนั้นเข้า นางยังคงมีรอยยิ้มอารี ท่วงท่าการเดินสง่างาม ก้าวเข้ามาในศาลาริมบ่อบัวด้วยกิริยางดงาม
เพราะเนี่ยนเจินขอให้นางช่วยดูแลเื่ครอบครัวของเขา นางไม่ถือหรอก เพราะอีกไม่นานก็ต้องเกี่ยวดองกันแล้ว...
เหล่าอนุจากสกุลพ่อค้าหน้าซีดลงเมื่อนางมาถึง ฮุ่ยหลานเฟินนอกจากจะเป็ที่รักในสกุลฮุ่ย นางยังถูกยกย่องนับถือจากการอุทิศตนเพื่อสกุลว่าที่สามีแต่เด็ก แม้จะยังไม่แต่งเข้าตระกูล ครึ่งตัวของนางก็เป็คนของสกุลอี้ไปแล้ว ย่อมมีความเกรงใจมากเจ็ดถึงแปดส่วน
ถึงนางจะมีวาจาอ่อนหวาน แต่บรรยากาศที่แผ่ออกมาก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกพลับนิ่มให้บีบเล่นได้ พวกนางจะยืนรอให้ถูกเล่นงานหรือ...
หลังเหล่าอนุจากไป นางก็เห็นคนสนิทของฮูหยินเอกสกุลอี้เดินมาหานางทันที
" คุณหนูหลานเฟิน ท่านมาแล้ว "
" ข้าติดงานที่หอตำรา มาช้ากว่าที่คิด แม่นมจาง ท่านแม่เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ? "
ฮุ่ยหลานเฟินยึดถือบิดามารดาของสามี ก็คือบิดามารดาของนาง นางย่อมห่วงใยประดุจบุตรสาวห่วงใยมารดาเช่นกัน น้ำเสียงในยามที่พูดกับแม่นมจางที่เป็แม่นมของเนี่ยนเจิง และเป็คนคุ้นเคยั้แ่เล็กจึงอ่อนโยนลงอย่างมาก แม่นมจางกลับรีบรายงานด้วยกลัวไม่ทันการ
ฮูหยินเอกใจากข่าวของอี้เนี่ยนเจินจนล้มป่วย ยิ่งผ่านไปหลายเดือน ก็ยิ่งโศกเศร้า สามีก็ไม่สนใจ แม่สามีก็หลีกหนี นางได้ยินก็เข้าใจ...
ก่อนจะเดินเข้าไปที่ห้องครัวใหญ่ในสกุล นางซื้อไก่ตัวหนุ่มตัวผู้มาเตรียมทำน้ำแกงบำรุงให้ฮูหยินเอก และฮูหยินเฒ่า
หลังทำเสร็จก็แบ่งออกเป็สามส่วน หนึ่งส่วนส่งให้นายท่านใหญ่ที่อยู่ในวัง ส่วนที่สองส่งให้ฮูหยินเฒ่าที่ปิดเรือนสวดมนต์ ส่วนที่สามนางถือไปหาที่เรือนหลักทันที
อี้ฮูหยิน แต่เดิมเป็บุตรีของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง นางแต่งให้นายท่านอี้เพื่อช่วยเหลืออำนาจของเขา แต่นายท่านอี้ล้วนเ้าสำราญในวัยเยาว์ เขามีอนุและสาวใช้อุ่นเตียงเกือบสิบชีวิต กว่านางจะถืออำนาจอย่างมั่นคงก็หลายปี ทั้งยังมีบุตรชายให้สกุล ย่อมถือเป็แม่นกที่ใช้การได้ มาวันนี้หลักประกันชีวิตของนางหายไป ความตึงเครียดก็ครอบงำอีกครั้งจนล้มป่วย
แต่ในความโชคร้ายก็มีโชคดี นางมีลูกสะใภ้ที่ดียิ่ง อี้ฮูหยินเงยมองสตรีสาววัยเยาว์ที่คุ้นเคยกันมาแต่เด็ก ฮุ่ยหลานเฟินตักน้ำแกงก่อนจะเป่าไล่ไอร้อน ค่อยๆยกประคองป้อนนางช้าๆ ท่าทางอ่อนโยนยิ่ง
" ท่านแม่ หากท่านล้มป่วย...อาเนี่ยนกลับมาจะใเอาได้ ท่านต้องอยู่เป็เสาหลักให้เขากลับมาหา..ท่านให้ได้นะเ้าคะ "
ใช่แล้ว..เรามีกันอยู่แค่นี้ หากนางล้มไป หากบุตรชายนางกลับมา....เขาย่อมเป็ห่วงมากแน่...
ไฟแห่งการมีชีวิตของอี้ฮูหยินกลับมาอีกครั้ง ฮุ่ยหลานเฟินก็เบาใจ นางอยู่ช่วยเหลือบ้านสกุลอี้จนเรียบร้อยดีก็กลับไปหาตำรา ทำงานวนเวียนกันไปเช่นนั้น รู้ตัวอีกทีก็ผ่านพ้นมาถึงสามปี...
ในยามที่กำลังจะออกไปทำบุญ สาวใช้ของนางก็วิ่งหน้าตาตื่นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับมีข่าวน่ายินดี
" คุณหนู! คุณชาย..คุณชายอี้กลับมาแล้วเ้าค่ะ! "