ฉันใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์โชคดีที่ยังไม่มีใครมาอยู่นี่.. ฉันคิดว่าควรจะแอบเข้าห้องจากทางหน้าต่าง
พรมสีดำจึงลอยไปหลังคฤหาสน์อย่างเงียบๆเพราะต้องใช้ความเงียบและสมาธิ ฉันพอรู้ว่าท่านพ่อกับท่านแม่คือปีศาจเดินได้
จริงๆ นะ…ด้วยเหตุนี้ฉันต้องระมัดระวังมากกว่าคนอื่นหลายสิบเท่าระบบความคิดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าพ่อแม่นั้นประหลาดเกินไป
แม้ในโลกเดิมฉันจะไม่เคยมีพ่อมีแม่กับเขามีแต่พี่กับน้องที่เป็ครอบครัว.. แต่ในชีวิตนี้ก็เหมือนกัน
ท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ใช่กระทั่งพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน แต่ทั้งสองกลับทำดีกับฉันโดยไม่หวังผลตอบแทนนั่นคือสิ่งที่ฉันงงงวยมากที่สุด
มันอาจจะมีเบื้องลึกเื้ัมากกว่านี้เป็เหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงต้องระมัดระวังท่านแม่และท่านพ่อ
ในขณะที่กำลังแอบเข้าประตูหลังคฤหาสน์นั้นเองฉันที่ค่อยๆ แง้มประตูออก ที่ไม่กล้าลงจากพรมเพราะกลัวจะมีเสียง
เลยเปิดทั้งแบบนั้น…วินาทีนั้นถ้าตอนนี้มีเสียงซาวน์แทรกผสมฉันคงคิดว่านี่เป็หนังสยองขวัญเพราะในชั่วพริบตาที่เปิดประตู
“ไปไหนมา!!”
เสียงของท่านแม่ดังขึ้นทำเอาฉันเหงื่อแตกในทันทีมีปีศาจกำลังปล่อยออร่าอันตรายอยู่ตรงหน้า.. ไม่สิ ฉันเองก็เป็ปีศาจนี่
แต่ไม่ใช่แบบนั้นฉันหมายถึงท่านแม่กำลังทำหน้าเหมือนอสูรกายจากนรก
“เอ่อ….”
ดูเหมือนว่าฉัน..จะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากที่แท้จริง
……..
ข้า เลเวีย ทีน อาเดฟ่นี้ข้ากำลังมีปัญหาอย่างหนึ่ง นั่นคือ การกลับไปยังโลกแห่งเทพ เพื่อหาสามี
อืม.. มันดูแปลกๆ ใช่ไหมล่ะตรรกะของพวกเทพเนี่ย ไม่เข้าใจเลยสักนิดทั้งๆ ที่ข้ามีลูกกับลูเซียโน่แล้วแท้ๆ
แต่ว่าด้วยคำสั่งของเทพสูงสุดและท่านแม่ของข้าพวกเราต้องกลับไปข้าเล่าเื่นี้ให้ลูเซียโน่ฟัง แน่นอนว่าเขาไม่ยอมรับ
เขาจึงวางแผนจะทำอะไรสักอย่างและยิ่งใกล้วันที่จะไปเข้าทำให้ข้าทั้งร้อนรนและอารมณ์เสีย
วันนี้พอข้าตื่นมาก็พบว่าเด็กแสบสองคนนั้นเลวี่กับเลทิเซียหายไปจากห้องทำให้ข้าที่อารมณ์เสียมาหลายวันเลยรู้สึกอยากตีก้นของเด็กแสบสองคนพี่น้องนั่น
ข้ามั่นใจว่าอีกไม่นานทั้งสองต้องกลับมาแต่เลทิเซียเป็พี่สาว แถมเลวี่ที่ชอบแอบมองเลทิเซียบ่อยๆ ทำให้ข้ารู้ทันทีว่า..
คนนำต้องเป็เลทิเซียจากที่ข้าอยู่กับเลทิเซียมาเธอเป็เด็กที่ขี้ระแวงจนเกินเหตุขนาดตอนกินข้าวยังใช้เวทมนตร์ตรวจสอบว่ามีพิษหรือไม่เป็สิบรอบ
แถมสิบรอบต่อหนึ่งเวท เพราะเวทที่ใช้ตรวจพิษมีมากกว่าสิบหรืออาจจะมากกว่านั้นแต่สรุปคือ…
ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มกินข้าวต้องรอเลทิเซียทำกิจกรรมประจำชีวิตก่อน..แต่พอนึกถึงที่ว่าเลทิเซียเป็เด็กที่ถูกทิ้ง
ั้แ่นั้นพวกเราก็ไม่เจอข่าวคราวของผู้กล้าคนไหนเลยทำให้ความโกรธลดลงหลายส่วน อาจจะระแวงโดยสัญชาตญาณเพราะเคยถูกทิ้งละมั้ง
แต่ว่าการแอบออกไปข้างนอกตอนกลางดึกต้องมีสั่งสอนซะบ้าง! ข้าไปยืนดักอยู่ทางเข้าหลังคฤหาสน์ไม่มีทางที่เลทิเซียจะเข้ามาแบบตรงๆ แน่
และก็เป็อย่างที่คาด!เลทิเซียปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเลวี่จากด้านประตูหลังคฤหาสน์สายตาข้าจึงจดจ้องไปที่เลทิเซีย
“ไปไหนมา!!!”
ดูเหมือนเธอจะกลัวข้ามากจึงหัวหดทันทีส่งเสียง “เอ่อ..” ออกมาซะหมดท่าเลย.. อืม.. น่าสงสารเกินไปแล้ว!
แต่.. แต่ข้าเป็แม่! ต้องตักเตือนซะบ้าง!
ใช่ ต้องตักเตือนให้ไม่ทำแบบนี้อีก!
ข้าคิดแบบนั้นสายตาก็เลื่อนไปเห็นฝุ่นเต็มชุดเสื้อผ้าของเลทิเซียกับเลวี่ทำให้ข้าชะงักทันที ฝุ่นเหรอ?
ข้าจ้องเขม็งไปยังเลทิเซียที่ไม่กล้ามองหน้าข้าก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปเห็นผู้หญิงอีกคนที่หลับอยู่ด้านหลังเลทิเซีย
ข้ามั่นใจว่าปากตัวเองเปิดออกอยู่ในตอนนี้แถมใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นยังบวมตุ๊บป่องอีกด้วย..
ท่านเทพา ซิลเวีย!บุตรสาวคนที่สองของท่านเทพสูงสุดผู้มีสิทธิ์ขาดบนโลกแห่งเทพ!
นะ.. นี่มันเื่อะไรกันหรือว่าเด็กสองคนนี้ไปที่หอคอยพระเ้ามา.. ด้วยความสงสัยข้าเลยพูดขึ้น
“พวกเ้า…”
แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าถ้าจะไล่ให้เลทิเซียกลับเข้าห้องก็เหมือนว่าเธอพ้นผิดแล้ว มันจะดูแปลกๆในฐานะคุณแม่อย่างข้านะ
แต่ถ้ายอกให้รออยู่ตรงนี้ยิ่งสร้างความกดดันให้กับเลทิเซียกว่าเดิมเพราะเด็กคนนี้เป็คนคิดเป็ตุเป็ตะซะด้วยสิ
แถมถ้ารอนานไปกลับมาบ่นมันก็เหมือนหนังขาดตอน..ข้าควรทำยังไงดี.. ทำยังไงดี แต่ก็ต้องมีเื่ไปตรวจสอบด้วยสิ…
อ๊ากกกก … อ๊ะ.. จริงสิมีวิธีนั่นอยู่ดีน่า ข้าพึ่งนึกขึ้นได้เพราะพลังข้าไม่ถูกผนึกในฐานะเทพ
ใช่ เวลาเอ๋ยจงหยุด!
และในพริบตานั้นเองเวลาก็หยุดเดินลง..ใช่แล้ว วิธีนี้จะไม่เป็ปัญหาอะไรเพราะเวลาไม่เดินยังไงล่ะ
ข้าเป็แม่ที่ดีแล้วนะไม่สร้างความกดดันให้ลูก! แต่นี่ไม่ใช่เวลามาพูดแบบนี้นี่น่า!
ข้ามุ่งตรงไปทางหอคอยพระเ้าด้วยความเร็วสูง ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงแม้ที่นี่จะตั้งอยู่สุดขอบของชายแดนประเทศ
แต่อาณาจักรอาเดฟไม่ใช่อาณาจักรเล็กๆ ดังนั้นมันจึงอยู่ไกลหลายพันกิโลเมตรเลยทีเดียวแต่ระยะทางไม่เป็ปัญหาสำหรับข้า
ข้ามองไปยังภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง..เป็ภาพของหอคอยที่เหมือนพุ่งเจอกับภัยพิบัติทางธรรมชาติมา
แสดงว่าที่ข้ารู้สึกเมื่อกี้คือฝีมือของเลทิเซียกับเลวี่..?ข้าจำได้ว่าตอนข้าเล่าเื่นี้ให้ลูเซียโน่ฟัง
เลวี่กับเลทิเซียก็อยู่ด้วยแต่เลวี่ก็เอาแต่จ้องเลทิเซียตอนหลับแถมยังแอบนัวเนียหน้าของเลทิเซียไม่หยุดด้วย
ทางฝั่งเลทิเซียก็หลับเป็ตาย..แต่ไม่คิดว่าพวกเธอทั้งสองจะใส่ใจเื่ของข้า.. และที่ทำแบบนี้ก็เพราะข้า…
อีกอย่าง เพราะว่าทำลายหอคอยพระเ้าท่านเทพสูงสุดเลยส่งเทพา ซิลเวียมาสินะ!
แต่ทั้งสองเพื่อช่วยไม่ให้ข้าไปโลกแห่งเทพเลยสู้กับเทพา(ความซวย) ซิลเวียจนทำให้เธอพ่ายแพ้
อืม..ถ้าเป็สองพี่น้องคงทำได้ไม่ยากละมั้ง ถึงจะดูเป็ไปไม่ได้และแทบเป็ไปไม่ได้เลยแต่ก็ไม่มีเหตุผลอื่นมารองรับนี่น่า
แถมยังเก็บความเป็ไปได้อื่นมาโดยการจับตัวท่านซิลเวียมาด้วย ถ้าหากท่านเทพสูงสุดยังดึงดันที่จะไม่ยอมแพ้ถ้าแบบนั้นก็สามารถนำเอาท่านซิลเวียมาขู่ได้
ลูกสาวข้ามองขาดจริงๆ! ถึงกับวางแผนขนาดนี้เพื่อข้า…
ข้ารู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล..ต่อให้นั่นจะเป็ท่านเทพสูงสุดก็ตาม.. แต่ลูกสาวทั้งสองทำเพื่อข้าขนาดนี้..ไม่มีทางที่ข้าจะหักหลังความตั้งใจของเด็กๆ
ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านเทพสูงสุดโลกแห่งเทพ.. ข้าขอโทษข้าเลือกที่จะอยู่ข้างลูกสาวตัวเอง แทนที่จะไปเข้าข้างโลกที่บังคับให้ข้าไปแต่งงานกับคนอื่น!
ข้ากำหมัดเบาๆ ..สิ่งที่ต้องทำก็คือการสานต่อแผนของลูกสาวทั้งสองให้สมบูรณ์ลบความทรงจำท่านเทพซิลเวียทำให้ท่านเทพซิลเวียเห็นเลทิเซียกับเลวี่สำคัญกับตัวเองมากๆ
และจะเป็ประโยชน์ในภายหลัง!
หากท่านเทพสูงสุดไม่ยอมแพ้ข้าจะเอาท่านเทพซิลเวียข่มขู่ท่านซะเลย!หึๆ
◆◇◆
(บนโลกแห่งเทพ)
หญิงชรากำลังจัดงานเลี้ยงใหญ่โต…พร้อมกับมีเสียงไชโยโห่ร้องไปทั่วงานเลี้ยงว่า
“ฉลองแด่งานแต่งของบุตรสาวของที่หนึ่งของท่านเทพสูงสุด”
ใช่..สรุปคือเลเวียเข้าใจผิดไปเองว่าจะถูกจับไปแต่งงาน.. เพราะมันคืองานฉลองงานแต่งของพี่สาวซิลเวียเท่านั้นเอง…
…..
….
…
อะไรนะ?