ทางด้านอีเฟิงที่เข้าไปขวางหมาป่าที่กำลังกระโจนเข้ามาหาคนเป็ลูกน้องของตนนั้นก็ได้ ยิงปืนเข้าไปยังจุดตายของเ้าหมาป่าทันทีทำให้เืของมันได้สาดกระจายมาโดนใบหน้าและลำตัวเขาอย่างจัง หากใครได้มาเห็นสภาพเขาในยามนี้ต้องคิดว่าเขาได้รับาเ็หนักเป็แน่
“ขอบคุณครับท่าน” นายทหารผู้ซึ่งได้รับการช่วยเหลือกล่าวขอบคุณกับอี้เฟิงพร้อมกับทำความเคารพไปด้วย
“ต่อไปก็ระวังตัวด้วยนายกำลังจะมีครอบครัวต้องนึกถึงคนที่คอยอยู่ข้างหลังให้มาก” อี้เฟิงพูดขึ้นพร้อมกับตบไหล่ลูกน้องของตนเบาๆ
เช้าวันต่อมาหิมะก็ยังคงตกอยู่อย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าจะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ คนบ้านซูก็ต่างใช้ชีวิตของตนด้วยความปกติสุข ไม่ได้รับรู้เื่ราวภายนอกใดๆ คงจะมีก็แต่เพียงผู้เป็ย่าอย่างเย่วจินที่นั่งเหม่อเป็พักๆ
“คุณย่าเป็อะไรค่ะ” ซินซินตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะต้องถามผู้เป็ย่า เพราะเธอสังเกตเห็นผู้เป็ย่านั่งถอนหายใจมาพักใหญ่แล้ว
“ย่าไม่เป็ไหร่จ้ะหลานรัก เดี๋ยวสักพักก็ดีขึ้นหลานไม่ต้องเป็ห่วงนะลูก” ผู้เป็ย่าก็ตอบหลานตัวน้อยของตนพร้อมกับลูบหัวของเ้าตัวน้อยที่ทำทรงผมซาลาเปาคู่ไปด้วย
่สายของวันคนบ้านซูก็ได้มีคนมาเยือนถึงบ้าน คนที่มานั้นก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหนแต่เป็ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้ากองพลน้อย
“สวัสดีครับคุณลุงทั้งสอง ไม่ทราบว่ามีเื่อะไรถึงมาที่บ้านผมกันครับ” จินเป่าถามขึ้นขณะที่เชิญคนทั้งสองเข้ามาในบ้านของตนแล้ว
“ลุงจะมาแจ้งให้ไปช่วยกันตามหาหลงเย่กับหลงเหวินน่ะจินเป่า ทั้งสองเข้าป่าไปเมื่อสองวันก่อนแล้วก็หายตัวไปยังไม่กลับบ้าน ตอนนี้ลุงก็ได้เกณฑ์เหล่าชายหนุ่มในหมู่บ้านมาพร้อมกันได้สิบคนเพื่อที่จะออกตามหา ลุงก็เลยมาตามหลานด้วย” มู่อันพูดกับจินเป่า
“ถ้าอย่างนั้นลุงรอผมสักประเดี๋ยวนะครับ ผมขอไปเตรียมตัวก่อน” จินเป่าบอกกับผู้าุโทั้งสองก่อนที่จะเขาจะไปเตรียมอาวุธและแต่งตัวใหม่
“พ่อจ๋า เอาจิวจิวไปด้วยนะจ๊ะ พ่อต้องเชื่อจิวจิวนะจ๊ะ” เ้าตัวน้อยเดินเข้ามาหาพร้อมกับอุ้มเพื่อนรักของตนส่งให้ผู้เป็พ่อด้วย
“ครับลูก พ่อจะฟังจิวจิวทุกอย่าง” จินเป่ารับจิวจิวขึ้นมาวางบนบ่าของเขาเพราะเขารู้ว่าจะไม่มีใครเห็นเ้าตัวเล็กนี้ได้นอกจากเขาเท่านั้น
“ซินซินไม่ต้องห่วง จิวจิวจะดูแลพ่อเองไว้ใจจิวจิวได้เลย” เ้าตัวเล็กก็ยืดอกของตนขึ้นเพื่อแสดงความมั่นใจให้กับเพื่อนรัก
“ระวังตัวนะคะทั้งสองคนเลย”
“ครับลูกสาว” จินเป่าก็อุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมากอดไว้ เขากำลังจะเดินไปข้างนอกก็เจอเข้ากับภรรยาและลูกชายของตนเข้าพอดี
“คุณคะ พ่อครับ ระวังตัวด้วยนะคะ/ครับ” ภรรยาและลูกชายต่างก็พูดกับเขาพร้อมๆ กัน ทางด้านจินเป่าเมื่อได้เห็นถึงความเป็ห่วงและความรักของภรรยาและลูกก็รู้สึกอิ่มเอิบใจ
“รับทราบครับผม พ่อจะกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน ซ่านซ่านเป็ลูกผู้ชายต้องดูแลทุกคนให้ดีนะลูก” จินเป่าตอบรับคำของผู้เป็ภรรยาและลูกชายพร้อมลูบหัวเล็กๆของลูกชายไปด้วย
เมื่อเขาเดินออกมาสมทบกับผู้าุโทั้งสอง และได้วางลูกสาวตัวน้อยลงยืนแล้ว เขาก็เดินออกจากบ้านเพื่อไปสมทบกับคนที่อยู่ด้านนอกทันที
“กว่าจะออกมาได้พวกเราที่ยืนรออยู่ก็แทบจะแข็งตายอยู่แล้วไม่รู้ทำอะไรหนักหนาช้าเสียจริง”เสียงของหลงเทียนผู้เป็พี่ชายต่างมารดาพูดแขวะ
“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะไปนี่ครับถ้าไม่ติดว่าลุงผูู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้ากองพลมาตามผมด้วยตัวเองผมก็ไม่อยากจะมาเสียเวลาตามหาคนที่ไม่เกี่ยวข้องกัน” จินเป่าเองก็หาได้ยอมให้ใครมาว่าตนเองได้ฝ่ายเดียว
“เอาล่ะอาเทียนนายก็พูดให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ ถ้าจินเป่าไม่ไปด้วยใครจะมีความสามารถมาแกะรอยคนที่เข้าไปในป่ากัน ความสามารถไม่มียังจะมาแขวะเขาอีก” มู่อี้ก็พูดห้ามปรามลูกชายคนโตของบ้านหลง
อากาศก็หนาวถึึงเพียงนี้แทนที่จะได้ซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มอุ่นๆ กลับต้องออกมาตามหาคนซะอย่างนั้นแล้วไอ้คนบ้านหลงนี้มันเป็อย่างไรกัน อยู่บ้านอยู่ช่องเฉยๆกันไม่เป็หรือไงถึงต้อง ออกมาแส่เข้าป่าในวันที่หิมะตกหนัก
“หลงเทียนแล้วทำไมน้องชายของนายทั้งสองคนถึงต้องมาเข้าป่าในวันที่หิมะตก และอากาศหนาวอย่างนี้กัน” หัวหน้ากองพลน้อยถามขึ้นด้วยความสงสัย ซึ่งมันเป็คำถามที่ใครหลายคนตรงนี้ก็อยากรู้เช่นกัน
“กะก็เ้าสองคนอยากเข้าไปตามหาหมูป่าที่เจียว เจียวเจอเมื่อวันก่อนนะครับ เพราะที่บ้านเริ่มจะไม่มีอาหารแล้ว” ฝ่ายหลงเทียนก็ตอบคำถามขึ้นมาอย่างอึกๆอักๆ แท้จริงแล้วเ้าน้องโง่ทั้งสองของเขาหนีไปอยู่บ้านเมียของน้องชายคนรอง
เพราะพวกมันไปติดหนี้พนันพวกในบ่อนเอาไว้ด้วยเงินก้อนโต เขาและคนทางบ้านจึงต้องวางแผนกันขึ้นมา ว่าทั้งสองเข้าป่าและหายตัวไป เพื่อที่ว่าเ้าหนี้จะได้ตามหาตัวคนทั้งสองไม่พบ
เขาซึ่งเป็พี่ใหญ่จึงต้องมารับหน้าที่จอมปลอมในการตามหาน้องทั้งสอง แทนที่จะได้นอนซุกตัวให้คลายหนาวกลับจะต้องมาตากหิมะเสียได้
ทั้งหมดเดินเข้าไปในป่าจินเป่าเองก็พยายามสอดส่องหารอยเท้า ตามพื้นหิมะ ก็ไม่เห็นร่องรอยใดๆ เขาคิดว่ามันจะต้องมีเื่ไม่ชอบมาพากลเป็แน่ เพราะจิวจิวก็ได้สื่อสาร กับเหล่าต้นไม้ในป่าและคำตอบที่ได้จากเหล่าต้นไม้ทั้งหลายก็บอกว่าไม่เห็นมีใครเข้ามาในป่าเช่นกัน
จินเป่าจึงได้ลอบมองท่าทางของหลงเทียน เขาก็เห็นว่าหลงเทียน ไม่ได้มีท่าทางร้อนรนหรือห่วงใยในตัวผู้เป็น้องชายทั้งสองเลยสักนิด ท่าทางของหลงเทียนเหมือนกับว่าทำเป็เดินตามหาอย่างแกนๆตามชาวบ้านคนอื่นไปเพียงเท่านั้น
“ผู้ใหญ่กับหัวหน้าผมว่าเราคงหาไม่เจอกันแล้วละครับนี่ก็ใกล้จจะเข้าเขตป่าลึกแล้ว หากยังเดินต่อไปพวกเราเองก็อาจจะเกิดอันตรายเอาได้ ผมว่ารอให้หิมะหยุดตกค่อยออกมาหากันใหม่เถอะครับ” จินเป่าพูดขึ้นเพราะเขาเห็นว่าหากเดินต่อไปพวกเขาย่อมที่จะเสี่ยงไปด้วยอย่างแน่นอน
ทางด้านผู้าุโทั้งสองเองและเหล่าชายฉกรรจ์ที่ออกมาช่วยกันตามหาก็ต่างเห็นด้วยกับความคิดของจินเป่า
“แต่นี้ยังไม่เจอเลยนะ หากเรากลับไปแล้วสองคนนั้น้าความช่วยเหลือจะทำอย่างไร” หลงเทียนก็รีบสวมบทบาทพี่ชายผู้รักน้องห่วงน้องขึ้นมาทันที แต่แววตาหาได้มีความจริงใจไม่
“นายก็เห็นว่าตอนนี้อากาศก็เริ่มเย็นลงแล้วและหิมะก็ตกลงมามากขึ้น ทุกคนเขาก็พยายามช่วยกันตามหาอย่างสุดความสามารถแล้ว นายเองก็ต้องยอมรับ นายจะทำให้ทุกคนมาเดือดร้อนกับคนของบ้านนายเพียงสองคนไม่ได้หรอก ทุกชีวิตตรงนี้เขาก็ต่างมีครอบครัวมีลูกมีเมียเหมือนกัน หากนายห่วงน้องก็ไปลากเอาคนที่บ้านมาตามหาเองก็แล้วกัน” หัวหน้ากองพลน้อยพูดขึ้น
ทุกคนเมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้ากองพลน้อยพูด ก็ต่างปรบมือด้วยความชอบใจ แล้วพวกเขาก็เดินออกจากป่าภายใต้การนำของจินเป่าเช่นเดิม
เมื่อทุกคนออกมาได้แล้วก็ต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง ทางด้านจินเป่าเมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านเขาก็ได้เคาะเรียกให้คนด้านในมาเปิดประตูให้ เมื่อเห็นว่าผู้เป็ภรรยาเป็คนเดินมาเปิดประตูเขาก็เดินเข้าไปกอดทันที โดยไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าลูกชายและลูกสาวได้เดินตามผู้เป็แม่ออกมาด้วย
“คิกคิก พี่ชายซินซินจะได้มีน้องแล้ว” เสียงหัวเราะจากเ้าตัวเล็กพร้อมกับเสียงพูดได้ดังมาเข้าหูของผู้เป็พ่อและแม่ที่ตอนนี้มีแต่โลกของสองคนไปแล้ว เมื่อทั้งคู่ได้ยินก็ผละออกจากกันพร้อมใบหน้าที่แดงกล่ำของคนทั้งคู่
“มานี่เลยเ้าตัวแสบ ตัวเล็กแค่นี้ก็มาแกล้งพ่อกับแม่ของตนแล้ว ไม่ได้ดูอย่างพี่ชายเลย พี่ออกจะเรียบร้อย” เสียงผู้เป็ย่าเดินออกมาได้ยินและเห็นเข้าพอดีจึงพูดตักเตือนหลานสาวพร้อมกับปั้นหน้าดุ
“คุณย่าขาอย่าทำหน้าอย่างนั้นนะคะเดี๋ยวหมดสวยกันพอดี” เ้าตัวน้อยก็หาได้เกรงกลัวผู้เป็ย่าไม่ตรงกันข้ามกับพาตัวเล็กๆ ของตนจูงมือกับพี่ชายเข้าไปคลอเคลียผู้เป็ย่าไม่ห่าง
ทำให้พ่อแม่ที่ได้เห็นการกระทำของเ้าตัวน้อยได้แต่อมยิ้มกับภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ
ตอนนี้ก็ได้เวลาทานอาหารเย็นกันแล้ว ครอบครัวซูก็พากันมากินข้าวพร้อมพร้อมตากันเหมือนเดิม เมื่อจบมื้ออาหารของวันนี้ ทุกคนก็ได้ย้ายตัวเองมาที่ห้องโถงของบ้านซึ่งไฟในเตาผิงก็ติดไว้อยู่ตลอด
“ผมว่าเื่ที่คนบ้านหลงสองคนนั้นหายตัวไปมันแปลกๆ เพราะเท่าที่ผมสังเกตอาการของหลงเทียนเขาดูไม่ได้มีท่าทางว่าจะเป็ห่วงสองคนนั้นสักเท่าไหร่เลยครับ” จินเป่าก็ได้พูดในสิ่งที่เขาสงสัยออกมาให้คนในบ้านฟัง
“เื่ของเขาเถอะลูก เราก็ถือว่าวันนี้เราได้ไปช่วยแล้วจะจริงหรือไม่จริงมันก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้วล่ะ จินเป่าพรุ่งนี้หลังจากลูกเอาของไปส่งให้เถ้าแก่จางแล้ว ลูกแวะไปหาตากับยายที่บ้านด้วยนะเอาของไปให้กับทั้งสองด้วย เผื่อครอบครัวของลุงด้วย พวกเขาเองก็ช่วยเราไว้เยอะ” เยว่จินบอกกับลูกชายของตน
“ครับแม่เดี๋ยวผมจะแวะไปหาตากับยายที่บ้านพักในโรงถ่านหินก่อนแล้วค่อยแวะมาหาลุงที่โรงเหมืองแร่ ผมอยากให้ตากับยายออกจากงานแล้วมาอยู่กับเราจังครับท่านทั้งสองก็อายุมากแล้ว และบ้านเราก็ไม่ได้ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นลูกก็ลองพูดกับท่านทั้งสองดูแล้วกัน พรุ่งนี้เ้าตัวเล็กจะไปด้วยหรือเปล่า” เยว่จินก็บอกกับลูกชายเพราะเธอก็อยากจะให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยเช่นกัน
“ผมไม่อยากให้ไปครับแต่เ้าตัวเขาไม่ยอมเพราะเขาไม่อยากให้ผมแบกของหนัก” จินเป่าตอบผู้เป็แม่พร้อมกับลูบหัวของลูกสาวที่นอนหลับบนตักของตนไปแล้ว ส่วนเ้าลูกชายเองก็ได้เอาหัวเล็กๆวางบนตักแม่ของตนแล้วก็หลับไปเหมือนกับน้องเช่นเดียวกัน