“นายท่านนน อั่ก!” เอ้อถงนั่งพิงด้านหลังของประตูเอ่ยเรียกนายด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ก่อนหน้าที่นายท่านจะมาเพียงสองเค่อ มีผู้บุกรุกเข้ามาชิงตัวสตรีงดงามออกไปแล้ว เขาและอู่ถงสู้จนสุดแรงแม้วรยุทธ์จะสูงส่ง แต่ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่าจึงเกิดเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย เขาเห็นพวกมันใช้ผ้าห่มพันร่างบอบบางของชิงเซียนแล้วอุ้มหนีไป หนึ่งคนปางตายนั่งรอนายท่าน อีกหนึ่งคนเจ็บหนักแต่ยังคงเฝ้าติดตามคนกลุ่มนั้น
ฟานอวี้ถงใบหน้าเคร่งเครียด เขาเดินไปนั่งลงข้างๆ เอ้อถงหยิบสมุนไพรกำหนดลมปราณใส่ปากให้ผู้บาดเจ็บไปหนึ่งเม็ด ก่อนจะถ่ายพลังปราณรักษาบาดแผลเพื่อให้อีกฝ่ายได้คลายความเจ็บพร้อมกับเอ่ยถาม “ผู้ใด”
เอ้อถงมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อร่างกายถูกรักษาอย่างรวดเร็ว เขานั่งหลังตรงตอบคำถาม “ข้าไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด” ยกมือชี้ไปยังวังหลวง “แต่นางถูกอุ้มหายไปในนั้นเมื่อหนึ่งเค่อที่ผ่านมาขอรับ”
เจ้าของบ้านยืนขึ้นพร้อมครุ่นคิดไปถึงศัตรู แต่ในแคว้นฉินนี้ตัวเขาผู้เป็นเพียงหมอดู จะไปมีเรื่องกับผู้ใดได้ ‘ผู้ใดกันนะที่ทำเช่นนี้’ “อู่ถงเล่า”
“บาดเจ็บสาหัสแต่ยังลอบตามเข้าไปด้านใน ทิ้งให้ข้าอยู่รายงานนายท่านขอรับ” เอ้อถงผู้ถูกรักษาด้วยสมุนไพรขั้นเมื่อสูงยืนขึ้นได้จึงตอบ ใจนึกทึ่งกับอาการของตนเองที่หายขาดในพริบตาทั้งที่เมื่อครู่นั้นบาดเจ็บปางตาย
“เช่นนั้นรึ” ตาคมมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด รถม้าสัมภาระยังคงอีกนานกว่าจะมาถึงแคว้นฉิน แต่นั่นหาได้มีเรื่องใดสำคัญเท่ากับการไปสืบหาว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ลักพาสตรีที่รักของเขาไป “ข้าจะเข้าวังอีกครั้ง” พรึ่บ!! ฟานอวี้ถงเปลี่ยนร่างเป็นแมวสีดำตัวอ้วน เขามองเอ้อถงที่ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าอยู่เฝ้าบ้านและทำความสะอาดให้หมด...ข้าไปเพียงหนึ่งชั่วยามกลับมาถึงทุกอย่างต้องแล้วเสร็จ เข้าใจหรือไม่” สั่งในร่างแมว
“ขะ ขอรับ” เอ้อถงผงกหัวใส่แมวพูดได้? ก่อนจะมองตามสัตว์ร่างอ้วนตัวนั้นกระโดดหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ‘หากเป็นคนเผ่ามารแล้วดีเช่นนี้ ข้าก็อยากจะเป็นด้วยนะขอรับนายท่าน’
ตำหนักฉู่เช่อ
“พาสตรีน่ารังเกียจมาแล้วรึ”
“ขอรับ”
“หึ ใครใช้ให้มันไปอยู่ใกล้บุรุษของข้ากันล่ะ” ฉินเว่ยหรงลุกจากที่นอนได้ก็เดินตรงมาใส่ชุดคลุมที่บ่าวรับใช้ชายเตรียมเอาไว้ เขามองใบหน้าของบ่าวชายอย่างพอใจแน่นอนว่าแม้อีกฝ่ายจะหวาดกลัวแต่ด้วยเบี้ยหวัดที่จ่ายให้นั้นมากมายจนใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมดดังเช่นบ่าวชายทุกคนที่ต้องอยู่ที่นี่เพื่อเอาใจเขา ปรนเปรอรสสวาทให้เขาไม่ต่างจากคนรักในอดีตที่หักหลังไปสมรสกับสตรีจนเขาต้องจับมันมาทรมาน “หยวนไท่เป็นยังไง” ถามองครักษ์แต่ตัวเองกลับลูบไล้เนื้อตัวของบ่าวชายไม่หยุด
“หมอหลวงทายาให้แล้วขอรับ ตอนนี้หลับไปเพราะความอ่อนเพลีย” จากการถูกมัดแล้วฟาดวันละสิบครั้ง ด้วยคำสั่งของท่านอ๋องสาม ‘ห้ามให้มันตาย มันต้องชดใช้ที่หักหลังข้า’
“ก็ดี อีกเดี๋ยวข้าจะลงไปดูหน้าสตรีไร้ยางอายที่กล้าเข้าไปนอนในห้องฟานอวี้ถงของข้า” เม้มปากอย่างขัดใจก่อนจะปลดชุดคลุมออกจากายขาวซีดของตนเองและสั่งองครักษ์ “ออกไปก่อน”
“ขอรับ” ผู้ถูกสั่งเดินออกจากห้องบรรทมนั้นอย่างรวดเร็วเพราะรู้อยู่แล้วว่าด้านในจะเกิดสิ่งใดเหมือนเช่นบุรุษทั้งตำหนักนี้เคยเสพสมกับอ๋องสาม กระทำเพราะถูกบังคับ อ๋องสามเป็นต้วนซิ่วที่มักมากในกาม บ่าวชายทั้งตำหนักและองครักษ์นับร้อยรวมทั้งเขาเองคอยวนเวียนปรนเปรอความใคร่ให้อีกฝ่ายมานานนับสิบปี
สาเหตุที่ท่านอ๋องผอมบางขาวซีดนั้นก็มาจากการร่วมรักแบบไม่สนวันสนคืน โรคร้ายที่กล่าวกับหมอดูรูปงามที่ท่านอ๋องหมายตานั้นก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เพราะอยากใกล้ชิดจึงแกล้งป่วยไข้ อ่อนแอ บุรุษน่ารังเกียจเช่นนี้หากมิเป็นอนุชาคนโปรดของฮ่องเต้มีหรือผู้ใดจะอยากเกี่ยวข้อง ผู้บ่นในใจส่ายหัวไปมาเมื่อนึกถึงสตรีงดงามล่มเมืองผู้นั้น ‘ท่านหมอดูคงจะไม่รู้ว่าฮูหยินของตนนั้นถูกผู้ใดลักพาตัวไป’ แน่ล่ะท่านหมอฟานมิใช่ผู้ฝึกยุทธ์คงไม่รู้แน่
แมวน้อยตัวอ้วนนั่งอยู่บนต้นไม้มองกิจกรรมอันสุดแสนจะน่ารังเกียจของอ๋องสามกับบ่าวชายผ่านทางหน้าต่าง เสียงครางสุขสมทำให้สัตว์สี่ขาน่ารักทนไม่ไหวต้องกระโดดลงจากต้นไม้ติดตามองครักษ์ผู้นั้นไปติดๆ เรื่องอ๋องสามเป็นต้วนซิ่วเขาเองก็เคยสงสัยแต่ไม่ได้สนใจเพราะมันหาได้เกี่ยวกับเขาจนถึงตอนนี้ ตอนที่สตรีของเขาหายไป กับการกระทำที่ชอบจับมือถือแขนเขาบ่อยๆ ไหนจะเมื่อครู่อ๋องสามกล่าวว่าพาสตรีน่ารังเกียจมาแล้ว? หรือสตรีนางนั้นอาจจะเป็นชิงเซียนก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าเขาก็ถูกอ๋องสามหมายตา สัตว์ตัวอ้วนเดินผ่านบ่าวมากมายที่ล้วนเป็นชาย เสียงซุบซิบกันดังแว่วเข้าหูมาประจวบกับองครักษ์ผู้นั้นหยุดเดินตรงหน้าประตูห้อง ห้องหนึ่ง หน้าห้องนั้นมีทหารยามยืนเฝ้าอยู่
“นางตื่นรึยัง” องครักษ์
“ยังขอรับ” ทหารยามก้มหน้าตอบ
“เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางหลับไปก่อน กว่าท่านอ๋องจะมาดูนางคงจะอีกครึ่งชั่วยาม”
“ขอรับ”
องครักษ์ผู้นั้นเดินออกไปด้านหลังเพื่อพักผ่อนเช่นกัน เวลาหฤหรรษ์ของท่านอ๋องคือเวลาว่างของพวกเขาที่เหลือ แม้บุรุษหลายคนในตำหนักนี้ต่างมีฮูหยิน แต่เพราะความยากจนทำให้ต้องทนอยู่เพื่อขายเรือนร่างแม้เป็นฝ่ายกระทำมันก็ยังมิใช่เรื่องดีนัก ไม่เหมือนคนรักเก่าของท่านอ๋องผู้นั้นที่อยู่ไปก็เหมือนตาย ‘ในห้องอับๆ ห้องหนึ่ง’
แมวอ้วนยืนมองทหารยามที่เฝ้าห้องของสตรีที่ถูกจับมา กลิ่นเลือดจางๆ ทำให้ต้องเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จะว่าเป็นกลิ่นเลือดจากคนในห้องนั้นก็ไม่น่าจะใช่เพราะมันโชยมาตามลม จนเห็นทหารยามผู้นั้นทรุดลงไปกองกับพื้น เสียงหอบหายใจของคนทรงตัวไม่ไหวพิงพักกับประตูหนา รอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คนเดินผ่าน เจ้าของเท้าเล็กทั้งสี่เดินไปจ้องหน้าของทหารยามผู้นั้นชัดๆ เมื่อรู้ว่าทหารคือผู้ใดจึงเอ่ยเรียก “อู่ถง”
เจ้าของนามมองตามเสียงเรียก เขาเห็นสัตว์สี่ขาตัวน้อยขนสีดำจ้องเขาเขม็ง “ข้าคงจะหูฝาด” หอบหายใจอย่างอ่อนแรงเมื่อนึกว่าตนเองเพิ่งได้ยินเสียงนายท่าน ความเจ็บปวดรุมเร้าและรู้ว่าตนคงทนไม่ไหวสิ้นใจก่อนที่นายท่านจะมาเป็นแน่เขาจึงรำพันออกมาเบาๆ “ฝากเจ้าไปบอกนายท่านด้วยว่าฮูหยินนอนอยู่ในนี้ ข้าหมดแรงแล้ว” แฮ่กๆๆๆ ลมหายใจอู่ถงเริ่มขาดห้วง ก่อนหน้านั้นเขาถูกลูกธนูมากกว่าสิบดอกยิงจนร่างเกือบจะพรุ่นแต่ด้วยหน้าที่นั้นใหญ่หลวงเขาจึงต้องดั้นด้นมาที่นี่และปลอมตัวเป็นทหารยามยืนเฝ้าห้อง
“ข้ารู้แล้ว”