“ครับคุณลุง”
นายเดชาเหลือบสายตามองหน้าของคนที่รับคำหนักแน่นนั้นแล้วก็ได้พบแต่ความซื่อสัตย์กตัญญูรู้คุณและอ่อนน้อมถ่อมตน บุตรชายของเขาเองต่างหากที่เืร้อน เอาแต่ใจและไม่ฟังเหตุผลของใคร เขาเองในครั้งนั้นก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเกิดเหตุการณ์รักสามเส้าขึ้นในบ้าน อีกทั้งชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นก็เป็ลูกพี่ลูกน้องกันแต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเองทำถูกแล้ว เขาเรียกคนกลางอย่างพิมพิกามาสอบถามตามลำพังถึงการตัดสินใจและเมื่อเธอยืนยันว่าเลือกเด่นดนัย แล้วจะให้เขาทำอย่างไร
“เด่นคิดว่าเด่นพอจะทำให้ลุงได้ใช่ไหม”
“ครับ”
“ลุงคิดว่าป่านนี้ใจของเ้านั้นคงจะเย็นลงบ้างแล้ว เขาคงจะยอมฟังเหตุผลอะไรจากลุงบ้าง”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เป็อะไรไปหรือเปล่าคะพี่เด่น”
พิมพิกาที่ออกมายืนรอสามีอยู่ที่หน้าบ้านเอ่ยถามเมื่อเห็นเขากลับจากตึกใหญ่มาด้วยสีหน้าบ่งบอกว่ากำลังมีเื่ที่ไม่สบายใจอย่างหนัก
เด่นดนัยยังไม่ตอบซะทีเดียว เขาโอบไหล่ภรรยาสาวเข้ามาแล้วจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆก่อนประคองพากลับเข้าไปนั่งลงบนโซฟาในห้องที่เป็ทั้งห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นไปในตัว
“เป็ไงบ้าง ยังแพ้อยู่หรือเปล่า”
เขาถามอ่อนโยนขณะมือข้างหนึ่งลูบอยู่บนหน้าท้องที่เคยแบนราบของเธอ แต่บัดนี้กลับนูนป่องขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว
“โธ่ พี่เด่นคะ พิมท้องจะห้าเดือนแล้วนะ”
พิมพิกากล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน มีความสุขกับการดูแลเอาใจใส่ของสามี
“พี่เคยได้ยินว่าบางรายแพ้ไปจนถึงคลอดเลยก็มีน่ะ”
เด่นดนัยเถียงอย่างไม่ยอมจนมุมง่ายๆทำเอาภรรยาสาวถึงกับหัวเราะคิก
“แต่ไม่ใช่พิมหรอกคะ ป้ากล้วยบอกว่าคนเราจะมีอาการแพ้ท้องมากๆก็ตอนสองสามเดือนแรกเท่านั้นหลังจากนั้นก็จะค่อยๆเบาบางลงไปและพิมก็เป็อย่างนั้น ขืนแพ้ไปจนคลอดอย่างที่ว่าพิมคงแย่แน่ ดูสิเนี้ย น้ำหนักตัวของพิมยิ่งน้อยกว่าปกติของคนที่ท้องห้าเดือนอยู่ด้วยหมอบอกให้เพิ่มน้ำหนักตัวให้ได้มากกว่านี้ลูกจะได้สมบูรณ์แข็งแรง แต่พิมก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะก่อนหน้านี้ทานอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด”
“อดทนหน่อยนะคะ เพื่อลูกของเรา”
เด่นดนัยจูบแก้มภรรยาสาวอย่างให้กำลังใจ
“แล้วพี่เด่นละคะ พิมเห็นกลับจากเข้าไปหาคุณลุงมาด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนไม่ค่อยสบายใจนักไม่ทราบว่ามีเื่อะไรหรือเปล่า”
พิมพิกาถามถึงสิ่งที่ตนข้องใจอยู่ั้แ่แรก เด่นดนัยสบตากับภรรยาอย่างชั่งใจ ก่อนจะตอบ
“คุณลุงขอร้องให้พี่ช่วยตามหาเดชบดินทร์ให้”
ชื่อของผู้ชายคนนั้นทำให้ความเสียใจเก่าๆที่ตกเป็ตะกอนไปแล้วของพิมพิกาต้องะเืวูบขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่เสียใจเพราะยังมีเยื่อใยรักต่อเขาคนนั้นแต่เสียใจที่เป็สาเหตุให้เขาต้องเ็ปสาหัส
เขารูปงานกว่าเด่นดนัยแถมยังเป็ลูกชายแท้ๆของคุณลุงเดชาอีกด้วย ใครๆรวมทั้งตัวเขาต่างก็มั่นใจว่าเธอจะต้องเลือกเขา มากกว่าเด่นดนัยที่เป็เพียงหลานกำพร้าที่ถูกนำมาเลี้ยงไว้
แต่เธอก็ตัดสินทุกอย่างด้วยความรู้สึกของหัวใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจจะบังคับกันได้ง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยภายนอกใดๆและมันก็มีผลเสียที่ไปทำร้ายจิตใจของเขาเข้าอย่างรุนแรงโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
“แล้วพี่เด่นคิดว่าตัวเองจะทำได้ไหมคะ”
“มันคงจะไม่เกินความพยายามไปหรอก เพียงแต่ก่อนนี้ที่พี่ไม่ได้ออกตามหาก็เพราะคุณลุงได้สั่งห้ามเอาไว้”
“แล้วทำไมตอนนี้ท่านถึงคิดอยากให้ตามหาขึ้นมาละคะ”
“ท่านอายุมากแล้ว แถมต้องมาพิการอย่างนี้ ก็คงจะคิดถึงลูกขึ้นมา”
“น่าสงสารท่านนะคะ”
พิมพิกากล่าวอย่างจริงใจเธอก็มาอยู่ในความอุปการะของนายเดชาเกือบห้าปีก่อนที่จะได้แต่งงานกับเด่นดนัย ดั่งนั้นความเคารพนับถือและสำนึกในบุญคุณของชายชราผู้นั้นก็ย่อมมีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“พิมอย่าคิดอะไรมากเลยนะ พี่กลัวมันจะมีผลกระทบถึงลูกในท้อง”
“ไม่ค่อยจะเห่อเลยนะคะ”
พิมพิกาปรายตาอย่างจะค้อนประชดใส่สามี ซึ่งเขาก็ยิ้มรับคำกล่าวหาของเธออย่างเต็มใจ
“ก็ลูกของพี่ทั้งคนนี่”
“ค่ะ ว่าที่คุณพ่อคนใหม่ แล้วนี่จะทานข้าวเลยหรือเปล่าคะพิมจะได้ไปจัดการให้”
“ฮืม จะจัดเองทำไม นุชไปไหน”
เด่นดนัยรีบห้ามภรรยาก่อนถามถึงสาวใช้เพื่อให้มาทำหน้าที่นั้นแทน เพราะไม่อยากให้ภรรยาที่กำลังท้องกำลังไส้ต้องทำอะไรมากเกินไป
“ก็ให้นุชนั้นแหละเป็คนทำ พิมก็แค่จะเข้าไปดูแลเท่านั้น”
“แล้วไป แล้วนี่ยัยภัสร์กลับมาแล้วเหรอ”
“ยังเลยค่ะ”
“งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เป็การรอยัยภัสร์ไปด้วยในตัวน้องกลับมาแล้วค่อยทานข้าวพร้อมกัน”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สองสามีภรรยานั่งรออยู่จนสองทุ่มกว่า ยัยภัสร์ที่พวกเขาพูดถึงจึงได้โผล่หน้าเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็ระเบียบหน้าตาก็มอมแมมเต็มไปด้วยคราบเหงื่อ เธอคือ พิชชาภัสร์หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีน้องสาวของพิมพิกานั้นเอง
ก่อนหน้านั้นตอนที่พิมพิกาเข้ามาอยู่ในความดูแลของนายเดชาแรกๆเธอผู้นี้ก็ได้อาศัยอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัดจนเมื่อเรียนจบปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฏในจังหวัดแล้วประกอบกับที่พี่สาวได้แต่งงานแล้วแยกบ้านมาอยู่เป็สัดเป็ส่วน เธอก็จึงขอเข้ามาหางานทำในกรุงเทพและขอพักอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งก็เป็เวลาสองปีมาแล้ว
เธอเข้ามาอยู่ในกรุงเทพได้สองปีแล้ว แต่เปลี่ยนงานไปสามสี่ครั้งแล้วเช่นกันเธอไม่ใช่คนหยิบโหย่งหรือเลือกงาน เธอทำได้ทุกอย่างไม่เกี่ยงงาน แต่ติดที่เป็คนโก๊ะๆเพี้ยนๆและไม่ยอมคนเท่านั้นเอง อะไรที่ไม่เห็นด้วยจะค้านหัวชนฝาเลยก็ว่าได้