วันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรก...แต่ความรู้สึกมันค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อเทอมก่อนพอสมควร เพราะพริมาไม่ค่อยจะตื่นเต้นนัก หล่อนเริ่มชินกับโรงเรียนใหม่แล้ว และแน่นอนขึ้น ม.3 พริมาได้อยู่ห้องเดิม...ห้อง 5 สาวน้อยรู้ดีโดยไม่ต้องไปหาชื่อตัวเองให้วุ่นวายตามรายชื่อที่ติดอยู่หน้าห้องอื่น ๆ เพื่อนในห้องเองก็ไม่มีใครเปลี่ยนไปมากนัก เหมือนเด็กห้อง 1 ที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็เด็กชื่อเดิม ๆ ฉลาดยังไงก็ฉลาดหยั่งงั้น ...โง่ยังไงก็โง่หยั่งงั้น!!
แต่หล่อนมีความสุขเพราะแทบไม่ต้องปรับตัวเลย มีแต่ห้อง 2 – 4 นั่นแหละที่รายชื่อนักเรียนจะสลับสับเปลี่ยนห้องกันมั่วไปหมด แต่ที่หล่อนเสียใจคือยามาไปอยู่ห้อง 1 ก็แน่ล่ะเพื่อนหล่อนเรียนเก่งระดับหัวกะทิ จะให้มาจมปลักอยู่กับเด็กห้อง 5 ก็กระไรอยู่ และดูเหมือนเ้าตัวจะรู้ตัวเพราะหล่อนเดินไปดูรายชื่อตัวเองที่ห้อง 1 และยืนสบถเสียงดังอยู่หน้ากระดาน
“ฝากวางกระเป๋าไว้ก่อนนะ เดี๋ยวมา” ยามาเดินมาที่ห้อง 5 หล่อนเอากระเป๋าวางไว้ที่โต๊ะข้าง ๆ พริมาแล้วเดินออกไป รอบตัวดูวุ่นวายไปหมดเพราะตอนนี้เด็กทุกคนเดินตามหาห้องตัวเองและตามหาเพื่อนไปด้วย
“ยามาไม่ได้อยู่ห้องนี้แล้วนี่ แล้วเธอนั่งกับใคร?” ศศิธรสาวหล่อเดินมาทัก ปีนี้หล่อนได้อยู่ห้อง 5 และดูเหมือนเ้าตัวจะชอบใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว
“ไม่รู้เหมือนกัน ฝากกระเป๋าไว้แล้วหายไปเลย” พริมาตอบพลางมองหาเพื่อนรัก ว่าหล่อนเดินหายไปไหน
ได้เวลาเข้าเรียนรอบห้องเริ่มสงบ เด็กส่วนใหญ่หาชื่อและห้องเรียนของตัวเองเจอแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาเข้าห้องแนะนำตัวพร้อมพูดคุยกับเด็กคร่าว ๆ ในภาพรวมของการเรียนในปีนี้
ยามาเดินกลับมาแล้ว หล่อนหย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ พริมา ใช้มือพัดอากาศไล่ความร้อน พริมาเห็นเพื่อนก็เดาได้ว่าน่าจะรีบวิ่งมาจากไหนสักแห่ง แต่ตอนวิ่งกลับมานี้ดูผิดจากตอนวิ่งออกไปลิบลับ ท่าทางของยามานั่งสบายอกสบายใจเป็อย่างมาก พริมาหันไปมองแต่ยังไม่ได้ถามอะไรเพื่อนเพราะอาจารย์กำลังพูดอยู่หน้าห้อง...ถ้าถามอะไรมากตอนนี้คงไม่เหมาะ ศศิธรที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็หันมามองทำหน้าแปลกใจเช่นกัน
“เข้าห้องผิดรึเปล่า ฉันเห็นชื่อแกอยู่ห้อง 1 นะ” ศศิธรอดไม่ได้ต้องถามให้หายสงสัย
“ไม่ผิดหรอก...เปลี่ยนแล้ว” ยามาแก้ให้ หล่อนยังคงยิ้มสบายใจเช่นเดิม เพื่อนในห้องบางคนก็เหมือนจะสังเกตเห็นเช่นกัน แต่เพียงแค่มองไม่ได้ถาม ส่วนอาจารย์ประจำชั้นนั้นไม่ได้ทักอะไร อาจเพราะเพิ่งเปิดเรียนวันแรกอาจารย์เองก็ยังไม่รู้จักนักเรียนในห้องมากนัก
ทั้งหมดเลือกหัวหน้าห้อง และแน่นนอนหัวหน้าห้องก็คือคนเดิม “มาริสา” นั่นเอง หล่อนก็ยังคงอยู่ห้อง 5 และยังคงรักษาตำแหน่งหัวหน้าห้องไว้ได้เช่นเคย ดูเหมือนมาริสาเองก็สังเกตเห็นยามาเช่นกัน หล่อนไม่ทิ้งความสงสัยให้หายไปตามนิสัย หัวหน้าห้องถามดัง ๆ ต่อหน้าเพื่อน ๆ ทุกคน
“ยามา...เธอได้เลื่อนไปอยู่ห้อง 1 นี่นา หรือเธอยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ห้องเดิมแล้ว?” หลายคนไม่อยากให้ทัก เพราะพวกเขาเป็ลูกค้าลอกการบ้านยามา ความจริงที่หลายคนจำได้ว่าใครย้ายออกหรือย้ายเข้าเพราะว่าห้อง 5 มีรายชื่อเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะย้ายออก มีย้ายเข้ามาคนเดียวแค่ศศิธร พริมาไม่แน่ใจว่าศศิธรผลการเรียนแย่ลงจริง...หรือว่าตั้งใจแย่ลงกันแน่?
“อยู่ห้องเดิมนี่แหละ เดี๋ยว่บ่ายค่อยไปเอารายชื่อใหม่” ยามายืนยัน พริมารู้สึกไม่ชอบมาพากลเพื่อนหล่อนหายไปไหนสักที่ พอกลับมาอีกทีก็บอกว่ารายชื่อเปลี่ยนแล้ว...หล่อนไปไหนมา?
ยิ่งเห็นเพื่อน ๆ สงสัยยามายิ่งชอบใจ หล่อนไปเจรจากับ ผ.อ. เด็กสาวไปร้องเรียนว่าหล่อนไม่ได้รับความเป็ธรรม หล่อนเพิ่งย้ายโรงเรียนมาและสภาพจิตใจไม่มั่งคงเพราะปัญหาทางบ้าน ตลอดเทอมที่ผ่านมาหล่อนได้รับการเยียวยาจากเพื่อน ๆ ในห้องจนอาการทางใจดีขึ้นมากแล้ว แล้วนี่ ผ.อ.จะใจร้ายย้ายให้หล่อนต้องไปปรับตัวปรับใจอีกได้อย่างไร เหตุใดถึงไม่ถามความสมัครใจก่อน (ขณะพูดหล่อนบีบน้ำตาไปด้วย...เื่น้ำตาไหลนั้น ยามาสั่งได้) โดยยามาได้รับคำตอบจาก ผ.อ.ว่าหล่อนนั้นเรียนดียิ่งกว่าเด็กห้อง 1 บางคน การที่หล่อนไปอยู่ห้อง 1 นั้นเหมาะสมแล้ว เด็กสาวจึงถกเถียงกับ ผ.อ. ถึงปัญหาการศึกษาไทย ว่าการแบ่งห้องเรียนแยกตามเกรดแบบนี้เป็การไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของนักเรียนอย่างยิ่งเด็กทุกคนมีความฉลาดและความถนัดไม่เหมือนกัน เด็กห้อง 5 บางคนอาจจะเก่งกว่าเด็กห้อง 1 ในบางวิชาด้วยซ้ำ การจะวัดกันแบบนี้มันง่ายเกินไป หล่อนรับไม่ได้ และถ้า ผ.อ.ทำแบบนี้ หล่อนจะเสียใจอาจจะส่งผลให้ผลการเรียนของหล่อนตกต่ำ แทนที่จะเป็ผลดีอย่างที่คิดกลับเป็ผลเสียมากกว่า ยามายังสาธยายอีกยาวเกี่ยวกับการศึกษาของไทย ที่หล่อนไม่เข้าใจและคิดว่าโบราณคร่ำครึ ผ.อ.ฟังหล่อนพูดอยู่ฝ่ายเดียว...เขาได้แต่อ้าปากแต่พูดไม่ทันเด็กสาวแม้แต่น้อย สุดท้ายตัดรำคาญเขาจึงอนุญาตให้หล่อนกลับไปอยู่ห้องเดิมได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามบอกใครเพราะไม่อย่างนั้นจะวุ่นวายมีคนมาร้องเรียนแบบหล่อนกันให้ยุ่งไปหมด ยามาดีใจหล่อนสัญญาว่าจะช่วยอาจารย์ผลักดันเพื่อน ๆ ในห้องให้ทำคะแนนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้า ผ.อ.ให้หล่อนกลับไปอยู่ห้องเดิม จึงเป็อันว่าการเจราประสบความสำเร็จ หล่อนวิ่งกลับไปเข้าห้องตามเดิมด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าตอนมาหลายเท่านัก
“อาจารย์ใส่รายชื่อผิดน่ะสิ ไม่มีอะไรหรอก” ยามาพูดไปยิ้มไปด้วยเห็นว่าเพื่อน ๆ ยังไม่หายสงสัย
“ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เกรดมันวัดคุณค่าของคนไม่ได้หรอก จะอยู่ห้องไหนก็สำคัญทั้งนั้นแหละ แล้วปีนี้ห้อง 5 เราก็ต้องทำคะแนนให้ดีกว่าเดิมกันด้วยนะ จะได้ไม่น้อยหน้าห้องอื่น ๆ” เพื่อน ๆ หลายคน เบ้ปาก...การจะตั้งใจเรียนไม่เคยอยู่ในความคิดพวกเขาเลย เรียน ๆ เล่น ๆ ผ่านมั่งไม่ผ่านมั่งแบบนี้ ก็สบายกันดีอยู่ แต่ถ้าจะให้ถึงขนาดทำคะแนนให้ดีตีคู่หรือดีกว่าห้องอื่น ๆ นั้น มันดูจะกดดันเกินไปผิดสโลแกนห้อง 5 แค่คิดก็เครียดแล้ว
“เอาน่า เดี๋ยวติวให้...ยามาซะอย่างรับรองผ่านทุกคน” หล่อนมองคร่าว ๆ ส่วนใหญ่เพื่อนในห้องก็พวกเดิม ๆ หล่อนรู้จักพวกเขาดีอยู่แล้ว และรู้ว่าใครถนัดอะไรชอบอะไร เผลอ ๆ จะรู้มากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเสียอีก
“ปีหน้าก็ ม.4 แล้วนะ เผื่อใครอาจจะอยากไปเข้าโรงเรียนดัง ๆ ต้องรีบเตรียมตัวซะั้แ่ตอนนี้ พวกเราอยู่ ม.3 ...โต ๆ กันแล้ว คิดถึงอนาคตกันบ้าง” มาริสาเลิกคิ้ว หล่อนงงปกติยามาไม่เคยพูดจาเป็การเป็งานขนาดนี้...หล่อนนั่นแหละตัวอย่างของการเรียน ๆ เล่น ๆ ของแท้ แต่โชคดีที่สมองดีเรียนนิดเดียวก็ทำได้ แต่มาคราวนี้พูดแปลก
“วู้! แกไปโดนตัวอะไรมาวะ?” ศศิธรที่นั่งฟังอยู่นานอดรนทนไม่ได้
“อุตส่าห์ตั้งใจจะมาอยู่ห้อง 5 เผื่อจะเปลี่ยนบรรยากาศ สงสัยจะคิดผิด” สาวหล่อบ่นอุบ...ศศิธรเป็ทอมสายเปย์ ความจริงหล่อนหมายปองสาว ๆ ห้องนี้ไว้หลายคน รวมถึงพริมาด้วยหล่อนก็ชอบ แต่ก็ชอบบรรยากาศของห้องนี้ที่ถึงแม้จะอยู่ห้องท้าย ๆ แต่ความสัมพันธ์ของคนในห้องต่างหากที่น่าสนใจ เทอมที่แล้วก็เลยตั้งใจลดเกรดตัวเองลงนิดหน่อยเพื่อจะได้มาอยู่ห้องที่หล่อนคิดแล้วว่าเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์อย่างที่สุด เหลืออีกตั้งปี เทอมนี้และเทอมหน้าก็ยังไม่สาย เพราะหล่อนไม่ได้คิดจะย้ายไปเรียนโรงเรียนอื่นอยู่แล้ว เด็กเก่าได้รับสิทธิให้เรียนต่อ ม.4 ได้เลยไม่ต้องสอบเข้าแบบเด็กที่มาจากโรงเรียนอื่น แล้วปีหน้าก็เลือกสายที่ถนัด...ปีหน้าค่อยตั้งใจเรียนก็ถือว่ายังไม่สาย
ฝั่งมัธยมปลายแม้จะไม่ได้เปลี่ยนห้องเรียนเหมือนเด็กมัธยมต้น แต่ปีนี้ก็มีเื่ให้ฮือฮาไม่น้อยทีเดียว มีเด็ก ม.5 ย้ายเข้ามาใหม่จากโรงเรียนดังจังหวัดชลบุรีเป็เด็กเรียนดี...ผลคะแนนดีเยี่ยม!!! แต่แค่เรียนดีคงไม่ใช่ประเด็นที่จะสามารถเป็ที่สนใจได้ เพราะเด็กเรียนดีที่โรงเรียนนี้ก็มีเยอะแยะ แต่เป็เพราะเด็กเรียนดี “หน้าตาดีมาก” ต่างหาก
มันไม่ใช่จะหากันได้ง่าย ๆ ที่จะมีนักเรียนที่เรียนดีด้วยและหน้าตาดีด้วย แต่นพคุณ เปรมปิติพิพัฒน์ มีทั้งสองอย่าง ข่าวสารในยุคดิจิตัลสามารถส่งกันไปได้ไกลข้ามตึกในชั่วพริบตา เพราะไม่ใช่แค่ดังตึกฝั่งมัธยมปลายเท่านั้น ความหล่อของนพคุณดังไปไกลถึงฝั่งมัธยมต้นด้วย สายข่าวฝั่งมัธยมต้นคือชัยยศ ส่วนฝั่งมัธยมปลายคืออัปสรามินตรา...แน่นอนตอนนี้หล่อนได้เป้าหมายใหม่แล้ว!
ชัยยศถึงขนาดไม่เป็อันเรียนเลยทีเดียว เขาติดต่อสายข่าวให้วุ่น (โชคดีที่เขารู้จักคนทุกชั้นปี) ตอนนี้เพจข่าวโรงเรียนที่ชัยยศตั้งขึ้น (แน่นอนเขาเป็แอดมิน...เอาไว้รายงานข่าวด้วยขายของด้วย) และนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนก็เป็สมาชิกเพจนี้ ...ตอนนี้แข่งกันส่งรูปคนต้นข่าวกันให้วุ่นวาย มันเหมือนเป็การแข่งขันกันมากกว่าว่าใครได้ข่าวหรือรูปมากที่สุดคนนั้นเป็ฝ่ายชนะ
ตอนที่ได้ยินข่าวนพคุณนั้น พริมาอยู่ในห้อง...เป็ยามาที่เอารูปมาให้หล่อนดูแล้วถามว่าใช่พี่ชายต่างพ่อของหล่อนที่ย้ายมาเรียนวันนี้หรือไม่...นี่ถ้าเพื่อน ๆ ในห้องรู้ว่าหล่อนอยู่บ้านเดียวกันกับคนหล่อที่ตอนนี้กำลังจะเป็ขวัญใจสาว ๆ...หล่อนคงจะทำตัวลำบาก แค่ปีก่อนที่เวียนกันมาดูหน้า เพราะหลายคนไม่เคยเห็นลูกครึ่งนี่หล่อนก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว มาเื่นี้อีกหล่อนคงรับไม่ไหว พริมาไม่ชอบเป็จุดสนในเลย
“อย่าเอะไปสิ ลูกแก้วี้เีตอบคำถาม” พริมากระซิบบอกยามา และเพื่อนหล่อนก็เข้าใจเพียงแค่พยักหน้าแล้วหันไปอ่านข่าวต่อ
“หน้าตาเหมือนคุณลุงเลยแฮะ แต่ขาวกว่า...อืม! แล้วแต่คนชอบนะแต่ฉันชอบเข้ม ๆ หน่อยแบบคุณลุงมากกว่า” ยามานั่งดูรูปนพคุณ ที่ตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 50 รูป และส่วนใหญ่ก็คงจะมาจากสาว ๆ ในห้องเขานั่นแหละที่ส่งลงในเพจ เพราะตอนนี้เป็เวลาเข้าชั้นเรียนจะมีใครเข้าไปในห้องนั้นได้กัน
“ไอ้ยศคงจะอกแตกตายแล้วมั้ง เป็แอดมินแต่วันนี้โดนแย่งพื้นที่ข่าวฮ่า ๆ“ ศศิธรหันมาบอกปกติข่าวที่มีความเคลื่อนไหวในหน้าเพจนี้จะเป็ชัยยศที่เป็คนเสนอข่าวทั้งสิ้น เขามักจะรู้ทุกอย่างก่อนทุกคนเสมอ
“แต่พี่เค้าหล่อดีนะ นี่ขนาดฉันไม่ชอบผู้ชายยังว่าเขาหล่อเลย และนั่นอยู่ห้องเด็กวิทย์ด้วยนิ เก่งด้วยหล่อด้วย” ไม่บ่อยนักที่ศศิธรจะชมผู้ชายหล่อ ขนาดยามายังหยุดอ่านข่าวในเพจหันมามองหน้าศศิธร
“อุ๊ต๊ะ! หรือทอมจะกลับใจวะ?”
“ไม่ ๆ ปลาทู แกอย่าหวังเลย ฉันเลือกทางนี้แล้วไม่มีทางกลับใจแน่นอน นี่ถ้าพี่เขามาจีบ ฉันก็ไม่สนหรอก อี๋...ขนลุก” ศศิธรรีบแก้โดยไวลึกๆ หล่อนยังระแวงยามาอยู่ เพราะตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่า ยามานั้นแท้จริงแล้วชอบทางไหน ถ้ายามาเดินทางสายเดียวกับหล่อน...แน่นอนหล่อนเป็คู่แข่งแล้วนี่อาจจะไม่แน่ว่ายามาคิดจะกำจัดคู่แข่งด้วยการสร้างข่าวรัก ๆ ใคร่ ๆ ของศศิธรกับนพคุณเพื่อทำลายเครดิตการเป็ทอมสายเปย์ของหล่อนรึเปล่า ทางที่ดีหล่อนต้องรีบออกตัวไว้ก่อน
“โอ้โห!!!” หลายเสียงประสานพร้อมกัน ในเสียงเ่าั้มีความรู้สึกปน ๆ กันทั้งขำและหมั่นไส้
“ไอ้เก๋! แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนวะ ฮ่า ๆๆๆ” ศุรากาญจน์ ที่นั่งถัดไปขำยกใหญ่ หล่อนนึกภาพนพคุณตกหลุมรักทอมสายเปย์ที่เทใจทั้งดวงให้สาว ๆ ...ถ้าเกิดขึ้นจริงจะน่าขำขนาดไหน เื่นี้ยิ่งกว่ารักสามเศร้าเสียอีก คงมีหลายเศร้าเลยทีเดียว
“อื้อ...อยากเป็ยอดชายที่ละลายใจทอมมั่งจัง” สุรวิทย์ที่นั่งฟังอยู่ก็ร่วมวงด้วย เขาไม่ค่อยชอบศศิธรนัก เพราะปีก่อนพวกเขาแย่งกันจีบสาวคนเดียวกัน สุดท้ายสาวเ้าก็เทหันไปคบเด็ก ปวช. โรงเรียนอาชีวะซอยถัดไป
“หุบปากไปเลยไอ้ต้น!” ศศิธรหันไปแหวใส่
“หยุดเธอให้หายเป็ทอม ฮิฮิ...เห้ย! ไอ้ต้นถ้าแกทำได้รับรองแกเป็ตำนานของโรงเรียนแน่นอน แกจะได้พื้นที่ข่าวบนเพจไอ้ยศไปอีกหลายเดือนเลยโอ้ย!!!” ศศิธรปาหนังสือใส่อนาทิน และมันแม่นเหมือนจับวาง หนังสือทั้งเล่มกางอยู่บนหัวเขา ครูประจำวิชาเดินเข้ามาแล้วทั้งห้องจึงต้องหยุดการสนทนาทันที
“แหม ๆ สาว ๆ วันนี้ตื่นเต้นกันใหญ่เลยนะ รุ่นพี่คนนั้นหล่อละซิ ขนาดครูยังเซฟรูปเก็บไว้ดูเล่นเลย” เด็กนักเรียนขำกันใหญ่ พริมาคิด...ขนาดอาจารย์ยังเป็ลูกเพจชัยยศเลยหรือนี่พริมาเข้าไปดูในเพจของชัยยศมันมีชื่อว่า “เซลล์แมนแถลงไข”ชื่อนี้มันแยกความหมายออกได้สองทางคือเป็คนขายของด้วยและเป็คนที่ชี้แจ้ง ชี้แจง อธิบายให้กระจ่าง...ในเพจนี้มีคนกดถูกใจมากกว่า 500 คน เข้าไปดูแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็เด็กนักเรียนโรงเรียนนี้รวมถึงอาจารย์ด้วย นี่ชัยยศถึงขั้นขายดะจิปาถะของแท้ เขาเข้าถึงกลุ่มคนทุกชนชั้นจริง ๆ
เปิดเรียนวันแรกนพคุณก็ปวดหัวเลย เขาย้ายมาอยู่โรงเรียนนี้ตอน ม.5 โรงเรียนสารสินทร์ เป็โรงเรียนใกล้บ้านและเป็โรงเรียนดังในละแวกนี้ เดิมทีถ้าเขาไม่ไปอยู่โรงเรียนประจำก็คิดอยู่แล้วว่าจะเรียนต่อที่นี่ และด้วยเกรดเฉลี่ยระดับนพคุณแล้วไม่ว่าจะอยากไปอยู่โรงเรียนไหนรับรองว่าโรงเรียนเ่าั้ต้องกางแขนรับอย่างแน่นอน แต่ที่เขาไม่ชอบใจคือความวุ่นวาย แม้จะเคยเจอกับตุ๊ดโรงเรียนชายล้วนมาแล้ว แต่พอมาเจอสายตาเขินอายที่มองเขาไปทุกที่แบบนี้เล่นเอาอึดอัดอยู่เหมือนกัน ยังดีว่าเพื่อนในห้องส่วนใหญ่เป็เด็กเรียนอาจจะมีมองบ้างแต่ไม่เล่นใหญ่เท่าเด็กห้องอื่น
“เธอย้ายมาจากต่างจังหวัดเลยเหรอ?” แพรวพณิตเป็คนแรกที่ทักนพคุณ หล่อนนั่งอยู่หน้าห้องแถวเดียวกันกับเขา โชคดีที่ห้องนี้ถึงแม้จะมีแต่เด็กเก่งแต่ก็ไม่ค่อยมีใครแย่งกันนั่งหน้านัก แต่นพคุณชอบเขาจะได้เห็นกระดานและอาจารย์ชัดเจน และที่สำคัญคนที่นั่งข้างหน้าไม่ชอบคุย...จะได้ไม่ทำให้เสียสมาธิ
“เปล่าหรอก บ้านฉันก็อยู่แถวนี้แหละ” นพคุณตอบสั้น ๆ แล้วหันกลับไปอ่านหนังสือต่อ เขาไม่ชอบคุยกับผู้หญิง...บางทีพวกหล่อนก็ชอบคิดไปไกล เขาไม่อยากเจอปัญหา...และถ้าจะหนีปัญหาตัวเขาต้องชัดเจน
แพรวพณิตมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ชอบคุยกับหล่อน เพราะแพรวพณิต เป็ดาว ม.5 หล่อนสวยและเรียนเก่ง ปีที่แล้วหล่อนเรียนได้ที่ 3 ของชั้นปี ส่วนดาว ม.6 คือวิกรเลขาที่ปีนี้ก็จะได้สวย ๆ เป็ปีสุดท้าย ส่วนหล่อนยังมีเวลาสวย ๆ ใส ๆ อีก 2 ปี ส่วนดาว ม.4 เพิ่งเปิดเทอม...ยังไม่เกิด จึงถือได้ว่าปีนี้เป็ปีทองของหล่อนเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าได้เดือนมายืนเคียงคู่รับรองว่าจะส่งให้หล่อนมีชื่อเสียงได้มากเลยทีเดียว และแพรวพณิตเล็งเห็นแล้วว่าเดือนของ ม.5 น่าจะเป็นพคุณอย่างแน่นอน แต่ความจริงก็มีอีกคนที่เป็เดือน ม.4 ปีที่แล้ว...คเชนทร์ คนนี้หล่อนไม่ชอบ เคยเข้าไปคุยด้วยแล้วเขาปากหมาเกินไป หล่อแต่ปากไม่ดีหล่อนไม่ชอบ และที่สำคัญคเชนทร์ชอบมองหล่อนด้วยสายตารู้ทันตลอดเวลาเหมือนผีเห็นผีอย่างนั้นนั่นแหละ แต่ปีนี้อยู่ ๆ นพคุณก็ย้ายเข้ามา แพรวพณิตคิดว่าคงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และอาจจะมีการจัดลำดับใหม่แน่นอนถ้าไอ้คเชนทร์ตกกระป๋องหล่อนจะตามไปหัวเราะที่โต๊ะเขาแน่นอน
่เวลาพักเที่ยงเป็่เวลาที่นักเรียนทุกชั้นจะได้มาเจอกัน เพราะโรงอาหารอยู่ตรงกลางระหว่างตึกมัธยมต้นและตึกมัธยมปลาย พวกเด็กนักเรียนที่เวลาปกติอาจจะไม่ได้เจอกันก็จะได้มาเจอกันในเวลากลางวัน พริมาเห็นนพคุณนั่งอยู่คนเดียว...เขาไม่มีเพื่อนรึเปล่า? แล้วเขาจะเป็ยังไงมั่งนะ? เด็กหญิงยืนมองเขาจากตรงนี้ ยามาเดินมาสมทบมองตามเพื่อนของหล่อน
“นั่นพี่ชายลูกแก้วนี่นาสงสัยยังไม่มีเพื่อน...จะเข้าไปทักหน่อยไหม?” ยามาเสนอหล่อนเข้าใจดี เพราะปีที่แล้วหล่อนก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
“เอ่อ...” พริมาไม่รู้จะพูดอย่างไร ยามาไม่เคยเจออิทธิฤทธิ์คุณชายใหญ่ เหมือนจะไม่รอฟังคำตอบเพราะยามาลากมือพริมาเดินตรงไปยังที่นพคุณนั่งอยู่แล้ว
นพคุณเห็นพริมาเดินมาแต่ไกล ความจริงเขาเห็นหล่อนตั้งนานแล้ว...เพราะสาวน้อยไม่เหมือนใคร เขามองเห็นั้แ่พริมาเดินมาต่อแถวซื้ออาหารจนหล่อนมองมาเห็นเขา (แต่เขาก็รีบทำเป็ไม่เห็น จะให้รู้ได้ยังไงว่าแอบดูอยู่) และตอนนี้หล่อนกำลังเดินตรงมาทางนี้ นพคุณกินข้าวอิ่มแล้วและวันนี้ก็วุ่นวายมากพอแล้ว เขาไม่อยากเพิ่มปัญหา ถ้าพริมาเข้ามาอีกคนรับรองวุ่นวายไม่จบ...พวกผู้หญิงน่ารำคาญ
พริมาเดินมาถึงนพคุณก็ลุกขึ้นพอดี หล่อนทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยเหมือนลังเลว่าเป็เพราะ หล่อนเดินมารึเปล่าเขาถึงได้ลุกขึ้น นพคุณไม่ได้ทักหรือพูดอะไรกับพริมาเลยสักคำ...ไม่มองด้วยซ้ำ เขาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว...ยามาหนักกว่า หล่อนยืนเงิบอ้าปากค้างเพราะไม่เคยเจอกับพฤติกรรมของนพคุณมาก่อน...แต่พริมาชินเสียแล้ว
“พี่แกจะรีบไปไหนวะ?” ยามายังเงิบไม่หาย
“ช่างเขาเถอะ มา ๆ กินข้าวกัน” พริมาดึงมือเพื่อนให้นั่งลง ยามาเป็คนฉลาด...ไม่ต้องเล่าอะไร สักพักหล่อนก็คงเข้าใจได้เอง
กินข้าวเสร็จแล้วพวกเขาไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ริมสนาม เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ก็วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น พวกพริมามีที่นั่งประจำ วันนี้ยามานัดพวกห้อง 5 ที่เกรดต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาเจอกัน หล่อนรับปาก ผ.อ. ไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ พวกเพื่อน ๆ จึงจำเป็ต้องมารวมตัวกัน มาริสาที่ไม่ได้มีเกรดนิยมอันดับโหล่มาร่วมฟังด้วย ความจริงยามาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าระดับมาริสา หล่อนฉลาดแต่ทำไมถึงได้มาอยู่ห้อง 5 ...หรือหล่อนจะติดสินบนอาจารย์เหมือนกัน?
พริมานั่งฟังยามาสวมิญญาอาจารย์แนะแนวเพื่อน ๆ เสียจนเริ่มจะปวดหัว แค่เรียนในห้องหล่อนก็จะตายอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาติวนอกห้องอีกแค่คิดก็จะหายใจไม่ออกเสียแล้ว หล่อนจึงปลีกตัวออกไปเข้าห้องน้ำระหว่างที่ยามาเผลอ
“ไปล้างหน้าซะหน่อย ไม่ไหวง่วงเหลือเกิน” สาวน้อยล้างหน้าจะจนหัวเปียกไปหมด
“ค่อยยังชั่ว พักเที่ยงก็จะเรียน เดี๋ยวก็จะเรียนอีก ตายแน่ลูกแก้ว” พริมาเดินบ่นออกมาจากห้องน้ำหล่อนต้องรีบกลับไปนั่งที่เดิมก่อนที่เพื่อนรักจะทันสังเกต ระหว่างทางเดินกลับไปเด็กหญิงเห็นนพคุณนั่งอ่านหนังสืออยู่ เสียงออดหมดเวลาพักเที่ยงดังขึ้นพอดี เขาเก็บหนังสือลุกขึ้นและกำลังจะเดินสวนมา เด็กหญิงหยุดชะงักหล่อนไม่แน่ใจว่าจะเดินสวนไปทางนั้นหรือหลบเดินไปทางอื่น ระหว่างที่สาวน้อยกำลังคิดอยู่นั้น นพคุณเดินมาถึงแล้วเขาเดินผ่านไปและหยุดลงห่างไปเล็กน้อย
“อยู่โรงเรียนไม่ต้องมาทัก ไม่ต้องมารู้จักกัน” นพคุณพูดเสียงเบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน แล้วเขาก็เดินไปไม่หันมามองอีกเลย
“ห๊ะ?” พริมาพูดได้คำเดียว หล่อนยังคิดไม่ทันด้วยซ้ำ ว่าที่นพคุณพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร?
“มาอยู่นี่เอง เผลอไม่ได้เลยนะ” ยามาเดินมา หลังออดดังก็วงแตกแต่ละคนแยกย้ายกันไปแต่หล่อนไม่เห็นพริมาเลยเดินออกมาตามหาเพื่อน แล้วก็เจอพริมายืนนิ่งเหมือนโดนสตัฟฟ์อยู่ตรงนี้
“ไป ๆ เข้าห้องได้แล้ว” ยามาเดินมาลากเพื่อน หล่อนสังเกตพริมาทำหน้าตาแปลก ๆ ดูงง ๆ สลด ๆ ชอบกล...สงสัยจะมึน นี่แค่วางแผนติวหนังสือเองนะ ถ้าเริ่มติวจะมึน ๆ งง ๆ ขนาดไหนยัยลูกแก้ว!
นพคุณเดินไปเข้าห้องเขาดูหงุดหงิดเล็กน้อย วันนี้เจอยัยตัวปัญหาบ่อยเกินไปแล้ว เหมือนหล่อนเดินตามเขาไปทุกที่ แค่พวกเด็กผู้หญิงที่ชอบมองเขา (เหมือนบางคนจะแอบถ่ายรูปด้วย) แค่นี้ก็น่ารำคาญพอแล้ว...พวกเด็กผู้หญิงน่ารำคาญจริง ๆ แล้วยัยตัวปัญหา...ปกติตัวหล่อนเองก็เป็ปัญหากับตัวเองอยู่แล้ว ถ้าหล่อนเจอปัญหาจากภายนอกอีก เด็กนั่นไม่น่าจะรับมือได้...นี่เขาเป็ห่วงเด็กนั่นเหรอ?
“ไม่!” นพคุณเผลอพูดออกมาเสียงดัง จนคนที่ยืนอยู่แถวนั้นหันมามอง ไม่จริงหรอก...เขาจะเป็ห่วงเด็กนั่นทำไม เขาแค่รำคาญไม่อยากให้หล่อนมายุ่งวุ่นวายกับเขาเท่านั้นเอง