แว่วเสียงสกุณาร้องเจือยแจ้ว บินหยอกล้อกันอย่างอารมณ์ดี ในเวลานี้จางหยุนตื่นนอนได้สักพักแล้ว แต่สำหรับมันที่โดนพันผ้าทั่วตัวเว้นไว้เพียงดวงตา จมูก และปาก ดูไปกลับคับคล้ายดักแด้ั์ตัวหนึ่ง ไหนเลยมีอารมณ์นอนฟังเสียงนกร้อง คนกลับหงุดหงิดที่นกเหล่านี้มาร้องรบกวนเวลาพักผ่อนของมัน
ที่ด้านข้างเป็หวังเอ้อเหมาที่นอนพักผ่อนอยู่เช่นกัน ถึงแม้อาการาเ็ของมันจะไม่เท่าจางหยุน แต่มันก็ไม่รังเกียจที่จะนอนหลับพักผ่อนบนเตียงอุ่นๆเช้นนี้อีกสักวันสองวัน สำหรับคนที่พึ่งผ่านศึกหนักเช่นพวกมันการพักผ่อนในห้องหลายวันเช่นนี้ถึงกับไม่ได้แย่อะไร
พวกมันทั้งสองนอนพักเช่นนี้มาสามวันแล้ว เหลือเวลาอีกสี่วันก็จะถึงเวลาที่พวกมันต้องเลือกหอที่พวกมันต้องเข้าสังกัดหลังจากเข้าเป็ศิษย์ฝ่ายใน ระหว่างที่พวกมันพักรักษาตัวอยู่นี้กัวหย่งก็คอยมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ ในคืนแรกมันถึงกับมานอนเฝ้าสหายทั้งสองเลยทีเดียว สร้างความซาบซึ้งใจให้แก่จางหยุนกับหวังเอ้อเหมายิ่งนัก
"พวกเ้าทั้งสองเลือกหอที่จะสังกัดแล้วหรือไม่ ฟังว่าหลิวจี้เจิน มู่ลี่หลินและกัวห่าวเข้าร่วมกับหอเอกะ ลั่วเหว่ยกับจ้าวิเข้าร่วมกับหอร้อยรบ เย่ว์ฉานเข้าร่วมกับหอหมื่นสมบัติ" กัวหย่งบอกเล่าถึงข่าวที่มันได้ยินได้ฟังมาใน่เวลานี้แก่ทั้งสอง
"แล้วเ้าล่ะเข้าร่วมกับหอไหน" หวังเอ้อเหมาถามกัวหย่งด้วยความสงสัย
"นั่นก็ต้องดูว่าอาหยุนเข้าร่วมกับหอไหน เราค่อยติดตามไป" กัวหย่งกล่าวคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"เ้าตัวบัดซบนั่น เลือกหอที่จะเข้าร่วมหรือยัง" หลิวจี้เจินกล่าวถามกัวห่าวด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ถึงแม้มันจะพ่ายแพ้ในการประลอง แต่อาการาเ็ทางกายของมันยังถือว่าไม่หนักหนาเท่ากับจางหยุน แต่สำหรับมันาแในใจกลับสาหัสยิ่งนัก
"ตามข่าวที่ผู้น้อยทราบมา หวังเอ้อเหมากับจางหยุนนั้น มีความสัมพันธ์กับผู้าุโเซี่ยอยู่บ้าง อีกทั้งวันประลองผู้าุโหอร้อยรบกล่าวชื่นชมพวกมันทั้งสอง คาดว่าไม่หอคัมภีร์ก็หอร้อยรบนี่แหละขอรับ" กัวห่าวกล่าววาจาด้วยความระมัดระวัง
"หึ ให้พวกมันอยู่อย่างสงบสุขไปก่อน พวกมันจะต้องชดใช้ความอัปยศที่ทำกับข้าเป็พันเป็หมื่นเท่า" หลิวจี้เจินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวอาฆาต
ณ ห้องโถงฝ่ายในสำนักเซิ่งหยวน ภายในบรรจุไว้ด้วยผู้คนมากมาย ไม่ว่าศิษย์ฝ่ายในเดิม ศิษย์ฝ่ายนอกที่เตรียมเข้าเป็ศิษย์ฝ่ายใน ภายในห้องโถงประกอบด้วยเก้าอี้ห้าตัวตั้งเรียงรายอยู่ แต่ละตัวนั่งไปด้วยผู้าุโผู้ดูแลแต่ละหอ ประกอบไปด้วย
ผู้าุโหอหมื่นสมบัติ ไฉเซิน
ผู้าุโหอร้อยรบ เถี่ยฟาน
ผู้าุโหอเอกะ สวีเว่ย
ผู้าุโหอจริยวัตร โจวเหวิน
ผู้าุโหอคัมภีร์ เซี่ยหยูเฟย
เก้าอี้ทั้งห้าตัวตั้งเรียงรายกันโดยมีผู้าุโหอเอกะตั้งอยู่ตรงกลางในฐานะประธาน โดยทั่วไปแล้วหอเอกะซึ่งเป็หอที่อยู่ในการดูแลของเ้าสำนัก เนื่องจากเ้าสำนักไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวของสำนักมาหลายปีหน้าที่รับศิษย์ฝ่ายในจึงให้ผู้าุโสวีดูแลแทน
หลังจากที่ทุกท่านมากันครบแล้วผู้าุโสวีเว่ยแห่งหอเอกะ จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่เบื้องหน้าแล้วเริ่มกล่าวเปิดงาน
"วันนี้เป็วันที่สำนักเซิ่งหยวนเราได้ทำการรับศิษย์ฝ่ายใน โดยมีเพียงพวกเ้าทั้งสิบหกคนที่ผ่านการคัดเลือกอย่างยากลำบาก"
"ข้าหวังว่าพวกเ้าหลังจากที่เข้ามาเป็ศิษย์ฝ่ายในแล้ว จะมุมานะฝึกฝน ทำตามกฎระเบียบของสำนัก ช่วยกันจรรโลงสำนักแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป" หลังจากผู้าุโสวีกล่าวจบ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกฮึกเหิม ถึงกับมีหลายคนร่ำร้องะโในใจ ยอมตายเพื่อสำนัก
ในบรรดาผู้ที่จะเข้าเป็ศิษย์ฝ่ายในในวันนี้ กว่าเก้าส่วนล้วนได้มีการพูดคุย ตกลงเป็ลับอยู่แล้วทั้งสิ้น หลังจากทำตามพิธีการเสร็จสิ้น ศิษย์แต่ละคนก็เริ่มทยอยกันเดินไปทางหอที่ตนเองสังกัดอยู่ ส่วนใหญ่ก็สังกัดตามที่กัวหย่งสือข่าวมาทั้งสิ้น ในตอนนี้กลับเหลือเพียง จางหยุน หวังเอ้อเหมา และกัวหย่งเพียงสามคนเพียงเท่านั้น เนื่องจากจางหยุนกับหวังเอ้อเหมาพักรักษาตัว ในขณะที่กัวหย่งรอเข้าสังกัดหอเดียวกันกับจางหยุน
หลังจากทุกคนแยกย้ายเข้าสังกัดที่ตนเอง้าเสร็จสิ้น ทำให้ทั้งสามคนที่หลงเหลืออยู่นี้โดดเด่นเป็อย่างยิ่ง ในขณะที่ทั้งสามกำลังตัดสินใจอยู่นั้นผู้าุโเถี่ยพลันกล่าววาจาทำลายความเงียบงัน
"ไม่ต้องคิดมากไป พวกเ้าทั้งสามก็มาเข้าร่วมหอร้อยรบข้าให้หมดสิ้นนี่แหละ คนห้าวหาญเช่นพวกเ้าไปเข้าร่วมหอร้อยรบออกจะน่าเสียดายเกินไป" เถี่ยฟานกล่าวคำลั่นห้องโถงด้วยน้ำเสียงเชิญชวนอย่างจริงใจ แต่เมื่อัักับหูพวกมันทั้งสาม กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันคนละแบบ
กัวหย่งถึงกับหลั่งเหงื่อขึ้นมาเต็มแผ่นหลัง เนื่องจากหอร้อยรบมีหน้าที่ต่อสู้ทำศึกกับศัตรูภายนอก และขึ้นชื่อเื่การฝึกหฤโหด หากอาหยุนเข้ารวมกับคนเถื่อนผู้นี้ ชีวิตในสำนักคงหาวันที่สงบสุขมิได้แล้ว
ทางด้านจางหยุนกับไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆในจิตใจเนื่องจากมันตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่ามีเพียงหอคัมภีร์เพียงเท่านั้นที่มันจะเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้าุโเซี่ยหรือเพราะจิตใจที่ใฝ่เรียนรู้ของมัน หอคัมภีร์นับว่าเหมาะสมกับมันที่สุด
ส่วนหวังเอ้อเหมากลับมีแต่ความตื่นเต้นยินดีมันถึงกับถูกอกถูกใจหอร้อยรบเป็อย่างยิ่งโดยเฉพาะผู้าุโเถี่ยผู้น่าเกรงขามผู้นั้น ถึงกับถูกกับนิสัยใจคอจนถึงขั้นอยากกราบเป็อาจารย์ซะเดี๋ยวนี้ แต่มันกลับไม่กล้าตัดสินใจเนื่องจากมันคล้อยตามจางหยุนจนกลายเป็ความเคยชิน ขณะที่กำลังพลุ่งพล่านในใจต้องปรายตามองจางหยุนเป็เชิงขอความคิดเห็น
จางหยุนไหนเลยไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกจากสายตาของพี่น้องผู้นี้ มันเองก็รู้สึกชอบนิสัยใจคอของผู้าุโเถี่ยเป็อย่างยิ่ง มันขบคิดชั่วขณะ จึงสบตากับหวังเอ้อเหมา ยิ้มให้พลางพยักหน้า
"ต้องขอโทษผู้าุโเถี่ยด้วยเนื่องจากศิษย์ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับหอคัมภีร์เรียบร้อยแล้ว" จางหยุนกล่าววาจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ศิษย์ก็เข้าร่วมกับหอคัมภีร์เช่นกันขอรับ" กัวหย่งรีบกล่าววาจาราวกับว่าหากกล่าวช้าเกินไปผู้าุโเถี่ยจะจับมันมัด โยนเข้าสู่หอร้อยรบเสียอย่างนั้น
หลังจากสงบจิตใจที่พลุ่งพล่านลงได้แล้วหวังเอ้อเหมาพลันสงบนิ่ง กล่าววาจาพลางโค้งคำนับ "โปรดรับศิษย์เข้าสู่หอร้อยรบด้วยขอรับ" เมื่อกล่าวจบทุกสายตาพลันจ้องมองที่หวังเอ้อเหมาเป็ตาเดียวกันเนื่องจากคาดไม่ถึงว่าทั้งสองจะแยกไปอยู่คนละหอเช่นนี้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า หอร้อยรบข้าย่อมต้อนรับศิษย์ที่องอาจห้าวหาญเยี่ยงเ้า" กล่าวจบพลันตบไหล่หวังเอ้อเหมาให้ยืนตัวตรงหัวเราะอย่างพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง เสร็จแล้วพาหวังเอ้อเหมาไปยังที่นั่งของตน
จางหยุนกับกัวห่าวก็เดินไปยังที่นั่งของเซี่ยหยูเฟยที่นั่งอย่างสงบบนเก้าอี้ ไม่กล่าววาจาอันใด เพียงปรายตาให้ศิษย์สตรีผู้หนึ่งรับทั้งสองคนเข้าขบวน
สำหรับจางหยุนที่ไม่คิดอะไรไหนเลยจะทราบว่ามันกับกัวหย่งสร้างความริษยาแก่บุรุษไม่รู้ตั้งเท่าใด หอคัมภีร์รับศิษย์ยากเย็นยิ่ง อย่าว่าแต่ทั้งหมดล้วนเป็ศิษย์สตรี อีกทั้งศิษย์แต่ละคนล้วนงามหยดย้อยทั้งสิ้น ยิ่งผู้าุโเซี่ยที่งดงามจนเลื่องลือไปไกลยิ่ง ว่ากันว่าในอดีตมียอดบุรุษมากมายตามติดพันนางแต่นางกับไม่ชายตามองผู้ใด
ขณะที่จางหยุนกำลังเดินไปยังกลุ่มของหอคัมภีร์ มันพลันรู้สึกเย็นวาบขึ้นที่กลางแผ่นหลังลอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา ร่ำร้องภายในใจ "จิตสังหารอันคมกล้ายิ่งนัก" ไม่ทราบว่ามาจากผู้ใด แต่มันทราบว่าไม่อาจมาจากระดับชั้นจอมยุทธ์แน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นมันจึงระงับความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็วไม่แสดงออกใดๆ หลังจากเดินไปถึงเื้ัของเซี่ยหยูเฟยจึงค่อยรู้สึกปลอดภัยขึ้นมา
"เอาล่ะในเมื่อทุกคนเลือกหอที่ตนเอง้าสังกัดเรียบร้อยแล้ว พิธีในวันนี้ก็ถือเป็อันเสร็จสิ้น" ผู้าุโสวีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ภายในใจศิษย์ฝ่ายในคนใหม่อย่างพวกมันย่อม้าจบพิธีนี้โดยเร็ว ไหนเลยมีอารมณ์มาฟังคำพิรี้พิไรนี้อยู่ หลังจากผู้าุโสวีกล่าวจบพิธี ทุกคนก็เริ่มที่จะขยับตัวเดินออกจากห้องโถง
"ผู้าุโสวี ท่านคงไม่ลืมกระมังว่าผู้ชนะการประลองปีนี้ ยังไม่ได้เข้าไปเลือกสิ่งของจากหอหมื่นสมบัติ" ผู้ที่กล่าวคำเป็เซี่ยหยูเฟยหลังจากนางกล่าวจบก็เรียกเสียงฮือฮาขึ้น
เนื่องจากทุกปีผู้ชนะต่างเข้าไปเลือกสิ่งของจากหอหมื่นสมบัติั้แ่จบการประลอง แต่ปีนี้ผู้ชนะการประลองกลับนอนเป็ดักแด้อยู่เกือบสัปดาห์ อย่าว่าแต่สิบปีหลังมานี่ผู้ชนะเกือบทุกคนล้วนเลือกที่จะสังกัดหอเอกะ หลังจากที่เซี่ยหยูเฟยกล่าวจบทุกคนต่างยกเลิกการเดินทางกลับกระทันหันแต่เลือกที่จะรอดูว่าจางหยุนจะเลือกสิ่งใดออกมาจากหอหมื่นสมบัติแทน
"ผู้าุโเซี่ยกล่าวเกินเลยไป เราไหนเลยจะหลงลืมเื่นี้ได้ จางหยุน ตามเราผู้าุโไปที่หอหมื่นสมบัติเถอะ" กล่าวจบผู้าุโสวีเดินนำหน้า ตามไปด้วยขบวนผู้คน
"ขอรับผู้าุโ" จางหยุนรับคำด้วยความยินดีเดินตามผู้าุโสวีเพื่อไปยังหอหมื่นสมบัติ