ป่าเรดวู้ด
สุดท้ายพระอาทิตย์ตกดิน เขาก็ยังไม่ได้เบาะแสของโรงเลี้ยงอสูร จงลั่วจึงตัดสินใจว่าจะออกสำรวจรอบ ๆ อีกครั้ง่กลางดึก การสำรวจเป็ไปด้วยความสะดวก เพราะผู้คนต่างหลับใหลกันหมดแล้ว มีเพียงด้านทิศตะวันออกที่มียามเฝ้า บริเวณหน้าหอพักนักเรียนหญิง ทำให้จงลั่วยังไม่สามารถผ่านไปได้ แต่แล้วดูเหมือนโชคจะเข้าข้าง เ้าตุ่นั์กลับมาอีกครั้ง จงลั่วไม่รอช้า เขาไล่ล่ามันไปจนสุดเขตกำแพง และมันก็มุดดินหนีไปอีกจนได้ แม้จะไม่สามารถสังหารเ้าตุ่นั์ได้ แต่มันก็ทิ้งโพรงดินที่บริเวณใกล้กับรั้วโรงเรียน...แน่นอนว่าโพรงดินที่ถูกทิ้งไว้มีโอกาสที่จะไปโผล่ที่ด้านนอกกำแพง
"หากเรายังอยู่ในโรงเรียนอีก ด้วยสารรูปตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ แต่หากเราเสี่ยงแล้วมันพาเราออกไปที่ด้านนอก มันอาจจะพาเราไปยังป่าเรดวู้ดได้ ยังไงก็คงต้องเสี่ยงดูสักตั้ง"
เมื่อจงลั่วตัดสินใจได้แล้วเขาก็ เดินไปหยิบกระเป๋าใบเก่าที่เก็บได้จากกองขยะมาสะพาย ก่อนจะเริ่มลงมือมุดไปตามช่องทางที่เ้าตุ่นั์ขุดเอาไว้
ด้านในหลุมแม้จะไม่กว้างนัก แต่ก็มีอากาศให้หายใจ เนื้อตัวของจงลั่วครูดกับผนังจนเกิดาแเล็ก ๆ เต็มไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจพวกมันมากนัก จงลั่วยังคงเบียดมุดตัวไปข้างหน้าให้ไวที่สุด
เขาใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ในการมุดไปตามรูที่วกไปวนมาของเ้าตุ่นั์ และในที่สุดแสงจันทร์อ่อนก็ส่องลงมายังปลายทาง จงลั่วสูดหายใจลึกก่อนจะเร่งตะกายตัวขึ้นไปในแนวตั้ง สุกท้ายจงลั่วก็พ้นออกจากปากหลุมจนได้
จงลั่วนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองกลับไปที่หลุมของเ้าตุ่นที่เขาใช้เดินทาง เขาก็ต้องประหลาดใจเพราะตอนนี้มันปิดสนิทลงแล้ว ทำให้จงลั่วรู้ว่าสิ่งที่เ้าตุ่นใช้ขุดอาจจะเป็ทักษะพิเศษอย่างหนึ่ง และหลุมที่มันเจาะก็จะคงอยู่ระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อคิดได้ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างยิ่ง เพราะเขารอดจากการถูกหลุมกลบฝังทั้งเป็มาสองครั้งแล้ว และตอนนี้หากให้เขามุดลงไปตามรูที่เ้าตุ่นั์เจาะอีก เขาคงต้องคิดหนัก
"กรุบ" ผลึกของกระต่ายเขาเดียวถูกกลืนลงคอเพื่อรักษาาแ และฟื้นฟูพลังงานที่เสียไป แม้ในโลกใหม่นี้พลังของเขาจะยังอ่อนแออยู่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลายในโลกเก่า ทำให้จงลั่วมั่นใจว่าเขาสามารถล่ามอนสเตอร์ระดับล่างได้อย่างไม่มีปัญหา
"ก่อนอื่นเราต้องสำรวจ บริเวณโดยรอบก่อน" ความเคยชินจากการเป็นักธนูทำให้จงลั่วเลือกหาทำเลต่าง ๆ ทั้งจุดที่ใช้ในการหลบหนี จุดซุ่มโจมตี รวมถึงบริเวณที่ใช้ล่า แม้จงลั่วจะเห็นมอนสเตอร์ระดับต่ำมากมาย ทั้ง สไลม์ กระต่ายเขาเดียว หมาเขี้ยวโค้ง และอีกหลายชนิด แต่เขายังคงเลือกที่จะเดินสำรวจก่อนตามความเคยชิน "อืม ตรงนี้ละ" จงลั่วเลือกเนินเตี้ยที่มองเห็นได้ไกลลงไปยังทุ่งโล่งด้านล่าง ทางด้านหลังของเนินเป็เขตป่าที่ไม่รกนัก เขามั่นใจแล้วว่ามอนสเตอร์ที่ด้านล่าง ซึ่งไม่โจมตีเขาตอนที่เดินสำรวจน่าจะเป็จำพวกที่มีระดับต่ำกว่า หรือใกล้เคียงกับเขา
แสงอาทิตย์ยามเช้า เข้ามาแทนที่แสงนวลของดวงจันทร์ที่เพิ่งลาลับไป
จงลั่วมองไปยังฝูงสไลม์ที่ด้านล่าง ก่อนจะทอดสายตาไปยังหมาเขี้ยวโค้งตัวหนึ่งที่อยู่ห่างจากฝูง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดขาว ดวงตาที่ดำสนิทหยี่เล็กลง เขาสูดหายใจลึกเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะตะบึงวิ่งลงไปจากเนินเขา...เส้นทางสู่ตำนานที่เขาวาดฝันไว้กำลังจะเปิดออกอีกครั้ง และครั้งนี้มันจะต้องไม่เหมือนเดิม...มีดสั้นกำแน่นอยู่ในมือขวา สายตาของเขาจ้องมองไปยังฝูงสไลม์สี่ตัว ที่ยังคงะโไปมาเล่นแสงแรกยามเช้าอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่รู้ว่ามัจจุราชกำลังย่างกรายเข้าใกล้พวกมัน
....เวลาแห่งการล่าสังหารมาถึงแล้ว
มีดสั้นกรีดผ่านร่างอันนุ่มนิ่มของสไลม์แยกออกเป็สองส่วนอย่างรวดเร็ว ตัวที่หนึ่ง ตัวที่สอง ตัวที่สาม และตัวที่สี่ ทุกตัวถูกโจมตีเข้าจุดตาย
"หึ หึ" จงลั่วยืนมองผลงานของตัวเองด้วยความพออกพอใจ
ฉายาเทพเ้าแห่งการสังหารมอนสเตอร์ต่ำกว่าระดับ 15 ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ
เพราะระดับที่ถูกแช่แข็งไว้ที่สิบ ทำให้จงลั่วมีความชำนาญอย่างยิ่งในการสู้กับมอนสเตอร์ระดับต่ำในโลกเก่า เมื่อเขาเปิดฉากล่าอีกครั้งในโลกไกอาแห่งนี้ การขึ้นสู่ระดับสิบจึงเป็เหมือนขนมขบเคี้ยวสำหรับจงลั่ว
ผลึกอสูรของสไลม์หล่นลงมาหนึ่งชิ้นเท่านั้น สำหรับการจู่โจมในครั้งแรก และไม่มีอะไรดรอปอีก จงลั่วไม่อยากเสียเวลาในการตามล่าความฝันอีก เมื่อผลึกถูกเก็บเรียบร้อย การล่าก็ดำเนินต่อไป จากฝูงสไลม์ที่ฆ่าง่ายราวกับบี้เต้าหู้ ก็เริ่มไล่จับกระต่ายเขาเดียว ที่ผลุบโผล่อยู่ตามพงหญ้า แน่นอนสำหรับพวกมันแม้จะมีขนที่หนากว่าสไลม์ แต่การโจมตีเข้าจุดตายนั้น ก็เพียงหนึ่งดาบไม่ต่างกัน การล่าดำเนินต่อไปจนพระอาทิตย์ขึ้นที่กลางศีรษะ เรี่ยวแรงที่เคยเต็มเปี่ยมก็หดหายไป เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด
จงลั่วหยิบผลึกที่ได้จากการสังหารสไลม์ยัดเข้าปาก แต่ดูเหมือนตอนนี้ผลึกระดับเอฟหนึ่งอัน ไม่เพียงพอจะเติมเต็มพลังงานของจงลั่วเสียแล้ว แม้เขาจะไม่ได้ตรวจสอบสถานะของตัวเอง แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้เขาต้องกินมันถึงสองอัน เพื่อฟื้นพลังงานที่เสียไปจากการล่าตลอด่เช้า แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะ แค่่ไม่กี่ชั่วโมงตอนนี้ในกระเป๋าเขามีผลึกอสูรเกือบสิบอันแล้ว นี่ยังไม่รวมการ์ดสิ่งของอื่น ๆ ที่ดรอปมาอีก ผลตอบแทนการล่าอย่างบ้าคลั่งของจงลั่วนับว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง
เมื่อพลังงานถูกเติมเต็ม การล่าก็ดำเนินต่อไปอีกครั้ง ครั้งนี้จงลั่วเลือกที่จะสังหารเหยื่อที่ดูจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อเช้า หมาเขี้ยวโค้งที่หลงฝูง มันยังคงวนเวียนอยู่แถวทุ่งหญ้า และเพียงแค่สามดาบจงลั่วก็สังหารเ้าหมาเขี้ยวโค้งตัวนี้สำเร็จ เมื่อรับรู้แล้วว่าสัตว์อสูรบริเวณนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด จงลั่วจึงเลือกที่จะเดินลึกเข้าไปกว่าเดิม
สัตว์อสูรมากหน้าหลายตา ถูกสังหารโดยที่จงลั่วแทบจะไม่ได้รับาเ็ จะมีที่น่ารำคาญบ้างก็คงเป็เ้าดอกไม้พิษ ที่แม้มันจะอ่อนแอ แต่พิษของมันที่พ่นออกมาทุกครั้งที่ถูกโจมตี ก็ทำให้จงลั่วติดอาการตาลาย และเหน็บชาอยู่หลายครั้ง ทำให้เมื่อสังหารเ้าดอกไม้พิษตัวที่สาม เขาก็เลือกหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้มัน
การตัดสินใจของจงลั่ว ค่อย ๆ แหลมคมขึ้นอย่างรวดเร็ว การโจมตีแต่ละครั้งก็แม่นยำขึ้น แม้ในตอนต้นร่างกายใหม่นี้จะดูอ่อนแอ แต่หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมาและกลายเป็สัตว์อสูร ดูเหมือนว่าจะมีหลายสิ่งเปลี่ยนไป
การสังหารยังคงดำเนินต่อไปจนดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงอ่อน จงลั่วจึงได้ถอนตัวกลับยังเนินเขา แต่ทุกนาทีมีค่า จงลั่วไล่สังหารสไลม์และกระต่ายเขาเดียวที่อยู่รอบ ๆ จนร่างกายเริ่มจะล้าถึงขีดสุด...เขาจึงจะหยุดพัก