อาคารใหญ่น้อยถูกทำลายราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตึกสูงล้มทับกันเป็ทอดเหมือนโดมิโน สะเก็ดหินคอนกรีตกองรวมกันเป็ูเาสลับซับซ้อนรถหลายคันชนกันสภาพยับเยิน เปลวเพลิงลุกท่วมไปทั่ว ล้วนเป็สิ่งกีดขวางที่ทำให้เส้นทางคมนาคมกลายเป็อัมพาตทางด่วน ทางยกระดับ ถูกตัดขาดพังเสียหาย สัญญาณไฟดับสนิทระบบไฟฟ้าทั้งเมืองล่มไปแล้ว
รถยนต์ที่จอดข้างทาง ถ้าไม่โดนอะไรทับจนบี้แบนไปเสียก่อนก็กลายเป็เพียงก้อนโลหะที่ไม่มีประโยชน์ ถูกทิ้งร้างเอาไว้หรือไม่ก็โดนทุบกระจกขโมยของที่อยู่ข้างในไปจนหมด
ผู้คนล้มตายมากกว่าภัยพิบัติครั้งไหนๆ ราวกับทั้งเมืองกลายเป็สุสานบางคนติดอยู่ในรถ บางคนถูกของหนักทับบางคนถูกเหยียบตายระหว่างเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย ส่วนที่รอดนั้นหากไม่ออกจากเมืองได้ทันั้แ่แรก ก็หลบซ่อนอยู่ด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเงยหน้าเฝ้ามองท้องฟ้าด้วยความระแวดระวัง
เสียงฟ้าร้องดังอยู่ไม่ขาด สายฟ้าฟาดลงทั่วเมือง รุนแรงมากพอที่จะทำลายตึกสูงให้ถล่มลงมาหลังแล้วหลังเล่าแต่มีเพียงจุดเดียวที่สายฟ้าผ่ากระจุกอยู่รวมกันมากกว่าที่อื่น ใจกลางของสายฟ้าเ่าั้มีร่างของมนุษย์คนหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
ชายคนหนึ่งอยู่ในชุดสีเขียวเข้มมีลวดลายสีทองบนหน้าอกเป็สัญลักษณ์คล้ายดวงตาด้านหลังศีรษะของเขามีแผ่นแสงส่องสว่างสีทองเจิดจ้า เขาผายมือทั้ง 2 ออกไปด้านข้างเปล่งเสียงออกมาอย่างฮึกเหิม
“ด้วยพลังจากร่างทรงระดับ 2 เทพเ้าแห่งา ชั้นสามารถทำลายล้างโลกนี้ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
คนทรงเทพแห่งาเอื้อมมือมาจับหน้ากาก เขาถอดมันออกมาอย่างช้าๆ
ภายใต้หน้ากากนั้น แสงวาบจากสายฟ้ารอบตัว เผยให้เห็นใบหน้าของสมิทธิ์ที่กำลังแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว
“ไม่มีอะไรหยุดยั้งชั้นได้แม้กระทั่งเทพเ้าก็ตาม”
สิ้นเสียงของสมิทธิ์ลำแสงสายฟ้าขนาดใหญ่ก็ฟาดลงมา แหวกอากาศเสียงดังลั่น
“เหวอ!...”
เสียงของสมิทธิ์ะโขึ้นอย่างใสุดขีด ตาของเขาเบิกโพลงเหงื่อท่วมตัว หายใจหอบเหนื่อย
เมื่อได้สติ เขาก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่บนที่นอนที่ทั้งนุ่มและอบอุ่นมือทั้ง 2 ข้างกุมผ้าห่มไว้แน่น
สมิทธิ์เพิ่งตื่น นั่นหมายความว่าเหตุการณ์ที่เขาใช้สายฟ้าฟาดถล่มเมืองยึดครองโลกก่อนหน้านี้หรือย้อนไปแม้แต่เื่ที่เขาได้เจอกับนิษฐาหญิงสาวปริศนาซึ่งทำให้เขากลายเป็ร่างทรงต่อสู้กับวายร้ายที่คิดจะทำให้โลกอยู่ในความมืดมิดตลอดกาล ก็อาจจะไม่ใช่เื่จริง
เขาหัวเราะอย่างโล่งใจ “โธ่เอ๊ยที่แท้เื่ร่างทรงอะไรนั่นก็เป็แค่ความฝัน เท่านั้น...”
เขาอึ้งไปไม่ทันพูดได้จบประโยค เมื่อสายตากวาดไปเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว
สมิทธิ์ไม่แน่ใจนักว่าเขากำลังอยู่ที่ไหนแต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ห้องเช่ารายเดือนสำหรับนักศึกษาขนาดเล็กของเขา
ห้องนอนแห่งนี้ขนาดกว้างใหญ่พอๆ กับห้องโถงโรงแรมหรือโบสถ์สักหลังตกแต่งด้วยกระจกสีบนผนังทั้ง 2 ด้าน สูงั้แ่พื้นจนเกือบเท่าความสูงของห้อง แสงสว่างที่สาดผ่านกระจกเข้ามาส่องให้เห็นห้องรูปปั้นั์สีขาวที่ทำด้วยหินหลายตนกำลังทำท่าแบกเพดานเอาไว้
เตียงที่เขานอนวางอยู่บนแท่นที่มีน้ำล้อมรอบลวดลายบนหัวเตียงและกระจกสี ดูคล้ายกันกับที่อยู่ในโถง (ทิพย์) ตอนที่สมิทธิ์และเทพเ้าแห่งาเจอกันเป็ครั้งแรก
เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเหตุการณ์เ่าั้เป็เพียงความฝันหรือไม่เื่ราวที่เขาได้เจอกับเทพแห่งา รวมถึงเื่อื่นๆที่เขาได้เผชิญมาก่อนหน้านี้เป็เื่จริงหรือเปล่า
สมิทธิ์ร้องะโอย่างสิ้นหวังที่ภาพความทรงจำอันหลอกหลอนในหัวของเขายังไม่หายไป
“อ้าว... ตื่นแล้วเหรอ เ้าหลับไปตั้ง 3 วันแน่ะ”
เสียงเด็กผู้ชายดังขึ้นที่หน้าประตูห้องไกลๆ เขาโบกมือทักทายสมิทธิ์อย่างร่าเริง
“3 วัน?” สมิทธิ์ทวนสิ่งที่ได้ยินอย่างสับสน ตอนนี้เขาลุกขึ้นจากเตียงเตรียมพร้อมหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว
เมื่อเด็กผู้ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้สมิทธิ์ก็เห็นเขาได้ชัดเจนขึ้น
“ขอต้อนรับสู่เทวาลัยแห่งโชคชะตา ข้าชื่อ นิรุทธ์เป็คนดูแลเ้าตามคำขอร้องของนิษฐา”
