หล่อนตื่นเช้าตั้งใจเดินทางไปหาหมอ สายน้ำเย็นฉ่ำทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นสาวใช้เข้ามาในห้องทำความสะอาดแล้วเปิดหน้าต่างไว้ มิลันดาออกจากห้องน้ำ ค่อยๆเขย่งเท้าตั้งใจนั่งพักบนเตียง
เป็่เวลาเดียวที่อีกคนตื่นเขารีบตรงดิ่งไปเปิดหน้าต่าง เผื่อว่าจะได้เจอ ตอนนี้รู้แล้วว่าห้องตรงข้ามใครอาศัยชายหนุ่มยิ้มทันทีเมื่อเห็นหน้าต่างบ้านข้างๆ เปิดอยู่ ระยะห่างระหว่างกันไม่มากเท่าใดเลยเห็นภายในห้องอีกฝากชัดถนัดตาทีเดียว
คมฉณัฐยืนกอดอกมองดูด้วยแปลกใจเห็นกำลังเขย่งเท้าอย่างยากลำบากเพื่อมานั่งบนเตียงคนตัวใหญ่มองพฤติกรรมคนข้างบ้านโดยที่เ้าตัวไม่รู้ หล่อนเขย่งเท้าแต่กลับสะดุดล้มลงทำให้ชุดคลุมอาบน้ำหลุดลงจากหัวไหล่และแหวกออกจนเห็นเนินอกและเรียวขาขาวเนียน คนบ้างตรงข้ามอ้าปากค้างด้วยความใ
“เจ็บชะมัด”หล่อนบ่นแล้วพยุงกายลุกยืน ไม่ได้ใส่ใจ
แต่เมื่อสายลมอ่อนพัดมากระทบผิวกายหล่อนหันมองเห็นหน้าต่างห้องเปิด เมื่อลุกยืนดวงตาสบเข้ากับเขาพอดีริมฝีปากมันสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนก รีบกระชับผ้าคลุมอาบน้ำผิวแก้มแดงปลั่ง เขย่งอย่างเร็วแล้วดึงหน้าต่างปิดทันที
“บ้าที่สุดเลย”มิลันดาบริภาษกับตนเอง รู้สึกอับอายกับสถานการณ์เมื่อครู่
ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างน้อยก็ได้กำไรที่ได้เห็นอะไรวับๆ แวมๆ รู้สึกว่าจะผิดกับเมื่อก่อนลิบลับตอนนี้มีทรวดทรงองเอวแม้แต่สะโพกหรือหน้าอกก็มีครบทุกอย่าง แบบไม่ต้องสงสัย เขาเองก็ผ่านผู้หญิงมาไม่น้อยเหมือนกันและรู้ดีว่ามิลันดานั้นอยู่ในระดับไหน
ร่างบางกัดฟันยิ่งคิดยิ่งขุ่นเคืองจังหวะปิดหน้าต่างยังเห็นพี่คมยืนลอยหน้าลอยตาไม่ได้คิดหลบเลี่ยงไม่มองเลยสักนิดดูเหมือนเขาจะกวนอารมณ์หล่อนเสียเหลือเกิน ไหนบอกว่าไม่ชอบไงเล่าแล้วจะมายุ่งวุ่นวายกันทำไม น่าเกลียดที่สุดเลยให้ตายสิ
หล่อนแต่งตัวเสร็จลงมาชั้นล่าง อยากแอบมารดาออกไปเงียบๆ คุยกับแม่ว่าตัวเองเป็หมอแต่อาการกลับแย่กว่าที่คิด พอลงมาถึงห้องนั่งเล่นกลับเห็นพี่คมนั่งยักคิ้วหลิ่วตาให้แล้วหันไปสนทนากับมารดาหล่อนต่อ เขามาทำอะไรกันแน่ หล่อนต้องหาทางเลี่ยงไม่อยากสนทนาด้วย
“มิจะไปไหนล่ะลูกมานี่ก่อน”
“แม่คะมิขอตัวนะคะวันนี้มิมีธุระ” หล่อนตอบมารดาเพราะ้าหลีกเลี่ยงเขา
“มีธุระอะไรข้อเท้าบวมขนาดนั้น มิจะไปทำธุระที่ไหนได้”
คนป่วยอิดออดเพราะอยากหลีกเลี่ยงวงสนทนานั้น
“มิมีธุระจริงๆค่ะแม่ มิขอไปก่อนนะคะ” มิลันดาพยายามตัดบท
“มิอย่าดื้อได้ไหมลูกลูกโตแล้วนะ”
หล่อนจำต้องนั่งลงข้างมารดาเห็นเขายิ้มกว้างส่งสายตามาให้ คนสวยเบ้ปากแล้วเมินมองทางอื่น
“พ่อคมเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วเื่ที่มิโดนรถพ่อคมเชียวเอาน่ะ”ดาวเรืองบอกบุตรสาว “พ่อคมเลยอาสาจะพามิไปหาหมอเองจ้ะ”
คนป่วยระบายลมหายใจความจริงหากแม่ไม่เข้ามายุ่งเื่นี้คงดีไม่น้อยเพราะเขาทำให้แม่หลงเห็นดีเห็นงามด้วยตลอดเลยให้ตายสิ
“มิไม่ไปกับเขามิจะไปเองค่ะแม่” มิลันดาสวน
ดาวเรืองขมวดคิ้วสีหน้าไม่พอใจบุตรสาวชักเอาแต่ใจไม่รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่แล้ว ทำไมโตมาถึงดื้อนักเื่ในอดีตน่าจะลืมๆ มันไปเสียบ้าง ไปเอานิสัยเ้าคิดเ้าแค้นมาจากไหนกันนะ
“ทำไมพูดจาแบบนี้ลูกโตแล้วนะ หัดมีเหตุผลหน่อยมิ คมเขามีน้ำใจลูกไม่ควรปฏิเสธแบบนี้”
“แล้วทำไมแม่ต้องให้เขาพามิไปโรงพยาบาลด้วยล่ะคะคนขับรถที่บ้านก็มี มิให้ลุงเก่งไปส่งก็ได้!”หล่อนพยายามหาเหตุผลมาแย้งมารดา
“ลุงแกแก่แล้วมิขาเจ็บอยู่จะให้แกพยุงมิยังไง” หล่อนอธิบายให้ลูกฟัง
“ไม่เห็นต้องพยุงในเมื่อมีบุรุษพยาบาลคอยเข็นรถให้มิอยู่แล้ว”
“พ่อคมเขาขับรถชนมิไม่ใช่เหรอทำไมมิไม่ให้เขารับผิดชอบล่ะลูก”
“ไม่ได้ชนสักหน่อยมิแค่ใเลยล้มลงไปเอง!”
คมฉณัฐเริ่มอึดอัดเพราะเขาเป็สาเหตุให้หล่อนกับมารดาต้องขัดแย้งความจริงแค่อยากมีเวลาพูดคุยกันให้มากขึ้นเท่านั้น พอเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกผิดลึกๆ
“ไปกับพ่อคมซะมิอย่าให้แม่ต้องโมโหนะ!” คนเป็แม่เริ่มเสียงแข็ง
“แต่แม่คะมิไม่อยากไปแม่ก็น่าจะรู้เหตุผลว่าทำไม!”
“ไปกับพี่คมซะมิอย่าเื่มาก แม่ไม่ชอบเห็นมิไม่มีเหตุผลแบบนี้เลย”
“ทำไมแม่ต้องบังคับมิด้วยล่ะคะ”หญิงสาวเม้มริมฝีปากสีหน้าไม่พอใจ
“อย่ามาทำนิสัยเด็กๆเื่มันนานมาแล้วอย่าเื่มาก อยากทำให้ที่บ้านมีปัญหาหรือไงที่ครอบครัวเราอยู่สุขสบายแบบนี้เพราะพ่อคมคอยช่วยเหลือ ลูกรู้บ้างหรือเปล่าเงินที่ลูกใช้เรียนที่เมืองนอกนั้นก็เงินของพ่อคมไม่ใช่น้อย!”
“อะไรนะแม่!” มิลันดารู้สึกหน้าชา เมื่อได้ยินเื่นี้ หล่อนไม่เคยรู้มาก่อนเลย
หล่อนรู้สึกโกรธเพราะอะไรถึงได้ปิดบังเื่นี้กับหล่อนหมายความว่าตลอดเวลาหล่อนใช้เงินของเขาในการเล่าเรียนอย่างนั้นหรือ
“ไปกับพ่อคมซะอย่าให้แม่ต้องสั่งเป็ครั้งที่สอง!”
“ก็ได้ค่ะแม่มิจะไป แม่จะได้สมใจ” หญิงสาวประชดแล้วเขย่งเท้าออกนอกบ้านไปที่รถของคมฉณัฐ
เขายกมือไหว้มารดาหล่อนแล้วเร่งฝีเท้าตามไปพอเห็นร่างบางเขย่งเท้าอย่างยากเย็นเลยเข้าประคอง แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดด้วยความโมโห
“ไม่ต้องฉันเดินเองได้!” หล่อนตวาดเขา
หล่อนมาถึงรถจนได้หญิงสาวนั่งประจำที่นั่งด้านข้างคนขับ เ้าของรถเปิดประตูกำพวกมาลัยแน่น แล้วเคลื่อนออกตอนนี้มันเป็โอกาสดีที่เขาจะพูดคุยกับมิลันดา
“น้องมิพี่อยากขอโทษเื่ในอดีตที่พี่เคยทำไม่ดีเอาไว้” น้ำเสียงเขานุ่มนวลแฝงด้วยความปรารถนาให้อีกฝ่ายยินยอมอภัย เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่ ณ ตอนนี้โอกาสในการปรับความเข้าใจมันมาถึงแล้ว
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะมิลืมไปหมดแล้ว” หญิงสาวประชดแล้วหันมองทางอื่นไม่อยากสบตากับคู่สนทนา
“น้องมิอย่าทำแบบนี้ได้ไหมพี่ขอโทษ พี่ยอมรับผิดแล้วครับ”
“ไม่ต้องมาขอโทษหรอกค่ะถ้าจะผิดก็ผิดที่ฉันมันโง่เอง” หญิงสาวประชด
เอี๊ยด!
เขาเบรกรถกะทันหันด้วยความไม่พอใจไม่นึกว่าเด็กสาวที่เคยว่าง่ายจะดื้อดึงถึงเพียงนี้ หากไม่คุยให้เข้าใจคงอกแตกตายแน่วันนี้
“พี่ว่าเราคงต้องคุยกันให้รู้เื่” น้ำเสียงคนตัวใหญ่เริ่มแข็งขึ้น
หล่อนตวัดสายตามองสีหน้าบึ้งตึงจะเอายังไงกันหล่อนกันแน่ ทำไมต้องพยายามขุดเื่เก่ามาพูดไม่จบไม่สิ้นมันเหมือนเอาน้ำเกลือมาราดแผลเก่า หล่อนไม่อยากนึกถึงคำพูดเขาในวันนั้นอีกแล้ว
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้ว”หล่อนปฏิเสธ ไม่จำเป็ต้องปรับความเข้าใจอะไรกันอีก ในเมื่อคำพูดในวันนั้นหล่อนยังจดจำได้ดีมันชัดเจน จนหัวใจปวดร้าวไปหมด
“น้องมิเปลี่ยนไปมากนะครับเมื่อก่อนน้องมิว่าง่ายและไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้กับพี่เลยแต่ตอนนี้น้องมิทำเหมือนกับพี่เป็ตัวเชื้อโรค” ชายหนุ่มเริ่มตัดพ้อ
“แล้วทำไมฉันต้องเป็เหมือนเดิมด้วยในเมื่อฉันคนเดิมมันน่าเบื่อ น่ารำคาญ ในเมื่อคุณไม่้าจะยุ่งกับฉันฉันก็กำลังพยายามที่จะไม่ยุ่งกับคุณอยู่นี่ไง!”
“น้องมิกำลังเข้าใจผิดพี่ไม่เคยคิดว่าน้องมิน่ารำคาญเลยสักครั้ง”
“พอเถอะฉันไม่อยากจะพูดอะไรกับคุณแล้ว”หล่อนอยากไปให้ถึงโรงพยาบาลโดยเร็ว อยากตัดปัญหาทุกอย่างออกไปไม่ต้องรื้อฟื้นต่างคนต่างอยู่คงจะดีมาก
“มิลันดาทำไมถึงได้ดื้อนัก ขอโทษก็แล้ว อ้อนวอนก็แล้ว ยังจะเอาอะไรอีก!” คมฉณัฐเสียงดัง สีหน้าหนักใจ ทำไมหล่อนเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“ไม่ได้จะเอาอะไรแค่คุณอย่ามายุ่งกับฉันก็พอ เราสองคนต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งหรือสนใจกันแค่นี้คุณทำได้ไหมล่ะ!”
ไม่อยากให้เขาเข้ามาข้องเกี่ยวในชีวิตไปมากกว่านี้อีกแล้วแค่นี้หัวใจหล่อนก็หวั่นไหวจนจวนเจียนจะคลั่ง ยิ่งเห็นเขาห่วงใยใส่ใจเหมือนเมื่อก่อนยิ่งทำให้แผลที่มันกำลังสมานกำลังจะอักเสบใหม่อีกครั้ง
“ทำไมพี่ไม่เข้าใจ เื่มันก็ผ่านไปนานแล้ วทำไมน้องมิต้องเ้าคิดเ้าแค้นพี่แบบนี้!” เขาถามน้ำเสียงเจือด้วยความน้อยใจ หล่อนเกลียดเขามากขนาดนั้นเลยหรือ
“ถ้าอย่างนั้นคุณ้าให้ฉันทำอะไร!”
“เรากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหมพี่อยากให้มิพูดคุยกับพี่เหมือนเดิม”
“อย่างนั้นเหรอแล้วฉันต้องหลงรักคุณเหมือนเดิมด้วยหรือเปล่าคุณถึงจะพอใจ!” หญิงสาวประชดเขาเสียงแข็ง
ชายหนุ่มขบกรามแน่นคำพูดแต่ล่ะคำที่หล่อนเอ่ยออกมาช่างยอกย้อนถือดีเสียเหลือเกิน มิลันดาแสนน่ารักหายไปไหนเสียแล้ว
“ถ้าหลงรักพี่อีกครั้งได้ก็ทำสิเพราะพี่้าให้เป็อย่างนั้นเหมือนกัน!”คนถูกถามย้อนทันควัน
มิลันดาชะงักใบหน้าของหญิงสาวกำลังแดงซ่าน หล่อนไม่ได้อายแต่หล่อนโกรธยังไงเขาก็ยังเห็นหล่อนเป็ของเล่นอยู่ดี
“คุณมันไม่มีหัวใจเลยสักนิด!” หล่อนตัดพ้อเขาเสียงสั่นเอื้อมมือไปเปิดประตูรถหมายจะหนีไปจากคนไร้หัวใจเช่นเขา
คมฉณัฐรั้งเรียวแขนคู่สนทนาแต่อีกฝ่ายสะบัดไม่ยินยอมคนตัวใหญ่เลยจับเรียวแขนสองข้างไว้แล้วดึงจนร่างบางเซเข้ามาหาใบหน้าสองคนห่างเพียงแค่คืบ มิลันดารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนหัวใจกำลังเต้นโครมครามเพราะความหวั่นไหว ดวงตาไหวระริกพยายามตั้งสติหล่อนกัดฟันข่มอารมณ์หวาวไหวภายในแล้วใช้มือผลักดันแผงอกให้อีกฝ่ายออกห่าง
“ปล่อยฉันนะ!” หล่อนร้องบอก พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นพันธนาการ
“น้องมิอย่าทำแบบนี้เราควรคุยกันให้รู้เื่ พี่ไม่อยากให้เราต้องทะเลาะกัน พี่พยายามง้อมิแล้วนะครับถ้าน้องมิยังดื้นรั้นไม่ยอมฟัง พี่จะจูบน้องมิแล้วนะ!”ชายหนุ่มเริ่มข่มขู่
คนถูกขู่ชะงักจ้องเขม็งกล้าขู่นึกว่าหล่อนกลัวเหรอ คนอย่างเขานะหรือจะกล้าจูบหล่อน คำพูดเมื่อก่อนจำได้ดีเป็คนพูดเองไม่มีวันรักหล่อน หรือสนใจในเชิงชู้สาวแน่
“คนอย่างคุณไม่มีวันจูบฉันหรอกเพราะคุณไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลฉันเลยสักครั้งคุณไม่มีวันลดตัวมาจูบผู้หญิงที่ตัวเองปฏิเสธได้หรอก!”หล่อนเถียง
มิลันดายังคงพยายามหนีออกจากรถเหมือนเดิมหล่อนกำลังคิดผิด สำหรับเขา มิลันดาเย้ายวนใจจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทำไมถึงคิดว่าตนเองไม่น่าสนใจไม่รู้หรืออย่างไรว่าหล่อนนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่เย้ายวนเพศตรงข้ามมากแค่ไหน หรือจำได้แค่เพียงตัวเองเป็เด็กกะโปโลอวบอ้วนเช่นเดิม
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” มิลันดาตวาด หล่อนกำลังโกรธ เลยดิ้นรนสุดชีวิต
“อื้อ!” ริมฝีปากหล่อนถูกอย่างไม่ทันระวัง
มือบางยกดันแผงอกผิวแก้มผ่าวร้อน ร่างกายสั่นสะท้าน นี่นะหรือจุมพิตหล่อนไม่เคยพบพานมาก่อนไม่คิดว่ามันจะสร้างความปั่นป่วนภายในได้ถึงเพียงนี้หัวใจหล่อนกำลังเต้นราวกับมัน้าทะลุออกนอกร่าง
แรกเริ่มเขาคิดจะสั่งสอนคนปากกล้าให้เข็ดหลาบแต่เมื่อได้ชิมความหวานกลับรู้สึกติดใจรสััอันแสนอ่อนละมุน ยิ่งเขารุกเร้า ยิ่งรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูกหล่อนอาจไม่รู้ว่าเขารอคอยพบหล่อนมานานแค่ไหน
ในหัวสมองของมิลันดาสับสนไปหมดหัวใจมีเขาเป็เ้าของอยู่แล้ว ยิ่งถูกรบเร้า ความรู้สึกยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นทุกทีแต่กระนั้นหล่อนจำต้องท่องไว้เสมอ หากกลับไปรู้สึกเช่นเดิมอีกคงเจ็บหนักไม่แตกต่างจากเดิม หรือไม่อาจมากกว่าเก่าเสียอีก
แม้จะรู้สึกเสียดายแต่เขาเองจำต้องถอนริมฝีปากออกมาััที่ริมฝีปากยังติดตรึงไม่จาง ยิ่งเห็นใบหน้าหล่อนแดงซ่านเขายิ่งพึงพอใจ พอพิศมองเห็นผิวแก้มคนโดนจูบแดงเข้มยิ่งส่งผลต่อความรู้สึกของเขา หล่อนน่ารักจนไม่อยากห้ามใจ
“ยังคิดว่าพี่ไม่กล้าอีกหรือเปล่าน้องมิ” คนตัวใหญ่ถาม แล้วอมยิ้ม
“หยุดพูดไปเลยนะ!” หล่อนง้างมือหมายฟาดหน้าคนฉวยโอกาส แต่เขากลับชี้นิ้ว
“อย่าเชียวนะพี่ขอเตือนไม่อย่างนั้นโดนรอบสองนะ”
หญิงสาวลดมือลงหันหน้ากลับนั่งประจำที่โดยไม่เอ่ยปากอะไรอีกอารมณ์ตอนนี้ยิ่งขุ่นมัวที่ยอมไม่ต่อปากต่อคำเพราะไม่้าให้ตัวเองถูกเอาเปรียบปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านมาแล้วผ่านไป หล่อนกลัวต้องมานั่งทำใจให้ลืมความเ็ปกัดฟันข่มความรู้สึกภายใน ทุกวันยามเห็นหน้าพี่คมหล่อนจำต้องตั้งสติเสมอ
คมฉณัฐมองตุ๊กตาหน้ารถเห็นกอดอกสีหน้าบึ้งตึง สุดท้ายแทนที่ได้ปรับความเข้าใจดันเป็เพิ่มความโกรธให้อีกฝ่ายเข้าไปอีก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วเร่งเครื่องเพื่อมุ่งไปยังจุดหมาย เวลายังมีอีกมากครอบครัวหล่อนเข้าข้างเขากันหมด จะเข้านอกออกในบ้านง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยไม่เป็ไรเขาจะใช้ความพยายามที่มี ให้มิลันดาเห็นก็แล้วกัน