ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 136 หากไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ

            ทุกคนมีความยินดีต่อการกลับมาของเรนิตา ภายในบ้านพักรับรองในดินแดนของชาวอิระมังค์ยาหลังจากเรนิตาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
    ที่เกิดขึ้นแล้ว เทวิน เรนิตา อมราและไรอาร์ยังได้ปรึกษาหารือร่วมกันถึงเรื่องอื่นๆก่อนที่จะต่างได้แยกย้ายกันไป

            อมราได้กลับไปยังต้นไม้ที่เธอมาอาศัยชั่วคราวไรอาร์ได้ขอตัวไปพักผ่อนยังอีกห้อง ให้เทวิน เรนิตา สองคนได้พูดคุยกันตามลำพังเธอเห็นว่าพวกเขามีเรื่องราวที่ต้องพูดคุยและตัดสินใจกันสองคน

            เรนิตาได้ออกจากห้องรับแขกมาพบกับการ์ดของเธอทุกคนยินดีที่เธอปลอดภัย ก่อนที่เธอจะให้พวกเขากลับไปพักผ่อน

            ในค่ำคืนท่ามกลางบรรยากาศสุขสงบ ตอนนี้เทวินกับเรนิตา ได้ออกมาพูดคุยกันยังสวนหย่อมหน้าบ้านพักรับรอง
    คืนที่ท้องฟ้าเปิดทำให้มองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนเธอกำลังมองไปบนท้องฟ้าก่อนจะหันมากล่าวกับเขา

            “คุณเทวินคะถ้าหากเราไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางร่างกายหรือในทางเพศดังเช่นก่อน คุณจะ....”

            “ไม่ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมรักคุณมากนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถมีอะไรต่อกันในเรื่องเพศดังเช่นก่อน
    ผมก็จะไม่มีวันที่จะไม่รักคุณ และจะไม่ขอมีคนอื่น นอกจากคุณ”เขารีบกล่าวโดยไม่ทันให้เธอได้
    พูดจบ และเป็นการกล่าวออกมาจากใจจริง

            “คุณเทวินคะ เราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรคือ เราอาจจะไม่ได้อยู่ร่วมกันก็ได้ เรเนียไม่ต้องการเห็นคุณต้องผูกติดอยู่กับเรเนีย”

            “ให้ตายสิ...ไม่นะ ได้โปรดเรเนียอย่าพูดแบบนั้นเลยนะครับ”

            เขาเดินเข้ามาใกล้เธอพร้อมกับจับมือเธอมากุมไว้แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นผลมาจากการที่ทั้งสองมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
    แต่หากไม่สามารถมี
    ในเรื่องทางเพศต่อกัน เขาก็ไม่อาจที่จะเสียเธอไป

            “ได้โปรด ผมไม่อาจเสียคุณไป”เขาเอ่ยออกมาอย่างขอร้อง

            “คุณยังจำเป็นที่จะต้องมีทายาทนะคะอย่าลืมสายเลือดที่จะต้องมีวิวัฒนาการจากคุณ เพื่อคุณอื่นๆ ในอนาคต
    คนที่จะสามารถอยู่ร่วมกับคุณได้นั้นจะต้องมีวิวัฒนาการและธาตุของเลือดที่สามารถเข้ากันได้เท่านั้นนะคะ”
    แม้จะมีความเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก แต่เธอก็ตัดสินใจ
    ที่จะต้องพูดกับเขา

            “ไม่ ผมไม่อาจที่จะ...ผมทำใจไม่ได้ครับ ขอร้องละเรเนีย ขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลยนะครับ” เขายังคงขอร้อง ขอความเห็นใจต่อเธอ
    แล้วก็เกิดความคิดขึ้นบางอย่างจึงกล่าวกับเธอด้วยความหวัง

            “ตอนนี้คุณมีวิวัฒนาการของร่างกายแสงแล้วบางทีเลือดของเราอาจจะเข้ากันก็ได้ เรายังไม่ได้ลองดูในเรื่องนี้เลยได้โปรด...และถึงแม้ว่าเลือดของเราไม่อาจที่จะเข้ากันได้จริงๆ แล้วผมก็ไม่อาจที่จะไม่รักคุณ ได้โปรดอย่าให้ผมไปมีคนอื่นเลยนะครับ”เขากุมมือเธอแน่นขึ้น
    ราวกับว่ามือคู่นั้นจะหลุดลอยไปจากเขา และกล่าวอย่างหนักแน่น

            คำพูดที่ยืนยันอย่างหนักแน่นของเขาทำให้เธอหลับตาลงก่อนที่จะมีน้ำตาไหลออกมาแต่เธอก็พยายามที่จะหักห้ามใจให้ได้ จึงกล่าว

            “เราต้องนึกถึงคนอื่นๆ ด้วยนะคะที่ผ่านมายังมีผู้อื่นที่เสียสละมากกว่าเรา เรเนียไม่อาจที่จะเห็นแก่ตัวในความรัก
    แล้วก็ไม่ต้องการ
    ให้คุณเป็นแบบนั้นด้วยคะ” เธอกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นเช่นกัน

            อันที่จริงเธอรักเขามากแต่เมื่อผ่านเหตุการณ์หลายอย่าง ยังเห็นความเสียสละของอีกหลายคนจึงทำให้เธอมีความสุขุมมากขึ้น
    และดู
    มีความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อมองมวลรวมยังคงไม่อาจที่จะเห็นแก่ตัวเธอจึงพยายามหักห้ามใจ
    และหากจำเป็นก็เสียสละเขาไป

            แต่เทวินก็มีความหนักแน่นในความรักที่มีต่อเธอมากเช่นกัน เขาไม่อาจจะมีคนอื่นนอกจากเธอ แม้จะเกิดความเห็นแก่ตัว
    เขาจึงยังทำใจไม่ได้ยิ่งการที่จะให้เขามีคนอื่นมันกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากและหนักใจต่อเรื่องนี้มากสำหรับเขา

            “คุณเคยข้ามผ่านความรู้สึกแบบนี้มาได้แล้วนะคะทั้งจากร่างทิพย์ของคุณธัญญาและคุณอมรา คุณและเรเนีย
    เราต้องก้าวข้ามผ่านสิ่งนี้ด้วยกันมันไม่ใช่เพียงแค่เราเท่านั้นนะคะ หากเลือดของเรา
    ไม่อาจที่จะเข้ากันได้จริงๆ เรเนียขอให้คุณยอมรับ”
    เธอกล่าวด้วยน้ำเสียง
    ที่อ่อนโยนและมีท่าทีเปี่ยมไปด้วยความเสียสละ

            “โอ้!...ได้โปรดครับ เราอาจมีทางออก ให้โอกาสเราทั้งสองคนด้วยนะครับ หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมจะทำตามที่เรเนียต้องการ
    แต่ว่าตอนนี้เรายังอาจที่จะมีทางอื่น...ผมจะพยายามหาทาง” 
    เขาไม่อาจที่จะฟังเธอปฏิเสธความพยายามนี้
    จึงเดินเข้าในบ้านพักด้วยจิตใจที่ปวดร้าว 
    ปล่อยให้เธออยู่เพียงลำพังที่สวนหย่อมหน้าบ้านพักรับรองนั้น

            เรนิตาเข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดีแต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเธอเองก็ปวดร้าวใจไม่แพ้กัน เธอคิดว่ายังคงต้องอาศัยกาลเวลา
    เป็นเครื่องเยียวยาและปรับตัวยอมรับมัน เธอตอนนี้ก็ได้เดินตามรอยธัญญาและอมราที่ก้าวข้ามผ่านความรู้สึกไปได้


    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน