นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 3 การเดินทางเสี่ยงอันตราย เล่มที่ 3 บทที่ 61 เรื่องราวในอดีต

            จอมเวทแบ่งแยกตามพลังธาตุที่เชี่ยวชาญ เผ่าปีศาจเองก็เช่นกัน เพียงเปลี่ยนคำเรียกเท่านั้น ทางฝั่งมนุษย์เรียกว่าพลังเวทธาตุไฟ ทางฝั่งเผ่าปีศาจเรียกว่าเวทเพลิง โม่จ้านมองตนเอง ใคร่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมจัดอยู่ในประเภทใด

            ...ร่างกายนี้ไม่ว่าจะด้านใดล้วนแต่มิเลว เพียงแต่หากสติไม่จดจ่อก็จะรู้สึกง่วงได้ง่าย หรือตนจะเป็นปีศาจง่วงนอนตามตำนาน?

            โม่จ้านนึกอยากจะหาเสื้อตัวใหญ่สักตัวมาใส่ เพราะรู้สึกว่าทำตนเองหนาว[1]เสียแล้ว

            โม่จ้านเปิดอ่านตำราเย็บเล่มไปทีละหน้า หลังอ่านคำแนะนำและเกร็ดความรู้ง่ายๆ ผลคืออ่านเจอโฆษณากินพื้นที่สิบกว่าหน้าตามที่คาดการณ์เอาไว้ สันตะสำนักและจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์เข้าโจมตี ยุทธการกวาดล้างเผ่าปีศาจได้รับชัยชนะและถูกร่ายเรียงเป็นลำดับตามเวลา

            ถึงแม้ตนจะมิได้รู้สึกเจ็บปวดราวกับเผชิญด้วยตนเอง ทว่าหลังจากกวาดสายตาอ่านไม่กี่คราภายในใจพลันบังเกิดความรังเกียจรุนแรงปะทุขึ้นมาโดยพลัน --- ศีรษะและศพของเผ่าปีศาจถูกเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าของเหล่าอัศวิน เหล่าบาทหลวงมองเผ่าปีศาจใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแล้วเผยรอยยิ้มน่าขนลุกชวนสะพรึง ในหนึ่งหน้ามีภาพประกอบมีสีสันขนาดใหญ่ ทำให้สภาพน่าเวทนาแลดูน่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้น

            ต่อให้เผ่าปีศาจจะชั่วร้ายมาก กระนั้นก็มิควรนำภาพเช่นนี้มาให้นักเรียนดูมิใช่หรือ? เหตุใดจึงทำราวกับผู้ก่อการร้ายกำลังฆ่าตัวประกันอย่างไรอย่างนั้น

            โม่จ้านพลิกผ่านหน้าภาพประกอบพลางอดกลั้นความรู้สึกไม่ดีเอาไว้ ข้ามไปยังหน้าที่มีข้อความจำนวนมากแล้วเริ่มอ่าน ครั้นนิ้วโป้งสัมผัสกับกระดาษแข็งด้านหลังตำราเย็บเล่มเล่มเล็ก โม่จ้านพอจะเข้าใจต้นสายปลายเหตุของการเกิดสงครามระหว่างเผ่าปีศาจกับอันปู้เอ่อร์และไหลเต๋อทั้งสองอาณาจักรแล้ว

            เผ่าปีศาจเพิ่งปรากฏตัวอย่างกะทันหันเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนภายในเขตจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ อัศวินรักษาการณ์ค้นพบ ‘มนุษย์’ ชนิดนี้ที่มีเขาบนหัวและด้านหลังมีหางจึงรายงานไปยังสันตะสำนัก แรกเริ่มเดิมทีเหล่าผู้คนคิดเพียงว่าค้นพบเผ่าสัตว์กลายร่างที่ยังไม่รู้จักมาก่อนจึงมิได้ใส่ใจมากนัก

            ทว่าหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง มีผู้ดูแลพื้นที่ต่างๆ จำนวนมิน้อยเผยว่าถูกโจมตีจาก ‘สัตว์กลายร่าง’ ชนิดนี้อยู่บ่อยครั้ง กระทั่งภายในเขตอาณาจักรไหลเต๋อยังพบร่องรอยของพวกเขาเช่นกัน เพราะการต้านทานครั้งก่อนพ่ายแพ้ติดต่อกัน ดังนั้นทั้งสองแคว้นจึงร่วมมือกันส่งกองอัศวินออกไปปราบปราม

            หลังจากนั้นสถานการณ์ของสงครามจึงขยายขอบเขตกว้างขึ้น เหล่าอัศวินได้ค้นพบสิ่งที่น่าสะพรึงอย่างแท้จริงของเผ่าพันธุ์นี้ นอกจากพลังเวทธาตุทั่วไป หนึ่งในนั้นยังสามารถใช้พลังเวทธาตุมืด การกัดกร่อนและคำสาปได้อย่างต่อเนื่องมิขาดสาย ทำเอากองอัศวินเจ็บปวดทรมานเกินจะบรรยาย จักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ต้องใช้เหล่าจอมเวทสูงสุดจึงจะสามารถฝืนประคองระดับความสูสีเอาไว้ได้ ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาและความชั่วร้ายน่าสะพรึงกลัว ทำให้ผู้คนนึกถึงปีศาจในตำนานเรื่องเล่า คำเรียกขานว่า ‘เผ่าปีศาจ’ จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้

            ขณะต้องวิ่งเต้นทำงานหนักเอาเป็นเอาตาย ผู้ติดตามนายทหารนามว่าโท่วน่าค้นพบเรื่องหน้าประหลาดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากเกิดการลอบโจมตีอย่างกะทันหัน จอมเวทธาตุแสงผู้เป็นเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลถูกสถานการณ์บีบบังคับจนพลัดหลงจากกลุ่มคน นายทหารสั่งให้โท่วน่ากลับไปตามหาคน โท่วน่าพบจอมเวทธาตุแสงหมดสติอยู่ข้างทาง ขณะกำลังจะพาเขากลับไปกลับถูกเผ่าปีศาจที่พลัดหลงเช่นกันพบเข้า คนทั้งสองจึงเริ่มต่อสู้กัน

            โท่วน่าพยายามอย่างสุดกำลัง กระนั้นกลับทำได้เพียงใช้ดาบแทงปีศาจจนบาดเจ็บเท่านั้น จนในที่สุดก็ถูกปีศาจกดลงกับพื้น ในช่วงเวลาคับขัน จอมเวทธาตุแสงได้สติและใช้เวทเยียวยากับโท่วน่า ด้วยความบังเอิญพลังเวทแผ่ปกคลุมเผ่าปีศาจด้วยเช่นกัน ภาพที่ทำให้โท่วน่าถึงกับเบิกตาอ้าปากค้างได้บังเกิดขึ้นแล้ว --- ธาตุแสงที่หลั่งไหลออกไปได้ซึมเข้าสู่ร่างกายของเผ่าปีศาจ เผ่าปีศาจที่ร่างกายสูงใหญ่พลันล้มลงกับพื้น ตามด้วยกุมหน้าท้องดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

            ทันทีที่พลังเวทธาตุแสงสัมผัสกับเลือดของเผ่าปีศาจ จะทำให้ร่างกายของเผ่าปีศาจเกิดการโจมตีในรูปแบบของการทำลาย

            นับแต่นั้นเป็นต้นมา พลังเวทธาตุแสงจึงมีอำนาจน่าเกรงขามอย่างมากในสนามรบ สันตะสำนักที่เชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นทุนเดิมยิ่งทุ่มเทสุดกำลัง กระทั่งสมเด็จพระสันตะปาปายัง ‘ยกทัพลงสนามรบด้วยตนเอง’ ตลอดทางร้องเพลงสดุดีชัยชนะ แทบจะกวาดล้างเผ่าปีศาจได้สิ้นซาก เนื่องในโอกาสกระชับสัมพันธไมตรีของสองอาณาจักร โท่วน่าที่ถือเป็นผู้มีความชอบครั้งใหญ่พลันได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากจักรพรรดิอันปู้เอ่อร์เช่นกัน

            ไม่เพียงเท่านั้น หลังสิ้นสงครามกับเผ่าปีศาจ ผู้คนทั้งสันตะสำนักต่างมีประสบการณ์ในการรบและค้นคว้าการโจมตีด้วยเวทธาตุแสงที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เวทธาตุแสงที่มิต่างอันใดกับคำว่า ‘รักษา’ ในสายตาผู้คนกลับกลายเป็นหนึ่งในจอมเวทสังหารเผ่าปีศาจ สันตะสำนักสร้างชื่อเสียงได้มิน้อยทีเดียว อีกทั้งยังมีผู้ศรัทธาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

            เรื่องราวจบสิ้นลงแต่เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องการประหารราชาปีศาจ คาดว่าคงยังมิทันได้ตีพิมพ์ออกมา

            สายตาของโม่จ้านหยุดลงบนไม้กางเขนสีทองอร่ามในหน้าสุดท้าย เขาขมวดคิ้วก่อนพลิกอ่านด้านในหนังสือเย็บเล่มอย่างละเอียดอีกครา

            หากเด็กมัธยมต้นจะให้ความสนใจในภาพวาดสนามรบว่าวาดได้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเพียงใดนั้นนับได้ว่าเป็นเรื่องปกติอย่างมาก เพียงแต่โม่จ้านล่วงเลยวัยนั้นมานานมากแล้ว คิดเพียงอยากจะหาข้อมูลที่ตนต้องการเท่านั้น ทว่าตนพลิกอ่านอยู่หลายต่อหลายหนกลับยังมิพบเนื้อหาที่อธิบายเกี่ยวกับ ‘รัง’ ของเผ่าปีศาจ

            คดีก่ออาชญากรรมมักจะมีสถานที่ก่อเหตุแห่งที่สอง ค้นพบในจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ เพียงแต่ต้นกำเนิดอาจจะมิได้อยู่ที่จักรวรรดิอันปู้เอ่อร์เสมอไป หนึ่งสงครามข้ามอาณาจักรครั้งใหญ่ นึกมิถึงว่าจะตระหนี่จนถึงขั้นมิยอมบอกผู้คนภายนอกว่ารังของศัตรูอยู่ที่ใด? ที่นั่นยังจะเป็นนรกจริงๆ หรืออย่างไร?

            กลัวก็แต่ที่แห่งนั้นคงมีของดีจึงได้แอบเก็บเป็นความลับ โม่จ้านแค่นหัวเราะเสียงเย็น

            ถึงแม้จะคันในหัวใจยุบยิบ ทว่าข้อมูลเกี่ยวกับรังเก่าของตนที่ใกล้เคียงกับ ‘เอกสารลับสุดยอด’ เช่นนี้ ตนมิกล้าปริปากเอ่ยถามฉิวอินแม้แต่น้อย ทำได้เพียงปล่อยวางไปก่อน

            คำอธิบายเกี่ยวกับความสามารถของเผ่าปีศาจในตำราเย็บเล่มนี้มีอยู่เพียงไม่กี่คำตามคาด มิได้แตกต่างจากที่เก๋อจือกล่าวเอาไว้สักเท่าใด ล้วนแต่กล่าวว่าพลังเวทของเผ่าปีศาจมาจากเขา เพียงแต่ผู้เขียนใช้คำว่า ‘แทบจะทั้งหมด’ ทั้งยังเขียนหมายเหตุไว้ด้านล่างว่า ‘ยังไม่มีข้อสรุป’ และมิได้ยืนยันแน่ชัด เห็นทีเอกสารของทางการยังค่อนข้างรอบคอบอยู่บ้าง เพราะตนก็คือตัวอย่างตัวเป็นๆ มิใช่หรืออย่างไร

            โม่จ้านยกยิ้มเจื่อนพลางเกาหัว เคล็ดลับเกี่ยวกับความแข็งแกร่งและพลังเวทอันเต็มเปี่ยมของเผ่าปีศาจ มีผู้ใดบ้างมินึกอิจฉา? กระทั่งผู้เป็นราชาเช่นตนได้ฟังยังรู้สึกหวั่นไหว

            ...ประเดี๋ยวก่อน คล้ายจะมีบางสิ่งมิชอบมาพากล

            ทั้งๆ ที่ตนไม่มีเขา กระนั้นฉิวอินกับปาอินกลับมิเคยนึกสงสัย หรือพวกเขาคิดว่าตนถูกบีบให้ตัดเขา ดังนั้นจึงได้สูญเสียพลังเวท? มิเอาน่า เขาของตนยังรอเตรียมพร้อมอยู่ในถุงข้างเอว แม้จะนำติดกลับไปมิได้ กระนั้นก็ต้องไม่มีทางฟื้นฟูได้สิ!

            ทันใดนั้นโม่จ้านพลันรู้สึกเย็นเยียบบนหน้าผาก ทั้งๆ ที่สองพี่น้องรู้ว่าเขาของตนหัก กลับยังมั่นอกมั่นใจว่าตนจะฟื้นฟูได้ นั่นมิเท่ากับพิสูจน์ว่า...

            โม่จ้านที่เผยสีหน้าแปลกประหลาดหยัดกายลุกขึ้น ยกมือขึ้นแตะหน้าผาก แผ่นกระดาษที่แปะเอาไว้อย่างแน่นหนาถูกถูไถจนหลุดไปแล้ว อีกทั้งยังคลำจนพบสัมผัสนูนประมาณสองมิลลิเมตรอีกสองจุด

            ...ที่แท้เขางอกออกมาได้?! นี่มันตัดผักกุยช่ายหรืออย่างไร?!

            นับพันนับหมื่นคำยังยากจะอธิบายความรู้สึกในยามนี้ของโม่จ้าน คงมิใช่ว่าตัดครั้งเดียวไม่จบไม่สิ้น หนีครั้งแรกได้ หากแต่มิอาจหนีไปตลอดชีวิต เห็นได้ชัดว่าปีศาจแฝงฝันทั้งสองตนรู้ว่าเขาของตนกำลังเริ่มงอกครั้งที่สองแล้ว ภายหน้าจะปิดบังก็คงมิได้

            ปาอินถือถาดอาหารเดินเข้ามา เห็นโม่จ้านยืนกดหัวคิ้วทำหน้าเคร่งขรึมมิเอ่ยสิ่งใด

            ครั้นปาอินเห็นรอยนูนไม่เด่นชัดนักบนหน้าผากของโม่จ้าน ดวงตาทั้งสองข้างพลังเปล่งประกาย “ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์เริ่มฟื้นฟูแล้ว ช่างน่าอิจฉาเหลือเกินเจ้าค่ะ!”

            ดวงตาทั้งสองข้างของโม่จ้านจ้องมองเพดานอย่างไร้วิญญาณ ตนฉีกแผ่นกระดาษปิดแผลแผ่นใหม่ออกมาแปะหน้าผาก หากตนสามารถมีชีวิตรอดจนถึงยามสุขสงบ มิแน่อาจจะขายเขาจนได้เป็นเศรษฐี?

            “ปีศาจชั้นสูงจึงจะมีพลังการฟื้นฟูเช่นนี้ แท้จริงแล้วหากเผ่าปีศาจตนอื่นถูกตัดเขาคงมีเพียงแต่ต้องรอความตายเท่านั้น” ปาอินวิ่งมาตรงหน้าโม่จ้าน จ้องมองมือที่กำลังกุมหัวของโม่จ้านด้วยความสงสัย “น่าแปลก ทั้งๆ ที่หลังนายท่านคนอื่นๆ เขาหักและอยู่ในระยะอ่อนแอจะเจ็บปวดถึงเพียงนั้น ทว่าเหตุใดท่านโม่เจ๋อเอ่อร์ดูคล้ายจะมิได้รับผลกระทบ?”

            “เอ่อ อาจเป็นเพราะชินแล้วกระมัง” โม่จ้านแสร้งทำเป็นทอดถอนหายใจ “แต่ไหนแต่ไรมาก็ตัวคนเดียว ต่อให้อยู่ในระยะอ่อนแอก็ต้องหนีเอาตัวรอด”

            แววตาของปาอินมืดสลัวลง “ท่านเจี๋ยหลัวที่อยู่ในระยะอ่อนแอเองก็ดึงดันจะไปช่วยท่านราชาปีศาจเช่นกัน ท้ายที่สุดถูกกองอัศวินทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราว...”

            โม่จ้านลูบศีรษะปาอินเพื่อปลอบโยน

            เจี๋ยหลัวผู้นี้ รวมถึงคนทรยศปู้ไหลเต๋อกับภูตแห่งความมืดอามู่ คงจะเป็นสามผู้บัญชาการกองพลของราชาปีศาจ ทว่ายังเหลืออีกตนหนึ่ง จะเป็นผู้ใดกัน?

            เชิงอรรถ

            [1] ทำตัวเองหนาว 被自己冷到 หมายถึง ถูกคำพูดหรือการกระทำของตนเองทำให้รู้สึกหมดคำจะพูดหรือนิ่งอึ้ง

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808