จากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง

    บทที่ 5 เตรียมตัวเข้าป่าอีกครั้ง

    บทที่ 5 เตรียมตัวเข้าป่าอีกครั้ง 


    “คุณพ่อ เสียวเสี่ยวกลัว!”


    ถึงแม้เสียวเสี่ยวจะมองไม่เห็น แต่เธอก็ได้ยิน เธอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 


    ดังนั้นเมื่อชายสักลายและพวกปรากฏตัว เธอจึงกอดคอของเย่เฟิงแน่น ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นตระหนกและหวาดกลัวมาก


    “เสียวเสี่ยว ไม่เป็๲ไรแล้ว พ่อไล่พวกคนเลวไปหมดแล้ว” เย่เฟิงพูดพลางลูบหลังของเสียวเสี่ยวเบาๆ


    “คุณพ่อไม่เป็๲อะไรใช่ไหมคะ?” เสียวเสี่ยวถามด้วยความกังวล


    “แน่นอน พ่อไม่เป็๲ไร ลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อเป็๲นักมายากลที่เก่งมากเลยนะ”


    “อื้อๆ คุณพ่อเก่งที่สุด!”

    “เสียวเสี่ยว พ่อหาเงินได้แล้ว หนูอยากได้อะไรพ่อจะซื้อให้”


    “หนูไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น คุณพ่อเก็บเงินไว้ใช้เถอะค่ะ ต่อไปยังมีหลายอย่างที่ต้องใช้เงินอีก” เสียวเสี่ยวพูดจาอย่างเด็กที่รู้ความ


    “หนูยังเล็กอยู่เลยก็รู้จักช่วยพ่อประหยัดแล้ว แต่ว่าเงินที่หามาได้ก็ต้องใช้ และต่อไปพ่อยังจะหาเงินได้อีกเยอะ” เย่เฟิงพูดพลางเกาจมูกเล็กๆ ของเสียวเสี่ยวเบาๆ


    เขาพาเสียวเสี่ยวไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หลายชุด และซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้เธอด้วย ทำให้เสียวเสี่ยวดีใจอย่างมาก


    แต่ไม่นานเสียวเสี่ยวก็ทำปากยื่น แล้วพูดว่า “คุณพ่อ ซื้อให้หนูแค่นี้ก็พอ แล้วค่ะ ครั้งหน้าคุณพ่ออย่าสิ้นเปลืองอีกนะคะ”


    “ได้ๆ พ่อสัญญาว่าจะไม่ใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองอีก” เย่เฟิงพูดพร้อมรอยยิ้ม


    “คุณพ่อน่ารักที่สุด!” เสียวเสี่ยวหอมแก้มเย่เฟิงฟอดใหญ่


    ระหว่างทางกลับ เย่เฟิงเรียกรถ


    พอใกล้ถึงทางเข้าหมู่บ้าน เย่เฟิงพบเฉินซู่ซู่เข้าโดยบังเอิญ ดูเหมือนเธอน่าจะเพิ่งกลับจากไร่


    เย่เฟิงให้คนขับหยุดรถ “พี่เฉิน ขึ้นรถกลับด้วยกันสิ”


    เฉินซู่ซู่ยืนตากแดดร้อนๆ เธอเห็นรถเก๋งสีดำคันหนึ่งขับผ่านไป เธอจึงมองด้วยความอยากรู้อยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก


    แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ รถคันนั้นหยุดลงกะทันหัน และคนที่ลงมาจากรถก็คือเย่เฟิง


    “เย่เฟิง ทำไมเป็๞นาย?”


    “ป้าเฉิน คุณพ่อพาหนูไปในเมืองมา ซื้อของให้หนูเยอะแยะเลยค่ะ!” เสียวเสี่ยวยื่นหน้าออกมาจากรถ


    “นายเอาเงินมาจากไหนตั้งเยอะแยะ?” เฉินซู่ซู่มองเย่เฟิงด้วยความสงสัย ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ 


    “นาย... นาย... นายเอาเสียวเสี่ยวไป...”


    เฉินซู่ซู่ไม่ได้พูดต่อ แต่เย่เฟิงรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร


    “พี่เฉิน เมื่อวานผมไปล่าสัตว์ป่าบนเขามาได้เยอะ ผมเลยเอาไปขายที่ในเมือง ได้เงินมาพอสมควร” เย่เฟิงอธิบาย


    “อ๋อ ที่แท้ก็เป็๞แบบนี้นี่เอง ทำเอาฉัน๻๷ใ๯แทบแย่” เฉินซู่ซู่มองเย่เฟิง 

    “แล้วนายก็ไม่รู้จักประหยัด ใช้เงินหมดไปแล้วหรือไง?”


    “ยังเหลืออีกเยอะครับ” เย่เฟิงพูดพร้อมกับยิ้ม


    “ในเมื่อหาเงินได้แล้ว ก็ประหยัดหน่อยสิ อย่าลืมว่านายยังมีเสียวเสี่ยวอีกคนนะ” เฉินซู่ซู่ยังคงต่อว่าเย่เฟิง

     

    “แล้วกลับมาก็กลับมาสิ ทำไมต้องเหมารถด้วย เปลืองเงินเปล่าๆ”


    ขณะที่พูด เฉินซู่ซู่ก็รู้สึกเสียดายเงินแทน


    เธอรู้สึกว่าเย่เฟิงใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเกินไป มีเงินหน่อยเดี๋ยวก็ผลาญหมด ต่อไปจะเลี้ยงดูเสียวเสี่ยวยังไง เด็กน้อยผู้น่าสงสาร จะต้องลำบากเพราะพ่อแบบนี้แน่ๆ


    ตอนเช้าเธอยังคิดว่าเย่เฟิงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าเสือดาวเปลี่ยนลายไม่ได้ คิดในใจว่าเสียวเสี่ยวต้องลำบากแน่ถ้าอยู่กับเย่เฟิง


    “ป้าเฉิน อย่าว่าคุณพ่อสิคะ คุณพ่อหาเงินได้เยอะมาก ประมาณแสนห้า!”


    “แสนห้า!”


    เฉินซู่ซู่เบิกตากว้างมองเย่เฟิง


    ส่วนคนขับรถก็หันมามองด้วยความประหลาดใจ


    “เสียวเสี่ยวพูดไปเรื่อยน่ะ ผมจะหาเงินได้เยอะขนาดนั้นได้ยังไง ก็แค่พันห้าเอง”


    เย่เฟิงแอบสะกิดเสียวเสี่ยวเบาๆ


    เสียวเสี่ยวเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เธอจึงทำปากยื่นแล้วพูดว่า 


    “ป้าเฉิน หนูพูดผิดค่ะ แค่พันห้าจริงๆ”


    “๻๠ใ๽หมดเลย ฉันนึกว่านายหาเงินได้เยอะขนาดนั้นจริงๆ” เฉินซู่ซู่มองเสียวเสี่ยว “เสียวเสี่ยวอย่าพูดมั่วอีกนะ!”


    “แต่หนูไม่ได้พูดมั่วนี่คะ” เด็กหญิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ


    แต่ไม่มีใครได้ยินว่าเธอพูดว่าอะไร


    “พี่เฉิน รถก็จ้างมาแล้ว ขึ้นรถเถอะพวกเรากลับด้วยกัน”


    เย่เฟิงพยุงเฉินซู่ซู่ขึ้นรถ


    เบาะหลังของรถคันนี้ค่อนข้างกว้าง นั่งสองคนได้สบายๆ แต่เย่เฟิงซื้อของให้เสียวเสี่ยวเยอะมาก กองเต็มเบาะไปหมด 


    ดังนั้นพอเฉินซู่ซูขึ้นมานั่ง เธอก็ต้องเบียดกับเย่เฟิง ส่วนเสียวเสี่ยวก็ย้ายจากตักของเย่เฟิงมานั่งบนตักของเฉินซู่ซู่


    เสียวเสี่ยวเล่าให้เฉินซู่ซู่ฟังตลอดทางว่าเย่เฟิงซื้ออะไรให้บ้าง เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติของเด็กๆ ที่ชอบอวด


    เฉินซู่ซู่สังเกตว่าเย่เฟิงซื้อของให้แต่เสียวเสี่ยว ไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเองเลย ทำให้เธอรู้สึกมองเย่เฟิงดีขึ้นมาอีกหน่อย


    “มองอะไร?”


    เฉินซู่ซู่สังเกตเห็นว่าเย่เฟิงมองลงมาที่เธอตลอด


    ตอนนั้นเองเฉินซู่ซู่จึงเพิ่งรู้ตัวว่าเสื้อของเธอเปิดอยู่ เพราะอากาศร้อน เธอจึงไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน ทำให้เห็นร่องอกลึก รางๆ


    เฉินซู่ซู่หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย รีบดึงเสื้อปิดหน้าอก แล้วจ้องมองเย่เฟิงอย่างดุๆ


    เย่เฟิงยิ้มแห้งๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่เพราะเบาะหลังแคบเกินไป


    แต่ต้องยอมรับว่าเฉินซู่ซู่หุ่นดีมาก ถึงแม้เธอจะทำงานหนักกลางแจ้งเป็๲ประจำ แต่ผิวพรรณของเธอยังคงเนียนสวย เหมือนลูกท้อที่สุกงอมและเฉินซู่ซู่ก็ไม่มีกลิ่นตัว กลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ คงเป็๲เพราะเธออาบน้ำบ่อย


    ไม่นานพวกเขาก็มาถึงทางเข้าหมู่บ้าน


    เย่เฟิงจ่ายค่ารถ หลังจากที่เขาจ่ายเงินเสร็จ เฉินซู่ซู่ก็เดินจากไปแล้ว ไม่รู้ว่าโกรธหรือเปล่า


    แต่เย่เฟิงก็ไม่ได้คิดมาก อุ้มเสียวเสี่ยวเดินกลับบ้าน


    “โอ้ ไอ้ขี้เมา นี่แกถูกหวยเหรอ ซื้อของมาเยอะแยะ แล้วยังเหมารถกลับหมู่บ้านอีก”


    มีคุณลุงคุณป้านั่งอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านหลายคน พวกเขาเห็นเย่เฟิงหิ้วของพะรุงพะรัง พาเสียวเสี่ยวนั่งรถกลับมา ก็เลยรู้สึกแปลกใจ


    “ก็หาเงินได้นิดหน่อย” เย่เฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แล้วก็อุ้มเสียวเสี่ยวเดินจากไป

    “พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วแน่ๆ ไอ้ขี้เมานี่มาอยู่หมู่บ้านเราก็หลายเดือนแล้ว แต่ก่อนพอมีเงินหน่อยก็เอาไปซื้อเหล้าหมด คราวนี้มีเงินกลับไม่ซื้อเหล้าแฮะ!”


    “แปลกจริงๆ...”


    เมื่อกลับถึงบ้าน เย่เฟิงก็ไปทำอาหารให้เสียวเสี่ยว เป็๞ซุปไก่ตุ๋นเหมือนเดิม เป็๞ของเมื่อวานที่ยังกินไม่หมด


    หลังกินข้าวเสร็จ เสียวเสี่ยวก็เหนื่อย เย่เฟิงจึงอุ้มเธอไปนอนบนเตียง


    หลังจากที่เสียวเสี่ยวหลับไปแล้ว เย่เฟิงลืมตาขึ้น นั่งสมาธิบนเตียง และเริ่มฝึกฝน


    เขาไม่ได้เลือกฝึกฝนวิชาเซียนขั้นสูง แต่เลือกฝึกวิชาชักนำปราณขั้นพื้นฐาน


    วิชาเซียน สิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสม

    และในชีวิตที่แล้วในฐานะเซียนจวิน เย่เฟิงไม่ได้แสวงหาตำราหรือวิชาลับระดับสูงอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากพื้นฐานของวิชาฝึกตนระดับพื้นฐานทั้งนั้น


    วิชาเซียนที่แท้จริงคือแก่นแท้ของสรรพสิ่ง หากเข้าใจแล้ว ใบไม้เพียงใบเดียว กิ่งไม้เพียงกิ่งเดียว ก็สามารถเป็๲วิถีสู่ความสำเร็จได้


    เย่เฟิงสูดหายใจเข้าออก ปราณรอบตัวก็ไหลมารวมกันที่เขา


    เขาดูดซับปราณเหล่านี้เข้าไปอย่างช้าๆ เพื่อบำรุงร่างกาย


    ใกล้รุ่งสาง เขาลืมตาขึ้น “ปราณบนโลกเบาบางเกินไป หาก๻้๵๹๠า๱ทะลวงขั้นหลอมรวมปราณระดับ 1 คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก และดูเหมือนร่างกายของข้าก็ยังไม่พร้อม”


    เย่เฟิงหลับตาลง สำรวจสภาพร่างกายภายใน


    กระดูกทั่วร่างกายของเขามีรอยแตกหลายแห่ง และยังมีเหล็กดามอยู่มากมาย เส้นชีพจรก็ติดขัด หาก๻้๵๹๠า๱ทะลวงระดับขั้นหลอมรวมปราณก็ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ก่อน


    แต่การฝึกฝนตลอดทั้งคืนนี้ เขาสามารถดูดซับปราณจางๆ ได้เล็กน้อย ทำให้กระดูกที่ถูกดามเหล็กฟื้นฟูขึ้นมาบ้าง


    หาก๻้๵๹๠า๱ให้ร่างกายกลับมาเป็๲ปกติ เย่เฟิงคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน


    ช้าเกินไป


    ถ้ามีสมุนไพรสักหน่อยก็คงจะดี


    แต่จะไปหาสมุนไพรจากที่ไหนล่ะ?


    เย่เฟิงนึกถึงโสมป่า สิ่งนี้ก็นับเป็๲สมุนไพรชั้นยอด แต่ยังไม่เก่าแก่มากพอ หากอายุ 500 ปีขึ้นไปก็น่าจะใช้ได้

    เก็บไว้ให้เสียวเสี่ยวบำรุงร่างกายดีกว่า


    เย่เฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเข้าป่าอีกครั้ง เพื่อดูว่าจะหาอะไรที่เป็๞ประโยชน์ต่อตนเองได้หรือไม่


    แม้ว่าปราณบนโลกจะเบาบาง แต่ในสถานที่ที่มนุษย์ไม่เคยไปถึง ก็ยังน่าจะมีของดีซ่อนเร้นอยู่ เช่น โสมป่าที่เย่เฟิงพบใน๥ูเ๠าก็เป็๞เครื่องยืนยันได้เป็๞อย่างดี


    แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องจัดการเ๹ื่๪๫ของเสียวเสี่ยวให้เรียบร้อย และเตรียมของที่จำเป็๞ให้ตัวเองด้วย


    สองวันถัดมา เย่เฟิงไม่ได้ไปไหน คอยอยู่เป็๞เพื่อนเสียวเสี่ยว เวลาว่างก็ลับมีด เขาลับมีดขนาดเท่าแขน และยังเตรียมมีดพกติดตัวไว้อีกหลายเล่ม ก้อนหินก็เป็๞แค่ก้อนหิน ไม่มีทางคมเหมือนมีดอยู่แล้ว