หน้าสำนักเซียนตอนนี้ผู้คนเริ่มมารวมตัวกัน เตรียมพร้อมไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เข้าร่วมสุสานเทพ อี้เฉินเองก็ไปรอเช่นกัน แทบทุกคนล้วนไปสุสานเทพกันแทบทั้งสิ้น
อี้เฉินมองรอบๆ เขารู้สึกแปลกใจเหตุใดตัวเขาไม่เห็นกลุ่มของพวกตงหยาง หรือตงหยางจะเลื่อนขั้นพลัง กษัตริย์ แล้วงั้นหรือ
เขาไม่น่าจะรีบเลื่อนขั้นพลังในเวลานี้สิ สุสานเทพหน้าจะเป็นสิ่งที่จอมยุทธหลายๆ คนสนใจคงไม่มีใครบ้าเลื่อนขั้นพลังเวลานี้แน่
จอมยุทธหลายๆ คนที่จะเลื่อนขั้นพลังกษัตริย์หน้าจะยับยั้งไว้ไม่ใช่หรือ อี้เฉินแปลกใจ หรือตงหยางจะมีเรื่องที่สำคัญมากกว่าไปสุสานเทพ
หากเป็นแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเขา หากศัตรูคู่อาฆาตไม่ได้มาเข้าร่วมสุสานเทพ
ย่อมเป็นเรื่องที่ดี หากตงหยางไปสุสานเทพ อี้เฉินมั่นใจเขาต้องไล่ล่าอี้เฉินเป็นแน่
อี้เฉินฆ่าคนของตระกูลตง ไปถึง5คนแถมหนึ่งในนั้นยังเป็นผู้สูงส่ง
เสียงหนึ่งเอ่ยทักทายอี้เฉิน "เป็นเจ้าจริงๆ ด้วยข้าก็ว่าคุ้นหน้าเจ้าอยู่"
อี้เฉินหันกลับไปมองทันที คุณหนูกงฉือเอิน อี้เฉินเห็นใบหน้านางก็จำนางได้ทันที ตัวเขาที่เคยทำลายตระกูลกงจนย่อยยับจากการข้ามผ่านมหันตะสายฟ้า ไม่มีทางลืมได้
"เจ้าทักคนผิดหรือเปล่า หน้าข้าออกจะโหล"อี้เฉินรีบเดินห่างออกไปทันที
กงฉือเอินพูดด้วยท่าทีไม่พอใจเท่าไร เมื่อเห็นการกระทำของอี้เฉิน"เจ้า เจ้า แต่ผมสีขาวนั้นข้าว่ามีไม่กี่คนหรอกมั้ง ข้าไม่ได้มาหาเรื่องเมื่อวันวานเจ้าสบายใจได้"
อี้เฉินได้ยินแบบนั้นค่อยโล่งใจหน่อย"เจ้าก็ระวังตัวด้วยสุสานเทพหน้าจะอันตราย ผู้คนหน้าจะไปแสวงโชคกันเยอะน่าดู"
นางยิ้ม "เจ้าเองก็เช่นกัน"
อี้เฉินเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับพวก ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน เวินรั่วเจียง หริ่นหลัน
เมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉินต่างส่งปราณจิตตรวจสอบอี้เฉินแต่อี้เฉินซ่อนปราณพลังไว้ลึกมากไม่อาจรู้ว่าเขาอยู่ในขั้นพลังอะไร
เขาแทบเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
พวกนางต่างไต่ถาม"เจ้าเลื่อนขั้นพลังย่อยหรือยัง พวกข้าเลื่อนขั้นพลังย่อยกันหมดแล้วนะ"
พวกนางยิ้ม มองเย้ยหยัน อี้เฉินด้วยหางตา "เจ้าอย่าเป็นตัวถ่วงพวกเราล่ะ"
อี้เฉินเพียงแค่ส่งยิ้ม ออกไปหัวเราะแห้งๆ "แฮะๆ"
ซีเผิงที่ตรวจสอบอี้เฉินรู้ได้ทันที อี้เฉินต้องเลื่อนขั้นพลังย่อยแล้วอย่างแน่นอน ตัวเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างจากตัวอี้เฉิน ว่าอี้เฉินนั้นอันตราย ซีเผิงรู้สึกทึ่งอย่างมากเมื่อวันวานเขายังเห็นอี้เฉินเป็นเพียงแค่เด็ก อายุ14-15ขั้นพลังต่ำต้อย แต่บัดนี้อี้เฉินเหมือนจะแซงหน้าตัวเขาไปแล้วด้วยซ้ำ
อยู่ๆ รอบๆก็สั่นไหวอย่างรุนแรงปราณพลังขั้นเทวะของเหล่าเจ้าสำนักทั้ง11ถูกปลดปล่อยออกมา
เจ้าสำนักเซียน โยนถุงเก็บของมิติออกไปก่อนจะมี เรือบินลำใหญ่ปรากฏออกมาสู่สายตาผู้คน
เจ้าสำนักเซียนเอ่ยพูด"ข้าจะประกาศตรงนี้หากใครอยากอยู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หรือมีจอมยุทธดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาเชิญชวน พวกข้าจะไม่รั้งตัวพวกเจ้าไว้ แต่เจ้าอย่าลืมดินแดนที่เจ้าเกิด"
เจ้าสำนักเซียนเอ่ยพูดอีกครั้ง "ใครพร้อมจะไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ขึ้นเรือบินมาได้"
เหล่าศิษย์ที่อยู่บนลานกว้างพวกเขาพุ่งทะยานขึ้นไปด้านบนดาดฟ้าเรือบินทันที รอบบริเวณดาดฟ้าเรือบินเต็มไปด้วยเหล่าศิษย์สำนักนอกทั้ง10 ศิษย์สำนักเซียน รวมกันนับร้อยชีวิต พวกเขาต่างตื่นเต้นที่จะได้ออกไปดูดินแดนที่ไม่เคยไปมาก่อน เสียงพูดคุยดังเอ็ดอึงทั่วดาดฟ้าเรือ
มีบางคนตะโกนโหร้องด้วยความปีติ "ในที่สุดก็มาถึงวันนี้"
ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความหยิ่งผยอง"ข้าเองก็อยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าจอมยุทธดินแดนศักดิ์สิทธิ์เก่งกาจสักเท่าไหร่กันเชียว"พวกเขาต่างพากันฮึกเหิม
เรือบินพุ่งทะยานออกมาไกลในพริบตา มุ่งหน้าไปทางทิศใต้สุดของ ของดินแดนร้อยแคว้น ผ่านไป4วัน ระหว่างเดินทางพวกเขาเห็นเรือบินอีก2ลำ บินไปในทิศทางเดียวกัน
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น"หรือว่าพวกแคว้นต่างๆ เองก็ส่งอนุชนไปเข้าร่วมสุสานเทพ แบบนี้ได้กลายเป็นศึกใหญ่แน่"
อี้เฉินเองก็ไม่คิดว่าจะมีผู้คนมามากถึงเพียงนี้ผ่านไปไม่ถึง5วันกลับเห็นเรือบินอีก2ลำบินไปในทิศทางเดียวกัน
ศิษย์พี่ใหญ่สำนักเซียนเอ่ยขึ้น"แบบนี้ได้กลายเป็นศึกตะลุมบอนครั้งใหญ่แน่ จอมยุทธ์จะต้องล้มตายนับไม่ท่วน"
เมื่อลูกศิษย์หลายๆคนเห็นศิษย์พี่ใหญ่ที่เป็นอันดับหนึ่ง อวิ้นซานซีสำนักเซียน พวกเขาต่างตกตะลึงกับปราณพลังของชายคนนี้ แรงกดดันรอบทิศ ศิษย์หลายๆคนถูกแรงกดดันเล็กๆ เพียงแค่อยู่ใกล้ก็รู้ว่าอยู่คนละระดับกัน
มีบางคนไม่รู้จักเขาต่างพากันไต่ถาม "ชายคนนั้นใครกันแน่ ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน"
ชายหนุ่มอีกคนเอ่ย "ศิษย์เอกของเจ้าสำนักเซียน ว่ากันว่าเขากดขั้นพลังเพื่อเสริมรากฐานให้แข็งแกร่งขึ้น หากเขาไม่กดขั้นพลังไว้น่าจะเลื่อนขั้น กษัตริย์ไปนานแล้ว"
"ข้าก็เคยเห็นเขามาก่อน ความเก่งกาจไม่เป็นลองนายน้อยตระกูลเซียน แน่นอนว่ากันว่าเขาเป็นอันดับ1ของอนุชนรุ่นเยาว์ดินแดนร้อยแคว้น" พวกเขาต่างพากันพูดคุย ถึงศิษย์พี่อวิ้นซานซี
....
เวลาไหลผ่านไปถึง10วัน กว่าเรือบินจะมาถึงเขตแดนทางใต้ รอบบริเวณมีแต่ภูเขาใหญ่เล็กหลายลูกเรียงราย พื้นด้านล่างเต็มไปด้วยหินกรวดเกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ ต้นไม้เบาบางไม่หนาทึบมีสัตว์อสูรอยู่กันไม่มาก รอบๆ เหมือนเขตแดนรกร้าง ไร้ผู้คนอยู่อาศัย
ไกลๆ มองเห็นเขาลูกใหญ่ สูงเสียดฟ้า ใจกลางภูเขามีอุโมงค์ขนาดใหญ่
ไม่นานเรือบินสำนักเซียนก็เข้ามาใกล้ ภูเขาลูกใหญ่ที่มองเห็นไกลๆ รอบๆภูเขามีเหล่าจอมยุทธ์ชราขั้นพลัง เทวะ นับสิบคอยคุ้มกันทางเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขาเห็นเรือบินของสำนักเซียนจึงปล่อยผ่านไป
เหล่าศิษย์ต่างพากันพูดคุย "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ ถึงขนาดเอา ขั้นพลัง เทวะมาคุ้มกันหน้าทางเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์"