ตอนที่ 23 สาดน้ำครำใส่คนบริสุทธิ์ (2)
สวี่เฉิงอวี๋หยุดเดิน หันหน้ากลับไปมองนาง “เฝิงมามาช่างน่าเกรงขามเสียจริงนะ อยู่ต่อหน้าข้ายังทั้งตบทั้งด่า ข้าว่าเรื่องวันนี้ไม่จำเป็นต้องให้ข้าจัดการแล้ว เฝิงมามาไม่เห็นใครในสายตา ไม่เห็นข้าคุณหนูผู้นี้ เช่นนั้นคงได้แต่แจ้งทางการ ให้เจ้าหน้าที่มาตัดสินดูว่าทรัพย์สินที่เสียหายในบ้านนี้ แล้วยังมีพวกเจ้าที่รวมตัวกันเล่นพนันอีก ว่าควรจัดการอย่างไรและลงโทษอย่างไร ข้าจะได้เงียบสงบลงบ้าง”
“ไม่ใช่…ไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูท่านใจเย็นๆ นะเจ้าคะ” เฝิงมามาโขกศีรษะติดๆ กัน “ความจริงเด็กแพศ...สาวใช้รุ่นเล็กคนนี้พูดจาเหลวไหล พูดจาเพ้อเจ้อทั้งที่ปากแดงฟันขาว บ่าวโมโหจนทนไม่ไหวจึงลงมือตบนางไปหนึ่งที คุณหนูท่านเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ อย่าได้ถือสากับคนต่ำต้อยเช่นบ่าวเลย”
สวี่เฉิงอวี๋ส่งเสียงอ้อทีหนึ่ง ยืนอยู่ที่เดิมแล้วส่งสายตาให้หลานอี้
หลานอี้เข้าใจเจตนาของนางทันที ยิ้มอย่างรู้ใจ ก้าวออกไปสองสามก้าวเพื่อปกป้องเมี่ยวเอ๋อร์ไว้ข้างกาย ทั้งยังมองดูใบหน้าของนางแล้วรายงานสวี่เฉิงอวี๋ “บ่าวว่าฝ่ามือนี้ของเฝิงมามาใช้แรงเต็มที่ เกรงว่าพรุ่งนี้หน้าคงบวมขึ้นมาจนไม่สามารถพบใครได้แน่ เช่นนั้นคุณหนูถามให้ละเอียดอีกหน่อย ไม่แน่ว่าอาจได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรจริงๆ เจ้าค่ะ”
นางพูดเช่นนี้แต่ท่าทางที่ปกป้องเมี่ยวเอ๋อร์นั้นชัดเจนมาก
สวี่เฉิงอวี๋นึกถึงเรื่องที่เฝิงมามาพูดว่ามือเท้าไม่สะอาดจึงถามหลานอี้อีกว่า “เจ้าเป็นคนที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดข้างกายท่านแม่ เจ้ารู้เรื่องที่หลี่มามามือเท้าไม่สะอาดหรือไม่ เรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่”
หลานอี้ส่ายศีรษะพูดว่าไม่รู้ “ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ ตอนนั้นหลี่มามาเป็นคนดูแลครัวจริงๆ ต่อมาลูกชายคนเล็กในบ้านนางป่วยหนักนางจึงขอลาออกกับนายหญิง บอกว่าอยากกลับไปดูแลลูก นายหญิงเห็นใจนางจึงให้เงินนางห้าตำลึงและให้นางออกจากครัวไปดูแลเรื่องการซักล้าง บอกว่าเป็นงานที่สบายกว่า และไม่เป็นอุปสรรคในการดูแลลูก แต่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องลาออกจากเรือน มิเช่นนั้นวันหน้าเด็กจะไปหาหมอกินยา จำเป็นต้องใช้เงิน นางจะเอาที่ไหนไปจ่าย ความจริงไม่เคยได้ยินว่าหลี่มามามีเรื่องมือเท้าไม่สะอาดนะเจ้าคะ”
นางพูดไปพลางหมุนปลายเท้าไปทิศทางหนึ่ง ตรงไปหาเฝิงมามา “ดูเหมือนเฝิงมามาจะรู้เรื่องบางอย่างที่พวกเราไม่รู้ ท่านอยู่ในเรือนมานาน คิดว่าคงรู้เรื่องมากมาย ร้ายกาจยิ่งกว่านายหญิงเสียอีก ที่แท้ตอนนั้นไม่ใช่ลูกชายคนเล็กของหลี่มามาป่วยหนัก แต่เป็นการขโมยของ หาผลประโยชน์โดยมิชอบ นำของจากครัวไปเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วเอาเข้ากระเป๋าเงินของนางเอง จึงคิดจะหนีไปใช่หรือไม่”
เดิมทีเฝิงมามาเป็นสุนัขร้อนใจกระโดดกำแพง[1] ดึงคนอื่นเข้ามาพัวพันอย่างมั่วซั่ว
นางไหนเลยจะคิดถึงว่าสวี่เฉิงอวี๋เป็นคนร้ายกาจ ไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย และไม่ได้ถูกท่าทางตวาดแว้ดๆ ของเฝิงมามาทำให้สับสน กลับมีสมองที่ชัดเจนขนาดนี้ สายสนกลในอะไรล้วนไม่อาจหนีพ้นสายตาของนางได้
เฝิงมามาอึกอักไปชั่วขณะ “บ่าวก็...บ่าวก็แค่ได้ยินคนอื่นพูดถึงในตอนแรกที่มาห้องครัว...”
“เช่นนั้นเจ้าคงได้ยินคนแก่พูดขึ้นมา” สวี่เฉิงอวี๋ก้าวเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนหน้านี้ หรี่ตาแล้วกวาดตามองไปทางทุกคนที่ยืนอยู่ในลานนี้ทีละคน “พวกเจ้าใครเคยอยู่ในครัวด้วยกันกับหลี่มามามาก่อน ให้ก้าวออกมา”
หญิงรับใช้สูงวัยเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครยอมก้าวออกมา
สวี่เฉิงอวี๋พูดเสียงดัง “หลานอี้ ไปเอาสมุดรายชื่อมา หาให้ข้าทีละคน ข้าอยากฟังว่าใครเป็นคนพูดจาร้ายกาจเช่นนี้ สาดน้ำครำใส่คนบริสุทธิ์ทั้งที่ปากแดงฟันขาว”
เชิงอรรถ
^ สุนัขร้อนใจกระโดดกำแพง ตรงกับสำนวนสุนัขจนตรอก หมายถึง คนที่เจอทางตัน ไม่มีทางเลือกจึงต้องสู้สุดชีวิต