บทที่ 1: จักรพรรดิในกองขยะ
กลิ่น... มันคือกลิ่นที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ดวงจิตระดับจักรพรรดิเซียนเคยััมาตลอดสามหมื่นปี
กลิ่นเปรี้ยวของเศษอาหารเน่าบูด ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของราและสิ่งปฏิกูล กลิ่นเ่าั้พุ่งกระแทกเข้าโสตประสาทอย่างรุนแรงจนเปลือกตาที่หนักอึ้งต้องเบิกโพลงขึ้น
"เฮือก!"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งสะดุ้งเฮือก ร่างกายผอมแห้งจนเห็นซี่โครงกระตุกเกร็ง เขาพยายามสูดหายใจเข้าปอด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงอากาศที่เป็มลพิษ
"ที่นี่... ที่ไหน?"
เสียงของเขาแหบพร่าราวกับคนขาดน้ำมาแรมเดือน ดวงตาที่เคยส่องประกายอำนาจเหนือสามภพ บัดนี้กลับฉายแววงุนงงและตื่นตระหนก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพดานหยกสลักลายัทองคำ ไม่ใช่มุ้งแพรพรรณที่ทอจากไหม์ และแน่นอนว่าไม่มีนางกำนัลแสนสวยคอยพัดวี
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือท้องฟ้าสีหม่นที่มีแมลงวันบินว่อน และกองขยะสูงท่วมหัวที่โอบล้อมเขาไว้ราวกับกำแพงเมือง
"เ้าแก่ผู้พิทักษ์์..." เขาคำรามในลำคอ พยายามยันตัวลุกขึ้นแต่แขนขากลับสั่นระริก "เ้าบอกว่าจะส่งข้า 'จักรพรรดิเซียนเทียนหลง' ลงมาจุติในร่างของผู้มีบุญวาสนา เพื่อเตรียมรับมือกับจอมมารมิใช่รึ? แล้วนี่มันอะไรกัน!"
ทันใดนั้น ความเ็ปสายหนึ่งก็แล่นพล่านเข้ามาในศีรษะราวกับถูกขวานจาม ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขาไหลบ่าเข้ามาปะปนกับจิติญญาดั้งเดิม
ชื่อของข้าคือ... หลินฟาน เด็กกำพร้าไร้สกุล... ขอทานแห่งเมืองหมอกเมฆา... ไม่มีบ้าน ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีวรยุทธ์... ความทรงจำสุดท้าย... ถูกลูกสมุนของเศรษฐีตระกูลหวังรุมซ้อมจนตาย เพียงเพราะข้าไปแย่งซาลาเปาที่ตกลงพื้นกับสุนัขเฝ้าบ้านของพวกมัน...
"บัดซบ!"
เทียนหลง... หรือบัดนี้คือ หลินฟาน สบถออกมาเสียงดัง เขาสำรวจร่างกายใหม่ของตนเองอย่างเวทนา ิัดำกร้านเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและาแ เสื้อผ้าเป็เพียงเศษผ้ากระสอบที่นำมาพันกายอย่างลวกๆ กลิ่นตัวเหม็นโฉ่จนแม้แต่ตัวเขาเองยังอยากจะอาเจียน
แต่สิ่งที่น่าใที่สุดไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก
หลินฟานรีบโคจรลมปราณเพื่อตรวจสอบภายในร่างกาย แต่สิ่งที่เขาพบคือความว่างเปล่า... ว่างเปล่าอย่างน่าใจหาย
จุดตันเถียน (จุดกำเนิดลมปราณ) ของร่างนี้เหือดแห้งและลีบเล็ก เส้นชีพจรลมปราณตีบตันและเปราะบางราวกับเส้นด้ายเก่าๆ อย่าว่าแต่จะใช้วิชาเซียนเหาะเหินเดินอากาศเลย แค่จะเสกไฟจุดเทียนสักเล่มก็คงทำไม่ได้
"ขยะ... ร่างกายนี้มันขยะบริสุทธิ์ชัดๆ!"
หลินฟานทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับกองขยะอย่างหมดอาลัยตายอยาก ภารกิจกู้โลก? การต่อสู้กับจอมมาร? ลืมไปได้เลย ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ แค่จะเอาชีวิตรอดให้พ้นคืนนี้ไปยังยากเย็นแสนเข็ญ
โครกคคคค...
เสียงท้องร้องดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า มันดังเสียจนกลบเสียงแมลงวันรอบตัว ความหิวโหยที่เขาไม่เคยััมานานนับพันปี (เพราะเซียนอิ่มทิพย์) กำลังเล่นงานกระเพาะของมนุษย์ธรรมดาอย่างโหดร้าย
"ช่างเถอะ... เื่กู้โลกเอาไว้ทีหลัง เื่ศักดิ์ศรีจักรพรรดิเอาไว้ก่อน ตอนนี้ข้าต้องหาอะไรใส่ท้อง"
หลินฟานกัดฟันลุกขึ้นยืน โซซัดโซเซออกจากตรอกทิ้งขยะ เขาเดินลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กๆ มุ่งหน้าสู่ตลาดกลางเมืองหมอกเมฆา
บรรยากาศในตลาดคึกคักไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ขายะโเรียกลูกค้า กลิ่นหอมของหมั่นโถวนึ่ง ไก่ย่าง และบะหมี่น้ำซุปร้อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่ว สำหรับคนทั่วไปมันคือกลิ่นแห่งความสุข แต่สำหรับหลินฟานในตอนนี้ มันคือการทรมานรูปแบบหนึ่ง
เขาพยายามเดินให้ดูสง่าผ่าเผยที่สุด ยืดอก เชิดหน้า ดุจดั่งจักรพรรดิเดินตรวจแถวทหาร แม้ว่าสภาพจะเป็ขอทานขี้โรคก็ตาม ผู้คนที่เดินผ่านต่างพากันเบือนหน้าหนี หรือเอามือปิดจมูกด้วยความรังเกียจ
"ไอ้ขอทานสวะ! หลีกไปให้พ้นหน้าร้านข้า!" พ่อค้าขายผลไม้ตวาดไล่เมื่อหลินฟานเดินเฉียดแผงของเขา
หลินฟานปรายตามองพ่อค้าผู้นั้นด้วยสายตาเย็นะเื แวบหนึ่งั์ตาของเขาเปล่งประกายสีทองจางๆ ทำให้พ่อค้าคนนั้นชะงักไป ขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ
ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะใช้วิธีไหนหาอาหารโดยไม่ต้องลดตัวลงไปแย่งหมากิน สายตาของเขาก็พลันััได้ถึงกระแสพลังบางอย่าง
มันเป็กระแสพลังที่แ่เบามาก แต่บริสุทธิ์และคุ้นเคยอย่างยิ่ง
"กลิ่นอายนี้..." หลินฟานหยุดเดิน จมูกขยับฟุดฟิดราวกับสุนัขล่าเนื้อ "ััแห่งศัสตราวุธ... จิติญญาแห่งกระบี่ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน..."
เขารีบหันขวับไปมองทางทิศตะวันออกของตลาด ตรงนั้นคือหน้าร้านตีเหล็กที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง มีฝูงชนกำลังมุงดูเหตุการณ์บางอย่าง
หลินฟานแหวกฝูงชนเข้าไป (ซึ่งทำได้ง่ายมาก เพราะกลิ่นตัวของเขาทำให้คนรีบหลีกทางให้) ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของอดีตจักรพรรดิกระตุกวูบ
ที่พื้นดินหน้าร้านตีเหล็ก มีเด็กชายตัวเล็กผอมแห้งคนหนึ่ง อายุไม่น่าเกิน 7-8 ขวบ เนื้อตัวมอมแมมไม่ต่างจากหลินฟาน เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง
เด็กคนนั้นกำลังถูกช่างตีเหล็กร่างั์ กล้ามเป็มัดๆ กระชากคอเสื้อจนตัวลอย
"ไอ้เด็กเปรต! ข้าจับตาดูเอ็งมานานแล้ว กล้าดีนักนะที่มาขโมยของหน้าร้านข้า!" ช่างตีเหล็กคำราม น้ำลายกระเด็นใส่หน้าเด็กน้อย
แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟานตกตะลึงไม่ใช่ความรุนแรงของช่างตีเหล็ก แต่เป็แววตาของเด็กคนนั้น
ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีน้ำตา มีเพียงความดื้อรั้น หยิ่งผยอง และเ็าดุจน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากเม้มแน่นจนห่อเื ในมือข้างหนึ่งของเขากำวัตถุบางอย่างไว้แน่นราวกับชีวิต
"ข้า... ไม่ได้... ขโมย" เด็กน้อยกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน "มันเป็เศษเหล็กทิ้งแล้ว... ข้าเก็บได้... ที่พื้นถนน"
"ปากดีนักนะ!" ช่างตีเหล็กเงื้อมืออีกข้างขึ้น หมายจะตบสั่งสอน
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา แม้จะไม่ดังกึกก้อง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศชะงักงัน
ช่างตีเหล็กและฝูงชนหันไปมองต้นเสียง พบกับขอทานหนุ่มร่างผอมแห้งที่ยืนเอามือไพล่หลัง (พยายาม) ยืดตัวตรงอยู่กลางวงล้อม
หลินฟานเดินเข้าไปหาทั้งคู่ สายตาจดจ้องไปที่เด็กน้อย เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย
ใช่จริงๆ ด้วย... เ้าลูกชายคนโต อดีตแม่ทัพ์ผู้ควบคุมแสนยานุภาพกระบี่... 'หยางเจียน'
"ปล่อยมือสกปรกของเ้าออกจากคอเสื้อของเขาซะ" หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ั์ตาจ้องมองช่างตีเหล็กเขม็ง "ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน"
ช่างตีเหล็กชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะะเิหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆ! นี่มันวันรวมญาติขอทานหรือไง? ไอ้สวะหลินฟาน เอ็งจะทำไมข้า? จะเอาเชื้อโรคมาแพร่ใส่ข้าหรือไง!"
หลินฟานไม่โต้ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว แล้วก้มลงมองเด็กน้อยที่ยังถูกหิ้วคออยู่
"เ้าหนู..." หลินฟานถามเสียงนุ่ม "เ้าบอกว่าเ้าไม่ได้ขโมย ใช่หรือไม่?"
หยางเจียน (ในร่างเด็ก) หันมามองหลินฟาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสบตาชายแปลกหน้าคนนี้ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ "ข้า... ไม่ได้ขโมย"
"ดี" หลินฟานพยักหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับช่างตีเหล็กอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มบนหน้าเขาหายไป เหลือเพียงความเ็าที่น่าขนลุก
"ได้ยินแล้วใช่ไหม? บุตรชายของข้าบอกว่าไม่ได้ขโมย... และคนแซ่หลินไม่เคยโกหก ปล่อยเขาลง เดี๋ยวนี้"
คำประกาศก้องของเขาทำให้ฝูงชนฮือฮา ไม่ใช่เพราะความกล้าหาญ แต่เพราะคำว่า "บุตรชาย"
วินาทีนี้... จักรพรรดิยาจกได้พบกับแม่ทัพน้อยแล้ว และตำนานการเลี้ยงลูก (สมุน) ฉบับกู้โลก ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกลิ่นเหงื่อและเขม่าควันไฟ!