หลังจากที่บอกความจริงกับแม่และน้องชาย ไอรีนก็ได้มอบยันต์คุ้มภัยให้กับทั้งสองติดตัวเอาไว้ ยันต์นี้สามารถใช้เพื่อปกป้องจากอันตรายได้แต่มันก็มีขีดจำกัดอยู่เช่นกัน เมื่อมันทำการปกป้องผู้พลังภายในยันต์ก็จะถูกใช้ไปและเมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็จะสลายกลายเป็ฝุ่นเพราะถูกดึงพลังไปใช้จนหมด
ไพลินเสนอเื่การย้ายที่อยู่ซึ่งทั้งสองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ แม้ไอรีนจะไม่กลัวปัญหาที่ตามมาจากปานจิตเพราะเธอฝังความหวาดกลัวให้อีกฝ่ายเอาไว้มากพอแล้ว แต่ห้องเช่านี้ก็คับแคบและไม่ได้มีสภาพความเป็อยู่ที่ดีนัก ในเมื่อเธอกลับมาแล้วก็อยากให้แม่และน้องชายมีความเป็อยู่ที่ดีไม่ต้องทนอยู่อย่างยากลำบากแบบนี้
“แต่ว่าเราจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้ละครับ?” พารันเอ่ยถามเพราะรู้ว่าเงินก้อนสุดท้ายที่ครอบครัวมีอยู่น่าจะไม่เพียงพอสำหรับซื้อแม้แต่ห้องเล็กๆหนึ่งห้องเสียด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบ้านสักหลังหนึ่งเลย
“เห็นว่าอสังหาริมทรัพย์ในโซนชานเมืองราคาถูกมากเลยไม่ใช่เหรอ” ไอรีนเอ่ยถาม
“พี่หมายถึงพื้นที่สีแดงเหรอครับ?” พารันประหลาดใจ “แม้ว่าอสังหาฯในพื้นที่สีแดงจะราคาตกลงมามากแต่เหตุผลที่ราคาตกก็เพราะระดับความอันตรายของพื้นที่นั้นๆ แม้แต่นักล่าเก่งๆหรือกิลด์เอกชนก็ยังเลือกอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยกันเป็หลักเลย เพราะแบบนั้นอาคารต่างๆในพื้นที่สีแดงจึงขายไม่ออกและถูกทิ้งร้างเอาไว้ั้แ่ตอนที่เกิดเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกครั้งแรกในโลกแล้ว”
ใช่แล้ว หลังจากที่โลกค้นพบเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกและได้รู้ว่ามีความเป็ไปได้ที่มอนสเตอร์จากดันเจี้ยนเ่าั้จะหลุดออกมาจากเกท พื้นที่รอบๆดันเจี้ยนก็ได้ถูกจัดให้เป็พื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงในทันที แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกดันเจี้ยนที่จะทำให้พื้นที่รอบๆกลายเป็สีแดง เพราะอย่างพื้นที่ใจกลางเมืองครั้งหนึ่งก็เคยมีดันเจี้ยนปรากฎขึ้นมา แต่ด้วยความร่วมมือของกิลด์เอกชนและสมาคมนักล่าแห่งประเทศไทย พวกเขาสามารถทำลายดันเจี้ยนด้วยการบุกไปถึงส่วนลึกสุดของดันเจี้ยน สังหารบอสและนำเอาดันเจี้ยนคอร์ออกมาได้สำเร็จ
ดันเจี้ยนที่ไร้ซึ่งดันเจี้ยนคอร์และบอสจะสูญสลายไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับว่าโชคดีที่ดันเจี้ยนใจกลางเมืองนั้นเป็แค่ดันเจี้ยนระดับไม่สูงมากนัก อาศัยแค่นักล่าระดับบรอนซ์ก็ยังพอจะจัดการได้ แต่หากเป็ดันเจี้ยนระดับสูงเกรงว่าคงทำได้แค่ปล่อยมันทิ้งเอาไว้แล้วย้ายรกรากประชากรหนีไปที่อื่นแทน
สำหรับพื้นที่ชานเมืองที่ไอรีนกล่าวถึงนั้นอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง มีดันเจี้ยนปรากฎอยู่ใกล้ๆสองถึงสามแห่ง สองในสามนั้นเป็ดันเจี้ยนระดับต่ำที่ไม่ได้รับการกวาดล้างเพราะถูกเก็บเอาไว้เป็พื้นที่ฝึกฝนของนักล่ารุ่นใหม่และยังใช้เก็บทรัพยากรได้เรื่อยๆ แต่เหตุผลที่พื้นที่นั้นถูกจัดเป็พื้นที่สีแดงก็เพราะหนึ่งในสามดันเจี้ยนที่ว่าดันเป็ดันเจี้ยนระดับสูงที่ถูกประเมินว่ามีความยากระดับ B
ความยากระดับ B หมายถึงดันเจี้ยนที่มีเพียงนักล่าระดับ Silver เป็ต้นไปจึงจะสามารถรับรองความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง แม้แต่กิลด์เอกชนระดับต้นๆของประเทศก็ยังไม่อยากเสี่ยงกับดันเจี้ยนระดับนี้ เมื่อมีดันเจี้ยนนี้ตั้งเอาไว้ก็ไม่ต่างจากะเิเวลาที่รอวันะเิออก เพราะแบบนั้นชานเมืองจึงถูกจัดให้เป็พื้นที่สีแดงที่มีอันตรายสูง ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกขึ้นเ้าหน้าที่จะไม่เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในพื้นที่และรอตั้งรับอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น
เมื่อมีประกาศแบบนี้ออกมา ย่อมไม่แปลกที่อสังหาริมทรัพย์และที่ดินบริเวณนั้นจะราคาตกอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้าไปใช้งาน แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าดันเจี้ยนเบรกไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยง่าย แต่มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ย่อมไม่มีใครอยากพาตัวเองไปนอนทับะเิเวลาอย่างแน่นอน
“ฉันจะลองไปสำรวจดันเจี้ยนที่ว่าดูสักหน่อย” ไอรีนออกความเห็น
พารันรีบคัดค้านในทันที “อันตรายเกินไปครับ ดันเจี้ยนนั้นถูกประเมินความยากเอาไว้ที่ระดับ B หมายความว่าในนั้นอาจจะมีมอนสเตอร์ระดับ B อยู่ นั่นเป็ระดับที่ต้องใช้นักล่าระดับซิลเวอร์หรือไม่ก็นักล่าระดับบรอนซ์แบบครบทีมถึงจะรับมือได้ ขนาดกิลด์ไอยราของคุณพ่อก็ยังไม่กล้าเข้าไปเคลียร์ดันเจี้ยนนั้นเลย”
“ไม่ต้องห่วง ถึงจะจัดการดันเจี้ยนนั้นไม่ได้แต่ถ้าพี่อยากหนีก็หนีได้สบายมาก” ไอรีนเอ่ยอย่างมั่นใจ “นอกจากนี้พวกเรายัง้าเงินสำหรับซื้อบ้านสักหลัง ต่อให้เป็บ้านแถวชานเมืองที่ราคาถูกมากก็เถอะ”
“พี่แน่ใจว่าจะปลอดภัยกลับมาใช่ไหม?” พารันถามย้ำ
ไอรีนยีหัวของน้องชาย “อย่าห่วงเลยน่า นายอยากจะเรียนรู้เส้นทางของผู้ฝึกตนไม่ใช่รึไง รอให้เรียนจบแล้วก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี รับรองว่าฉันจะฝึกจนนายต้องร้องไห้หาแม่เลยละ”
วันต่อมาไอรีนออกเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมายซึ่งการเดินทางนั้นค่อนข้างลำบากเพราะพื้นที่สีแดงนั้นถูกตัดขาดและไม่สามารถเดินทางได้ด้วยรถสาธารณะ ดังนั้นไอรีนจึงต้องเดินทางมาลงจุดที่ใกล้ที่สุดและเคลื่อนที่ต่อด้วยเท้าของตนเองแทน
แม้ว่าจะเป็พื้นที่สีแดงแต่เพราะมีดันเจี้ยนสองแห่งที่ถือว่าเป็แหล่งทรัพยากรและพื้นที่ฝึกฝนพวกนักล่ามือใหม่ ดังนั้นพื้นที่นี้จึงไม่ได้ถือว่ารกร้างไร้ผู้คนเสียทีเดียว ยังมีแคมป์ของกิลด์เอกชนและสมาคมนักล่าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้จำนวนหนึ่ง เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจของคนเหล่านี้มากเกินไปไอรีนจึงต้องเคลื่อนที่อย่างระมัดระวัง
โชคดีที่ดันเจี้ยนเป้าหมายของเธอนั้นเป็ดันเจี้ยนระดับ B ที่คนเหล่านี้ไม่สนใจจะเข้าไปสำรวจ เมื่อผ่านพื้นที่ดันเจี้ยนระดับต่ำมาได้เธอจึงไม่พบเจอกับผู้คนอีก
เกทของดันเจี้ยนนั้นจะมีลักษณะเหมือนกับหลุมน้ำวนที่ปรากฏขึ้นในแนวตั้งกลางอากาศ ทันทีที่มาถึงด้านหน้าเกทไอรีนก็ััได้ถึงกระแสพลังที่เธอคาดว่าเป็พลังเวทมนตร์ได้อย่างชัดเจน ระดับความเข้มข้นของพลังนั้นสูงกว่าพื้นที่อื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
“หืม พลังเวทมนตร์กับพลังฟ้าดินมีความสัมพันธ์กันจริงๆ” ไอรีนหรี่ตาลงเมื่อพบว่าพลังฟ้าดินในพื้นที่นี้เองก็หนาแน่นมากเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
“แบบนี้พื้นที่ใกล้ๆกับดันเจี้ยนก็ไม่ต่างอะไรจากพื้นที่พิเศษสำหรับการฝึกตนเลยสินะ ดูเหมือนการมาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้จะเป็ความคิดที่ไม่เลว” พวกนักล่าไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพลังเวทที่กระจัดกระจายอยู่กลางอากาศได้ แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ฝึกตนอย่างเธอ พลังพวกนี้ไม่ต่างไปจากขุมทรัพย์ที่ได้มาเปล่า
ระดับพลังของไอรีนในตอนนี้แม้จะอยู่แค่ระดับขั้นหลอมกระดูกเพราะร่างกายที่ต้องฝึกฝนใหม่ั้แ่ต้น แต่เพราะิญญาของเธอมีระดับดั้งเดิมสูงมากแม้จะาเ็ ดังนั้นความแข็งแกร่งโดยรวมของเธอจึงถือได้ว่าเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับกรุยชีพจรคนหนึ่งเป็อย่างน้อย
ไอรีนหยิบเอากระดาษยันต์ที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าขึ้นมาตรวจสอบอีกหนึ่งครั้งก่อนจะถอนหายใจ เพราะโลกใบนี้ไม่มีแหวนมิติเธอจึงทำได้แค่เก็บพวกมันเอาไว้กับกระเป๋าเล็กที่เหน็บเอาไว้รอบเอว น่าเสียดายที่ถึงแม้เธอจะรู้วิธีสร้างแหวนมิติแต่ก็จนใจที่ไม่มีวัตถุดิบให้ใช้เพียงพอ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสามารถหามันได้หรือเปล่าใน่ชีวิตนี้
หญิงสาวยื่นมือออกไปเพื่อัักับเกทตรงหน้า ทันใดนั้นเธอก็ััได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ฉุดเธอเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
[ท่านได้เข้าสู่ดันเจี้ยน]
ไอรีนประหลาดใจกับเสียงที่ดังขึ้นในหัวของตนเอง นี่คงจะเป็สิ่งที่พวกผู้ปลุกพลังพูดถึงอย่างระบบสนับสนุน มันเป็สิ่งที่ติดตัวพวกเขามาั้แ่ที่ปลุกพลังได้สำเร็จ เหมือนกับหน้าต่างที่บ่งบอกค่าสถานะที่เธอเคยเห็นตอนที่ตื่นขึ้นมา
พื้นที่ภายในดันเจี้ยนมีลักษณะเหมือนกับเขาวงกตที่สร้างจากอิฐ มีความกว้างและสูงมากพอสมควรเมื่อเทียบกับสัดส่วนของมนุษย์ปกติ แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือพลังงานเวทมนตร์และพลังฟ้าดินที่อบอวลอยู่ภายในดันเจี้ยน
“พลังหนาแน่นมากพอๆกับพื้นที่ลับเลย” ไอรีนอุทานด้วยความตื่นเต้น หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าดันเจี้ยนนี้เต็มไปด้วยมอนสเตอร์และอันตรายจำนวนมากเธอคงตัดสินใจฝึกฝนในพื้นที่นี้ทันที การฝึกในพื้นที่แบบนี้จะช่วยร่นระยะเวลาที่ต้องใช้ไปได้หลายเท่า ยิ่งใน่ที่ร่างกายของเธอกำลังปรับสภาพ พื้นที่นี้ก็ไม่ต่างไปจากบ่อน้ำร้อนสำหรับบำบัดร่างกายเลยแม้แต่น้อย
เท้าของไอรีนชะงักเพราะเสียงการเคลื่อนไหวเล็กๆที่ดังขึ้น หญิงสาวพลิ้วกายฉีกไปด้านซ้ายทำให้รอดพ้นจากกรงเล็บอันแหลมคมที่ฟาดฟันลงมาจาก้าได้อย่างหวุดหวิด
“พรางตางั้นเหรอ” ไอรีนเลิกคิ้วประหลาดใจขณะมองไปยังพื้นที่ด้านหน้าที่ปรากฏร่างอันเลืองรางของสิ่งมีชีวิตคล้ายกับกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่กว่าสองเมตร นอกจากความสามารถในการพรางตาแล้วมันยังปกปิดกลิ่นอายและเสียงการเคลื่อนไหวได้ในระดับหนึ่ง น่าเสียดายที่เหยื่อของมันในตอนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
“พอดีจริงๆ จะได้ทดลองสกิลไปด้วยในตัว” ไอรีนเปิดใช้งานสกิล Extra Sense ของตนเอง ทันใดนั้นเธอก็มองเห็นรูปร่างของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ทั้งกลิ่นอายและแม้แต่พลังเวทในตัวของอีกฝ่ายเธอก็สามารถััถึงพวกมันได้อย่างชัดเจน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสกิล Extra Sense นั้นเป็สกิลที่ยอดเยี่ยมมากเพียงใด มอนสเตอร์ตรงหน้าของไอรีนนั้นเป็ถึงมอนสเตอร์ระดับ B ที่สามารถฆ่านักล่าระดับซิลเวอร์ที่ไม่ทันระมัดระวังได้ในพริบตา เดิมทีต่อให้เป็นักล่าที่มีสกิลสายตรวจจับก็ใช่ว่าจะสามารถััถึงอีกฝ่ายได้ทุกคน เพราะแม้แต่มอนสเตอร์เองก็สกิลอยู่เช่นเดียวกัน และสกิลที่มอนสเตอร์ตัวนี้ถือครองก็เป็สกิลปกปิดกลิ่นอายระดับ B
ไอรีนจ้องมองร่างของอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น มันอ้าปากออกและตวัดลิ้นยาวเข้าหาเธอราวกับะุปืน หญิงสาวขยับหลบไปหนึ่งก้าวและรวบรวมพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือของตนเอง
ปัง!
เพียงพริบตาเธอก็เข้าประชิดและฟาดฝ่ามือเข้าใส่ร่างของอีกฝ่าย ฝ่ามือที่อัดใส่เต็มกำลังนี้สามารถบดขยี้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาได้อย่างง่ายดาย ทว่ามันกลับทำได้เพียงผลักให้กิ้งก่าตรงหน้าปลิวออกไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“แข็งดีแท้” ไอรีนหัวเราะพลางก้มตัวหลบกรงเล็บอันแหลมคมของอีกฝ่ายแล้วขยับเท้าถอยห่าง เธอเข้าใจแล้วว่ามอนสเตอร์ระดับ B นั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ ถ้าหากเธอเป็แค่ผู้ฝึกตนระดับขั้นหลอมกระดูกธรรมดาคงถูกมันฆ่าตายอย่างรวดเร็ว แต่เพราะความแข็งแกร่งและประสบการณ์ของเธอนั้นเหนือกว่านั้นมาก ดังนั้นกิ้งก่าตัวนี้จึงไม่ได้สร้างแรงคุกคามให้กับเธอมากถึงขั้นนั้น
เพียงแต่ในระยะเวลาสั้นๆเธอก็ไม่มีวิธีที่จะฆ่ามันได้เช่นกัน เพราะตอนนี้เธอไม่มีอาวุธเหมือนกับตอนอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร และวิชาต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งเ่าั้เองก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่เพราะผลสะท้อนของวิชาระยะประชิดนั้นสูงเกินไป หากใช้โดยไม่ระวังอาจจะกลายเป็ทำร้ายตัวเองแทนโดยไม่ตั้งใจ
“ต้องใช้ยันต์เลยงั้นเหรอ แบบนั้นก็สิ้นเปลืองไปหน่อยแฮะ” ไอรีนบ่นพึมพำก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นเป็รอยยิ้ม ่เวลาสามร้อยปีที่ไปอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแม้่แรกจะยากลำบากและทุกข์ทรมานอยู่ไม่น้อย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มเรียนรู้และคุ้นชินกับเื่ราวในโลกใบนั้น จนเมื่อถึงจุดหนึ่งในฐานะผู้ฝึกตนที่ต้องข้ามผ่านประสบการณ์ต่อสู้เสี่ยงตายหลายต่อหลายครั้ง
โดยไม่รู้ตัว หญิงสาวที่สดใสและไร้เดียงสาก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็คนที่ตื่นเต้นและเืสูบฉีดไปกับการท้าทายสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะการต่อสู้เสี่ยงอันตรายกับศัตรูที่แข็งแกร่งและสถานการณ์ที่ยากลำบาก