บทที่ 28 ปิดบัญชีแค้น (รีไรท์)
“อร่อยหรือเปล่าล่ะไป๋ฮวา”
ชาวบ้านเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส ในขณะที่หลิวไป๋ฮวาคลี่ยิ้มออกมา หญิงสาวตักไก่ผัดถั่วลิสงขึ้นมากินก่อนที่เธอจะพยักหน้า
“อืม ไก่นี่อร่อยดีนะ”
“งั้นก็กินเยอะ ๆ เลย ถ้าไม่พอเดี๋ยวพวกฉันไปตักในครัวมาเพิ่มให้” หญิงสาวยิ้มรับ
กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปได้เพียงไม่นานเท่าไหร่นัก ในตอนที่การแสดงเริ่มเข้มข้นขึ้น และชาวบ้านที่ต่างพาลูกหลานที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียน ในขณะที่บางส่วนก็เลิกงานรับจ้างแล้ว ต่างก็เข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะไม่มากนัก ทว่าสถานที่จัดงานที่ไม่ได้ใหญ่โตมากขนาดนั้นก็ทำให้ดูแออัดได้เช่นกัน
“ไป๋ฮวา เธอง่วงหรือเปล่า?” สาวชาวบ้านเอ่ยถามเสียงเบา ในขณะที่ภาพหลิวไป๋ฮวาที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้น เริ่มพร่าเลือนเต็มที พวกเธอพยายามอย่างมากที่จะฝืนลืมตาขึ้น ทว่ากลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งไม่อาจต่อสู้กับความง่วงงุนที่กำลังจะเข้าครอบงำสติที่มีได้เลย
“ทำไมง่วงแบบนี้เนี่ย” หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงเบา เพียงไม่นานร่างของทั้งสองก็ฟุบลงไปบนโต๊ะไม้ในทันที
“ยาคงออกฤทธิ์แล้วงั้นสิ” เธอพึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนจะตวัดสายตาไปมองซุปไก่ในถ้วยที่เธอยังไม่ได้ตักเข้าปากแม้แต่คำเดียว สิ่งที่จ้าวหนิงเซี่ยเห็นว่าเธอตักซุปไก่ขึ้นกินนั้น เป็นเพียงแค่การเสแสร้งของเธอเพียงเท่านั้น หลิวไป๋ฮวายกยิ้มก่อนที่เธอจะเทซุปไก่ในถ้วยทิ้ง แล้วรีบกลับมาฟุบตัวลงนอนบนโต๊ะทำทีว่าเธอสลบไปแล้วเช่นเดียวกัน
เพียงไม่นานจ้าวหนิงเซี่ยก็กลับมาดูผลงานของตน ก่อนที่เธอจะยกยิ้มร้ายออกมาในทันที
“เหอะ ฉันก็คิดว่าแกจะฉลาดกว่านี้ ที่ไหนได้ยังโง่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน”
“เอาตัวมันไปให้จางไฉ่หงสิ พวกแกจะยืนเซ่ออยู่ทำไม!” จ้าวหนิงเซี่ยหันไปตะคอกใส่ชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นลูกน้องของจางไฉ่หง เลขาธิการพรรคหมู่บ้าน ก่อนที่ชายฉกรรจ์พวกนั้นจะรีบอุ้มตัวหลิวไป๋ฮวาออกไปในทันทีโดยที่ไม่มีใครเห็น
หลิวไป๋ฮวาที่ในตอนนี้มีสติรู้ตัวดีทุกอย่าง ยอมปล่อยให้ชายฉกรรจ์พวกนั้นอุ้มตัวเธอออกไป เพราะเธอเองก็รอวันนี้มาเนิ่นนานเช่นกัน วันที่เธอจะได้ล้างแค้นไอ้จางไฉ่หงชั่วช้าคนนั้น
ปึง
“มาแล้วเจ้านาย” จางไฉ่หงที่สวมใส่เพียงชุดคลุมยกยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจ ครั้นที่เห็นว่าลูกน้องของตนได้หิ้วสาวงามมาส่งถึงที่ ชายร่างท้วมรีบโบกมือไล่ลูกน้องของตนออกไปในทันทีเพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลาอันสุขสมอยู่กับสาวงามคนนี้เพียงลำพังสองต่อสอง
“งดงามสมคำร่ำลือจริง ๆ” เขาพึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าไปหาร่างเล็กของหลิวไป๋ฮวา ชายร่างท้วมแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากของตนด้วยสายตาที่หื่นกระหาย
“กลิ่นกายก็หอมหวานเช่นนี้ ทำไมเธอถึงได้หลุดรอดสายตาฉันไปนานเช่นนี้นะ” ชายหัวงูยังคงพ่นถ้อยคำที่น่ารังเกียจออกมาไม่ขาดปาก ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงไปหมายจะซุกไซร้ซอกคอหอมให้หนำใจ
พรึ่บ
จางไฉ่หงผงะในทันที ครั้นที่ดวงตาที่เคยปิดสนิทนั้นเบิกตากว้างออกมา เพียงเสี้ยววินาทีชายร่างท้วมก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยเจ็บปวด
“โอ๊ย ๆ” เลขาธิการพรรคร้องออกมาหน้าดำหน้าแดง ในขณะที่หลิวไป๋ฮวาค่อย ๆ ผุดลุกขึ้น ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยแรงแค้น ในขณะที่มือของเธอบีบกล่องดวงใจของจางไฉ่หงด้วยความรุนแรง จนคล้ายจะบี้มันให้แหลกเหลวคามือ
“ไอ้แก่ตัณหากลับ แกนี่มันสารเลวจริง ๆ” เธอเอ่ยออกมาเสียงดังลั่นด้วยความแค้นเคือง ในขณะที่จางไฉ่หงล้มลงไปกองกับพื้น หลิวไป๋ฮวาก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดรอด
“นะ นั่นแกจะทำอะไร!” จางไฉ่หงเอ่ยออกมาด้วยท่าทีร้อนรน ครั้นที่เห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา นัยน์ดวงตาของชายร่างท้วมสะท้อนเงาฝ่าเท้าของหลิวไป๋ฮวาที่วางทาบลงบนกล่องดวงใจของตน ทั้งที่อาการจุกเสียดจากการบีบเคล้นด้วยความรุนแรงเมื่อครู่นั้น ยังไม่ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย
“โอ๊ยยย” เสียงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เมื่อหลิวไป๋ฮวากดฝ่าเท้าลงไปจนชายร่างท้วมงอตัว ไม่เหลือเรี่ยวแรงให้จัดการกับหญิงสาว
“ไอ้เฒ่าหัวงู คนอย่างแกนี่มันหนักแผ่นดินจริง ๆ” หญิงสาวเคล้นเสียงออกมาด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่หลิวไป๋ฮวาจะยกเท้าขึ้นสูง
“อย่ามีไว้ทำพันธ์ุเลยไอ้แก่” น้ำเสียงหนักแน่นของหลิวไป๋ฮวาดังขึ้น ความแค้นเคืองที่เธอเก็บมาเนิ่นนานนั้น ถึงเวลาที่เธอจะได้ปิดบัญชีแค้นครั้งนี้เสียงที ดวงตาของหญิงสาวเปี่ยมไปด้วยความอาฆาต ก่อนที่เสียงกระทืบจะดังติดต่อกันหลายครั้ง คลอเคล้าไปกับเสียงร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวดที่ดังออกมา
ตุบ ตุบ ตุบ
“โอ๊ยยยย อ๊ากก” เสียงร้องโหยหวนจากการเจ็บปวดดังสนั่น เมื่อหลิวไป๋ฮวากระทืบเท้าลงบนกล่องดวงใจของจางไฉ่หงด้วยความรุนแรงไปหลายต่อหลายครั้งเพื่อระบายความแค้นเคืองที่มีจนชายร่างท้วมดิ้นพล่าน
“ดูท่าเจ้านายน่าจะมีความสุข แกฟังเสียงร้องนั่นดูสิ” เสียงชายฉกรรจ์หลุดหัวเราะออกมา
“เออ ฉันก็หวังว่าเจ้านายจะแบ่งให้พวกฉันได้เชยชมบ้างเหมือนกัน ฮ่า ๆ” พวกเขาเอ่ย ทั้งยังยกยิ้มร้ายกาจออกมา
“โอ๊ยฉันจะตายอยู่แล้ว!” จางไฉ่หงร้องเสียงดังด้วยความทรมาน พยายามที่จะหลบหลีกการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าแต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะความเจ็บปวดที่กำลังพุ่งเข้าเล่นงานเขาอย่างจัง
ปึง
เสียงกระแทกดังขึ้นอย่างหนัก พร้อมกับประตูห้องที่ถูกดันเข้ามากระทบกับผนังจนสั่นสะเทือน บุคคลที่อยู่หลังประตูและปรากฏอยู่ต่อหน้าเธอและชายเลวร่างท้วมคนนั้น คือต้าเหวินโหร่ว ชายหนุ่มที่เคยแสดงท่าทีราวกับชิงชังเธอหนักหนา แม้แต่หน้าก็ไม่แม้อยากจะมองนั้น กลับปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในตอนนี้
หลิวไป๋ฮวาที่เห็นเช่นนั้นรีบผละฝ่าเท้าของเธอออกจากกล่องดวงใจของจางไฉ่หงด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ครั้นที่บุคคลที่หลิวไป๋ฮวาไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้ บุคคลที่เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมาช่วย เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะทั้งเกลียด และรังเกียจเธอจนเข้ากระดูกดำไปเสียแล้ว
เงาสะท้อนนัยน์ดวงตาของหลิวไป๋ฮวาคือร่างกายหนาของต้าเหวินโหร่วที่ยืนหอบสะท้าน หากไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองมากนัก คือใบหน้าของเขาที่แสดงถึงความเกรี้ยวโกรธอีกทั้งดวงตาที่แสดงออกไปอย่างแข็งกร้าวนั้น
“ไป๋ฮวา!” ชื่อของหญิงสาวเอ่ยผ่านริมฝีปากหนาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เต็มไปด้วยทั้งความตื่นตระหนก และตกใจในคราเดียวกัน
ดวงตาคู่คมของต้าเหวินโหร่วเเข็งกร้าวขึ้นในทันควัน ทัังยังเดินเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วง เรียวคิ้วของต้าเหวินโหร่วขมวดยุ่ง ก่อนที่เขาจะจับตัวหลิวไป๋ฮวาพลิกไปมาเพื่อดูว่ามีส่วนไหนที่เธอได้รับบาดเจ็บบ้าง
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรนเอ่ยถามหลิวไป๋ฮวาออกอย่างเป็นห่วงทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบสิ่งใดออกไป กลับมีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาเสียก่อน
“คนที่เจ็บ อึก คือฉันต่างหาก บ้าเอ๊ย!!” เขาสบถออกมาด้วยน้ำเสียงหยาบคาย ยิ่งเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกันเช่นนั้น ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายที่โดนกระทำแท้ ๆ