หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ที่คลินิกผ่านไปสองวันความอึดอัดยังคงเกาะกุมในหัวใจของ พิมพิกา เธอพยายามบอกตัวเองว่าเธอทำสิ่งที่ถูกต้องในการปกป้องดุจดาว เพื่อนสนิท แต่แววตาเด็ดเดี่ยวและคำพูดของ หมอทิวากรกลับคอยตามมาหลอกหลอนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ
‘คุณกำลังถูกหน้ากากไฮโซของเพื่อนคุณหลอกอยู่นะ!’
บ่ายวันนั้น พิมพิกาตัดสินใจขับรถไปหาดุจดาวที่คฤหาสน์โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าเธอตั้งใจจะเอาขนมไปปลอบใจเพื่อนและอยากเห็นกับตาว่าสุนัขในบ้านของดุจดาวมีความสุขดีเพื่อลบล้างคำตราหน้าของหมอทิวากรออกจากใจ
เมื่อขับรถมาถึงหน้าประตูรั้วอัลลอยด์สูงตระหง่านพิมพิกากดกริ่งอยู่นานจนแม่บ้านท่าทางลุกลี้ลุกลนยอมเปิดประตูให้
“คุณดาวอยู่ไหมคะป้า? พายเอาขนมมาฝากค่ะ” พิมพิกาเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม
“เอ่อ... คุณนายอยู่ค่ะ แต่...่นี้คุณนายไม่สะดวกรับแขกนะคะคุณพาย”
แม่บ้านตอบ เสียงสั่นพลางพยายามยืนบังทัศนวิสัยด้านหลังอย่างมีพิรุธ
“ไม่เป็ไรค่ะ พายเดินเข้าไปเองเลยสนิทกันอยู่แล้ว”
พิมพิกาอาศัยจังหวะที่แม่บ้านหันไปปิดประตูรีบก้าวเท้าเดินอ้อมไปทางสวนหลังบ้านอันร่มรื่น ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไปใกล้เรือนหลังใหญ่ที่ตั้งแยกออกไปกลิ่นสาปสัตว์อันรุนแรงและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาเตะจมูกอย่างแรงจนเธอต้องยกมือขึ้นปิดจมูกแตกต่างจากภาพลักษณ์บ้านไฮโซที่ควรจะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้
“โฮ่ง! เอ๋ง ๆ...”เสียงเห่าสลับเสียงร้องครางอย่างหวาดกลัวดังระงมมาจากชั้นใต้ดินของเรือนหลังนั้นพิมพิกาใจคอไม่ดี เธอค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้หน้าต่างกระจกฝ้าที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยและเมื่อก้มลงมองผ่านช่องว่าง หัวใจของหญิงสาวก็แทบหยุดเต้น
ภาพเบื้องล่างคือสุนัขพันธุ์ต่างประเทศนับสิบๆ ตัว ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กแคบ ๆ ที่ซ้อนกันเป็ตับสภาพสกปรกเลอะเทอะไปด้วยสิ่งปฏิกูล สุนัขบางตัวผอมโซจนเห็นกระดูกบางตัวมีแผลพุพองไม่มีคนดูแล และที่กลางห้องนั้น... ดุจดาวในชุดลำลองกำลังยืนกอดอกมองคนงานชายสองคนที่กำลังลากสุนัขไซบีเรียนฮัสกีตัวหนึ่งขึ้นมาบนโต๊ะอย่างหยาบคาย
“จัดการฉีดยากระตุ้นไข่ตกให้มันซะ!แล้วรีบผสมพันธุ์รอบใหม่”
ดุจดาวสั่งเสียงเฉียบขาดไร้ซึ่งความเมตตาฉาบหน้าเหมือนทุกครั้ง
“อย่าให้มันตายล่ะตัวนี้ลูกเพดดีกรีทำเงินได้เป็แสน”
“แต่คุณดาวครับแม่หมาตัวนี้เพิ่งแท้งลูกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน มดลูกมันยังไม่ฟื้นตัวเลยนะครับ” คนงานพยายามแย้ง
“ฉันจ้างพวกแกมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาให้สั่งสอนฉัน!” ดุจดาวตวาดลั่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
“ถ้ามันไม่ทำเงินจะเลี้ยงมันไว้ให้เปลืองข้าวทำไม! ส่วนอีตัวโกลเดนที่ไอ้หมอทิวากรมันขโมยไปทนายบอกว่าศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอาทิตย์หน้า ยังไงเราก็ชนะ คลินิกมันต้องเจ๊งแน่!”
พิมพิกายกมือขึ้นอุดปากตัวเอง น้ำตาไหลพรากด้วยความช็อกและขยะแขยง ตัวสั่นสะท้านจนเกือบก้าวขาไม่ออกเพื่อนสนิทที่เธอคบมานาน คนที่ภาพลักษณ์เบื้องหน้าเป็ไฮโซใจบุญ รักสัตว์บริจาคเงินหลักล้าน แท้จริงแล้วคือ ปีศาจในคราบมนุษย์ที่ทำธุรกิจฟาร์มสุนัขนรกนี้จริง ๆ!คำพูดของหมอทิวากรทุกคำคือความจริง...แต่เธอเองกลับตาสว่างช้าไป ซ้ำยังไปต่อว่าและตบหน้าความหวังดีของเขาอย่างไม่ใยดี
พิมพิการีบถอยห่างจากหน้าต่างอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกผิดอันท่วมท้นต่อหมอทิวากรเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขความผิดพลาดครั้งนี้และช่วยสุนัขผู้บริสุทธิ์พวกนั้นให้ได้!
++++++++++