เวลาคล้อยผ่านไปอย่างเชื่องช้า แสงจากหน้าต่างสูงของห้องโถงใหญ่ค่อย ๆ เปลี่ยนเฉดจากสว่างจ้าเป็นุ่มนวล ลำแสงทอดยาวลงบนพื้นศิลาเป็ทางสีทองอ่อน ขณะที่เสียงประกาศผลการตรวจสอบเจตจำนงดังสลับกับเสียงฝีเท้าและลมหายใจของเหล่านักเรียนกว่าสองร้อยคน
เกือบครึ่งชั่วโมงล่วงเลยไป
การทดสอบใกล้สิ้นสุดลงทีละขั้น เหลือเพียงชื่อเดียวที่ยังมิได้ถูกเรียก ชื่อซึ่งทุกคนในสถาบันรู้จักดีราวกับเป็คำเรียกขานแห่งความคาดหวัง
หวงเยี่ยซื่อจื่อ
เด็กหนุ่มผู้เป็ดั่งสมบัติล้ำค่าของสถาบันนักล่าัพื้นฐานแห่งนี้
แม้กระทั่งบรรดาอาจารย์ผู้มากประสบการณ์ก็ยังยอมรับโดยไม่ปิดบัง ว่าศักยภาพและพร์ของเขานั้นโดดเด่นเหนือคนวัยเดียวกันอย่างชัดเจน มีสติปัญญาเฉียบแหลม มองสถานการณ์ขาดั้แ่วัยเยาว์ ความเข้าใจต่อท่วงท่าการเคลื่อนไหวและจังหวะการโจมตีลึกซึ้งเกินวัย
การต่อสู้มือเปล่าของเขาเป็สิ่งที่หลายคนต้องยอมรับ แม้ร่างกายจะดูเพรียวบาง แต่ความเร็วและความแม่นยำนั้นกลับเฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธ
และเมื่อพูดถึงอาวุธที่เขาถนัด หอก มันก็ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน เขาสามารถควบคุมมันได้ประหนึ่งเป็แขนขาอีกข้าง ปลายหอกที่วาดผ่านอากาศมักทิ้งร่องรอยลมกระเพื่อมไว้เื้ั ราวกับมันมีชีวิตและตอบสนองต่อความคิดของเขาโดยไม่ต้องออกคำสั่งซ้ำซ้อน
เรียกได้ว่าเขาเป็อัจฉริยะก่อนที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางนักล่าัเสียอีก
ตัวเลขผลการทดสอบถูกสรุปอย่างเป็ทางการ เสียงประกาศดังก้องสะท้อนผนังหินสูงใหญ่
นักเรียนที่เจตจำนงระดับต่ำมีจำนวน 161 คน
เจตจำนงระดับกลาง 37 คน
เจตจำนงระดับสูงมีเพียงสองคน เทพธิดาเหยินเฟย และชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งซึ่งมีนามว่าเย่ิ
เมื่อได้ยินรายชื่อนั้น หลายคนก็พยักหน้าอย่างยอมรับ เพราะทั้งสองล้วนมีพื้นฐานแข็งแกร่งและแสดงศักยภาพให้เห็นมาโดยตลอด ส่วนเจตจำนงระดับาา ระดับจักรพรรดิ หรือระดับเทพนั้น ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงอย่างจริงจัง เพราะทุกคนล้วนเข้าใจถึงความหายากยิ่งของมัน
ในบรรดาหลานแสนคน อาจปรากฏผู้มีเจตจำนงแห่งาาเพียงหนึ่งเดียว
ระดับจักรพรรดิอาจมีเพียงหนึ่งในล้าน
ส่วนระดับเทพนั้น เป็ดั่งตำนานที่เล่าขานมากกว่าจะพบเห็นจริง แม้ประชากรมนุษย์จะมีมากกว่าหกพันล้านชีวิต แต่จำนวนผู้เจตจำนงระดับเทพกลับไม่ถึงหนึ่งร้อยคนทั่วโลก ตัวเลขนี้เพียงพอจะบอกได้ว่ามันเป็สิ่งที่ยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นสู่ยอดเขาสูงสุด
ท่ามกลางความคิดคำนึงเ่าั้ อาจารย์ใหญ่เหยียนลี่ ชายร่างท้วมผู้มีใบหน้ากลมและรอยยิ้มอบอุ่นก็ก้าวออกมาด้านหน้า
เขาลูบหนวดสั้นๆ พลางมองไปยังมุมหนึ่งของโถงด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
“ไปสิ เ้าชายน้อยแห่งสถาบันของพวกเรา อาจารย์หวังว่าเ้าจะได้รับเจตจำนงที่ดีนะ!”
“ขอเพียงแค่เป็ระดับกลาง หรือไม่ก็ระดับสูง เ้าก็สามารถเริ่มต้นในฐานะนักล่าัได้อย่างอัจฉริยะแล้วล่ะ”
เมื่อสิ้นเสียง บรรดานักเรียนจำนวนมากต่างหันขวับไปยังชายหนุ่มผู้ยังยืนสงบนิ่ง เกิดเสียงกระซิบดังขึ้นเป็ระลอก
“เ้าชายน้อยเป็อัจฉริยะนี่เนอะ ความจำก็ดี พร์ในการต่อสู้ก็เป็เลิศ”
“ไม่ผิด เห็นร่างกายเล็กๆบอบบางเหมือนผู้หญิงเช่นนั้น แต่ศักยภาพในการต่อสู้ถือว่าแข็งแกร่งมาก!”
“มันก็จริง ตลอดสองปีที่ผ่านมายังไม่มีใครเคยชนะเขาได้ในการต่อสู้มือเปล่าเลยสักนิด!”
“เหอะๆ ข้าเคยโดนหอกของเขาแทงไปทีหนึ่ง เจ็บไปหลายสิบวันเลยล่ะ”
ประโยคเหล่านี้เป็การยอมรับอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้ที่เคยประมือกับหวงเยี่ยล้วนรู้ดี ว่าการเผชิญหน้ากับเขาไม่ใช่เื่สนุกสนาน
หวงเยี่ย หรือที่เหล่านักเรียนในสถาบันนักล่าัพื้นฐานสาขานี้เรียกขานด้วยรอยยิ้มกึ่งเคารพกึ่งหยอกล้อว่าเ้าชายน้อย ค่อยๆก้าวออกจากจุดที่ยืนอยู่ ทุกสายตาจับจ้องมายังแผ่นหลังเพรียวบางนั้นอย่างไม่กะพริบตา
แสงจากเครื่องตรวจสอบเจตจำนงยังคงเรืองรองอย่างสม่ำเสมอ ราวกับรอคอยการััจากผู้ทดสอบคนสุดท้าย
เขายืนอยู่ตรงหน้า ตรวจสอบด้วยสายตาเพียงชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างสงบนิ่ง
“ข้ามีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับาา.. คงหวังว่ามันจะสามารถอ่านค่าพลังิญญาได้!”
“เพราะถ้าจำไม่ผิดแล้ว.. ไอ้เครื่องนี้มันเป็เพียงแค่เครื่องตรวจสอบระดับธรรมดาใช่ไหมนะ?”
ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจโดยไม่ปรากฏบนสีหน้า ฝ่ามือแนบลงบนพื้นผิวเย็นเยียบของเครื่องตรวจสอบ ทันทีที่ผิวััแตะต้องกัน ความเงียบก็แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ คล้ายอากาศหยุดไหลเวียน แม้แต่เสียงลมหายใจก็เบาบางลงจนแทบไม่ได้ยิน
ชั่วอึดใจหนึ่ง แสงจากเครื่องไม่เปลี่ยนแปลง
จากนั้นเสียงอันเฉยชาเหมือนกลไกเครื่องจักรก็ดังก้องขึ้นภายในห้องโถง
《เจตจำนงธาตุพฤกษา .... ประเมินไม่ได้! ประเมินไม่ได้!》
เสียงประกาศนั้นทำให้หลายคนขมวดคิ้วทันที
ก่อนที่ใครจะทันเอ่ยคำถาม เสียงเตือนก็ดังซ้ำอีกครั้งอย่างเร่งร้อน
《เครื่องตรวจสอบกำลังเกิดการขัดข้อง!》
《เครื่องตรวจสอบกำลังเกิดการขัดข้อง!》
《เครื่องตรวจสอบกำลังเกิดการขัดข้อง!》
คำเตือนถี่ยิบดังต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับระบบภายในกำลังรวนอย่างรุนแรง
แสงที่เคยนิ่งสงบเริ่มกระพริบวูบวาบ สีเขียวอ่อนปะปนกับแดงเข้มหมุนวนสลับกันอย่างควบคุมไม่ได้
บรรดาอาจารย์ทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลต่างเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากคาดหวังเป็ตระหนกในพริบตา นักเรียนกว่าสองร้อยชีวิตรอบด้านก็พลันถอยหลังโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงอุทานดังขึ้นระงมไปทั่ว
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
“เครื่องมันพังหรือไง!”
“ทำไมถึงประเมินไม่ได้!”
ความโกลาหลเริ่มแผ่ขยาย
ขณะที่แสงจากเครื่องตรวจสอบยิ่งทวีความรุนแรง คลื่นพลังบางอย่างแผ่ออกมาเป็วงกว้าง ทำให้พื้นรอบเครื่องเกิดการสั่นะเืเบาๆ
“รีบออกมาเร็วหวงเยี่ย!”
เสียงะโของอาจารย์ใหญ่เหยียนลี่ดังขึ้นฉับพลัน ชายร่างท้วมที่เคยยิ้มอ่อนโยนบัดนี้สีหน้าตึงเครียด พุ่งตัวเข้าไปโดยไม่ลังเล มือใหญ่คว้าแขนหวงเยี่ยแล้วดึงออกมาอย่างรวดเร็ว เป็การเคลื่อนไหวของนักล่าัระดับสูงที่ร้ายกาจอย่างมาก
ทันทีที่ร่างของเ้าชายน้อยพ้นจากแท่น เสียงะเิก็ดังกึกก้องะเืไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่
“ตูมมมมมมมมม—!”
แรงสั่นะเืกระแทกอากาศอย่างรุนแรง เศษชิ้นส่วนของเครื่องตรวจสอบแตกกระจาย กลายเป็กองไฟที่ลุกโชนติ่
เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้น สะท้อนเงาแตกกระจายไปทั่วผนังห้อง คลื่นความร้อนแผ่กระจายทำให้หลายคนต้องยกแขนบังหน้า บางคนถึงกับทรุดตัวลงด้วยความใ เสียงอุทานปะปนกับเสียงสะท้อนของแรงะเิที่ยังคงก้องอยู่ในโถงกว้าง
หวงเยี่ยเองเบิกตากว้าง แม้จะถูกดึงออกมาได้ทัน แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปถึงขั้นนี้
ดวงตาคมของเขาสะท้อนภาพเปลวไฟที่ลุกไหม้แท่นตรวจสอบซึ่งเคยตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า กลิ่นไหม้ลอยคลุ้งในอากาศ เศษโลหะที่หลอมละลายบางส่วนหยดลงบนพื้นเป็รอยดำไหม้
นักเรียนหลายคนสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพียงเพราะแรงะเิ หากเป็เพราะสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
เครื่องตรวจสอบซึ่งผ่านการใช้งานมาหลายปีโดยไม่เคยมีปัญหา กลับะเิทันทีที่หวงเยี่ยแตะต้อง
สายตากว่าสองร้อยคู่หันมามองยังชายหนุ่มเพียงจุดเดียว
“นี่มัน.. เกิดจากเขางั้นหรือ?!”