“ เอิ๊ก “ เด็กหนุ่มเรอออกมาเพราะเนื้อเสือโคร่งย่างนั้นถูกเขากินจนหมดสิ้น เขานั่งพิงผนังถ้ำอย่างน่าอนาถ เพราะปริมาณของเนื้อเสือโคร่งย่างที่เขากินเข้าไปนั้นมันมากมายหลายร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียว
“ อือ “ ทั่วร่างของเขาพลันสั่นเทิ้ม
ผิวกายของเขาเริ่มแดงฉาน อุณหภูมิเริ่มพลุ่งพล่านทั่วกายา เืลมทั่วร่างเริ่มป่วนปั่น
“ อ้ากกก “ ปราบร้องะโลั่นเมื่อเขามิอาจสะกดความร้อนแรงของพลังงานที่มากมหาศาลได้
เขาทิ้งร่างลงที่พื้นแล้วดีดดิ้นอย่างบ้าคลั่ง ร่างของเขาเกลือกกลิ้งไถลไถเถือกทั่วถ้ำอย่างน่าเวทนา เมื่อความร้อนแผดเผาทั่วกายาอย่าบ้าคลั่ง
“ อื่อห์ ฮื่อห์ “ เขาร้องคำรามลั่นเมื่อพยายามเป็อย่างยิ่งเพื่อที่จะสะกดข่มพลังวัตรของเสือโคร่ง แม้นจะเป็ระดับแรกเริ่มขั้นสอง แต่สำหรับเขาแล้วที่เป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสี่นั้น ถือได้ว่ามันเหนือชั้นเกินไป
“ กร้อบ แกร้บ “ เสียงกระดูกทั่วร่างเลื่อนลั่น เสียงเส้นเอ็นทั่วกายายืดหด มวลกล้ามเนื้อยืดขยาย
“ เปรี้ยะ “ ผิวกายพลันปริแตก โลหิตสีแดงไหลทะลักออกจากาแ
“ อั้ก “ เด็กหนุ่มกระอักโลหิตออกในทันใด
“ อือ อือ “ เขาร้องครวญครางลั่นเมื่อความเ็ปแล่นทะยานออกทั่วกายา
“ วู๊มม “ พลันมวลอากาศรายรอบกายาพลันไหวกระเพื่อม
“ อ้ากกกก “ ปราบเด็กหนุ่มกรีดร้องลั่น เมื่อพลังวัตรทั่วร่างของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่าบ้าคลั่ง
“ วิ้ง “ พลันปรากฎเนบิวล่าในจุดตันเถียนของเด็กหนุ่ม เนบิวล่าสีสันสวยงามล่องลอยอยู่ทั่วตันเถียน
“ วิ้ง “ พลันปรากฏดาราสีทองล่องลอยอยู่กึ่งกลางของเนบิวล่า
เมื่อปรากฏดารากำเนิดพลังแล้วเสร็จอากัปกิริยาทั้งหลายที่ปรากฏพลันทุเลาเบาบางลงจนหายขาด เด็กหนุ่มชันกายลุกนั่งขัดสมาธิ แลเริ่มควบคุมพลังวัตรทั่วกายาตามตำราฝึกยุทธ
“ เมื่อครู่ได้ยินเสียงร้องรึไม่ “ จอมยุทธหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ ข้าไม่เห็นได้ยินเสียงใด “ จอมยุทธหนุ่มอีกคนเอ่ย
“ สงสัยจะหูแว่ว “
“ ่นี้ก็พักผ่อนให้มากๆ อย่าเอาแต่มัวเมากับโลกีย์ “ ชายคนหนึ่งเอ่ย
“ ขอรับ “ ชายหนุ่มคนแรกเอ่ย
“ พร้อมกันหรือยัง “ จอมยุทธขั้นสร้างกายาเอ่ยถาม
“ พร้อมแล้วขอรับ “ เหล่าจอมยุทธนับร้อยร้องะโลั่น
“ เมื่อพร้อมแล้วก็ออกสำรวจ “
“ ไป “ เหล่าจอมยุทธมากมายต่างกระโจนเข้าสู่จุดะเิเพื่อสำรวจอย่างรวดเร็ว
ราวหกชั่วโมง
ปราบเปิดเปลือกตาขึ้น พลางมองสำรวจทั่วกายา เขากำสองหมัดแน่น
“ ฮ่า ฮ่า อ่า “ เด็กหนุ่มะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ นี่รึพลัง “ เขาพึมพำ
“ ในที่สุดข้าก็สามารถฝึกยุทธได้แล้ว ข้ามิใช่จอมยุทธฝึกหัดอีกแล้ว “ เขาพึมพำ
“ ข้าเป็จอมยุทธแล้ว “ ปราบพิภพร้องะโออกสุดเสียง
หลังจากที่สงบอาการดีใจ เขาเร่งตรวจสอบยังแก่นิญญาของเขา เขาพบว่าในห้วงแห่งิญญานั้นมีก้อนผลึกใสล่องลอยในห้วงแห่งิญญา แก่นิญญาปลดปล่อยพลังิญญาที่แสนบริสุทธิ์พร่างพรายกำจายออกทั่ว
“ แก่นิญญามนุษย์ “ ปราบพิภพเอ่ย
“ ดีเยี่ยม “ เขายกยิ้มออก
เด็กหนุ่มเร่งจัดแจงตนเองแล้วเสร็จ เขาเดินมาที่ปากถ้ำ แลเหวี่ยงหมัดชกออกสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ คลื่นพลังหมัดพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว
“ ตูมม “ หินก้อนน้อยใหญ่ะเิออกเป็จุณ
“ อา “ ปราบพิภพเบิกตากว้างแลมองยังสองหมัดของเขา
“ หมัดเมื่อครู่น่าจะมีพลังราวหนึ่งหมื่นกิโลกรัม “ เขาเอ่ย
“ ขั้นสร้างรากฐานระดับหนึ่งส่วนใหญ่นั้นจะมีพลังเพียงหนึ่งพันกิโลกรัม แต่ของข้าเหตุใดจึงมีมากมายยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
ปราบทะยานร่างออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว “ ไม่ “ เขาร้องลั่นเมื่อมิอาจหลบหลีกต้นไม้ใหญ่ได้
“ ตูมมม “ ร่างของเขากระแทกเข้ากับต้นไม้อย่างแรง จนต้นไม้ะเิออกหักโค่นลง
“ อั้ก “ เขากระอั้กโลหิตออกในทันใด
“ ฟู่ว “ เด็กหนุ่มเป่าปากออกอย่างแรงเมื่อมองยังตอของต้นไม้ใหญ่
“ เป็พลังที่บ้าคลั่งยิ่งนัก “ เขาพึมพำ
“ ไป “ เด็กหนุ่มเอ่ย แลทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางนั้น เขาทำการเก็บแก่นิญญาอสูรหลายระดับขั้นได้ราวสามสิบแก่น เท่านี้ก็มากเพียงให้พี่สาวของเขาทั้งสองได้ร่ำเรียนจนจบปริญญาตรีแล้ว ทั้งยังอาจใช้ผลึกแก่นิญญาอสูรแลกซื้อยาอายุวัฒนะเพื่อให้พ่อของเขาใช้เพื่อให้ขางอกขึ้นใหม่อีกครา รึแลกโอสถย้อนทวนให้กับพ่อแลแม่ของเขาก็ยังได้
เด็กหนุ่มรั้งกายไว้เมื่อเบื้องหน้าของเขานั้นเป็ลานกว้างที่ไร้สรรพสิ่งจากแรงะเิ
ลานกว้างนั้นใหญ่โตราวสิบกิโลเมตร ทั้งยังไร้สรรพสิ่งใดๆ ใจกลางของลานกว้างนั้น ปรากฎมีหลุมลึกที่ลึกเกินหยั่งถึง เหนือปากหลุมมีโดรนหลายลำล่องลอยอยู่ โดรนแต่ละลำนั้นทำหน้าที่แตกต่างกัน ลำหนึ่งวัดความลึก ลำหนึ่งสิ่งมีชีวิต ลำหนึ่งวัดค่าพลังวัตร แลอีกหลายลำที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน
ปราบมองจ้องยังเหล่าจอมยุทธทำหน้าที่คอยคุ้มกันเหล่านักวิทยาศาสตร์ พวกเขานั้นสวมใส่ชุดเกราะราคาแพง แลยังมีอาวุธครบมือ มิว่าจะเป็พลอง ง้าว ดาบ กระบี่ แม้นแต่ปืนเลเซอร์ก็ยังมี
แม้นจะดูว่าน่าอุ่นใจ แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ เพราะเขตนี้เป็เขตของสัตว์อสูรหากมิเกิดการะเิมนุษย์สักคนก็ยากนักที่จะเข้ามาได้
“ เร่งมือเร็วเข้า ข้ารู้สึกมิดี “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ ครับ “ เหล่านักวิทยาศาสตร์เอ่ย
“ วิ้ง วิ้ง “ เครื่องบันทึกเร่งทำการบันทึกข้อมูลอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน
ปราบมองทอดสายตาไปไกล เขามองเห็นดวงตาสีชาดในพงไม้ที่อยู่ไกล “ พวกมันกลับมาแล้ว “ เขาพึมพำ
“ เร่งออกมาเร็วเข้า พวกมันกลับมาแล้ว “ ปราบร้องะโลั่น
จอมยุทธระดับสูงเหลียวมองยังเด็กหนุ่ม หัวคิ้วของเขาพลันขมวดเป็ปม “ อายุเพียงเท่าใดกัน เป็จอมยุทธแล้ว “ เขาพึมพำ น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ เก็บของเร็วเข้า “ จอมยุทธระดับสูงอีกคนร้องลั่น เมื่อเขาััได้ว่ามีคลื่นพลังของอสูรอยู่รายรอบ
“ เร่งมือเข้า เวลามิคอยท่า “ เขาร้องลั่น
“ ไอ้หนูมานี่ “ จอมยุทธคนแรกร้องะโ
ปราบพยักหน้าแลทะยานร่างเข้าสู่ใจกลางของลานกว้างอย่างรวดเร็ว
“ เรากำลังถูกล้อม “ ปราบเอ่ยออกเมื่อเข้ามาถึง
“ เอ็งเป็ใคร “ จอมยุทธหนุ่มเร่งเอ่ยถาม
“ เวลานี้มิใช่เวลาที่จะมาสอบสวน “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ เร่งคุ้มกันเหล่านักวิทยาศาสตร์ “ เขาเอ่ย
“ โฮกกกก “ อสูรั์ตนหนึ่งร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง
“ ตึง ตึง ตึง “ มันเดินออกมาจากเขตป่า
“ แม่เ้า “ ปราบร้องลั่น เมื่อเห็นอสูรั์ตัวเป็ๆคราแรก
สองตาของเขาเบิกโพลง ปากอ้าค้าง ร่างแข็งทื่อ
“ นี่คือนากั์ อสูรระดับสูง “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
รูปร่างของมันนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลมคม ทั้งหางยังใหญ่ยาวเต็มไปด้วยหนามแหลม ปลายหางของมันนั้นมีตุ้มหนามใหญ่ที่ทั้งหนักแลรวดเร็ว ปากใหญ่ของมันปรากฏฟันเล็กแหลมคมหลายซี่ กรงเล็บของสองขาหน้านั้นทั้งทรงพลังแลแข็งแกร่ง
“ มิมีช่องให้โจมตี “ จอมยุทธระดับสูงเอ่ย
“ ถอนกำลัง “ เขาร้องลั่น
“ ไปเร็ว “ เขาเร่งร้องะโไล่หลัง
ปราบทะยานร่างขึ้นยังยานสำรวจ โดยมีจอมยุทธระดับสูงสองคนคอยคุ้มกันด้านหลัง
เด็กหนุ่มได้แต่กำหมัดแน่น เพราะเขามิสามารถกระทำสิ่งใดได้
“ ไอ้หนู อย่าคิดให้ปวดหัวเลย ต่อให้จอมยุทธระดับสูงสิบคนก็ยังไม่สามารถล้มนากั์ได้ “ จอมยุทธหนุ่มเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ว่าแต่ เอ็งมาที่นี่ได้ยังไง “ เขาถาม
“ พี่ชาย ความลับ “ ปราบเอ่ย พร้อมยักคิ้ว
“ หึ “ ชายหนุ่มแค่นเสียงใส่