เสียงกรีดร้องอย่างเ็ปดังขึ้น ทำให้ทุกคนสั่นสะท้านเฮือกแล้วเฮือกเล่า
ครูฝึกหลินอ้าปากพะงาบ ๆ มองหานเฟิงราวกับมองปีศาจร้ายตนหนึ่ง ตอนนี้เองสุดท้ายครูฝึกหลินจึงเข้าใจแล้วว่า เหตุใดคนมากมายจึงได้มองกู่ปาและด้านหลังของเขา ก่อนหน้านี้กู่ปาขอลาป่วย คงเป็เพราะดอกเบญจมาศของเขาถูกแทง
“น่าเวทนาจริง ๆ” ครูฝึกหลินพึมพำโดยไม่รู้ตัว
หานเฟิงชี้ไปที่คนสองคนในฝูงชน “พวกเ้าสองคนมิใช่สหายของกู่ปาหรือ แบกเขาออกไปสิ คราวหน้าก็อย่าประเมินตนเองสูงจนมาสร้างปัญหาให้ข้าอีก มิเช่นนั้น หึ ๆ”
เสียง 'หึ ๆ' นี้พาให้ทุกคนขนพองสยองเกล้าไปทั้งตัว
สองคนนั้นรีบแบกกู่ปาจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าเอ่ยแม้เพียงหนึ่งคำ
ในยามนี้เองเสียงของครูฝึกหลินก็ดังขึ้น “หานเฟิง มาทางนี้”
เมื่อหานเฟิงเดินเข้ามา ครูฝึกหลินจึงกล่าว “ตอนที่เ้าฝึกกำลังภายในมีสิ่งผิดแปลกไปหรือไม่?”
เื่ที่ครูฝึกหลินกังวลที่สุดคือความเร็วนี้ของหานเฟิงจะเป็ผลร้าย
หานเฟิงส่ายศีรษะแสร้งทำเป็สับสน “ไม่มีปัญหาขอรับ ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด กำลังภายในของข้าจึงเพิ่มขึ้นรวดเร็วเช่นนี้ แต่ข้ารู้สึกว่าเมื่อข้าไปถึงขั้นสามัญระดับกลางแล้ว คงไม่เป็เช่นนี้แล้วขอรับ”
ครูฝึกหลินถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วกล่าว “เกรงว่านี่จะเป็รางวัลของความพากเพียรหลายปีที่ผ่านมาของหานเฟิงกระมัง”
หลังจากแยกย้าย ครูฝึกหลินก็ไปพบกับหานอวี้อีกครั้ง
ในห้องโถง หานอวี้หัวเราะเสียงดังลั่น “ไม่เสียแรงที่เป็เฟิงเอ๋อร์ เ้าสาม หากเป็เช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานหลินเอ๋อร์ก็จะถูกเฟิงเอ๋อร์ก้าวข้ามแล้ว”
เ้าสามหานเทียนมู่ยกยิ้มอย่างจนใจ “ไม่ว่าอย่างไรก็ล้วนแต่เป็ญาติกัน ไม่ว่าเป็ผู้ใด พละกำลังล้วนเป็ผลดีต่อตระกูลหานของเราไม่ใช่หรือขอรับ?”
“ผู้เยาว์ในตอนนี้ ทั้งเฟิงเอ๋อร์และหลานสาวโหรวเอ๋อร์ล้วนแต่หวังว่าจะได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นล้ำลึก ถึงตอนนั้นตระกูลหานของเราไม่เพียงจะกลายเป็ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหรินจง แต่เมืองเหรินจงยังจะกลายเป็เมืองผู้ลึกล้ำเพราะตระกูลหานของเรา นี่จึงจะเป็เกียรติสูงสุด”
เ้าใหญ่หานเทียนสิงพยักหน้ารับ “ไม่ผิด”
หานอวี้พลันเอ่ย “จริงสิหลินเยวี่ย เฟิงเอ๋อร์เ้าเด็กนั่นชนะอย่างไร เ้าเล่าให้ข้าฟังซิ”
ใบหน้าครูฝึกหลินพลันชะงักค้าง
การแสดงความสามารถนี้ของหานเฟิง ถูกคนในตระกูลหานรู้เื่ไม่น้อยแล้ว ส่วนความคิดเห็นของพวกเขานั้นไม่จำเป็ต้องเอ่ยถึงอีก
ในเวลานี้ หานเฟิงกำลังฝึกเคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ
ด้านนอกห้องหานเฟิง มีเงาร่างสีดำร่างหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่ามายืนอยู่ั้แ่เมื่อไร ผู้เฒ่าอวี่พยักหน้าด้วยความยินดี “คุณหนู ในที่สุดโรคของคุณชายก็รักษาได้แล้วขอรับ รอกระทั่งคุณชายทะลวงเข้าสู่ขั้นล้ำลึก ผู้เฒ่าก็จะกลับไปหาท่าน”
จากนั้น เงาร่างสีดำก็หายไป ั้แ่ต้นจนจบหานเฟิงไม่รู้เลยว่าผู้เฒ่าอวี่อยู่ที่นี่
สองวันให้หลัง ในห้องของหานเฟิง
จู่ ๆ หานเฟิงก็สั่นสะท้านไปทั้งกาย บนิัของหานเฟิง ปรากฏเปลวไฟสีแดง
ฟรึ่บ ๆ
ไม่นานเสื้อผ้าของหานเฟิงก็เหลือเพียงเถ้าถ่าน
เริ่มแรกหานเฟิงยังคงดีใจ จากนั้นใบหน้าเขาพลันหดหู่ “ถึงแม้จะฝึกเคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งสำเร็จแล้ว ทว่ายังไม่มั่นคงนัก ไม่อาจควบคุมไฟสามัญได้สมบูรณ์ มิเช่นนั้นเสื้อผ้าคงไม่ไหม้เช่นนี้”
“โชคดีที่อยู่ในห้อง มิเช่นนั้นข้าจะไม่ถูกผู้อื่นเห็นเอาหรอกหรือ”
เขาหงายฝ่ามือ เปลวไฟกองหนึ่งปรากฏให้เห็นกลางฝ่ามือของหานเฟิง
“ถึงตอนนี้จะยังไม่ใช่แม้กระทั่งเคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งขั้นเริ่มต้น ไม่อาจนำไปเทียบกับไฟสามัญของขั้นมนุษย์ แต่ก็เพียงพอที่จะจัดการกับพลังปราณในขั้นปลายก่อนทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นมนุษย์”
“รอข้าฝึกอีกสักสองสามวันให้วิชาเสถียรก่อน ก็จะใช้เตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่งหลอมของวิเศษเป็น้ำยาต้นกำเนิดได้แล้ว”
สี่วันให้หลัง
หานเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ “เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นหนึ่งเสถียรแล้ว”
เขาแบมือออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ใจกลางฝ่ามือของหานเฟิงไม่ใช่เปลวไฟสีแดงอีกต่อไป หากแต่เป็ลูกไฟสีแดงขนาดเท่ากำปั้นลูกหนึ่ง
ไฟสามัญนี้ ไม่ใช่ไฟธรรมดาที่มีไว้เผาวัสดุที่ติดไฟอย่างเช่นไม้ หากแต่เป็ไฟสามัญที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญขั้นสูง ด้วยไฟนี้ พลังของหานเฟิงจึงเพิ่มขึ้นอีกหลายระดับ
“หลังจากฝึกเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เริ่มหลอมของวิเศษได้แล้ว”
ห้องของหานเทียนเฉิง
หานเทียนเฉิงเอ่ยอย่างอบอุ่น “เฟิงเอ๋อร์ มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ปกติไม่เคยเห็นเ้าออดอ้อนเช่นนี้”
หานเฟิงกระแอมเบา ๆ เอ่ยอย่างทำตัวไม่ถูก “ท่านพ่อ ปกติท่านฝึกวิชาประจำวันเสร็จแล้ว พอมีศิลาิญญาเหลือหรือไม่?”
ศิลาิญญาแบ่งออกเป็สี่ระดับชั้น ได้แก่ ศิลาิญญาชั้นต่ำ ศิลาิญญาชั้นกลาง ศิลาิญญาชั้นสูง และศิลาิญญาชั้นสูงสุด ศิลาิญญาชั้นต่ำเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับมนุษย์ ศิลาิญญาชั้นกลางเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับล้ำลึก ศิลาิญญาชั้นสูงเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปฐี ศิลาิญญาชั้นสูงสุดเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับ์
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงสามารถหลอมศิลาิญญาระดับต่ำกว่าได้ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำไม่สามารถหลอมศิลาิญญาระดับสูงกว่าได้
ศิลาิญญาชั้นเดียวกัน เหมาะกับผู้ใช้คนละกลุ่มขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์
ศิลาิญญาที่มีความบริสุทธิ์น้อยกว่าร้อยละสิบ สามารถกล่าวได้ว่าเป็ของไร้ประโยชน์ เป็ศิลาิญญาระดับล่างในหมู่ระดับล่าง ตระกูลส่วนใหญ่มักไม่ใช้ศิลาิญญาเหล่านี้ในการฝึกยุทธ์
อย่างไรก็ตามเมืองเหรินจงเป็เพียงเมืองระดับมนุษย์ ทั้งยังไม่ใช่เมืองระดับมนุษย์ขั้นสูง เมืองเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงไม่มีศิลาิญญาเก็บรวบรวมไว้มากมายนัก อีกทั้งศิลาิญญาที่มีความบริสุทธิ์น้อยกว่าร้อยละสิบที่อื่นมีใช้น้อยมาก ทว่าสำหรับเมืองเหรินจงแล้วมันกลับถูกใช้เป็หลัก
ครั้งนี้ เป้าหมายของหานเฟิงคือศิลาิญญาระดับล่าง ความบริสุทธิ์น้อยกว่าร้อยละ 10
ความบริสุทธิ์ระหว่างร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 30 นับว่าเป็ระดับกลาง
ระหว่างร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 60 นับว่าเป็ระดับสูง
ระหว่างร้อยละ 60 ถึงร้อยละ 90 นับว่าเป็ระดับสูงสุด
ร้อยละ 90 ถึงเต็ม 100 นับว่าสุดยอด
“ศิลาิญญาหรือ?” หานเทียนเฉิงมองหานเฟิงด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าหานเฟิงจะร้องขอสิ่งนี้ เพียงแต่ศิลาิญญาอย่างน้อยต้องผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลังขั้นมนุษย์จึงจะหลอมได้
แม้จะงุนงง แต่หานเทียนเฉิงกลับไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใด เขานำศิลาิญญาจำนวนไม่น้อยออกมาจากเข็มขัดวิเศษของเขาทันที
เมื่อเห็นเข็มขัดวิเศษ แววตาของหานเฟิงพลันเปล่งประกาย เข็มขัดวิเศษนั้นเป็อุปกรณ์เก็บของชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังเป็ของวิเศษในการเก็บของระดับต่ำสุด เนื้อที่ข้างในไม่เพียงน้อยนิด มีปริมาณหนึ่งลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ยังไม่มีความเสถียรอีกด้วย
เข็มขัดวิเศษที่ดีที่สุดมีขนาดเพียงสี่ถึงห้าลูกบาศก์เมตร หากถูกโจมตีอย่างรุนแรง พื้นที่ข้างในจะแตกเป็เสี่ยง ๆ ของที่เก็บอยู่ในเข็มขัดจะถูกบดขยี้จนไม่มีชิ้นดี
เหนือเข็มขัดวิเศษขึ้นไปเป็กำไลวิเศษ
กำไลวิเศษที่มีความจุเล็กที่สุดคือสิบลูกบาศก์เมตร ใหญ่ที่สุดอาจมีความจุได้ถึงหลายสิบลูกบาศก์เมตร หรือแม้กระทั่งหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ในกำไลวิเศษยังมีความเสถียรมากกว่าเข็มขัดวิเศษ อีกทั้งถึงแม้มันจะตกแตก ของข้างในก็ไม่ถูกบดขยี้ไปด้วย
อุปกรณ์เก็บของเช่นนี้ ไม่มีอยู่ในเมืองเหรินจง อีกทั้งในเมืองระดับล้ำลึกหรือแม้กระทั่งเมืองระดับปฐี ยังจัดว่าเป็ของหายาก มีเพียงในเมืองระดับ์เท่านั้นจึงจะมีไม่น้อย
เหนือกำไลวิเศษขึ้นไปเป็แหวนวิเศษ
แหวนวิเศษกล่าวได้ว่าเป็ตัวตนที่สูงส่งยิ่งในบรรดาของวิเศษบรรจุสิ่งของด้วยกัน ด้วยพื้นที่กว้างขวางใหญ่โต มีพื้นที่อย่างน้อยหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร ส่วนใหญ่มีความจุหนึ่งร้อยลูกบาศก์เมตร มีส่วนน้อยที่มีความจุถึงหนึ่งพันลูกบาศก์เมตร
แหวนวิเศษยังมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมกว่า นั่นคือสามารถซ่อนตนเองได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเมื่อสวมลงบนนิ้ว มันสามารถอำพรางตัวเองได้ ไม่ให้ผู้อื่นรู้ถึงการมีอยู่ของแหวนวิเศษ