ตอนที่ 4: เงามืดในแสงไฟและเกมซ้อนเกม
แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดใหญ่สะท้อนระยิบระยับลงบนกระจกหน้าต่างห้องทำงานบนชั้นสูงระฟ้า ท้องฟ้ายามค่ำคืนของมหานครหลวงเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยหลับใหล กรณ์ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังกระจกใส สายตาทอดมองลงไปยังการจราจรที่ติดขัดเบื้องล่าง เปรียบเสมือนเส้นเืฝอยนับล้านที่หล่อเลี้ยงระบบโครงสร้างอันซับซ้อนของเมืองใหญ่ บนโต๊ะทำงานตัวยาวด้านหลัง หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอแสดงผลข้อมูลและผังโครงข่ายอัจฉริยะที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบพร้อมกับเสียงเปิดประตู พิมพ์ชนกในชุดเสื้อคลุมกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเด็กสาวมีความตื่นตัวและจริงจังมากกว่าวันแรกที่ก้าวเข้าสู่มูลนิธิอย่างเห็นได้ชัด เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ท่านประธานคะ ผลการวิเคราะห์สัญญาณรบกวนเมื่อ่บ่ายเสร็จสิ้นแล้วค่ะ ตามที่คุณคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด มีการพยายามเจาะเข้าระบบไฟร์วอลล์ของศูนย์วิจัยเราจากเซิร์ฟเวอร์ภายนอก แต่ไม่ใช่การแฮกแบบสุ่ม เป็การเจาะจงเป้าหมายที่มีรูปแบบชุดคำสั่งเฉพาะตัวสูงมาก"
กรณ์หันกลับมามอง พยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่มีทีท่าใแม้แต่น้อย "ฝีมือของสมาคมเงาพิทักษ์สินะ พวกมันคงหัวเสียไม่น้อยที่เสียพิมพ์ชนกและชินดนัยให้กับเราในเวลาไล่เลี่ยกัน"
"ใช่ค่ะ และที่น่าสนใจคือ ร่องรอยดิจิทัลที่พวกมันทิ้งไว้ระบุตำแหน่งคร่าวๆ ว่ามาจากเครือข่ายบริษัทเทคโนโลยีใต้ดินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนพลังงานั์ใหญ่กำลังจะจัดงานสัมมนานานาชาติในสัปดาห์หน้า" พิมพ์ชนกสไลด์หน้าจอแท็บเล็ตแสดงผังงานและรายชื่อแขกผู้มีเกียรติให้กรณ์ดู "งานสัมมนานี้รวบรวมนักธุรกิจ นักการเมือง และผู้นำทางความคิดระดับประเทศไว้มากมาย หากพวกมันใช้โอกาสนี้ในการฝังมัลแวร์ควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน อาจเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ได้เลยนะคะ"
กรณ์รับแท็บเล็ตมาพิจารณาดูรายละเอียดครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "พวกมันคิดจะใช้เวทีระดับนานาชาติเป็เครื่องมือสร้างอิทธิพลและบีบ ภาครัฐให้อยู่ใต้การควบคุม แต่พวกมันลืมไปว่า บนกระดานนี้ไม่ได้มีแค่พวกมันฝ่ายเดียวที่เดินหมาก"
ขณะที่กรณ์กำลังจะเอ่ยสั่งการเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินเบาๆ ก็ดังขึ้นจากระบบสื่อสารภายในห้อง มือขวาคนสนิทรีบเคาะประตูแล้วพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ท่านครับ มีเื่ด่วนรายงานเข้ามา สายลับภาคสนามของเราที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานแจ้งว่า คืนนี้จะมีความพยายามลักพาตัวพยานปากสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งเป็อดีตวิศวกราุโผู้กุมความลับเื่การทุจริตและการปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำชุมชน หากเขาถูกเก็บหรือถูกจับตัวไป หลักฐานทั้งหมดที่จะใช้มัดตัวกลุ่มทุนใหญ่ในสัปดาห์หน้าจะสูญหายทันที"
ดวงตาของกรณ์ภายใต้กรอบแว่นคมกริบขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าคดีนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่เื่การทุจริตทั่วไป แต่เป็หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่หายนะด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนนับหมื่นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากเขาไม่เข้าแทรกแซง อดีตวิศวกรคนนั้นจะจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุปลอมๆ บนถนนสายเปลี่ยวในคืนนี้
"วิศวกรคนนั้นชื่ออะไร และตอนนี้อยู่ที่ไหน?" กรณ์เอ่ยถามน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท
"ชื่อ 'ธนากร' ครับ พักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์เก่าชานเมือง กำลังเตรียมตัวเก็บเอกสารหลักฐานเพื่อหนีตายในคืนนี้ แต่พวกมันส่งชุดปฏิบัติการพิเศษลอบเข้าไปปิดล้อมพื้นที่แล้วครับ"
กรณ์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "เรามีเวลาไม่มาก พิมพ์ชนก เธออยู่ดูแลระบบป้องกันที่นี่ต่อ ใช้ระบบ AI ที่เธอเพิ่งเขียนขึ้นช่วยสกัดกั้นการเจาะระบบของพวกมันไว้ ส่วนฉันกับทีมภาคสนามจะเดินทางไปรับตัวคุณธนากรด้วยตัวเอง"
"ท่านประธานคะ มันอันตรายเกินไปนะคะ ให้ฉันส่งกำลังเสริมพิเศษไปดีกว่าไหมคะ?" พิมพ์ชนกท้วงด้วยความกังวล
"ไม่ต้องห่วง การเคลื่อนไหวครั้งนี้ต้องทำเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้พวกมันไหวตัวทันในสนามใหญ่สัปดาห์หน้า เตรียมรถและทีมสนับสนุนให้พร้อม เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้"
บรรยากาศยามวิกาลรอบชานเมืองเงียบสงบผิดปกติ สายฝนปรอยลงมาบางเบาทำให้ถนนเปียกชื้นและสะท้อนแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทาง รถยนต์อเนกประสงค์สีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหลบมุมอยู่ในซอยมืดห่างจากอพาร์ตเมนต์เป้าหมายราวร้อยเมตร กรณ์นั่งอยู่เบาะหลัง ดวงตาคมกริบมองผ่านกระจกไปยังตึกแถวเก่าสูงห้าชั้นเบื้องหน้า
ภายในห้องพักชั้นสี่ของอพาร์ตเมนต์ ธนากร ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อยืดเก่าๆ กำลังหน้าซีดเผือด มือสั่นเทาขณะเก็บเอกสารและแฟลชไดรฟ์ใส่กระเป๋าเป้ ความกลัวและความเครียดกดทับจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าความลับที่เขากำลังถือครองอยู่มีมูลค่าเท่ากับชีวิตของตัวเอง และกลุ่มคนที่ตามล่าเขาไม่มีทางปล่อยให้เขารอดไปได้แน่
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง ตามด้วยเสียงเคาะสามครั้งรุนแรง ธนากรสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนชนกับชั้นวางของ เสียงล็อกประตูพังทลายลงด้วยแรงถีบจากภายนอก ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสวมหน้ากากอนามัยสามคนพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับอาวุธปืนเก็บเสียงในมือ
"แกหนีไม่พ้นหรอก ส่งแฟลชไดรฟ์มาแล้วแกจะตายอย่างสบาย!" หัวหน้าชุดมือสังหารคำรามต่ำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ธนากรหวีดร้องด้วยความใ ถอยหลังจนมุมชนะเิหลังห้อง ในจังหวะที่ปากกระบอกปืนกำลังจะเล็งตรงมาที่หน้าอกของเขา ประตูระเบียงด้านหลังก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง!
ร่างของกรณ์พุ่งทะยานเข้ามาในห้องด้วยความเร็วดุจเสือดาว มือขวาตวัดคว้าข้อมือของมือสังหารคนแรกที่กำลังเหนี่ยวไก บิดข้อมืออย่างรุนแรงจนอาวุธปืนหลุดจากมือ ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนล้มทรุดลงไปนอนกองกับพื้น
มือสังหารอีกสองคนหันขวับมาทางกรณ์ทันทีด้วยความใ พวกมันไม่คาดคิดว่าจะมีบุคคลที่สามเข้ามาขัดขวางในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้ หนึ่งในนั้นเหนี่ยวไกปืนเล็งมาที่กรณ์อย่างรวดเร็ว
ทว่ากรณ์กลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า พลังภายในและการฝึกฝนร่างกายที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเฉียบคมราวกับหยั่งรู้ออนาคตล่วงหน้า เขาก้มตัวหลบะุเฉียดหัวไหล่ไปเพียงไม่กี่เิเ ก่อนจะเตะกวาดขาตัดลำตัวมือสังหารคนที่สองล้มคว่ำลงกระแทกพื้นอย่างแรง และใช้สันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยของคนสุดท้ายจนหมดสติคาที่ในพริบตา
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที ห้องพักที่เคยตึงเครียดกลับมาเงียบสงบลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียงเสียงหอบหายใจอย่างตกตะลึงของธนากรที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง
กรณ์ยืนจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น เขาก้มลงมองมือสังหารที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะหันไปส่งยิ้มบางเบาให้กับอดีตวิศวกรที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อ
"คุณธนากรใช่ไหมครับ? ผมส่งคนมาช่วยคุณแล้ว ไม่ต้องกลัว" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอบอุ่น
ธนากรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองชายแปลกหน้าที่เพิ่งจัดการมือสังหารติดอาวุธสามคนมือเปล่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและงุนงง "คุณ... คุณเป็ใคร? พวกมันเป็ใครทำไมถึงต้องตามฆ่าผม?"
"ผมไม่ใช่ศัตรู และคนที่ตามล่าคุณก็คือกลุ่มคนที่กำลังทำลายสิ่งแวดล้อมและชีวิตของคนในชุมชนที่คุณพยายามปกป้อง" กรณ์เดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปช่วยพยุงวิศวกรหนุ่มให้ลุกขึ้นยืน "เอกสารและหลักฐานที่คุณมี เก็บมาให้หมดครับ มูลนิธิของเราจะจัดหาที่พักที่ปลอดภัยที่สุดให้คุณ และในสัปดาห์หน้า หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปเปิดโปงกลางงานสัมมนานานาชาติ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน"
น้ำตาของความโล่งใจและตื้นตันเอ่อล้นขอบตาของธนากร เขารีบพยักหน้ารัวๆ คว้ากระเป๋าเป้ที่มีแฟลชไดรฟ์และเอกสารสำคัญแนบอกแน่น "ผมยอมแล้วครับ... ผมจะช่วยทุกอย่าง ขอแค่ให้ความจริงมันปรากฏ"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องบัญชาการหลักของสมาคมเงาพิทักษ์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดในห้องพักของธนากรกลับดับวูบลงพร้อมกับสัญญาณขาดหายไปดื้อๆ ชายผู้เป็หัวหน้าสมาคมขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม กำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนเมื่อตระหนักว่าแผนการเก็บพยานปากสำคัญล้มเหลวไม่เป็ท่า
"ท่านครับ ทีมปฏิบัติการของเราขาดการติดต่อทั้งหมด ดูเหมือนว่ากรณ์จะนำกำลังไปช่วยตัวประกันไว้ได้ทันครับ!" ลูกน้องรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
หัวหน้าสมาคมเงาพิทักษ์แค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม แววตาดุดลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ "ไอ้แก่กรณ์... แกคิดว่าแกแน่มากใช่ไหมที่ขัดขวางฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันก็ดี... ยิ่งแกดึงพยานและคนเก่งๆ ไปไว้ในมือมากเท่าไหร่ งานสัมมนานานาชาติสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ ก็จะเป็สุสานฝังกลบมูลนิธิของแกและตัวแกเองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด!"
รถยนต์อเรกประสงค์สีดำเคลื่อนตัวออกจากย่านชานเมืองกลับสู่ใจกลางเมืองหลวงอย่างปลอดภัย ธนากรถูกส่งตัวเข้าสู่พื้นที่คุ้มครองลับของมูลนิธิภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวด ขณะที่กรณ์นั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองเอกสารหลักฐานในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
กระดานหมากรุกระดับโลกกำลังจะเข้าสู่่เวลาเดินหมากตาสำคัญ งานสัมมนานานาชาติในสัปดาห์หน้าจะเป็สนามประลองครั้งใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายต้องงัดทุกกลยุทธ์ออกมาห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และกรณ์พร้อมแล้วที่จะใช้หมากทุกตัวที่เขาสร้างและปกป้องไว้ พลิกเกมโค่นล้างอำนาจมืดให้ราบคาบ เพื่อทวงคืนอนาคตที่สดใสให้กับมวลมนุษยชาติ