ตอนที่ 6: ศิลปะการต่อสู้และปีศาจที่หลับใหล
สถาบันหลวงเซนตาราเต็มไปด้วยเสียงของการฝึกฝนที่ไม่หยุดนิ่ง นักเรียนทุกคนต่างมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็การฝึกพลังธาตุที่อ่อนแอ หรือการฝึกการใช้อาวุธเพื่อให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับศัตรูที่อาจจะมาถึงในอนาคต ทุกๆ วัน นักเรียนจะได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งการฝึกของพวกเขาไม่เพียงแค่้าให้พวกเขามีทักษะ แต่ยัง้าปลูกฝังจิติญญาแห่งนักรบที่แข็งแกร่งในตัวทุกคน
ในวันนี้ อาน่อนได้รับคำสั่งจากอาจารย์ลูเชียให้เข้าร่วมการฝึกซ้อมที่สำคัญ ซึ่งไม่ใช่แค่การฝึกใช้อาวุธ แต่จะเป็การทดสอบความสามารถในสถานการณ์จริง เขายืนอยู่ในสนามฝึกขนาดใหญ่ ขณะที่ลมเย็นพัดผ่านเส้นผมของเขา ท้องฟ้ากลายเป็สีแดงอมส้มจากแสงตะวันตก ลมพัดแรงจนเส้นผมของเขาปลิวไสว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขารู้ดีว่าในวันนี้การฝึกจะไม่เหมือนครั้งไหนๆ เพราะอาจารย์ลูเชียไม่ได้บอกล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น
“อาน่อน” เสียงของลูเชียดังขึ้นข้างหลังเขา ขณะที่เธอก้าวเดินเข้ามาใกล้ “เตรียมตัวให้พร้อม เพราะวันนี้เ้าจะต้องเผชิญกับศัตรูที่ไม่ได้มาแค่ทดสอบความเร็วหรือทักษะในการใช้ดาบ แต่จะเป็การทดสอบความสามารถที่แท้จริงของเ้าต่างหาก”
อาน่อนหันไปมองเธอและพยักหน้า เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้จัก แม้ในใจเขาจะรู้สึกตื่นเต้นก็ตาม เขารู้ดีว่าไม่มีอะไรที่ง่ายในโลกนี้ และทุกๆ การทดสอบที่ผ่านไปจะเป็ก้าวสำคัญที่นำเขาไปสู่ความแข็งแกร่ง
“เ้าจะได้เผชิญหน้ากับปีศาจ” ลูเชียกล่าวต่อ “มันไม่ได้มาเพื่อฝึกฝน แต่มันมาเพื่อทดสอบความสามารถของเ้าว่าพร้อมที่จะรับภารกิจนี้หรือไม่”
คำพูดของลูเชียทำให้หัวใจของอาน่อนเต้นแรงขึ้น ปีศาจ? เขารู้จักคำนี้ดีจากเื่เล่าที่เคยได้ยินมาในโลกเก่า แต่มันไม่เคยมีตัวตนในความรู้สึกของเขา แต่วันนี้ เขาจะได้รู้ความจริง
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยนไป ท้องฟ้ากลายเป็มืดลงเรื่อยๆ แสงไฟที่ตั้งอยู่รอบสนามฝึกกระพริบอย่างผิดปกติ ก่อนที่ท้องฟ้าจะมีประกายสีแดงอมดำปรากฏขึ้นเหมือนกับว่าโลกนี้กำลังจะถล่ม
“มันมาแล้ว” ลูเชียพึมพำเบาๆ ขณะยืนมองไปยังจุดหนึ่งของสนามฝึก
อาน่อนหันไปมองตามสายตาของลูเชีย และในขณะนั้นเขาก็เห็นร่างมืดๆ เคลื่อนที่ผ่านหมอกควันสีดำที่ลอยอยู่ท่ามกลางสนามฝึก เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงทำให้เขารู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังเข้ามาใกล้ ร่างของมันมีลักษณะคล้ายสัตว์ประหลาด ิัแข็งเหมือนโลหะ มีดวงตาสีแดงฉานที่สะท้อนแสงเหมือนไฟที่กำลังลุกไหม้ มันเดินเข้ามาช้าๆ พร้อมกับกลิ่นคาวของเืที่ลอยมาตามลม
“มันคือปีศาจโบราณจากโลกที่หลับใหลมานานแล้ว” ลูเชียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด “ในอดีตมันเคยเป็ผู้สังหารที่ทำลายล้างเทพหลายองค์ ใน่าระหว่างเทพและปีศาจ แต่ตอนนี้มันกลับมาด้วยพลังที่น่ากลัวยิ่งขึ้น”
อาน่อนรู้สึกถึงความรุนแรงของพลังที่แผ่ออกมาจากมัน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว แต่เขาก็ไม่ได้ถอยหลัง เขาจับดาบคู่ในมือแน่น ร่างกายเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
“เ้าไม่ต้องกลัวหรอก อาน่อน” ลูเชียกล่าว พร้อมยิ้มให้กำลังใจ “เ้าจะต้องใช้ทั้งพลังธาตุและทักษะการใช้ดาบคู่ในการเอาชนะมัน ใช้ทุกสิ่งที่เ้ามีเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเ้าว่ามีคุณค่าพอที่จะปกป้องโลกนี้”
คำพูดของลูเชียเหมือนจะเพิ่มความมั่นใจให้กับอาน่อน แม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังจะเผชิญไม่ใช่แค่การฝึกซ้อมที่เขาคุ้นเคย
ปีศาจตัวนั้นคำรามเสียงดังสะท้านไปทั้งสนามฝึก ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาหาอาน่อนในทันทีด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ การเคลื่อนไหวของมันคล้ายกับสัตว์ป่าที่ออกล่าหากิน อาน่อนไม่รอช้า เขาะโหลบไปข้างๆ ก่อนที่จะยกดาบคู่ขึ้นป้องกันการโจมตีที่ตามมา
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นเมื่อดาบของอาน่อนฟาดเข้ากับกรงเล็บของปีศาจ ปีศาจคำรามและถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หยุดการโจมตี มันกลับมาพร้อมกับการโจมตีครั้งใหม่ที่รุนแรงยิ่งขึ้น อาน่อนต้องใช้ทักษะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพื่อหลบหลีกการโจมตี พร้อมกับหาทางตอบโต้
“ใช้พลังธาตุของเ้า” ลูเชียะโบอก “ควบคุมธาตุลมให้ได้!”
อาน่อนจำคำสั่งของลูเชียได้ทันที เขาหายใจลึกๆ และพยายามรวมพลังธาตุลมที่เขาฝึกฝนมาตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้สึกถึงพลังที่เริ่มหมุนวนในร่างกายของเขา เหมือนกับลมที่กำลังไหลผ่านทุกส่วนของร่างกายและรวมตัวกันที่มือเขา
เขารวบรวมพลังธาตุลมที่มือทั้งสองข้าง และใช้มันส่งไปยังดาบคู่ของเขา ในขณะที่เขาเหวี่ยงดาบออกไป ปีศาจไม่สามารถหลบการโจมตีที่รุนแรงได้ มันถูกฟันไปกลางลำตัว ทำให้มันร้องคำรามลั่น ขณะที่ร่างของมันสะท้านไป
“ไม่หมดแรงง่ายๆ อย่างนั้นหรอก” อาน่อนพึมพำ ขณะที่เขายืนระยะห่างจากปีศาจ
ในขณะที่ปีศาจกำลังจะลุกขึ้น มันเริ่มส่องแสงสีแดงจากดวงตาของมัน ไอพลังอันมหาศาลเริ่มขยายออกจากร่างของมัน และท้องฟ้าเริ่มมีฟ้าผ่าลงมาราวกับจะช่วยเสริมพลังให้มัน
อาน่อนรู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ปีศาจตัวนี้ไม่ได้แค่เป็ปีศาจธรรมดา แต่มันมีพลังบางอย่างที่สามารถทำลายโลกได้
“ระวัง! มันกำลังเตรียมปลดปล่อยพลังมหาศาล!” ลูเชียะโเตือน
อาน่อนตัดสินใจในทันที เขาะโเข้าไปในท่ามกลางการโจมตีของปีศาจ ด้วยพลังธาตุลมที่รวมกับทักษะการใช้ดาบ เขาพุ่งเข้าไปในระยะประชิดและฟาดดาบสองเล่มของเขาไปที่จุดอ่อนของปีศาจที่เห็นชัดเจน
การโจมตีที่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาลทำให้ปีศาจล้มลงไปกับพื้น เสียงคำรามของมันหยุดลง พร้อมกับร่างของมันที่เริ่มกลายเป็เถ้าถ่าน
อาน่อนหอบหายใจหนัก เขารู้ว่าการต่อสู้นี้เพียงแค่เริ่มต้น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กำลังรอเขาอยู่ ขณะที่ลูเชียยืนยิ้มและยกนิ้วโป้งให้เขา
“ดีมาก อาน่อน” เธอกล่าว “เ้าได้พิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพในการรับมือกับอันตรายที่แท้จริง”
การปรากฏตัวของปีศาจในครั้งนี้ไม่เพียงแค่ทดสอบความสามารถของอาน่อน แต่มันยังเป็การเตือนเขาให้รู้ว่าโลกนี้ยังเต็มไปด้วยภัยคุกคามที่ไม่สามารถมองข้ามได้