ซูซูที่กำลังเดินจะไปทีู่เาด้านหลังหมู่บ้านพบเห็นเหล่าลุงป้าน้าอาทั้งหลายก็ยิ้มทักทายทุกคนไปตลอดทาง กระทั่งนางเดินไปถึงตีนเขาและมองขึ้นไปยังูเาลูกใหญ่เบื้องหน้า ซูซูมองเห็นว่ามีชาวบ้านสิบกว่าคนที่กำลังหาผักป่าและตัดหญ้าหมูกันอยู่ตรงตีนเขา นางรีบเดินเข้าไปทักทายพวกเขาก่อนจะเดินลึกเข้าไปในูเาเพื่อหาสมุนไพรและหน่อไม้ป่าที่ร่างเดิมเคยขุดไปฝากชาวบ้านเมื่อนานมาแล้ว
หลังจากมองชาวบ้านที่อยู่ไกลออกไป นางเห็นว่าพวกเขาไม่ได้สนใจนางแล้ว ซูซูจึงใช้วิชาตัวเบาเข้าป่าลึกไปขุดหน่อไม้ให้ได้เยอะ ๆ เสียก่อนที่จะเริ่มตามหาสมุนไพร อย่างไรนางก็สามารถใช้วิชาตัวเบาค้นหาสมุนไพรดี ๆ ได้ไม่ยากนักภายในเวลาก่อนอาหารเย็น ด้วยความคล่องแคล่วของร่างกายเล็ก ๆ ของนาง ทำให้ซูซูมองเห็นป่าไผ่อยู่ไม่ไกลแล้ว
เมื่อถึงป่าไผ่ ซูซูก็ก้มหาหน่อไม้ป่าที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมด นางยิ้มน้อย ๆ แล้วเริ่มขุดหน่อไม้ด้วยมีดสั้นที่ท่านปู่ท่านย่าให้นางมาป้องกันตัว ด้วยพลังปราณของซูซู ทำให้นางใช้เวลาไม่นานก็ได้หน่อไม้เกือบเต็มตะกร้าสะพายหลังแล้ว แน่นอนว่าสิ่งของแค่นี้ไม่ทำให้นางลำบากแม้แต่น้อย หลังจากมองดูรอบ ๆ แล้วไม่เห็นว่ามีสมุนไพรขึ้นอยู่แถวนี้ ซูซูจึงสะพายตะกร้าแล้วหันมองเข้าไปยังทางขึ้นเขาที่สูงขึ้นไปอีก ไม่นานนักนางก็ตัดสินใจที่จะขึ้นไปบนเขาลึกกว่าที่ร่างเดิมเคยไป ด้วยวิชาตัวเบาอันสูงส่งของนาง ซูซูใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ขึ้นไปเกือบถึงยอดเขา นางเห็นว่าที่นี่เป็ป่าดิบชื้นซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซูซูคิดว่าแถวนี้น่าจะมีสมุนไพรดี ๆ ขึ้นอยู่เป็แน่ นางจึงเดินมองหาสมุนไพรที่พอจะจำได้ว่าในโลกก่อนนั้นมีสรรพคุณอย่างไรบ้างเพื่อนำไปฝากท่านหมอกับบำรุงร่างกายท่านปู่ท่านย่า
ซูซูเดินรอบ ๆ บริเวณป่าใหญ่ก็พบกับสมุนไพรไม่น้อยอย่างที่นางคิด ซูซูจึงไม่รอช้าที่จะเก็บสมุนไพรเหล่านี้ใส่ตะกร้าสะพายหลังจนเกือบเต็มแล้ว เมื่อเห็นว่าแทบจะไม่มีพื้นที่ให้เก็บสมุนไพรอีก ซูซูที่มองหาโสมก็ได้แต่ต้องตัดใจในเมื่อแถวนี้ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของโสมที่นางอยากได้ นางแหงนมองท้องฟ้าก็พบว่าเลยเวลาเที่ยงไปไม่น้อยแล้ว ขากลับนางยังต้องทำตัวเป็เด็กแบกของหนักอีก เมื่อคิดไปคิดมาแล้วเห็นว่าหากอยู่ต่อท่านปู่ท่านย่าคงเป็ห่วงนางแย่ ซูซูได้แต่รอพรุ่งนี้แล้วนางจะขึ้นเขาลึกขึ้นไปอีกเพื่อหาสมุนไพร อย่างไรวันนี้นางก็ได้หน่อไม้ไปฝากชาวบ้านกับท่านปู่ไม่น้อยแล้ว ไหนจะสมุนไพรดี ๆ ให้ท่านหมออีกจำนวนหนึ่ง แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการขึ้นเขาในวันแรกของนาง
ซูซูเดินทางลงเขาอย่างไม่เร็วไม่ช้า นางกลัวว่าจะมีคนสงสัยว่าเด็กตัวเล็กแบบนางสามารถขนหน่อไม้หนัก ๆ ได้อย่างไร ซูซูจึงต้องแกล้งทำเหงื่อไหลไคลย้อยและนั่งพักเป็ครั้งคราวเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย นางได้แต่ทำใจว่ารอให้นางเติบโตกว่านี้เสียก่อน นางจะได้ไม่ต้องแสดงละครว่าอ่อนแออีกต่อไป
ระหว่างทางเมื่อนางพบเจอท่านป้าที่เคยช่วยเหลือตนเอง ซูซูก็จะแวะส่งหน่อไม้ให้พวกเขาคนละหน่อสองหน่อ กระทั่งกลับถึงบ้านท่านปู่ก็เหลือหน่อไม้อีกสี่ห้าหน่อซึ่งนับว่าไม่น้อยแล้ว
“ท่านปู่ ท่านย่า ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” ซูซูส่งเสียงไปก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะเข้าบ้าน
“อา เ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ไหนมาให้ปู่กับย่าดูสิว่าเ้าได้อะไรมาวันนี้”
“ข้าได้หน่อไม้มาไม่น้อยเลยเ้าค่ะ ที่เหลือนี่คือของท่านปู่ท่านย่าเอาไว้ทำอาหารอร่อย ๆ ให้ข้ากินอย่างไรเล่าเ้าคะ ส่วนหน่อไม้จำนวนมากที่ข้านำมา ข้าให้พวกท่านลุงท่านป้าระหว่างทางกันไปคนละหน่อสองหน่อจนเหลือมาเพียงเท่านี้เ้าค่ะ”
“ซูซูเด็กดี เ้าทำดีแล้วที่ให้พวกชาวบ้านด้วย ปู่ขอบใจเ้าแทนชาวบ้านด้วยนะ แล้วนี่พืชพวกนี้ที่เ้าเก็บมาคืออะไรกัน?”
“อ้อ พวกนี้เป็สมุนไพรที่ข้าเก็บมาให้ท่านปู่หมอเ้าค่ะ ข้าพอจะจำได้ว่าพืชหน้าตาแบบนี้เป็สมุนไพรที่ข้าเคยเห็นท่านปู่หมอตากไว้ที่บ้านน่ะเ้าค่ะ”
“อืม เ้าความจำดีเสียจริง ๆ เอาล่ะ เช่นนั้นเ้าก็เอาสมุนไพรไปให้ปู่หมอของเ้าเสียก่อนจะถึงเวลาอาหารเย็นเถอะ ปู่กับย่าจะนำหน่อไม้ไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้เ้ากินเพิ่มพลังงานเสียหน่อย”
“เ้าค่ะท่านปู่ ท่านย่า เดี๋ยวข้ากลับมานะเ้าคะ”
ซูซูแยกสมุนไพรออกมาแล้วนำทั้งหมดกอดเอาไว้หลวม ๆ เพื่อไม่ให้สมุนไพรถูกกดทับมากเกินไป นางเดินไม่นานนักก็ไปถึงหน้าบ้านท่านปู่หมอประจำหมู่บ้าน
“ท่านปู่หมอเ้าคะ ข้าซูซูนำสมุนไพรมาให้เ้าค่ะ” นางรีบร้องเรียกท่านหมอเพื่อขอเข้าไปในบ้านของเขา
“อ้อ ซูซูเองหรอกรึ เข้ามาก่อน ๆ เด็กคนนี้นำอะไรมามากมาย มาให้ปู่ดูก่อนว่าใช่สมุนไพรจริง ๆ หรือไม่”
“นี่เ้าค่ะท่านปู่หมอ” ซูซูยื่นสมุนไพรในอ้อมแขนส่งให้กับท่านหมอทั้งหมด
หมอประจำหมู่บ้านเดินพาซูซูไปนั่งที่แคร่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน เขานั่งคัดสมุนไพรที่ซูซูเก็บมาพร้อมกับพยักหน้าอย่างพอใจ เขาไม่คิดว่าแม่หนูซูซูจะรู้จักสมุนไพรดี ๆ เช่นนี้ หลังจากตรวจสอบจนหมดแล้ว ท่านหมอก็เงยหน้ามายิ้มให้กับซูซู
“แม่หนูซูซูเก่งมากที่รู้จักสมุนไพรดี ๆ เหล่านี้ ปู่จะจ่ายค่าสมุนไพรให้เ้าดีหรือไม่”
“ข้าไม่ขอรับนะเ้าคะท่านปู่หมอ เพราะข้าเคยบอกท่านแล้วว่าจะหาของดี ๆ มาตอบแทนที่ท่านช่วยรักษาข้าเมื่อตอนที่ออกมาจากบ้านโจวยังไงเล่าเ้าคะ ท่านปู่คิดว่าข้าพูดเล่นหรืออย่างไรกัน”
“อ้าว ปู่คิดว่าเ้าพูดเล่นจริง ๆ เอาล่ะ ๆ อย่าโกรธปู่เลยนะ ถ้าอย่างนั้นปู่ก็ขอบใจเ้ามากที่หาสมุนไพรมาฝากปู่ เอาไว้เ้าพบสมุนไพรอีก แล้วปู่จะจ่ายเงินซื้อเ้าเล็กน้อยดีหรือไม่”
“ไม่ดีเ้าค่ะ ถ้าข้าอยากขาย ไม่สู้ข้านำไปขายในเมืองไม่ดีกว่าหรือเ้าคะ ข้าบอกท่านปู่แล้วอย่างไรเล่าว่านำมาฝากท่าน ในเมื่อข้าเองก็จะขึ้นเขาบ่อย ๆ หากพบเห็นอีกโดยบังเอิญ ข้าก็จะนำมาให้ท่านปู่อีกนะเ้าคะ” ซูซูส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างไม่ยอมรับเงินของท่านปู่หมอที่ช่วยรักษาและให้ยาเธอมาตลอดจนร่างกายหายดี
“ตกลง ๆ ปู่ไม่บังคับเ้าแล้ว เ้าทำอย่างที่เ้าสบายใจก็แล้วกันแม่หนูซูซู ปู่ขอบคุณเ้าอีกครั้งสำหรับสมุนไพรเหล่านี้ก็แล้วกันนะ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว เ้ารีบกลับไปก่อนที่ปู่กับย่าของเ้าจะเป็ห่วงเถอะ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับบ้านก่อนนะเ้าคะ” ซูซูย่อกายคารวะหมอชราอย่างน่ารัก
หมอชราได้แต่ลูบเคราพร้อมยิ้มรับการคารวะของซูซูตัวน้อย เขาพยักหน้าส่งนางออกจากบ้านไปอย่างมีความสุขที่เห็นเด็กน้อยน่ารักคนนี้แข็งแรงขึ้นมาก ไม่เสียแรงที่เขาคอยหายาบำรุงส่งไปให้ผู้ใหญ่บ้านบ่อย ๆ มาตลอดสามเดือน
ซูซูเดินไปยิ้มไปด้วยความพอใจที่ท่านปู่หมอไม่ดื้อรั้นที่จะจ่ายเงินให้นางอีก ในเมื่อสมุนไพรพวกนี้เป็เพียงสมุนไพรทั่วไปสำหรับนางเท่านั้น หากนาง้าเงินจริง ๆ นางคงตามหาสมุนไพรที่มีราคามากกว่านี้ไปขายในเมืองแทนตั้งนานแล้ว อย่างไรหลังจากนี้นางก็จะขึ้นเขาทุกวันเพื่อไปฝึกเพลงกระบี่และหาสมุนไพรราคาแพงเพื่อเก็บเงินอยู่แล้ว หากเห็นสมุนไพรทั่วไปนางค่อยนำมาฝากท่านปู่หมออีกก็ยังไม่สาย ซูซูเดินไปคิดไปไม่นานนักนางก็มาถึงหน้าบ้านปู่ผู้ใหญ่บ้านแล้ว ซูซูร้องบอกพวกเขาว่านางกลับมาแล้วอย่างร่าเริงด้วยเสียงเล็ก ๆ ของนาง
สองเฒ่าชราที่ทำอาหารเสร็จได้สักพักแล้วรีบเรียกให้ซูซูเข้ามากินข้าว เพราะมื้อเที่ยงนางขึ้นเขาไปก็ไม่ได้นำอาหารไปด้วย พวกเขาจึงกลัวว่าเด็กน้อยจะหิวมาก ทั้งสองคนจึงช่วยกันเร่งมือทำอาหารหลายจานเสร็จในเวลาไม่นานนัก ซูซูที่เริ่มหิวข้าวจึงไม่ขัดใจท่านปู่ท่านย่า นางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างเชื่อฟัง ก่อนที่ทั้งสามคนจะกินข้าวพร้อมรอยยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น