โคร้ม.. เสียงฟ้าร้องดังะเืจนกระจกสั่น ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทั้งหลังในพริบตา เดียร์เดินถือเทียนจากห้องนั่งเล่นขึ้นบันไดทีละขั้น จนได้ยินเสียงร้องแ่ ๆ จากห้องมายด์ ทุกๆ ครั้งที่ฟ้าแลบ
“ฮือ......”
ก๊อกๆ เขาเคาะประตูเบา ๆ “มายด์... ผมเอง เปิดได้ไหม?”
ประตูเปิดช้า ๆ เผยให้เห็นมายด์นั่งอยู่บนเตียง มือกอดเข่าด้วยความใ เดียร์ยิ้มบาง ๆ แล้ววางเทียนไว้บนโต๊ะ
“ไม่ได้กลัวนะ แค่เสียงฟ้า มัน.อื้อ” มายด์กำลังจะแก้ตัว แต่ฟ้าก็ช่างกลั่นแกล้งทั้งแลบทั้งร้องมาได้จังหวะนั้นพอดี
“ฉัน...ไม่ชอบตอนมันดังและมีแสงแว๊บแบบนี้...อื้อ~~~”
“หึ!.”.เขานั่งลงที่ปลายเตียง พยายามทำเสียงให้เป็เื่ตลก
“งั้นอยู่ใกล้ผมเข้าไว้ แต่อาจต้องระวังหน่อยนะ..เพราะจะเผลอใจเอาง่ายๆ”
มายด์ปรายตามอง พูดเสียงเบา
“ไม่มีทาง..ฉันไม่ค่อยชอบคนที่พูดเื่แบบนี้เป็เื่ง่าย ๆ ...ที่สำหรับฉัน กว่าจะรักใคร ต้องใช้เวลา”
“ฮ่าๆ” เดียร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโน้มหน้าเข้าใกล้จ้องมองดวงตากลม ผ่านแสงเทียนวิบวับ ยิ่งทำให้น่าหลงใหล
“แต่สำหรับผม..”
มายด์มองั์ตาอีกฝ่ายถึงกับเคลิ้ม ก่อนที่เดียร์จะพูดต่อ
“แค่มองตา..ก็สามารถพาเขาไปขึ้น์ในทันที”
มายด์อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนเม้มปาก ไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหนี แต่ทันใดนั้น ฟ้าร้องลั่นสนั่น จนหน้าต่างสั่นแรง ลมพัดเปิดกระจกจนผ้าม่านปลิว
มายด์สะดุ้งเฮือก ก่อนจะเผลอะโเข้าหาเดียร์โดยไม่ทันคิด แขนเขาโอบรอบตัวชายหนุ่มร่างสูงแน่น ลมพัดแรงจนเปลวเทียนแทบดับ เดียร์ชะงัก ก่อนยกมือขึ้นแตะไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ
“ไม่เป็ไร... ผมอยู่นี่” เขาเพียงลูบหลังช้า ๆ ปลอบให้อีกคนหายกลัว
ทั้งห้องมีเพียงเสียงฝน เสียงหายใจ และเปลวเทียนที่สั่นไหว กลิ่นสบู่จากกายเดียร์ผสมกลิ่นฝน กลายเป็กลิ่นอบอุ่นที่ปนความหลอนในอากาศ
“เอ่อ..” มายด์เงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาทั้งคู่สบกันในแสงเทียนลมหายใจของทั้งสองปะทะกันใกล้พอจะได้ยินเสียงหัวใจ
“หึ!..ถ้าคุณ..พร้อม”
เดียร์อ่านกลิ่นกายที่หอบฟุ้ง ด้วยอุณหภูมิความใคร่ที่กำลังแผดเผาข้างในกายของมายด์ อย่างเชื้อเชิญเขาให้ลิ้มลอง
“จุ๊บ..จุ๊บ..” เขาโน้มเข้าไปจูบหยั่งเชิงแ่เบา ถ้าหากว่าอีกฝ่ายไม่ยินยอมก็พร้อมหยุด
เปลวเทียนไหวแรงอีกครั้ง เสียงฝนด้านนอก ยังคงเทกระหน่ำ แต่ภายในห้องกลับแน่นขนัดไปด้วยลมหายใจที่สั่น
ทุกััเต็มไปด้วยการรอคอย และแรงดึงดูดที่ทั้งคู่ต่างพยายามฝืนมาตลอด โลกภายนอกกลายเป็เพียงเสียงข้างหลัง เหลือเพียงหัวใจสองดวงที่สั่นเข้าหากัน
“จุ๊บ..อื้อ..”
และแล้วแสงเทียนที่ไหวระริก เหมือนจะดับทุกครั้งที่พวกเขาเข้าใกล้กันมากขึ้นจนกระทั่ง...ไม่มีใครสนใจเสียงลม เสียงฝน หรือเสียงอื่นใดอีก
เสียงฟ้าร้องยังคงดังะเือยู่ไกล ๆ ลมพัดแรงจนกระจกสั่น ผ้าม่านปลิวราวกับคลื่นในพายุ
“จุ๊บ..จุ๊บ....”
เดียร์โน้มกายจูบมายด์อย่างเนิบนาบอีกครั้ง มือใหญ่แตะอยู่บนแผ่นหลังของอีกฝ่าย ัันั้นแ่เบา แต่หนักแน่นมากพอที่จะทำให้ความกลัว ที่เกาะอยู่ในอกของมายด์เริ่มคลาย แล้วค่อยๆ ถอยออกมา
“ผมอยู่นี่”
เขากระซิบ เสียงของเขาต่ำ และนุ่มเหมือนแสงเทียนที่เต้นระริก จนทำให้มายด์ที่ยังสั่นอยู่เล็กน้อย เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยเงาแสง และความลังเล
เดียร์มองลึกเข้าไปในนั้น ความกลัวผสมความอบอุ่น ความเปล่าเปลี่ยวที่ทั้งคู่ต่างซ่อนเร้นเอาไว้นาน
“อย่ามองแบบนั้นสิ...” เดียร์พูดแ่
“แบบไหน...” มายด์ส่งเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
“แบบที่ทำให้ผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้” เดียร์ส่งเสียงแ่
สายลมจากหน้าต่างพัดเข้ามาอีกครั้ง เปลวเทียนสั่นแรง เงาทั้งสองทาบซ้อนกันบนผนัง จนแยกไม่ออก เขาโน้มหน้าเข้าไปช้า ๆ
“จุ๊บ..จุ๊บ..” เพียงััแ่ของริมฝีปาก ความเย็นจากฝนข้างนอกก็ถูกแทนด้วยความร้อนระอุที่แล่นผ่านทั้งสองกาย
เสียงฝนตกกระทบหลังคาเป็จังหวะช้า ๆ เหมือนหัวใจสองดวงที่เต้นพร้อมกัน ลมหายใจประสานเป็จังหวะเดียว กลายเป็เสียงเดียวในห้องมืดสลัว
มือของเดียร์แตะแก้มอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้เร่งเร้า แค่รับฟังการสั่นของลมหายใจในอกของมายด์
ปลายนิ้วลากผ่านผิวเนื้อเย็นจากความกลัว แต่อุ่นขึ้นเพราะใกล้เกินไปมายด์หลับตาพริ้ม ปล่อยให้ทุกอย่างนำทางไปตามความ้าอย่างไม่ขัด
ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงเสียงฝน เสียงหายใจ และเปลวเทียนที่สั่นอยู่ปลายโต๊ะ ทุกการััเหมือนหยดน้ำฝนที่ตกกระทบผิว
บางหยดเ็า บางหยดร้อนวาบ จนยากจะบอกว่าอันไหนคือความกลัว อันไหนคือความ้า เวลาผ่านไปโดยไม่มีใครพูด
มีเพียงเสียงฝนที่ร่วงหล่นถี่ขึ้น เหมือนคอยปิดบัง เสียงหัวใจที่เต้นแรงแข่งกับเสียงครวญครางแหบพร่า และเมื่อเปลวเทียนสุดท้ายดับลง ความมืดไม่ได้กลืนพวกเขาไป แต่กลับโอบรัด เข้าลึกและแน่นขึ้น
“อื้อ..อ่าส์”
เสียงครางดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงเตียงที่โยก เข้าจังหวะกับเสียงลมฝนกระหน่ำ
“อื้อ..อ๊ะ..อ้าส์..สุดยอดมากครับ” เดียร์ส่งเสียงชม เมื่อมายด์พลิกตัวขึ้นขย่มอย่างเร่าร้อนรู้งาน
เรือนร่างสวยเปลือยเปล่าวาดไหวลีลาเด็ด ขย่มโยกย้ายเข้ากับแสงวูบวาบที่มาจากท้องฟ้า เสียงคำรามก้อง แต่เขากลับไร้ความกลัว เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกันเอ็นอุ่นแท่งแข็ง ยิ่งขยับก็ยิ่งเมามัน จนต้องสูดปากสั่นร้องครวญ
“อ้าส์..อ้า~~”
มายด์ยกสะโพกกลมขึ้นลง กลืนกินเอ็นกายของอีกฝ่ายอย่างไม่เอียงอายแม้แต่น้อย ถึงแม้ปากจะพร่ำบอกไม่ชอบความสัมพันธ์แบบนี้
แต่เขากลับยอมพลีกาย มอบให้คนข้างล่างอย่างง่ายๆ เพียงเพราะความเหงาและห่างหายจนหิวโซ ไม่ได้เจอะเจอของอร่อย เช่นมานานหลายเดือน นับั้แ่เลิกรากับแฟน
“อ้าส์..อื้อ..”
เมื่ออีกฝ่ายอ่อนล้าใกล้หมดแรง ชายร่างสูงก็พลิกตัวขึ้น เป็ฝ่ายคุมเกมเขาโยกย้ายวาดลีลา พร้อมปล่อยท่ายากอย่างฝากฝัง ที่ไม่ได้ทำบ่อยนัก
เพราะมันมักติดตรึง จนทำให้คู่นอน..อยากนอนกับมานอนกับเขาอีกครั้ง ดั่งมนต์เสน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งวันนี้เขากลับทำกับใครคนนี้
มือใหญ่จับรั้งข้อมือสองข้างจากด้านหลัง กระแทกเข้าหนักๆ จนมายด์พุ่งไปข้างหน้า แล้วต่อด้วยท่าสุนัขสี่ขา เขามองสะโพกกลมในความมืดอย่างมันเขียว
ก่อนจะกระแทกเอ็นใหญ่เข้าข้างในจนมิดสุด จนได้ยินเสียงมายด์ร้องเฮือกด้วยความจุก เดียร์รีบกระตุกยิ้มด้วยความพึงใจในความสำเร็จ
แล้วจึงจัดต่อด้วยท่ากว้างเหลียวหลัง ที่ทั้งจูบทั้งกระแทกแทรกเอ็นใหญ่เข้าไปลึก นิ้วมือแข็งคอยลูบไล้หัวนมชมพูหวาน จนทำให้มายด์ครวญคราง ถึงจุดหมายในทันที “อื้อ..อื้อ..อ้า~~~~”
“อื้อ..คุณสวยมากนะมายด์”
เขากระซิบข้างใบหู ชื่นชมรูปร่างอีกฝ่าย เมื่อยามฟ้าแลบส่องแสงสว่างเข้ามา ปะทะเรือนกายบาง ฉายส่วนเว้าส่วนโค้ง สะโพกกลมเด้งน่าจับ จนบางครั้งมือใหญ่เผลอบีบเค้นเล่นอย่างพิสมัย
“จู๊บ..อื้ม~~”
ริมฝีปากอุ่นดูดเลียหัวนมคู่สวยครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับว่าตัวเขาเท่านั้นได้ ขณะที่มายด์ก็แอ่นอกยกขึ้นรับอย่างไม่หวง แม้จะสะดุ้งเฮือกทุกครั้งที่ลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายัั
“อ่าส์..อื้อ~~”
เสียงครางสอดประสานเสียงฝนชุ่มฉ่ำ ที่ยังไม่มีทีท่าจะหยุดลง จนทำให้อากาศข้างนอกหนาวเย็น แต่ข้างในกลับร้อนรุ่ม เนื้อกายชุ่มเหงื่อทั้งสองคน
บทเพลงรักยังคงเดินทางไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องอีกหลากหลายท่า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพากันถึง์ ไปกันแล้ว แต่ก็ไม่ยอมหยุด
จนไม่รู้ว่า ใครเริ่มก่อน หรือใครจบทีหลัง เหลือเพียงความอบอุ่นที่ยังค้างอยู่ในอากาศ กลิ่นฝน กลิ่นหอบกายจากหยดเหงื่อ เนื้อััเนื้อ ไม่อาจจางหายไปง่าย ๆ ตลอดทั้งค่ำคืนนี้
....................................................