หลังจากทุ่มเทแรงกายไปอย่างมหาศาล ในที่สุดหยางเฉินก็สามารถย้ายร่างของหลงฉิงหลานไปพิงต้นไม้ได้สำเร็จ
“ตาแก่นี่แกล้งตายมาตลอด!”
หลังจากที่สังเกตอยู่ดูครู่หนึ่ง หยางเฉินก็พบว่าหลงฉิงหลานไม่ได้เป็อะไรเลย เื่นี้ทำให้เขาเกิดโทสะขึ้นมาจนอยากจะพุ่งหมัดใส่บิดาของเขาสักสามสี่หมัด
หลงฉิงหลานจ้องมองบุตรชายแล้วกล่าวขึ้น “แม้ว่าตอนนี้ข้าจะฟื้นกลับมาได้ แต่ก็อย่าคิดว่าข้าจะรอดชีวิต เหตุผลหลักที่ข้าต้องฟื้นขึ้นมาก็เพื่อจะฝากฝังเ้าในบางเื่ เ้าจงตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นต่อให้ข้ากลายเป็ผี ข้าก็จะไม่ยกโทษให้เ้าแน่”
หยางเฉินกลอกตา ในอดีตที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้ยินคนผู้นี้พูดเลยด้วยซ้ำ เมื่อมาได้ยินในตอนนี้ เขาก็พบว่าทั้งตัวเขาและบิดามีวิธีการพูดที่คล้ายคลึงกันมาก นี่จะต้องเป็สิ่งที่ถ่ายทอดมาทางสายเือย่างแน่นอน
“ก็ได้ ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่าน แต่ดูเหมือนว่าท่านกำลังจะ ‘กลับบ้านเก่า’ในไม่ช้านี้ งั้นมีอะไรก็รีบพูดออกมา ”
หลงฉิงหลานะเิเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวว่า “ที่ผ่านมาข้าเคยเห็นเ้าแค่ไม่กี่ครั้ง เ้าลูกหมา เ้านี่ไม่ต่างจากข้าในสมัยหนุ่มๆเลยนะ งั้นข้าจะพูดให้สั้นที่สุด หลังจากที่ข้าตาย สิ่งแรกที่เ้าต้องทำก็คือเอาจี้หยกรูปัออกมาจากจุดตันเถียนของข้า”
หลังจากที่ได้ยินเกี่ยวกับเื่หยกัอีกครั้ง แววตาของหยางเฉินก็เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขากล่าว “พ่อ ท่านคิดว่าข้าโง่เหรอ? ถ้าในตันเถียนของท่านมีจี้หยกชิ้นนั้นอยู่ แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่อย่างสบายมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร?”
“บัดซบ! นี่เ้าถึงกับกล้าใช้คำว่า ‘อย่างสบาย’ งั้นรึ? ตอนข้าอายุสิบแปด ข้าได้มาที่เมืองพฤกษาหมอก ในบรรดาคนรุ่นเดียวกันมีแค่มารดาของเ้าเท่านั้นที่คู่ควรกับข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้ามีพร์ แล้วคนอย่างแม่ของเ้าจะยอมมานอนเตียงเดียวกับข้าอย่างนั้นรึ?...แต่ทว่า ั้แ่ที่ข้าได้หยกชิ้นนี้มา พลังลมปราณขอบเขตชีพจรัขั้นแปดของข้าก็ถูกดูดไปจนหมดในเวลาเพียงครึ่งปี ทำให้ข้าต้องตกมาอยู่ในสภาพที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้!”
เื่นี้จะเป็เื่จริงหรือไม่นั้นหยางเฉินยอมรับว่าเขาไม่แน่ใจ แต่เมื่อมองดูแววตาและอารมณ์ของผู้เป็บิดา เื่นี้ไม่น่าจะเป็เื่โกหกได้เลย หากเป็เช่นนั้น หยกัชิ้นนี้มันคืออะไรกันแน่? มันสามารถดูดพลังลมปราณจนหายไปทั้งหมดได้อย่างไรกัน?
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ตาแก่ผู้นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็ถึงยอดฝีมือขอบเขตชีพจรัขั้นแปดเชียวรึ? ถ้าแค่อายุสิบแปดยังประสบความสำเร็จถึงขั้นนั้น แล้วอนาคตของเขาจะรุ่งเรืองเพียงใดกัน?
ตามตำนานที่สืบต่อกันมา เผ่าพันธุ์มนุษย์แท้จริงแล้วสืบสายเืมาจากัศักดิ์สิทธิ์โบราณ ด้วยเหตุนี้ทำให้เส้นชีพจรหลักทั้งเก้าเส้นของมนุษย์ซึ่งเป็ที่สำหรับไหลเวียนโลหิตถูกเรียกว่า‘เส้นชีพจรั’ เมืุ่์ฝึกฝนร่างกายและจิตใจจนถึงระดับหนึ่ง พวกเขาจะััได้ถึงพลังแห่งฟ้าดินและสามารถดูดซับพลังเ่าั้มาสะสมอยู่ในรูปของ‘พลังลมปราณ’ได้ หากผู้ใดสามารถไหลเวียนพลังลมปราณผ่านเส้นชีพจรัครบทั้งเก้าเส้นได้ คนผู้นั้นจะถือเป็ยอดฝีมือ ด้วยการที่เส้นชีพจรัของมนุษย์มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดเก้าเส้น ทำให้ ‘ขอบเขตชีพจรั’ ซึ่งเป็ขอบเขตแรกของการฝึกยุทธ์จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดเก้าขั้น
ตามความรู้ของหยางเฉิน คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองพฤกษาหมอกซึ่งก็คือท่านตาของเขาอ้างว่าตนเป็ยอดฝีมือที่ไร้เทียมทาน ทว่าบุคคลระดับนั้นก็ยังเป็เพียงแค่ยอดฝีมือขอบเขตชีพจรัขั้นเก้าเท่านั้น
หลงฉิงหลานไม่สนใจสีหน้าแววตาที่คล้ายกลับไม่อยากเชื่อของหยางเฉิน เขากล่าวต่ออย่างจริงจัง “นี่คือเื่แรกซึ่งข้าอธิบายไปอย่างละเอียดแล้ว เื่ที่สองก็คือ...เปลี่ยนชื่อของเ้าซะ ั้แ่วันนี้ ชื่อของเ้าก็คือ ‘หลงเฉิน’ ตระกูลหลงของเราคือตระกูลของผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ในฐานะลูกหลานของเขา พวกเราไม่สามารถใช้แซ่อื่นได้อย่างเด็ดขาด!”
*龙 หลงแปลว่าั
“ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด? หลอกเด็กยังพอว่า แต่อย่ามาหลอกข้าให้ยาก...ส่วนเื่เปลี่ยนแซ่...ถ้าท่านอยากให้เป็เช่นนั้น งั้นต่อไปนี้ แซ่ของข้าก็คือหลง”
หยางเฉินตกอยู่ในภวังค์ไปวูบหนึ่งหลังจากที่ได้ฟังบิดาของเขาพูด เขาไม่คิดเลยว่าตาแก่ผู้นี้จะกล้ามากล่าววาจาเหลวไหลต่อหน้าเขา อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเขาไม่เคยอยากจะใช้แซ่หยางอยู่แล้ว ต่อให้บิดาของเขาไม่ยกเื่นี้ขึ้นมา เขาก็อยากจะหาแซ่อื่นใช้เต็มที่แล้ว
--หลงเฉิน-- นี่ก็คือนามใหม่ของเขา
เขาท่องชื่อของตัวเองอยู่หลายครั้ง หลงเฉินรู้สึกดีกับชื่อใหม่นี้ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อมองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มของปีศาจเฒ่าที่อยู่ตรงหน้า หลงเฉินก็รู้สึกว่าวันนี้เป็หนึ่งในวันที่เขามีความสุขที่สุด
เขานั่งลงข้างๆหลงฉิงหลานโดยเอียงกายพิงไหล่ของบิดา
“เ้าคือลูกชายของข้า หากข้าเรียกเ้าว่าเฉินเอ๋อคงไม่ถือว่าเกินไป ข้าเที่ยวหาเื่ใส่ตัวมาตลอดชีวิต ข้าท่องไปทุกทิศในทวีป ข้าไม่เคยคิดว่าจะต้องมาตายในเมืองพฤกษาหมอกดินแดนแห่งสุนัขเช่นนี้ โชคชะตานั้นยากจะคาดเดา ทำให้มนุษย์เราหลั่งน้ำตาได้”
“วันนี้สมองของท่านมีปัญหาหรือไงกัน? ท่านทำตัวเหลวไหลมาทั้งชีวิต ข้ารู้จักท่านดี อย่ามาเพ้อต่อหน้าข้า! จริงสิ พวกเราไม่ต้องกลับไปที่ตระกูลหยางอีกแล้วเป็อย่างไร? ด้วยความสามารถของข้า ต่อให้อยู่ที่อื่น ข้าก็คงหาเลี้ยงคนขี้เมาอย่างท่านได้สบาย ”
กล่าวจบหลงเฉินก็มองทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไปเพื่อรอคอยคำตอบจากบิดา ทว่าแม้จะผ่านไปนานหลายลมหายใจก็ยังไม่มีการตอบสนองจากผู้เป็พ่อ เขารู้สึกถึงความเย็นที่ไหลผ่านร่างกายของตน จนต้องรีบหันกลับไปมองและเห็นเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของหลงฉิงหลาน ทว่าชายชรากลับไม่เคลื่อนไหวใดๆ
“ตาแก่เกิดอะไรขึ้น….?”
เมื่อเห็นบิดาอยู่ในสภาพนี้ หลงเฉินก็ทำตัวไม่ถูก แม้ว่าปกติเขาจะเป็คนปากร้าย ทว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้อย่างไรเสียก็คือบิดาบังเกิดเกล้าของเขา
“เฉินเอ๋อ...”
“...ท่านพ่อ?”
หลงฉิงหลานเงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าว “ข้าไม่ใช่พ่อที่ดี ข้าไม่เคยทำหน้าที่ที่พ่อทั่วๆไปควรจะทำ ถึงได้ทำให้เ้าหลงเดินในทางที่ผิด มีหลายสิ่งที่เ้าจะต้องเผชิญในภายภาคหน้า ข้าจะไม่บอกเ้าในตอนนี้ หากว่าเ้าไปถึงระดับนั้นเ้าก็จะเข้าใจเอง
มีสิ่งสุดท้ายที่ข้าอยากจะบอกเ้า เ้าจงตั้งใจฟังทุกคำของข้าอย่าได้ตกหล่น: ในโลกที่โหดร้ายเช่นนี้ พลังถือเป็ทุกสิ่งทุกอย่าง คนที่ไม่มีพลังก็มีค่าไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่ง!
หลังจากที่ข้าตายแล้ว ข้าปรารถนาอยากให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น เ้าต้องจำคำของพ่อไว้และถือมันเป็เป้าหมายหลักในการดำเนินชีวิต เื่นี้เคยเป็ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตข้า แต่โชคชะตามันช่างเล่นตลกกับข้า…”
หลังจากได้รับฟังคำสั่งเสียของบิดาที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึมจริงจัง หลงเฉินก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
หลงฉิงหลานใช้มือข้างหนึ่งลูบศีรษะของบุตรชาย ขณะที่ใช้มืออีกข้างโอบไหล่ไว้ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าได้พูดเื่ที่อยากพูดไปแล้ว สุดท้ายข้ายังอยากจะขอเ้าอีกเื่หนึ่ง เร็วๆนี้จะมีการแข่งขันภายในตระกูลหยาง คนรุ่นเยาว์ทั้งหมดในตระกูลจะต้องแข่งขันกัน ผู้ชนะจะได้รับคัมภีร์ทักษะยุทธ์ระดับสูงของตระกูล—[ผนึกั] ผนึกัที่ว่านี้ก็คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เ้ากลายเป็ ‘นักรบั’ ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม เ้าจะต้องเอาผนึกัมาให้ได้ จงอย่าลืม อย่าลืมเด็ดขาด...”
การแข่งขันของตระกูล หลงเฉินเองก็เคยได้ยินมันมาบ้างทว่าก็ไม่เคยให้ความสนใจ
“ด้วยความสามารถในตอนนี้ของข้าหากให้ต่อยตีกับนักเลงข้างถนนย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่จะให้เข้าร่วมการแข่งขันเห็นทีว่าข้าคงจะทำให้ท่านขายหน้าแน่ ว่าแต่ตาแก่ นักรบัที่ท่านว่ามันคืออะไร?”
“นักรบั...มันก็คือตำนานที่สูญหายไปนานของทวีปัอุทิศ…..”
หลังจากจบประโยคนี้ ใบหน้าของหลงฉิงหลานก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโหยหา ทันใดนั้นมือของเขาที่วางอยู่บนไหล่ของหลงเฉินก็ค่อยๆตกลงมา และเป็เวลาเดียวกับที่ลมหายใจสุดท้ายของเขาหมดลงไป
หลงเฉินกำลังจะถามเกี่ยวกับทวีปัอุทิศ ทว่าเมื่อเห็นมือที่ไร้เรี่ยวแรงของหลงฉิงหลานทิ้งตัวลงไป หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะ เขารีบพยุงร่างที่กำลังจะล้มลงของหลงฉิงหลานเอาไว้
แม้ว่าดวงตาของเขาจะเปิดอยู่ ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลงเฉินก็ทราบดีว่าบิดาของเขานามว่าหลงฉิงหลานนั้นได้จากโลกนี้ไปแล้ว
จิตใจของหลงเฉินตกต่ำลงมาในฉับพลัน
หากเป็บิดาคนเมื่อวานของตนตายไป เขาก็ยังพอจะรับได้ ทว่าบิดาของเขาในวันนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ทันทีที่หลงเฉินรู้สึกว่าเขาสามารถเรียกหลงฉิงหลานว่า ‘ท่านพ่อ’ ได้อย่างเต็มปาก เขาก็กลับถูกทิ้งเอาไว้ในโลกนี้อย่างเดียวดาย
ศีรษะของหลงเฉินก้มลงมาด้วยความโศกเศร้า
‘เ้าจงฟังให้ดี หากว่าเ้าพลาดไป ต่อให้ข้ากลายเป็ผี ข้าก็จะไม่ยกโทษให้เ้าแน่’
‘ข้าไม่ใช่พ่อที่ดี ข้าไม่เคยทำหน้าที่ที่พ่อทั่วๆไปควรจะทำ’
‘ในโลกที่โหดร้ายนี้ พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง คนที่ไม่มีพลังก็ไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่ง!’
‘หลังจากที่ข้าตาย ข้าปรารถนาอยากให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น ขอให้เ้าตั้งเื่นี้ไว้เป็เป้าหมาย’
คำพูดของหลงฉิงหลานยังคงก้องอยู่ในหูเขา
หลงเฉินไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะต้องมาเจอกับประสบการณ์ความเ็ปจากการลาจากเช่นนี้ พ่อของเขาก็จากไปได้สักพักแล้ว ทว่าความเ็ปกลับยังคงอยู่โดยไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ความเ็ปพวกนี้มันมาจากไหนกัน?
หลังจากรอคอยถึงกลางดึกจนมั่นใจแล้วว่าบิดาของตนคงไม่ตื่นขึ้นมาอีกแน่ หลงเฉินก็นำร่างของหลงฉิงหลานวางลงในหลุมศพ
เมื่อก้มลงมองใบหน้าที่ซูบผอมในหลุมศพ หลงเฉินก็ทำได้เพียงกำหมัดแน่นอย่างเงียบๆ
“……”
“ตาแก่ ทุกอย่างที่ท่านได้บอกกับข้าเอาไว้ ข้าจะจดจำมันและปฏิบัติตาม เื่ที่ท่านได้สั่งเสียไว้ ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะต้องทำมันให้สำเร็จให้จงได้ เื่เปลี่ยนแซ่ข้าก็ทำแล้ว เื่ผนึกั ข้าจะค่อยๆทำมันให้สำเร็จ ปัญหามันอยู่ที่ความแข็งแกร่งซึ่งข้าไม่สามารถทำมันได้ในวันสองวัน...”
ในตอนนั้นหลงเฉินก็นึกถึงคำสั่งเสียของหลงฉิงหลานที่ขอให้เอาจี้หยกรูปัออกมาจากตันเถียนของเขา
‘เขาก็ตายไปแล้ว ถ้าข้าทำลายศพของเขา มันจะเป็บาปที่ยากจะให้อภัย…’
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อยากจะยอมแพ้ ทว่าทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดได้เื่หนึ่ง
‘ไม่ ไม่ถูกต้อง ตาแก่บอกว่าหยกักำลังทรมานร่างกายของเขาอยู่ และเขายังย้ำเื่นี้กับข้าเอาไว้ หยกนี้จะต้องมีความลับอะไรอยู่แน่’
หลงเฉินไม่ใช่คนขวัญอ่อน เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็ควักมีดออกมา เขามองหลงฉิงหลานอีกครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกและใช้มีดตัดเข้าไปที่จุดตันเถียนของบิดา
เป็จริงดั่งคำกล่าวของหลงฉิงหลาน มีจี้หยกสีดำชิ้นหนึ่งอยู่จริงๆ
หลงเฉินวางจี้หยกไว้บนพื้น ก่อนจะใช้ดินฝังกลบร่างบิดาและสร้างป้ายหลุมศพเอาไว้ หลังจากที่เคารพศพเสร็จ เขาก็นั่งอยู่ข้างๆหลุมศพพลางมองลงไปยังจี้หยกในมือ
นี่คือหยกัที่หลงฉิงหลานกล่าวถึง
“เป็เ้าเองหรือ ที่ดูดพลังลมปราณของตาแก่จนเหือดแห้งและทำลายชีวิตของเขา?”
หยกลึกลับชิ้นนี้เป็หยกรูปัที่เต็มไปด้วยลวดลายแปลกๆ ตัวหยกมีสีดำทั้งชิ้น วัสดุที่ใช้ดูธรรมดา หากว่ามันไม่ได้มีสภาพที่เก่าเช่นนี้ หลงเฉินก็แทบจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันสามารถทำลายชีวิตของหลงฉิงหลานได้อย่างไร
ตอนนี้เป็เวลาดึกมากแล้ว แสงจันทร์อันอ่อนโยนสาดส่องลงมายังผืนดิน หมอกค่อยๆแทรกซึมผ่านมวลไม้ หยกัที่อยู่ในมือของหลงเฉินเริ่มเปร่งแสงสลัวๆออกมา และทันใดนั้นมันก็หายไปต่อหน้าต่อตาเขา ทำให้หลงเฉินเกิดความประหลาดใจที่แฝงไปด้วยความตระหนกขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
ยังไม่ทันจะหายจากอาการใ หลงเฉินก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงคำรามอยู่ภายในหัว และเขาก็พบว่าจิตสำนึกของตัวเองมาปรากฏอยู่ในกลุ่มหมอกสีเทาๆ ที่มีอาณาบริเวณกว้าง หมอกเหล่านี้ไหลตามสายลมไปข้างหน้าเป็ลูกคลื่น หลงเฉินรู้สึกราวกับว่าตัวเองสูญเสียััทั้งหมดไป หลงเหลือเพียงััด้านการมองเห็นเท่านั้น เขาหันไปรอบๆด้วยความประหลาดใจ
“นี่เป็สิ่งที่บรรยายไว้ในหนังสือ มันคือห้วงจิตซึ่งเป็ที่อยู่ของจิติญญา มีแค่คนที่เป็จอมยุทธ์เท่านั้นที่จะเปิดห้วงจิตออกได้ ข้าสามารถมองเห็นห้วงจิตได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความประหลาดใจ หลงเฉินก็ยังเดินสำรวจภายในทะเลแห่งหมอกนี้ เขารู้สึกว่าต่อให้ตัวเองวิ่งไปตลอดกาลก็ไม่สามารถหนีออกไปจากทะเลหมอกอันไร้ขอบเขตนี้ได้
ทันใดนั้น หลงเฉินก็มองเห็นหยกสีดำรูปัชิ้นหนึ่งกำลังลอยตัวอยู่เหนือทะเลหมอกพร้อมกับปลดปล่อยแสงบางๆออกมา
แววตาของหลงเฉินเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ
“หยกัมาปรากฏตัวในห้วงจิตของข้า เช่นนี้แล้วมันจะดูดซับพลังลมปราณของข้าหรือไม่?”
หลงเฉินใกลัวขึ้นมา
“ไม่ เื่นั้นเป็ไปไม่ได้ ข้าไม่มีพลังลมปราณเลยด้วยซ้ำ”
ในตอนนั้นเอง กระแสพลังอันแข็งแกร่งก็หลั่งไหลออกมาจากหยกั ก่อนจะตัดผ่านเขตแดนระหว่างจิติญญาและร่างกายของหลงเฉินและมาปรากฏอยู่ภายในตันเถียนของเขา
ความอบอุ่นที่เกิดจากการไหลของพลังนี้ทำให้ทั้งร่างของหลงเฉินรู้สึกสดชื่น
“พลังลมปราณ?”
.
.
.