บทที่สามสิบ
เข้าสู่ประตูวิวาห์
“โห่.......โห...ฮิ้ว....” นิรณาดีดตัวขึ้นนั่งหลังตรงด้วยความประหม่า เมื่อเริ่มได้ยินเสียงแห่ขบวนขันหมากดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
หลังจากที่แต่งหน้าแต่งตัวเสร็จที่บ้านของสิงหราช เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ทยอยมาปักหลักรอฤกษ์กันอยู่ที่บ้านใหญ่ รวมไปถึงทีมช่างแต่งและหน้าทีมเสื้อผ้า ต่างก็ขนย้ายทัพอุปกรณ์เครื่องมือของตัวเองมาด้วยเช่นกัน
เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงาน ถูกจับแยกกันทันทีที่เดินทางมาถึงบ้านใหญ่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการจัดงานแต่งงาน เนื่องจากหลังจากนี้ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอนของพิธีการ
“ฟู่” ร่างเล็กเป่าลมหายใจออกมาทางปาก มือเล็กบีบเข้าหากันด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่กี่นาทีหลังจากนี้ก็ได้เจอหน้าของคนพี่แล้ว หลังจากที่ต้องห่างกับเกือบสามชั่วโมง
“น้องเอิงพร้อมนะคะลูก” อารีย์ที่เปิดประตูห้องเข้ามา เอ่ยถามลูกสาวของตัวเองที่นั่งเกร็งอยู่ปลายเตียง
“ค่ะคุณแม่” นิรณาหันไปตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม
“แม่รออยู่ด้านล่างนะคะ น้องเอิงรอพี่เขามารับอยู่ตรงนี้นะ” ผู้เป็นแม่เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาพร่ามัวที่ทอดมองไปยังลูกสาวคนเล็กเต็มไปด้วยความรัก
อารีย์เองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหาย ในวันนี้ลูกน้อยที่เฝ้าฟูมฟักและเลี้ยงตัวมาเป็นอย่างดี จากเด็กน้อยที่เคยเดินตามเธอไปในทุกที่ ในวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และกำลังจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว
“น้องเอิงอยู่ได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม” นิรณาที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผู้เป็นแม่เป็นอย่างดี เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง
“โตขึ้นแล้วจริง ๆ ด้วย ลูกสาวคนเก่งของแม่” อารีย์เอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มภูมิใจ หญิงวัยกลางคนพยายามที่จะกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“เอิงจะทำให้พี่สิงห์รักเอิงให้ได้ค่ะคุณแม่ เอิงจะมีครอบครัวที่อบอุ่นให้ได้” ร่างเล็กเอ่ยพูดย้ำเพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้คลายความกังวลใจ
นิรณาทราบดีว่าหากเลือกได้ ผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้อยากที่จะผลักไสเธอเข้ามาในวังวนนี้ แม้จะรู้สึกน้อยใจในตอนแรก หากแต่ในวันนี้นิรณาเข้าใจทุกอย่างแล้ว และไม่ได้คิดโกรธเคืองพ่อแม่ของตัวเองแต่อย่างใด
“แม่เอาใจช่วยน้องเอิงนะลูก” ผู้เป็นแม่พยักหน้ารับ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่เล็กและลูบเบา ๆ
“คุณแม่ไปรอข้างล่างกับคุณพ่อเถอะค่ะ แล้วน้องเอิงจะพาลูกเขยไปกราบนะคะ” นิรณาปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาสดใส ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดทะเล้น
“ค่ะ” อารีย์เอ่ยตอบรับคำพูดของลูกสาว คนเป็นแม่ฉีกยิ้มส่งไปให้อีกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเดินจากห้องไป
ในจังหวะที่กำลังจะปิดประตูห้องลง น้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลออกมากระทบแก้ม หากแต่ก็เป็นเวลาแค่เพียงเสี้ยววินาที เพราะเจ้าตัวยกมือขึ้นปาดความอ่อนแอนั้นทิ้งด้วยความรวดเร็ว
ลูกสาวของเธอยังเข้มแข็งและยิ้มได้ คนเป็นแม่อย่างเธอก็ไม่ควรที่จะทำตัวอ่อนแอในเวลานี้ เธอและสามีจำเป็นที่จะต้องตั้งหลักให้มั่นคง เพื่อเป็นที่พักพิงให้กับลูกน้อยถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
“จากนี้ไป มันจะต้องมีแต่เรื่องดี ๆ สินิรณา” คนตัวเล็กเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง ราวกับจะให้กำลังใจตัวเองให้มีแรงฮึดสู้
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” หลังจากนั้นแค่เพียงไม่นาน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นตามมา
นิรณาที่ตกอยู่ในความคิดของตัวเอง ปรายสายตามองไปทางประตูห้อง ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อรู้ได้ในทันทีว่าคนที่อยู่ด้านนอก คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าบ่าวอย่างสิงหราช
“พี่สิงห์หรือเปล่าคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามออกไปด้วยตัวเอง เพราะเป็นเจ้าสาวที่ไม่มีเพื่อนเจ้าสาวคอยเคียงข้างเลยสักคน
นั่นก็เพราะการแต่งงานในครั้งนี้ ทุกอย่างมันกะทันหันจนเกินไป และมีเหตุผลอีกหลายอย่าง ที่ทำให้นิรณาไม่สะดวกใจที่เอ่ยปากบอกกล่าวกับเพื่อนฝูงในตอนแรก
คิดมาจนถึงตอนนี้ก็แอบเสียดายอยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน หากในวันนี้เพื่อนสนิทคอยอยู่เคียงข้าง งานแต่งงานในวันนี้ของตัวเอง คงจะสมบูรณ์แบบดั่งเจ้าสาวคนอื่น ๆ
“ครับ” เสียงเอ่ยตอบรับดังขึ้นที่หน้าประตู
“เข้ามาสิคะ เอิงรอพี่สิงห์อยู่” นิรณาเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะขยับตัวนั่งหลังตรงเพื่อรอคอยประตูบานใหญ่ให้ถูกเปิดออก
“พี่มารับครับ” สิงหราชที่สาวเท้าเข้ามาในห้อง ยื่นมือออกไปตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
นิรณามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ใบหน้าสวยแย้มยิ้มหวานออกมาอย่างไม่รู้ตัว มือเล็กที่วางอยู่บนตักยื่นออกไป และวางลงบนฝ่ามือหนาด้วยความเต็มใจ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง
“พร้อมหรือเปล่า” สิงหราชกระชับฝ่ามือเข้าหาฝ่ามือเล็ก ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“พร้อมแล้วค่ะ” นิรณาเอ่ยตอบกลับไป ร่างเล็กเดินเคียงข้างไปกับสิงหราช ทุกฝีเท้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ใบหน้าสวยหวานที่ถูกรังสรรค์จนดูสวยผิดหูผิดตา ประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานที่ส่งไปจนถึงดวงตาอยู่ตลอดเวลา และในจังหวะที่เดินลงบันไดมา ดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาของผู้เป็นพ่อเข้าพอดิบพอดี
คนตัวเล็กส่งยิ้มกว้างไปให้กับพ่อของตัวเอง ยอมปล่อยวางในเรื่องที่แล้วมาทั้งหมด ปล่อยให้ความขุ่นมัวที่เคยมีต่อพ่อบังเกิดเกล้า มันสิ้นสุดลงในวันนี้ ที่ตัวเองกำลังจะได้เริ่มต้นใช้ชีวิตครอบครัวเป็นของตัวเอง
ดวงตากลมโตปรายตามองไปรอบ ๆ งานด้วยความตื้นตัน ที่เห็นว่าพี่สาวของตัวเองทั้งสองคน ก็นั่งกันอยู่ภายในงานอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แม้จะไม่ได้เชิญญาติคนอื่นมาร่วมงานด้วย หากแต่ครอบครัวมากันอย่างพร้อมเพรียง เพียงแค่นี้นิรณาก็ดีใจแล้ว
สิงหราชและนิรณาจับจูงกันเดินลงมาช้า ๆ เพื่อให้ช่างภาพได้เก็บภาพความทรงจำ ก่อนจะคลานเข่ากันเข้าไปกราบพ่อแม่ของแต่ละฝ่าย ตามขั้นตอนที่ได้ซักซ้อมกันเอาไว้ก่อนแล้ว
“แม่ฝากดูแลพี่เขาด้วยนะน้องเอิง ดื้อหน่อยแต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง” เพลินจิตเอ่ยพูดขึ้นกับลูกสะใภ้ของตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อดตื้นตันใจไม่ได้ที่ได้เห็นลูกชายของตัวเองเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักที
เพลินจิตเองแม้จะเข้มแข็งเสียเพียงใด หากแต่เป็นเรื่องของลูกชายทีไร คนเข้มแข็งในสายตาของทุกคน ก็มักจะกลายเป็นเพียงแม่ที่อ่อนไหวง่ายอยู่เสมอ เพราะสิงหราชเปรียบเสมือนชีวิตทั้งชีวิตของเธอ
“ไว้เอิงจะกำราบให้นะคะคุณแม่” นิรณาเอ่ยตอบกลับไปอย่างทีเล่นทีจริง ทำเอาบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานในช่วงเช้าหลุดหัวเราะไปตามกัน
ไม่เว้นแม้แต่สิงหราชที่กำลังจะโดนกำราบ ก็ยังหลุดหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ร่างหนาปรายตาไปมองคนตัวเล็ก ก่อนจะหลุดยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของอีกฝ่าย
“พาน้องไปหาพ่อแม่เถอะตาสิงห์” เพลินจิตที่เป็นผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเจ้าบ่าว เอ่ยพูดขึ้นกับลูกชายตัวเอง พร้อมกับพยักพเยิดให้เจ้าตัวพาภรรยาของตัวเองไหว้พ่อแม่ของอีกฝ่าย
“ไปครับ” สิงหราชพยักหน้ารับ ก่อนจะแตะข้อศอกเล็กให้คลานเข่าไปอีกด้าน
“คุณพ่อคุณแม่” นิรณาเงยหน้าขึ้นมองไปที่พ่อและแม่ของตัวเอง ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าออกมาให้เห็น
“วันนี้เป็นวันดี ไม่ร้องไห้สิคะคนเก่งของแม่” อารีย์ที่ใจอ่อนยวบเมื่อเห็นว่าในแววตาของเจ้าสาวนั้น ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา คนเป็นแม่โน้มตัวลงไปจับแก้มของลูกสาวเอาไว้
นิรณายกยิ้มออกมา พยายามที่จะกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้ หากแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ร่างเล็กปล่อยให้น้ำตารินไหลออกมากระทบใบหน้าของตัวเองเสียจนเปียกชุ่ม
“จากนี้ไปทั้งสิงห์ทั้งน้องเอิง ก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นคนคนเดียวกัน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ คุยกันด้วยความใจเย็นนะลูก” อารีย์ที่เห็นลูกสาวร้องไห้ออกมา เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ครับแม่” สิงหราชเป็นฝ่ายเอ่ยตอบรับกลับไป เพราะคนตัวเล็กเอาแต่ร้องไห้งอแงเสียอย่างนั้น
“น้องเอิง” ร่างหนาเอ่ยเรียกภรรยาของตัวเองขึ้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมขยับเข้าไปหาพ่อของตัวเอง
“ฮึก คุณพ่อ ฮือ” ร่างเล็กที่เริ่มรู้ตัวขยับตัวไปตามการประคองของคนพี่ ก่อนจะเอ่ยเรียกพ่อของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น
“โตแล้วยังร้องไห้เป็นเด็ก ๆ” จักรกฤชเอ่ยล้อลูกสาวของตัวเอง ในดวงตาของผู้เป็นพ่อวูบไหวไปชั่วขณะ หากแต่ก็พยายามที่จะอดกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้
“ฮึก” นิรณายังคงสะอื้น ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับผู้เป็นพ่อนิ่ง
“พ่อขอให้น้องเอิงมีความสุขกับชีวิตครอบครัวมาก ๆ นะลูก” ผู้เป็นพ่อเอ่ยอวยพรแค่เพียงสั้น ๆ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความรักที่มีให้ลูกสาวของตัวเอง
“ค่ะคุณพ่อ” ร่างเล็กพยักหน้ารับ ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
“ผมฝากลูกสาวผมด้วยนะคุณสิงหราช หวังว่าคุณจะเป็นสามีที่ดีและพ่อที่ดี ผมฝากด้วย” จักรกฤชเบนสายตามาหาลูกเขยของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหินห่าง
แต่หากฟังให้ดีก็จะรู้ว่าน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการอ้อนวอนและขอร้องจากคนที่เป็นพ่อ ที่ครั้งหนึ่งเคยผิดพลาดมาแล้ว และนำพาครอบครัวของตัวเองมาถึงจุดที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต
การที่ต้องมานั่งอยู่ในงานแต่งงานของลูกสาวในวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และค่อนข้างที่จะเจ็บปวดของคนเป็นพ่อพอสมควร เพราะทุกอย่างมันยิ่งตอกย้ำ ว่าเป็นเขาเองที่พังความสุขของลูกด้วยมือของตัวเอง
“ผมรับปากครับ” สิงหราชสบสายตากลับไป ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
สัญญาของลูกผู้ชายที่หนักแน่น ทำให้จักรกฤชส่งยิ้มตอบรับกลับไปให้กับสิงหราช ในฐานะคนเป็นพ่อที่ไม่สามารถรักษาความสุขในชีวิตของลูกเอาไว้ได้ จักรกฤชไม่หวังอะไรไปมากกว่า การที่ลูกสาวจะได้ใช้ชีวิตของตัวเองต่อจากนี้ไปอย่างมีความสุขอีกแล้ว
บรรยากาศภายในงามมงคลสมรสกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านพ้นพิธีการสำคัญไป เมื่อทางเจ้าภาพได้มีนำการแสดงลิเกฮูลู ซึ่งเป็นการแสดงของพื้นเมืองของภาคใต้ มาแสดงภายในงานแต่งงาน เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแขกเหรื่อภายในงาน
………………………………………………….
ความรู้สึกของยัยน้องเอิงเอยมันคงหลากหลายมาก การเป็นนางเอกของเลดี้มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ฮือออ แม่ขอโทษนะลูก // หยอกตัวเอง
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ