ฟางเฉิน ปะทะ หม่าจิ้ง
เมื่อเห็นว่าฟางเฉินไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวหรือแสดงท่าทางหยิ่งยโสออกมาผู้อาวุโสไคได้แต่ขมวดคิ้วเพราะผู้อาวุโสไคเห็นถึงพรสวรรค์ของฟางเฉินและไม่ต้องการให้ฟางเฉินตาย“ก็ดี ถ้าเจ้ามั่นใจข้าก็ไม่ว่า แต่เวลาที่เหลือให้เจ้ามาปรุงยาที่นี่แล้วข้าจะแบ่งเม็ดยาให้กับเจ้าส่วนหนึ่งมันน่าจะพอให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นพอจะเอาตัวรอดได้” ผู้อาวุโสไคกล่าวจากนั้นผู้อาวุโสไคก็ได้มอบตำราเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรและรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรต่าง ๆให้กับฟางเฉินยืมอ่านฟางเฉินหลังจากนั้นนอกจากเวลาที่ใช้ในการดูแลสมุนไพรแล้วฟางเฉินจะมาอยู่กับผู้อาวุโสไค พริบตาข่าวลือก็แพร่ออกไปว่าฟางเฉินมีความสัมพันธุ์ที่ไม่ธรรมดากับผู้อาวุโสไค บางคนกล่าวว่าฟางเฉินคือลูกศิษย์ส่วนตัวของผู้อาวุโสไคแน่นอนว่าผู้อาวุโสไคมีชื่อเสียงและอำนาจค่อนข้างมากในบรรดาศิษย์สายนอกและศิษย์สายในเพราะแม้แต่ศิษย์สายในหลายคนก็ต้องพึ่งเม็ดยาของผู้อาวุโสไค หลายๆคนคิดว่าการต่อสู้เป็นตายระหว่างหม่าจิ้งและฟางเฉินเริ่มจะตื่นเต้นเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฟางเฉินละก็หม่าจิ้งจะต้องมีปัญหากับผู้อาวุโสไคและหม่าจิ้งอาจจะไม่ได้รับเม็ดยาอีกเลยก็ได้และถ้าไม่มีเม็ดยาหม่าจิ้งก็ไม่สามารถทะลวงระดับสู่ระดับนักรบได้และจะต้องเป็นศิษย์สายนอกตลอดไป“บัดซบไอ้เจ้านั่นมันไปรู้จักกับผู้อาวุโสไคได้ยังไง” หม่าจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ลูกพี่แล้วเราจะทำยังไงดี” ลูกน้องของหม่าจิ้งกล่าว“ทำยังไงงั้นเหรอ ต่อให้มันไปพึ่งอาวุโสไคแล้วคิดว่าข้าจะกลัวหรือยังไง พี่ชายของข้าเป็นถึงศิษย์สายในและคนที่พี่ของข้าติดตามอยู่เป็นถึงศิษย์สายในที่โดดเด่นอีกด้วย ถ้าผู้อาวุโสไคเข้ามาแทรกแซงละก็พี่ชายขอบงข้าก็จะออกมาจัดการเอง” หม่าจิ้งกล่าว“สุดยอดลูกพี่สุดยอดจริง ๆ” เหล่าลูกน้องของหม่าจิ้งพากันดีใจเวลาผ่านไปพริบตา 1 เดือนก็ผ่านไป ฟางเฉินสามารถปรุงเม็ดยาระดับต่ำได้อย่างชำนาญ ด้วยการคอยชี้แนะอย่างใส่ใจของผู้อาวุโสไคทำให้แม้แต่ผู้อาวุโสท่านอื่น ๆก็เริ่มให้ความสนใจใตตัวฟางเฉิน“ฟางเฉินเจ้าแน่ใจนะว่าจะสามารถเอาชนะหม่าจิ้งได้” ต้าเยี๋ยนกล่าว“ข้ามั่นใจ ด้วยหลังของข้าในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวหม่าจิ้งเลย” ฟางเฉินกล่าว“เช่นนั้นก็ดีข้าขออวยพรให้เจ้าได้รับชัยชนะ” ซือถูกล่าว“พวกเจ้ารอดูได้เลย ข้าจะแสดงให้เป็นว่าต่อให้มีเพียงจิตวิญญาณระดับต่ำแต่ข้าก็ไม่ได้อ่อนแอ” ฟางเฉินกล่าว“พูดได้ดี!!!!!” ต้าเยี๋ยนคำรามออกมา เพราะต้าเยี๋ยนมีเพียงจิตวิญญาณระดับกลางทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมกับสำนักเว่ยและอู่ได้แถมต้าเยี๋ยนยังโดดดูถูกจากคนทั้งสองสำนักทำให้ต้าเยี๋ยนค่อนข้างผิดหวังกับจิตวิญญาณของตัวเองแต่ฟางเฉินที่มีจิตวิญญาณระดับต่ำกลับไม่เคยโทษหรือผิดหวังกับจิตวิญญาณของตัวเองเลยฟางเฉินเดินขึ้นไปบนสนามประลองซึ่งตอนนี้มีหม่าจิ้งยืนรออยู่ด้วยใบหน้าหยิ่งยโส รอบ ๆมีผู้อาวุโสหลายคนให้ความสนใจแน่นอนว่าผู้อาวุไคก็มาและเตรียมพร้อมในการรักษาชีวิตของฟางเฉิน“นั่นหนะเหรอศิษย์ใหม่ที่กล้าท้าทายหม่าจิ้ง” ชายหนุ่มที่สะพายดาบไว้ข้างหลังกล่าวด้วยสีหน้าสงบ“ใช่แล้วเขานี่แหละ เหมือนว่าจะมีจิตวิญญาณเพลิงระดับต่ำเท่านั้น” หญิงสาวสวมชุดฟ้ากล่าวชายหนุ่มสบายดาบเป็นศิษย์สายนอกอันดับ 1 เฟิงหวู่ และหญิงสาวชุดฟ้าคือศิษย์สายนอกอันดับ 2 เหยียนมี่ ทั้งสองเองก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับการประลองนี้“นั่นมันศิษย์พี่ เฟิงหวู่และศิษย์พี่เหยียนมี่ ไม่ใช่เหรอ”“ได้ยินว่าศิษย์พี่ทั้งสองใกล้จะทะลวงสู่ขั้นนักรบแล้ว”“นั่นสินะอีกไม่นานเมื่อทั้งสองไปถึงระดับนักรบการจัดอันดับศิษย์สายในก็คงต้องเริ่มใหม่” เหล่าศิษย์สายนอกกล่าวขึ้น“ดูเหมือนเจ้าจะยังมีความกล้าอยู่บ้างที่กล้ามาในวันนี้” หม่าจิ้งกล่าว“แล้วทำไมข้าจะไม่กล้าละ กับคนอย่างเจ้าที่หวาดกลัวคนแข็งแกร่งและรังแกคนอ่อนแอข้าไม่มีทางแพ้อยู่แล้ว” ฟางเฉินกล่าว“ปากดีนักนะ คอยดูข้าจะทำให้เจ้าไม่กล้าปากดีอีกเลย” หม่าจิ้งคำรามออกมา จิตวิญญาณหมีศิลาปรากฎออกมาทันที“นั่นมันจิตวิญญาณระดับสูงหมีศิลา ว่ากันว่าหมีศิลามีพลังป้องกันค่อนข้างแข็งแกร่งอย่างมาก” ศิษย์คนอื่นๆกล่าวขึ้นฟางเฉินไม่ได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณออกมาแต่ดวงตาของฟางเฉินสาดประกายสีทองออกมา จิตวิญญาณดวงตาของฟางเฉินนั้นเป็นสิ่งหายากทำให้ไม่มีคนสงสัยว่าฟางเฉินมีจิตวิญญาณประเภทดวงตาหม่าจิ้งไม่สนใจว่าฟางเฉินจะใช้จิตวิญญาณหรือไม่ หม่าจิ้งแค่ต้องการที่จะสังหารฟางเฉินเท่านั้นแต่ว่าพริบตาที่ร่างของหม่าจิ้งพุ่งเข้ามาใกล้ฟางเฉิน เส้นด้ายนับสิบเส้นก็พุ่งเข้ามาและผูกแขนและขาของหม่าจิ้งเอาไว้“เอ๋ ฟางเฉินเป็นใช้ด้ายเป็นอาวุธงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสไคกล่าวด้วยความแปลกใจ“ทักษะการใช้ด้ายแทบจะไม่มีใครสามารถฝึกได้ ไม่คิดเลยว่าวันนี้ข้าจะได้ผู้ใช้ทักษะได้ แต่น่าเสียดายที่เขามีจิตวิญญาณเพลิงระดับต่ำ” เฟิงหวู่กล่าว“นั่นสินะถ้าเขามีจิตวิญญาณเส้นด้ายด้วยละก็เขาอาจจะสามารถเอาชนะหม่าจิ้งได้แต่น่าเสียดาย” เหยียนมี่กล่าว“ฮ่า ฮ่า คิดว่าด้ายเส้นเล็ก ๆแบบนี้มันจะหยุดข้าได้เหรอ” หม่าจิ้งคำรามพละกำลังมหาศาลระเบิดออกมาทำให้เส้นด้ายหลุดออกไป“ถ้าสิบเส้นไม่สามารถหยุดเจ้าได้แล้วถ้าเป็นร้อยเส้นละ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยิ้มเย้ยหยันออกมา“หมื่นด้ายสังหาร” ฟางเฉินกล่าวเสียงเย็นพริบตาเส้นด้ายที่คมกริบก็พุ่งออกเข้ารัดร่างของหม่าจิ้งจากทุกทิศทาง พลังของหม่าจิ้งนั้นทรงพลังก็จริงหมีศิลาเองก็มีทั้งความทนทานและพลังโจมตีที่สูงแต่ว่าการเคลื่อนใหวของหม่าจิ้งนั้นช้าอย่างมากทำให้ฟางเฉินสามารถใช้ทักษะด้ายกับอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายคราวนี้ด้ายนับร้อยผูกมัดร่างของหม่าจิ้งอย่างหนาแน่นและมันยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆจนในที่สุดเส้นด้ายที่คมกริบก็ทะลวงเข้าไปในเกาะของหม่าจิ้ง“อะไรกัน!!!!!!!!!!!” หม่าจิ้งกรีดร้องออกมาด้วยความกลัวตอนนั้นเองโลหิตเริ่มใหลออกมาจากร่างของหม่าจิ้งเพราะเส้นด้านเริ่มเฉือนเข้าไปในที่เนื้อของหม่าจิ้ง ฟางเฉินยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาเส้นด้ายเหล่านี้ถูกเคลือบด้วยพลังปราณของฟางเฉินบวกกับทักษะที่ฟางเฉินมีทำให้หม่าจิ้งไม่ต่างจากแมลงที่กำลังติดอยู่กับใยแมงมุม“ได้เวลาของเจ้าแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“ฮ่า ฮ่า ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ข้าจะได้ลิ้มรสชาติของจิตวิญญาณอีกครั้ง ข้าคือความโลภผู้ที่ปรารถนาจะกลืนกันจิตวิญญาณทั้งหมดบนโลก” ความโลภคำรามออกมาพริบตาเพลิงก็ลุกออกมาจากเส้นด้ายและเริ่มแผดเผาร่างของหม่าจิ้งทันที