หลังจากการสนทนาที่ลึกซึ้งในคืนนั้น อาหลางรู้ดีว่าเขาได้เปิดประตูสู่จิตใจของแม่นางเว่ยไปแล้วเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าใจถึงธรรมชาติที่แท้จริงของนาง นางไม่ใช่เพียงแค่สตรีที่ชอบเล่นกับผู้ชาย แต่เป็คนที่้าความสนใจในแบบที่ลึกซึ้งกว่านั้น นาง้าให้ใครสักคนมองนางอย่างแอบแฝง ้าความรู้สึกของการเป็ที่ปรารถนาจากระยะไกล
เช้าวันรุ่งขึ้น แม่นางเว่ยลงมาที่โรงเตี๊ยมด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย นางยังคงสวมชุดแดงเพลิงที่ดึงดูดสายตา แต่วันนี้ดูเหมือนนางจะใส่ใจกับการแต่งตัวมากกว่าเดิม ผมยาวของนางถูกจัดแต่งอย่างประณีตยิ่งขึ้น ประดับด้วยกิ่งไผ่ทองคำที่ส่องแสงระยิบระยับ ริมฝีปากแดงกุหลาบของนางดูชุ่มชื้นและเย้ายวนกว่าเดิม
นางเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แต่สายตาของนางแอบมองหาอาหลางก่อนใครอื่น เมื่อเห็นเขายืนเช็ดโต๊ะอยู่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมเหมือนเดิม นางก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ" นางทักทายอาหลางด้วยเสียงหวานใส
อาหลางหันมามองนางและค้อมตัวลงเล็กน้อย "อรุณสวัสดิ์ขอรับแม่นาง หลับสบายดีไหมขอรับ?"
"นอนหลับได้ดีเ้าค่ะ" นางตอบพร้อมกับยิ้มหวาน "แต่ข้าฝันแปลกๆ"
"ฝันอะไรหรือขอรับ?" อาหลางถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสนใจ
แม่นางเว่ยเอียงหัวเล็กน้อย ดวงตาของนางส่องประกายด้วยความขี้เล่น "ฝันว่ามีใครสักคนกำลังมองข้าอยู่ แต่ข้ามองไม่เห็นหน้าเขา"
อาหลางรู้สึกตื่นเต้นในใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงสงบเฉย "ฝันแบบนั้นอาจจะหมายถึงว่าแม่นางกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างขอรับ"
"บางสิ่งบางอย่างเหรอ?" นางถามกลับ "เ้าคิดว่าข้ากำลังรอคอยอะไร?"
"นั่นข้าไม่รู้ขอรับ" อาหลางตอบ "แต่ข้าคิดว่าทุกคนล้วนมีสิ่งที่รอคอยอยู่ในใจ"
การสนทนาระหว่างทั้งคู่ทำให้จอมยุทธ์คนอื่นๆ ในโรงเตี๊ยมรู้สึกแปลกใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมแม่นางเว่ยผู้เลื่องชื่อถึงสนใจคุยกับเสี่ยวเอ้อธรรมดาๆ คนหนึ่ง
จอมยุทธ์หนุ่มคนหนึ่งจากสำนักดาบ์พยายามจะเข้ามาแทรก "แม่นางเว่ย เชิญมานั่งที่โต๊ะข้าเถิด ข้ามีเื่ราวน่าสนใจมากมายจะเล่าให้ฟัง"
แม่นางเว่ยหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็มิตร "ขอบใจนะ แต่วันนี้ข้าอยากจะนั่งคนเดียวก่อน"
นางเดินไปนั่งที่โต๊ะเดิมของเมื่อคืน ตำแหน่งที่สามารถมองเห็นอาหลางได้อย่างชัดเจน นางสั่งอาหารเช้าและเหล้าองุ่น ขณะที่รอ นางก็แอบสังเกตดูอาหลางที่กำลังทำงาน
อาหลางรู้สึกได้ถึงสายตาของนาง แต่เขาแกล้งทำเป็ไม่รู้ เขาทำงานอย่างเป็ธรรมชาติ บางครั้งก็เดินผ่านไปใกล้ๆ โต๊ะของนาง แต่ไม่ได้หันไปมองหรือทักทาย การกระทำนี้ทำให้แม่นางเว่ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น
ขณะที่นางกำลังดื่มเหล้าองุ่น อาหลางก็แอบหยิบศิลาเนตรมารขึ้นมาส่องดูอย่างระมัดระวัง แสงสีม่วงอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากศิลา เมื่อเขาเพ่งมองเข้าไปในนั้น ภาพของแม่นางเว่ยก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นไปอีก ค่าราคะของนางเพิ่มขึ้นเป็เก้าสิบห้า
ภาพใหม่ๆ เริ่มปรากฏในจิตใจของอาหลาง เขาเห็นแม่นางเว่ยที่กำลังอาบน้ำในสระน้ำร้อนธรรมชาติแห่งหนึ่ง นางแสดงท่าทางเซ็กซี่และเย้ายวนอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับว่านางรู้ว่ามีใครสักคนกำลังมองอยู่ แต่แท้จริงแล้วไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย นางเพียงแค่จินตนาการว่ามีผู้ชมที่มองไม่เห็น
ภาพต่อไปคือนางที่กำลังแต่งตัวในห้องพัก นางจะใช้เวลานานในการเลือกชุดและแต่งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางรู้ว่าจะต้องออกไปพบผู้คน นางจะแสดงท่าทางเซ็กซี่ต่อหน้ากระจก ราวกับว่ากำลังแสดงให้ใครสักคนดู
"น่าสนใจมาก" อาหลางคิดในใจ "นาง้าผู้ชม แต่ไม่ใช่ผู้ชมที่เข้าหาได้ นาง้าความรู้สึกของการถูกปรารถนาจากระยะไกล"
เขาเก็บศิลาเนตรมารลงในอกเสื้อ ความคิดแผนการใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขา เขารู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้สิ่งที่้าจากแม่นางเว่ย
บ่ายวันนั้น เมื่อแขกส่วนใหญ่ออกไปเดินเล่นในเมือง อาหลางจึงเข้าไปหาแม่นางเว่ยที่ยังคงนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยม
"แม่นางขอรับ" เขาเรียกด้วยเสียงสุภาพ "ข้ามีเื่จะปรึกษา"
นางหันมามองเขาด้วยความสนใจ "เื่อะไร?"
"เื่ห้องพักของแม่นางขอรับ" อาหลางพูด "ข้าคิดว่าห้องที่แม่นางพักอยู่ตอนนี้อาจจะไม่เหมาะสม"
"ไม่เหมาะสมอย่างไร?" นางถาม
"ห้องนั้นอยู่ใกล้กับห้องของแขกคนอื่นเกินไป" อาหลางอธิบาย "เสียงดังและไม่เป็ส่วนตัว ข้าคิดว่าแม่นางน่าจะชอบความเป็ส่วนตัวมากกว่านี้"
แม่นางเว่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "แล้วเ้ามีห้องที่ดีกว่าเสนอหรือ?"
"มีขอรับ" อาหลางตอบ "ห้องอักษรทอง บนชั้นสองสุดปลายทางเดิน เป็ห้องที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัวที่สุดในโรงเตี๊ยม"
"ห้องอักษรทอง?" นางทำเสียงสนใจ "ชื่อแปลกดีนี่"
"เป็ห้องพิเศษขอรับ" อาหลางพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ "ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้พักในห้องนั้น"
ความอยากรู้อยากเห็นของแม่นางเว่ยถูกกระตุ้นขึ้น "ทำไมถึงพิเศษ?"
"แม่นางจะรู้เองเมื่อได้เห็น" อาหลางตอบ "ข้าจะจัดให้แม่นางย้ายไปพักที่นั่นได้ไหมขอรับ?"
นางคิดสักครู่ก่อนจะพยักหน้า "ได้ ข้าอยากลองดู"
อาหลางยิ้มเจื่อนๆ "ข้าจะไปเตรียมห้องให้ แล้วจะมาเรียนแม่นางเมื่อพร้อม"
เขาเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง มุ่งหน้าไปยังห้องอักษรทองที่เขาได้เตรียมไว้อย่างพิถีพิถัน ห้องนี้ไม่ได้โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่หรูหราฟุ่มเฟือย แต่เป็เพราะความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน
ห้องอักษรทองตั้งอยู่บนชั้นสองสุดปลายทางเดิน เป็ห้องที่เงียบสงบและเป็ส่วนตัวที่สุด ผนังด้านหนึ่งของห้องถูกสร้างขึ้นเป็สองชั้น โดยมีช่องว่างลับซ่อนอยู่ภายใน ช่องว่างนั้นเชื่อมต่อกับรูเล็กๆ ที่ถูกเจาะไว้อย่างแเีหลังภาพวาดทิวทัศน์อันงดงามที่แขวนอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม รูนี้มีขนาดเล็กพอที่จะมองเห็นกิจกรรมภายในห้องได้อย่างชัดเจน แต่กลับยากที่จะสังเกตเห็นจากภายในห้อง
อาหลางเดินเข้าไปในช่องว่างลับเพื่อตรวจสอบมุมมองอีกครั้ง เขาสามารถมองเห็นเตียงนอนที่วางอยู่ตรงกลางห้อง โต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง และมุมอาบน้ำที่ถูกกั้นด้วยฉากไผ่อย่างสวยงาม ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างรอบคอบเพื่อให้สามารถมองเห็นได้จากจุดแอบดูนี้
เขาตรวจสอบการทำงานของกลไกลับที่เขาติดตั้งไว้ เมื่อกดปุ่มเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในผนัง รูแอบดูจะถูกปิดด้วยแผ่นไม้บางๆ ที่ทาสีให้เข้ากับภาพวาด และเมื่อปล่อยปุ่ม รูก็จะเปิดออกมาอีกครั้งโดยไม่มีเสียงใดๆ
"สมบูรณ์แบบ" อาหลางพึมพำกับตัวเอง "นางจะไม่มีทางรู้ว่าถูกแอบดูอยู่"
เขาออกจากช่องว่างลับและเดินกลับลงไปที่โรงเตี๊ยม แม่นางเว่ยยังคงนั่งรออยู่ที่โต๊ะเดิม ดวงตาของนางส่องประกายด้วยความคาดหวัง
"ห้องพร้อมแล้วขอรับแม่นาง" อาหลางเรียน "ข้าจะช่วยขนสัมภาระให้ท่านนะ"
"ขอบใจ" นางตอบพร้อมกับยืนขึ้น "ข้าอยากไปดูห้องใหม่"
ทั้งคู่เดินขึ้นไปที่ชั้นสองด้วยกัน อาหลางเดินนำหน้า ขณะที่แม่นางเว่ยเดินตามหลัง นางสังเกตเห็นว่าทางเดินชั้นสองเงียบสงบกว่าชั้นล่างมาก เสียงเอะอะจากโรงเตี๊ยมแทบจะไม่ได้ยิน
"ที่นี่เงียบสงบดีจริงๆ" นางแสดงความคิดเห็น
"ใช่ขอรับ" อาหลางตอบ "ห้องอักษรทองอยู่สุดปลายทางเดิน ห่างจากห้องอื่นๆ พอสมควร แม่นางจะได้มีความเป็ส่วนตัวอย่างเต็มที่"
เมื่อมาถึงหน้าห้องอักษรทอง อาหลางเปิดประตูให้นาง แม่นางเว่ยก้าวเข้าไปในห้องด้วยความประทับใจ ห้องนี้แม้จะไม่ได้หรูหราฟุ่มเฟือย แต่กลับมีเสน่ห์แบบเรียบง่ายที่ดึงดูดใจ
เตียงนอนขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าไหมสีทองอ่อน มุมหนึ่งของห้องมีโต๊ะเครื่องแป้งที่ทำจากไม้หอมคุณภาพดี บนโต๊ะมีกระจกเงาขนาดใหญ่ที่สะท้อนแสงแดดจากหน้าต่าง ทำให้ห้องดูสว่างและโปร่งสบาย
"ภาพวาดนี้สวยจัง" แม่นางเว่ยเดินไปยืนดูภาพทิวทัศน์ที่แขวนอยู่บนผนัง ภาพวาดแสดงให้เห็นทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบาง มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน และนกป่าบินอยู่บนท้องฟ้า "ดูเหมือนจะวาดด้วยช่างวาดที่มีฝีมือที่เก่งกาจ"
"ใช่ขอรับ" อาหลางตอบ "ภาพนี้เป็ผลงานของจิตรกรชื่อดังจากเมืองหลวง เห็นว่าเ้าของโรงเตี๊ยมได้ซื้อมาในราคาที่ค่อนข้างแพง"
นางเดินไปดูมุมอาบน้ำที่ถูกกั้นด้วยฉากไผ่ ภายในมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่ทำจากหินอ่อนสีขาว และมีหม้อน้ำร้อนที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
"ที่นี่สะดวกสบายดีจริงๆ" นางพูดด้วยความพอใจ "ข้าชอบมาก"
"ข้าดีใจที่แม่นางชอบขอรับ" อาหลางพูด "เดี๋ยวตอนนี้ข้าจะไปเอาสัมภาระของแม่นางมาให้"
เขาเดินออกจากห้องและกลับไปที่ห้องเก่าของแม่นางเว่ย ขณะที่เก็บสัมภาระ เขาแอบสังเกตดูของใช้ส่วนตัวของนาง เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็สีแดงและสีทอง ผ้าไหมเนื้อดีที่ตัดเย็บอย่างประณีต มีเครื่องประดับทองคำและอัญมณีหลายชิ้น และที่สำคัญคือเครื่องสำอางที่หลากหลายและมีคุณภาพดี
"นางใส่ใจกับการแต่งตัวมาก" อาหลางคิดในใจ "นี่ยิ่งยืนยันว่านาง้าให้คนอื่นมองนาง"
เขาเก็บสัมภาระใส่หีบใบใหญ่และขนขึ้นไปที่ห้องอักษรทอง เมื่อถึงหน้าห้อง เขาเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามาได้" เสียงแม่นางเว่ยดังมาจากภายใน
อาหลางเปิดประตูเข้าไป พบว่านางกำลังยืนดูออกหน้าต่าง มองไปยังสวนหลังโรงเตี๊ยมที่มีต้นไผ่และดอกไม้นานาพันธุ์
"วิวจากที่นี่สวยดีนะ" นางพูดโดยไม่หันมามอง "เงียบสงบและร่มรื่น"
อาหลางวางหีบสัมภาระลงข้างเตียง "ใช่ขอรับ ห้องนี้เป็ห้องที่มีวิวดีที่สุดในโรงเตี๊ยม"
เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำสัมภาระของแม่นางเว่ยขึ้นไปส่ง อาหลางแสร้งทำเป็เสี่ยวเอ้อที่ซุ่มซ่าม เขาก้าวเดินอย่างไม่ระมัดระวังจนเกือบจะสะดุดล้ม ทำให้สัมภาระในมือเอียงกะเท่เร่ และจงใจให้สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นสาบเสื้อของแม่นางเว่ยที่กำลังจัดข้าวของอยู่ภายในห้อง เขาใช้เวลาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีในการชำเลืองมอง ก่อนจะรีบปรับท่าทางให้ดูเป็ปกติ และวางสัมภาระลงอย่างเรียบร้อย
"ขอโทษขอรับ" อาหลางพูดด้วยเสียงที่ดูเขินอาย "ข้าเผลอสะดุด"
ปฏิกิริยาของแม่นางเว่ยนั้นน่าสนใจยิ่งนัก นางไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองหรืออับอายเหมือนสตรีทั่วไป นางเพียงแค่เหลือบมองอาหลางด้วยแววตาที่คมกริบ แต่กลับมีประกายบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้ซ่อนอยู่ ริมฝีปากของนางเผยอออกเล็กน้อย และลมหายใจของนางดูเร่าร้อนขึ้น
"ไม่เป็ไร" นางตอบด้วยเสียงที่แ่เบาลง "เกิดขึ้นได้"
อาหลางแอบหยิบศิลาเนตรมารขึ้นมาส่องดูอย่างรวดเร็ว แสงสีม่วงอ่อนๆ ที่เคยส่องประกายจากศิลาเมื่อครู่ บัดนี้กลับสว่างจ้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขค่าราคะพุ่งสูงขึ้นไปอีก จากเก้าสิบห้าเป็เก้าสิบแปด บ่งบอกถึงความปรารถนาที่พลุ่งพล่านภายในใจของนาง เมื่อนางรู้ตัวว่าถูกเขามอง
ภาพใหม่เริ่มปรากฏในจิตใจของอาหลาง เขาเห็นแม่นางเว่ยที่กำลังแต่งตัวในห้องพักเก่า นางจะใช้เวลานานในการเลือกชุดที่เซ็กซี่ที่สุด และเมื่อแต่งตัวเสร็จ นางจะยืนหน้ากระจกแสดงท่าทางเย้ายวนต่างๆ ราวกับว่ามีใครสักคนกำลังมองอยู่ นางจะลูบไล้ร่างกายของตนเองอย่างช้าๆ และแสดงสีหน้าที่เซ็กซี่
ภาพต่อไปคือนางที่กำลังอาบน้ำ นางจะใช้เวลานานกว่าปกติ และจะแสดงท่าทางที่เย้ายวนมากขึ้นเมื่อคิดว่าอาจจะมีใครแอบมอง นางจะล้างผมอย่างช้าๆ ให้น้ำไหลลงมาตามร่างกาย และจะหันไปหันมาในท่าทางที่เซ็กซี่
"นาง้าผู้ชม" อาหลางคิดในใจ "นาง้าให้ใครสักคนเฝ้ามองการแสดงอันเร่าร้อนของนาง"
เขาเก็บศิลาเนตรมารลงในอกเสื้อและเดินไปจัดสัมภาระให้นางต่อ ขณะที่ทำงาน เขาแอบสังเกตดูปฏิกิริยาของนาง แม่นางเว่ยดูเหมือนจะตื่นเต้นมากขึ้น นางเดินไปเดินมาในห้องอย่างไม่สงบ และบางครั้งก็แอบมองเขาเป็ระยะๆ
"แม่นางขอรับ" อาหลางพูดขึ้น "ข้าจัดของเสร็จแล้ว มีอะไรให้ช่วยอีกไหมขอรับ?"
"ไม่มีแล้ว" นางตอบ "ขอบใจมากนะที่ช่วยจัดห้องให้"
"เป็หน้าที่ของข้าขอรับ" อาหลางตอบ "ข้าต้องขอตัวไปทำงานก่อนขอรับ"
เขาเดินออกจากห้องและปิดประตูเบาๆ แต่แทนที่จะเดินกลับลงไปที่โรงเตี๊ยม เขากลับเดินไปที่ช่องว่างลับที่เขาเตรียมไว้ เขาเข้าไปในช่องว่างอย่างเงียบๆ และกดปุ่มเพื่อเปิดรูแอบดู
จากจุดนี้ เขาสามารถมองเห็นภายในห้องอักษรทองได้อย่างชัดเจน แม่นางเว่ยยืนอยู่ตรงกลางห้อง ดูเหมือนจะกำลังคิดอะไรบางอย่าง นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งและเริ่มจัดของใช้ส่วนตัว
อาหลางมองไปยังภาพวาดทิวทัศน์บนผนังห้องอักษรทอง รอยยิ้มของเขาขยายกว้างขึ้น เขาได้เตรียมเวทีที่สมบูรณ์แบบไว้ให้นางแล้ว และเขาก็พร้อมที่จะเป็ผู้ชมคนแรกของการแสดงอันน่าตื่นเต้นนี้
ขณะที่เขากำลังมองดู แม่นางเว่ยก็เริ่มแกะเสื้อผ้าออกเพื่อเปลี่ยนชุด เมื่อนางถอดเสื้อชั้นนอกออก ร่างกายอันงดงามของนางก็เผยออกมา ผิวขาวเนียนราวหยกแกะสลัก เอวเรียวและสะโพกโค้งมนในสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ทำให้อาหลางประหลาดใจคือท่าทางของนาง นางไม่ได้เปลี่ยนชุดอย่างรีบเร่งเหมือนคนทั่วไป แต่กลับทำอย่างช้าๆ และเซ็กซี่ นางจะหยุดชั่วขณะหนึ่งเพื่อมองตัวเองในกระจก และแสดงท่าทางที่เย้ายวนต่างๆ ราวกับว่านางรู้ว่ามีใครสักคนกำลังมองอยู่
นางหันไปหันมาในท่าทางที่เซ็กซี่ ลูบไล้ร่างกายของตนเองอย่างช้าๆ และแสดงสีหน้าที่เร่าร้อน ทุกการเคลื่อนไหวของนางล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์และความเย้ายวน
อาหลางรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นการแสดงที่เซ็กซี่และเร่าร้อนขนาดนี้มาก่อน แม่นางเว่ยไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนชุด แต่เป็การแสดงที่เต็มไปด้วยศิลปะแห่งการล่อลวง
เมื่อนางเปลี่ยนชุดเสร็จ นางก็เดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปข้างนอก ท่าทางของนางดูเศร้าเหงาและโหยหา ราวกับว่านางกำลังรอคอยใครสักคน
อาหลางเก็บศิลามารลงในอกเสื้อด้วยรอยยิ้มมุมปาก เขารู้ทันทีว่าเหยื่อรายนี้ไม่ใช่เพียงแค่สตรีที่รักสนุก แต่เป็สตรีที่้า "เวที" ในการแสดงออกถึงความใคร่ที่ซ่อนอยู่ภายใน นาง้าผู้ชม ้าให้ใครสักคนเฝ้ามองการแสดงอันเร่าร้อนของนาง
ความลับของแม่นางเว่ยได้ถูกเปิดเผยออกมาเพียงบางส่วน และอาหลางก็พร้อมที่จะดำดิ่งลงไปในความลึกลับนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขารู้ว่าการได้มาซึ่งหัวใจของนางจะไม่ใช่เื่ง่าย แต่ด้วยความช่วยเหลือจากของวิเศษและการวางแผนที่รอบคอบ เขามั่นใจว่าจะสามารถทำให้นางตกเป็เหยื่อของเขาได้ในที่สุด
นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของเกมที่ยิ่งใหญ่กว่า เกมที่จะทำให้เขาได้ไม่เพียงแค่ร่างกายของแม่นางเว่ย แต่ยังรวมถึงจิตใจและิญญาของนางด้วย