หลังจากที่ชุยซิ่วถิงได้ฟังเธอก็สะดุ้งตกใจ ก่อนจะถอนหายใจ “เด็กคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ”
ชุยซิ่วถิงไม่ได้โกรธที่สือเจียงหย่วนดึงความสนใจไปจากชิ่งเซิง แต่จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นว่าน้องสาวใช่ว่าจะไม่เคยกังวลใจเรื่องที่สือเจียงหย่วนไม่ยอมหาคู่ครองหรอกเหรอ?
น้องสาวยังเคยพูดถึงเรื่องที่สือเจียงหย่วนมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ พวกนั้นมักจะปลูกฝังแนวคิดทุนนิยมเสื่อมทรามให้กับเขา เรื่องนี้ทำให้เขาไม่สนใจเรื่องการแต่งงานหรือเปล่า?
ชุยซิ่วถิงไม่คิดว่าอู๋ฮวนจะกล้าหาญขนาดนี้ ถึงขั้นให้แม่สื่อมาถามเรื่องนี้กับเธอ
“ฮ่าๆๆ ใช่แล้วๆ เด็กสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ พวกเขามีความคิดเป็นของตัวเอง หัวสมัยใหม่น่ะ” หงเหมยฮวายิ้มแห้งๆ ครั้นเห็นว่าชุยซิ่วถิงไม่ได้เปิดปากด่าเธอ ในใจก็โล่ง
ชุยซิ่วถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “เรื่องนี้คงต้องถามเจียงหยวนดูก่อนว่าเขายินดีหรือเปล่า เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมยังเป็นตัวของตัวเองมาก ฉันบังคับเขาไม่ได้หรอก”
ความจริงคื ชุยซิ่วถิงไม่อาจพูดออกไปได้ว่าหญิงสาวจากครอบครัวธรรมดาๆ อย่างอู๋ฮวน คงไม่คู่ควรกับสือเจียงหย่วนใช่ไหมล่ะ?
คำพูดคลุมเครือของเธอกลับทำให้หงเหมยฮวาเกิดความหวังขึ้นมา
เหตุผลที่หงเหมยฮวาต้องกัดฟันพูดเรื่องนี้ ก็เพราะลูกชายของเธอทำงานอยู่ที่สำนักงานการศึกษาอำเภอหลี่ว์ เขาเป็นลูกน้องของอู๋ต๋าซาน
หากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ไม่แน่ว่าผู้อำนวยการอู๋อาจจะโกรธลูกชายของเธอ เธอหวังว่าอีกสองปี ผู้อำนวยการอู๋จะเลื่อนขั้นให้ลูกชายของเธอ และใส่ชื่อเขาเข้าไปในรายชื่อข้าราชการสำรอง
ไม่อย่างนั้น สำหรับเรื่องที่ไม่ควรทำผิดพลาดซ้ำแบบนี้ ต่อให้ตีเธอจนตาย หงเหมยฮวาคงไม่ยอมลงทุนทำเรื่องที่ยุ่งยากเสียแรงเปล่าแบบนี้แน่
โชคดีที่ชุยซิ่วถิงไม่ได้โกรธ หงเหมยฮวาจึงรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยว่า
“ไม่งั้นคุณลองไปบอกพี่ชายของชิ่งเซิงดูหน่อยไหมคะ ดูว่าเขาคิดยังไง? แล้วให้เด็กสองคนลองนัดเจอกันอีกสักครั้ง
แน่นอนว่าพวกเขาก็เคยเจอกันแล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อคืนนี้พระเอกของงานไม่ใช่หลานชายของคุณ เพราะแบบนี้ทั้งสองคนจึงไม่ได้คุยกัน ถ้าอยากทำความรู้จักกันมากขึ้น คงต้องให้พวกเขาไปเจอกันเป็นการส่วนตัวจะดีกว่า”
ชุยซิ่วถิงรู้สึกอึดอัดใจมาก สาเหตุหลักเพราะเธอรู้สึกว่าผู้หญิงอย่างอู๋ฮวนนั้นไม่จริงใจ
เธอกลั้นความร้อนรุ่มหัวใจ ไม่อยากให้สือเจียงหย่วนไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น
แต่พอนึกดูอีกที เธอก็ไม่รู้ว่าสือเจียงหย่วนไปล่อลวงอะไรทางนั้นหรือเปล่า มิฉะนั้นแล้วอู๋ฮวนที่เป็นถึงสาวแรกรุ่นจะไร้ยางอายถึงขั้นกล้าพูดเรื่องนี้กับคนอื่นได้อย่างไร
เป็นไปได้ไหมว่าตอนที่ดูตัวกับชิ่งเซิง สือเจียงหย่วนแอบบอกใบ้อะไรกับหล่อน? เพียงแต่ตอนนั้นมีชิ่งเซิงอยู่ด้วย จึงไม่อาจพูดออกมาตรงๆ?
ครั้นคิดถึงเรื่องนี้ ชุยซิ่วถิงก็เริ่มทบทวนอย่างจริงจัง หากสือเจียงหย่วนถูกใจอู๋ฮวนล่ะก็ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดี
เธอรู้ว่าน้องเขยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานะทางครอบครัวมากนัก ขอเพียงลูกชายถูกใจก็พอ
ดูท่าน้องเขยคงจะไม่เคยบอกเรื่องพวกนี้กับสือเจียงหย่วน แต่ในฐานะญาติของตระกูลสือ เธอรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี
เพราะจะพูดไป แต่ก่อนน้องสาวของเธอก็ไม่ได้มีภูมิหลังครอบครัวที่ดีอะไร แต่น้องเขยก็ยังเลือกน้องสาวของเธอ แถมยังรักน้องสาวเธอมากอีกด้วย
หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว ชุยซิ่วถิงจึงไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ได้ งั้นฉันจะลองไปคุยกับเจียงหย่วนดู เอาไว้ฉันจะติดต่อคุณกลับไป”
หงเหมยฮวากล่าวอย่างยินดี “พี่ซุย งั้นเอาแบบนี้ดีไหม ฉันฝากเบอร์เพจเจอร์ของอู๋ฮวนไว้กับพี่ ถ้าเจียงหย่วนสนใจ ก็ให้เขาติดต่อเธอเอง ผู้ชายเริ่มก่อนไม่มีเสียหายหรอก จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ไม่ดีใช่ไหมล่ะ?”
ชุยซิ่วถิงพยักหน้าตอบ “ได้ เดี๋ยวฉันจะไปบอกเจียงหย่วนเอง”
ดังนั้น ชุยซิ่วถิงจึงจดเบอร์เพจเจอร์ของอู๋ฮวนเอาไว้ หลังจากหงเหมยฮวาจากไป หนิงเชี่ยนก็เดินออกมาจากห้องหนังสือที่อยู่ด้านข้าง เธอนั่งลงข้างๆ ผู้เป็นแม่พลางทำตัวออดอ้อน
“แม่คะ แม่จะให้พี่สือไปเจอกับอู๋ฮวนจริงๆ เหรอคะ? หนูว่าอู๋ฮวนคนนี้ไม่ค่อยมีความจริงใจ ตอนแรกก็ดูตัวกับพี่รอง แต่ตอนนี้กลับสนใจพี่สือแทน ถ้าหากพวกเขาสองคนคบกันจริงๆ ล่ะก็ อีกหน่อยพอพี่รองเห็นหน้า เธอจะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเหรอคะ?”
“โธ่ เรื่องนี้ก็ไม่แน่หรอก ถ้าเจียงหยวนสนใจเธอจริงๆ พี่ชายของลูกก็แค่เคยไปดูตัวกับเธอครั้งเดียว มันจะมีอะไรน่ากระอักกระอ่วนใจกัน? พวกเขาไม่ได้เป็นแฟนกันเสียหน่อย” ชุยซิ่วถิงใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของลูกสาว
หนิงเชี่ยนเอามือลูบหน้าผากแล้ววิ่งไปด้านข้างด้วยความไม่พอใจ “แม่คะ ทำไมแม่ถึงได้ออกแรงเยอะขนาดนี้ล่ะ? แบบนี้ไม่แปลกเลยที่หนูเรียนคณิตศาสตร์ไม่เก่ง สงสัยหนูจะถูกแม่จิ้มจนโง่แล้วล่ะ”
“เธอเรียนหนังสือไม่ตั้งใจเอง แล้วมาโทษแม่ได้ยังไงกัน” ชุยซิ่วถิงกล่าว
ชุยซิ่วถิงอยากจะจิ้มลูกสาวอีกครั้ง หนิงเชี่ยนหลบหลีกนิ้วของมารดาพลางกล่าวว่า “ไม่รู้ล่ะ อย่าจับคู่ให้คนอื่นมั่วซั่วสิ ไม่แน่ว่าพี่สืออาจจะมีแฟนแล้วก็ได้นะ
“เรื่องหญิงสาวสวยคนนั้น ครั้งที่แล้วยังสืบหาความจริงไม่เจอเลย ถ้าแม่ไปพูดเรื่องนี้กับเขา ไม่แน่ว่าพี่อาจจะโกรธก็ได้นะคะ”
ชุยซิ่วถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “เขาก็ไม่ได้บอกกับแม่อย่างชัดเจนว่ามีแฟน ด้วยนิสัยของพี่ชายลูก ถ้าเขามีแฟนจริงๆ คงบอกกับแม่ไปนานแล้ว
บางทีเขาอาจจะไปรับคนอื่นระหว่างทาง หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่เขาติดต่อด้วยบ่อยๆ ลูกก็อย่าคิดมากเลย เรื่องนี้แม่รู้ขอบเขตดี ลูกเองก็ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ เอาแต่ยุ่งกับเรื่องของคนอื่น ไปอ่านหนังสือได้แล้ว!”
หนิงเชี่ยนเห็นแม่เหยียดนิ้วมาทางเธออีกครั้ง จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องหนังสือด้วยความกลัว
ตอนเที่ยง สือเจียงหย่วนกลับมากินข้าว หลังจากที่ทุกคนกินข้าวเสร็จ ชุยซิ่วถิงก็เรียกสือเจียงหย่วนเอาไว้
“เจียงหย่วน น้ามีเรื่องอยากจะคุยกับหลาน ตามน้ามาที่ห้องหนังสือหน่อยสิ”
สือเจียงหย่วนไม่รู้ว่าน้ารองอยากจะคุยอะไรกับเขา แต่สีหน้าของเธอก็ดูจริงจังมาก เขาจึงเกาหัวพลางเดินตามน้ารองของเขาเข้าไปในห้องหนังสือ
ชุยซิ่วถิงปิดประตูห้อง แล้วเปิดพัดลม ภายในห้องก็เย็นลงทันที
ชุยซิ่วถิงกล่าวกับสือเจียงหย่วนว่า “เจียงหย่วน หลานบอกมาตามตรงนะ ตอนนี้หลานมีแฟนหรือยัง?”
สือเจียงหย่วนกล่าวอย่างงุนงง “น้ารองครับ ทำไมถามจริงจังขนาดนั้น ทำเอาผมตกใจหมด ถ้าผมมีแฟนล่ะก็ คงพาเธอมาเจอน้านานแล้ว”
“อ้อ งั้นก็แสดงว่าไม่มีแฟนสินะ?”
ชุยซิ่วถิงตัดสินใจไม่พูดถึงเรื่องที่สือเจียงหย่วนไปรับสาวสวยคนนั้น ในเมื่อสือเจียงหย่วนไม่ยอมรับว่าเขามีแฟน สาวสวยคนนั้นที่หนิงเชี่ยนเห็นคงไม่ใช่แฟนของเขาแน่ๆ ถ้าเธอยังคงถามเรื่องนี้ต่อไป คงทำให้สือเจียงหย่วนรู้สึกอึดอัด
“ผมไม่มีแฟนจริงๆ ครับ” ตอนที่สือเจียงหย่วนพูดประโยคนี้ ภาพของคังอิงก็แวบเข้ามาในหัวของเขา
แต่เขารีบลบภาพของคังอิงออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว
แฟนงั้นเหรอ? เขารู้สึกว่าการระมัดระวังป้องกันตัวอย่างเข้มงวดของคังอิง ดูเหมือนจะไม่มีใครเป็นแฟนเธอได้ เหมือนเธอจะไม่ต้องการผู้ชาย เธอมีชีวิตอยู่รอดได้ด้วยการพึ่งพาตัวเอง
ครั้นคิดถึงเรื่องนี้ สือเจียงหย่วนก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมาชั่วแวบหนึ่งทันที
“ถ้าหลานไม่มีแฟน งั้นน้าลองหาให้หลานสักคนดีไหม? จริงๆ แล้ว จะว่าเป็นน้าแนะนำให้ก็ไม่เชิง คือวันนี้ น้าหงมาพูดเรื่องนี้กับน้าน่ะ” ชุยซิ่วถิงกล่าวด้วยท่าทีหนักใจเล็กน้อย
สือเจียงหย่วนที่เห็นน้ารองมีสีหน้าอึดอัดจึงกล่าวว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน? น้ารองถึงได้ถูกตาถูกใจขนาดนั้นเลย”
ชุยซิ่วถิงกล่าว “เมื่อวานหลานก็เจอเธอแล้วนี่นา เธอคือผู้หญิงคนที่ดูตัวกับชิ่งเซิงน่ะ เอ่อ เธอไม่ถูกใจชิ่งเซิง แต่กลับถูกใจหลานแทน วันนี้เธอยังให้น้าหงมาพูดเรื่องนี้เลย”
“อะไรนะครับ?!” สือเจียงหย่วนรู้สึกตกตะลึงเมื่อได้ฟัง