เอกไม่ทำตัวให้ว่าง หลังจากที่เขาให้อาหารจิ้งหรีดเสร็จ ก็ขึ้นห้องของตนเพื่อไปเขียนนิยายต่อทันที
ตอนนี้นิยายที่เขาเขียนนั้นได้สี่ตอนแล้ว เขาไม่ได้ลอกงานเขียนของคนอื่น แต่เขาแต่งแนวสุดฮิตในอดีตที่เขาชอบ นั่นคือการเกิดใหม่ต่างโลกหรือย้อนเวลาเหมือนกับเขาตอนนี้
ซึ่งปัจจุบันแนวที่กำลังเขียนอยู่ยังหาอ่านได้ยากมาก เรียกได้ว่าแทบไม่มีเลย จะเป็อย่างไรกันนะถ้าเขาเป็คนบุกเบิก...คงต้องโด่งดังมหาศาลเป็แน่
ที่สำคัญ เอกยังคงเชื่อว่าทำอะไรด้วยฝีมือตัวเอง มันน่าภาคภูมิใจมากกว่าลอกของคนอื่นเป็ไหนๆ และอีกอย่างเอกไม่ใช่คนฉวยโอกาสด้วย
แต่กระนั้นเอกเขียนได้สองถึงสามประโยคเขาก็ฟุ่บหลับไปอย่างช่วยไม่ได้ อาจเป็เพราะเหนื่อยมาทั้งวันถึงหลับได้ง่ายเช่นนี้
การเขียนนิยายนี่ มันช่างยากเย็นเสียจริง...
..
ทางด้านคนงานก่อสร้างก็ต่างขยันขันแข็ง ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างตั้งใจ เพราะมันเป็งานเหมา ยิ่งเสร็จเร็วยิ่งได้เงินเยอะ แถมได้เวลาพักเร็วขึ้นด้วย
ซึ่งนั่นเป็ผลดีต่อทั้งสองฝ่าย เทียนพ่อของเอกก็อยากให้เสร็จเร็วๆ เหมือนกัน เขาอยากจะไปซื้อเครื่องสีข้าวแล้ว
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี แต่ทว่าทันใดนั้นทั้งครอบครัวของเอกก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อญาติของเอกต้องมายืมเงิน
สุดท้ายพ่อและแม่ก็ให้ญาติคนนั้นยืมเพราะญาติคนนี้เป็คนนิสัยค่อนข้างดี แถมเขายังเอาเงินไปส่งลูกเรียน มันเป็เงิน10,000บาท จะว่าเยอะก็เยอะจะว่าน้อยก็น้อย
ถึงอย่างไรก็ไม่กระทบกับสิ่งที่กำลังจะทำอยู่ดี ถือว่าได้ทำบุญช่วยเพื่อนมนุษย์แล้วกัน
มรสุมชีวิตต่างก็มีกันทุกคน จะร้ายแรงหรือเบาบางก็แล้วแต่จะจัดสรรชีวิต พ่อแม่ของเอกคงคิดเช่นนั้น ในวันข้างหน้าอาจเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็ต้องใช้เงินขึ้นกับพวกเขา อย่างน้อยก็มีคนพึ่งพา
..
เวลาผ่านไปจนถึงเย็น เอกและเพื่อนก็ออกไปขายหวานเย็นอีกรอบ ที่สำคัญหากไม่ได้เพื่อนมาปลุกเอกคงไม่ตื่น
เขาไม่ได้ขี้เซา...จริงๆ นะ!
ในชีวิตที่แล้วเขาไม่ให้ความสำคัญกับการหลับนอนเท่าไหร่ กว่าจะรู้คุณประโยชน์ของการหลับนอนก็หาเวลานอนแทบไม่มี ดังนั้นชาตินี้เขาขอใช้เวลาในการนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มเลยแล้วกัน...
วันนี้ลุงแดงซื้อหวานเย็นมากกว่าเดิมเป็สองเท่า ลูกมือของแกก็ชมยกใหญ่ที่เลี้ยงของหวานพวกเขา สงสัยน่าจะติดใจความในอร่อย
ครั้งนี้เอกไม่แวะข้างทางเหมือนเดิม เขาเดินตรงไปที่โรงเรียนเลย แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ขายระหว่างทางนะ เพราะบางคนเรียกซื้อเขาก็แวะขาย
สาเหตุที่เขารีบไปโรงเรียนเพราะเขาอยากจะเตะบอลสักหน่อย ไม่ได้เตะมานาน มันคันเท้าอยากเตะบอลมาก
แต่เมื่อไปถึงเอกก็รู้ตัวว่าเขาไม่มีลูกบอล คนที่มีลูกฟุตบอลยังไม่มาเลย เพราะตอนนี้ยังมีแดดแรงอยู่ ไม่เหมาะที่จะออกกำลังกาย
เอาเป็ว่าไปที่สนามวอลเลย์ก่อนแล้วกัน ผู้คนมักจะไปที่นั่นก่อนเสมอเพราะที่นั่นมีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงา
พอเอกมาถึงปุ๊บก็ขายได้ปั๊บเลยทีเดียว สินค้าหวานเย็นนี่เป็ที่้าของตลาดจริงๆ
ทันใดนั้นเองจู่ๆ เด็กหนุ่มเสื้อแดงก็เดินมาหาเอก เด็กคนนี้มีอายุมากกว่าเอกหนึ่งปี ซึ่งเขารู้จักคนผู้นี้ เขามีชื่อว่าเจี๊ยบเป็เด็กมีความเป็ผู้นำแถมเ้าเล่ห์นิดๆ ซึ่งท่าทางของเขาแล้วคงมาท้าทายเอกแน่ๆ
ภายในใจของเจี๊ยบเขาไม่กลัวเอกอยู่แล้วเพราะเอกเป็รุ่นน้อง อีกอย่างเห็นว่าขายของได้เยอะเลยทีเดียว พี่แกคิดจะหลอกกินเงินให้เกลี้ยงเสียหน่อย
เจี๊ยบไม่รู้เลยว่า คนที่เขามองว่าหมูนั้นเป็หมูป่าที่ว่องไว และมีเขี้ยวหันที่แหลมคมไว้จัดการกับศัตรู...
“ไอ้เอก! มึงกล้าพนันเตะจุดโทษกับกูรึเปล่า? กูต่อให้มึงเตะใกล้กว่ากูเลยหนึ่งก้าว”
“เอาสิ อยากเตะอยู่เหมือนกันไม่ได้เตะมาสักพักแล้ว!” เอกอยากเตะบอลจริงๆ จึงตอบตกลง
“แต่ว่าต้องรอคนมีบอลมาก่อนนะ แล้วจะเดิมพันกันเท่าไหร่!” พูดเสร็จเจี๊ยบก็หยิบเหรียญออกมาโชว์ ในมือของเขามีมากกว่า50บาทแน่ๆ แค่เหรียญสิบก็มีตั้งสี่เหรียญแล้ว
“ตาละ10บาทละกัน ยังไงถ้ากูแพ้กูก็แก้มืออยู่ดี” เอกเกริ่นอย่างถ่อมตนให้เจี๊ยบตายใจ
การเดิมพันย่อมมีคนมารับชมไม่มากก็น้อย เป็การหาลูกค้าไปในตัวอีกด้วย
“เอก ไอเจี๊ยบมันเตะบอลเก่งนะ จะเตะจริงเปล่า?” เจมส์เป็กังวล
“จริงดิวะ! พวกมึงไปกระจายข่าวได้ไหม ถือว่าเป็การหาลูกค้าไปในตัว”
“มึงนี่หัวดีเป็บ้า!” บาสเอ่ยปากชม จากนั้นทั้งคู่ก็ไปจัดการตามที่เอกบอกไว้
เวลาผ่านไปสักพักคนที่มีบอลก็มา เขาเป็เด็กวัยใกล้ๆ กับพวกสามหน่อ ซึ่งเจี๊ยบก็เข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับคนนั้นอย่างลับๆ ล่อๆ โดยที่เอกไม่รู้
คาดคะเนว่าคงจะมาหลอกกินเงินเขาอย่างแน่นอน!
เอกได้แต่ยิ้มในใจว่าใครจะหลอกใครกันแน่...
หลังจากคุยเสร็จ เจี๊ยบก็เดินมาหาเอกก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เอก ตามที่ตกลงกันไว้ เราจะเตะคนละสามครั้ง ภายในสามครั้งนี้ใครเข้าประตูได้มากกว่าถือเป็ฝ่ายชนะ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยกูจะให้มึงเตะก่อน” เจี๊ยบพูดกติกาและพยายามเก็บความตื่นเต้นไว้ภายในใจ ที่จะได้เงินต่อจากนี้
“ไม่เอา! ให้มึงเตะก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไม่ได้เตะเอา” เอกพูดกวนบาทาไปหนึ่งดอก
แต่เอาเข้าจริง เขาอยากเตะทีหลังเพราะถ้าฝั่งตรงข้ามเตะไม่เข้าเลยสักครั้ง ขอแค่เขาเตะเข้าแค่ลูกเดียวก็เป็อันว่าชนะ ไม่จำเป็ต้องเตะหลายรอบ นั่นทำให้ประหยัดแรงไปได้นิดหน่อย
“ชิ! มึงนี่ขี้โม้จริงๆ จะเอาแบบนั้นก็ได้” เจี๊ยบตามใจเอก เขามั่นใจมากว่ายังไงก็จะชนะใสๆ และถ้าหากเขาไม่ตามใจ บางทีเอกอาจไม่พนันกับเขาต่อก็ได้
ตกลงกันเสร็จเอกก็เดินไปเป็ผู้รักษาประตู ถึงจะชื่อการเตะลูกโทษก็เถอะแต่เตะกันจริงๆ ค่อนข้างไกล
เอกมั่นใจมากว่าเขาสามารถรับได้แน่ในระยะนี้ เด็กวัยสิบสามปีมันจะเตะดีแค่ไหนกันเชียว...
ลูกแรกเจี๊ยบใช้แรงปานกลางเตะลูกบอล เขาเตะเล่นมุมเล็กหน่อย แต่ก็ไม่ห่างกลางประตูมากนัก บางทีอาจเป็การหยั่งเชิงเอก
แต่เอกก็พุ่งไปปัดได้สบายๆ ซึ่งผิดคาดมาก บอลพุ่งมาไม่แรงสักนิด อีกอย่างเอกเคยโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว เขาไม่กลัวบอลที่โดนเตะโดยเด็กวัยสิบสามหรอก
“ลูกต่อไประวังให้ดีๆ ลูกเมื่อกี้แค่ลองบางอย่างเฉยๆ” เจี๊ยบพูดเสียงสูงเพื่อแก้ตัว ถึงลูกเมื่อกี้เขาจะตั้งใจเตะก็ตาม
ลูกสองเขาเตะโด่งกินมุมมากจนชนเสากระเด็นออกข้างไป ซึ่งเขาเสียดายมากเพราะเอกไม่ขยับเลย
ลูกที่สามนี้เขาตั้งใจหวดสุดแรง เขาเอาแรงเข้าว่า เพื่อให้เอกกลัวแล้วไม่กล้ารับ แต่สุดท้ายก็พลาดอยู่ดีเพราะเอกรับได้
ยิ่งเตะแรงเท่าไหร่ลูกบอลก็ยิ่งบังคับทิศทางได้ยากเท่านั้น เด็กวัยแค่นี้จะเอาเวลาไหนไปฝึกฝน ยิ่งเตะด้วยเท้าเปล่ายิ่งแล้วใหญ่เลย
เจี๊ยบรู้สึกหดหู่มากที่เขายิงประตูไม่ได้สักลูก
ส่วนเอกเตะรอบเดียวก็เข้าประตูไปเลยเพราะเขาสวมอุปกรณ์ที่ดีนั่นก็คือรองเท้า
การมีเกราะป้องกันช่วยเพิ่มความมั่นใจมาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าจะเจ็บเท้า
มีความมั่นใจแล้วทุกอย่างก็เป็อันง่ายดาย...
การพนันครั้งนี้มีคนมาชมตั้งสิบกว่าคน ถึงจะมีแค่เด็กก็ตาม ส่วนพวกผู้ใหญ่เขาไม่มาสนใจเื่ของเด็กหรอก
นู่นจับกลุ่มคุยเื่เสพยาเสพติด...
..
เจี๊ยบไม่ยอมแพ้เขาขอแก้มือโดยครั้งนี้ให้เอกเป็ฝ่ายเตะก่อน เอกเตะเข้าไปสองลูกอีกลูกหนึ่งชนคานเพราะเตะแรงเกินไป เจี๊ยบเตะยังไงก็ไม่เข้าสุดท้ายเอกก็ชนะอีกอยู่ดี
เจี๊ยบไม่ยอมแพ้ขอแก้มือใหม่โดยไม่ต่อให้เอกอีก โดยให้เหตุผลว่าเอกชนะเขาหลายครั้งแล้ว...
'ไอ้เด็กน้อย..'
..