วินัยลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะถูกเขย่าตัว เขารู้สึกหัวเสียเล็กน้อยที่มีคนมารบกวนการนอนหลับของตนเอง แสงสว่างที่แทงเข้าไปในดวงตาทำให้ครูหนุ่มต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่ครู่หนึ่งภาพที่เห็นเป็เด็กนักเรียนชายหญิงห้าคนกำลังมุงดูครูใหม่ที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ด้วยสภาพที่เกือบเปลือยเปล่า ดีที่กางเกงขาสั้นยังไม่ถูกถอดทิ้ง เขาควานหากางเกงขายาวและเสื้อมาสวมใส่ทันที จากนั้นรีบลุกขึ้นยืน ใช้สายตาสอดส่องไปรอบกาย
ต้นไม้ใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแต่โพรงไม้ที่ได้หลับนอนเมื่อคืนนั้นหายไปแล้ว เขามั่นใจว่านั่นไม่ใช่ความฝัน เื่ที่เกิดขึ้นสมควรเป็เื่จริงอย่างแน่นอน กลิ่นหอมเจือจางของผิวกายสตรียังคงติดจมูก
“สงสัยครูจะดื่มเยอะไปหน่อย เื่นี้เป็ความลับนะ ห้ามไปบอกใคร”
วินัยหันมาพูดกับเด็กน้อยในชุดนักเรียนทั้งห้าคนที่กำลังยืมมองเขาด้วยความสงสัย เด็กน้อยพากันผงกศีรษะคราหนึ่ง วินัยไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ ทำได้เพียงเดินกลับบ้านพักครูด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มอก ภาพจำยังคงชัดเจนแจ่มแจ้ง เรือนร่างทรวดทรงอรอนงค์ยังคงไม่เลือนราง กลิ่นกายหอมจรุงยังติดนาสิกมิจางหาย เหตุไฉนยามรุ่งเช้าสภาพของตนเองถึงเป็เช่นนี้ ครั้งแรกนั้นเป็ความฝัน อันนั้นเขาเข้าใจดี แต่ครั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน สติสตังของตนเองยังอยู่ครบ ไม่ได้เมาจนขาดสติหรือภาพตัดจนจำอะไรไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงบ้านพักครู วินัยรีบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ชุดสุภาพเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำหน้าที่ครู หากวันนี้เป็วันเสาร์หรือวันหยุดราชการคงเป็เื่ที่ดีมาก เพราะร่างกายของตนเองเหนื่อยล้าจนแทบเดินเหินไม่ไหว การนอนพักผ่อนสักครึ่งวันน่าจะพอช่วยได้
เมื่อเขาเปิดประตูเพื่อลงบันได ก็พบว่ามีคนยืนรออยู่แล้ว นารีลูกผู้ใหญ่บ้านยืนยิ้มหวานอยู่หน้าบันได ในมือของหล่อนมีปิ่นโตอยู่ พร้อมกับยื่นมาให้ครูหนุ่มด้วยท่าทางเขินอาย
“หนูทำมาให้ค่ะ คุณพ่อบอกว่าเมื่อคืนครูเมามาก ตอนเช้าคงไม่สามารถตื่นมาทำอาหารกินเองได้ จึงให้หนูทำเผื่อให้ครูด้วยค่ะ”
“ขอบใจมากนะครับ รู้สึกเกรงใจจังเลย ยังไม่ทันได้ไปอุดหนุนก๋วยเตี๋ยวแม้แต่ครั้งเดียว กลับได้กินข้าวฝีมือน้องสาวแล้ว มื้อนี้ต้องอร่อยถูกใจอย่างแน่นอน”
“หนูกลับแล้วนะคะ เดี๋ยวปิ่นโตจะให้หลานมาเอาตอนเย็นหลังเลิกเรียน”
พูดจบ หญิงสาวก็หันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางเขินอาย วินัยดูออกว่าหญิงสาวมีใจให้กับตนเอง เขาเองก็ห่างบ้านไกลเมือง หญิงสาวที่ติดต่อพูดคุยกันก็ไม่มี จะมีก็แค่นางในฝันที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเป็เพียงแค่ความฝัน บางทีการมีแฟนอยู่ที่นี่สักคนก็คงจะดีไม่น้อย พ่อแม่ก็ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว พวกท่านจากไปด้วยอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ห่วงทางด้านหลังไม่มีเช่นนี้ การลงหลักปักฐานบนดอยสูงก็อยู่ในความคิดของเขาเช่นกัน นารีเป็ผู้หญิงสวยคนหนึ่ง หล่อนอายุยังน้อย แค่สิบแปดสิบเก้าปีเอง แถมฐานะทางบ้านค่อนข้างดี รู้จักทำมาค้าขาย หากได้มาเป็เมีย ถือว่าเหมาะสมคู่ควรอยู่
“เดี๋ยวตอนเย็นผมจะเดินไปส่งให้ที่บ้านเองครับ”
หญิงสาวหันกลับมายิ้มให้คราหนึ่ง ก็วิ่งด้วยท่าทางเคอะเขินหายลับไปทางถนนหลังอาคารเรียน วินัยส่ายหัวคราหนึ่ง นี่คงเป็โชคดีของตนเอง มาอยู่โรงเรียนได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็พบรักครั้งใหม่แล้ว ต่อไปนี้คงไม่ต้องห่วงเื่ข้าวปลาอาหารอีก นารีจะเป็คนดูแลให้ทั้งหมดอย่างแน่นอน เพียงแค่คิดก็รู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งตัว ความรักมักจะเป็เช่นนี้เอง เกิดขึ้นง่ายดายถึงเพียงนี้ แค่คนสองคนจิตใจตรงกัน ก็สามารถบังเกิดความรักได้
วินัยลงมือกินมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อย ฝีมือการทำกับข้าวของนารีอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว เขารู้สึกได้ถึงความใส่ใจที่หญิงสาวเติมลงไป จนใคร่อยากเดินไปยังผู้ใหญ่บ้าน ณประเดี๋ยวนี้ จนใจที่ภาระหน้าที่ค้ำคอเอาไว้ ถึงอย่างไรตอนเย็นตนก็จะไปส่งปิ่นโตคืนอยู่ดี พอคิดได้ดังนั้นก็รีบกินมื้อเช้าต่อ เพื่อจะได้ไปเดินดูเด็กนักเรียนทำเวรในเขตรับผิดชอบก่อนเข้าแถว
หลังจากกินข้าวเสร็จ ครูหนุ่มเดินไปยังหน้าเสาธงด้วยจิตใจที่เบิกบาน คนมีความรักมักจะเป็เช่นนี้เสมอ เด็กนักเรียนที่ทำเวรเสร็จแล้ววิ่งเล่นกันเต็มสนามฟุตบอลดินแดง มันเป็ดินแข็งที่ไม่มีหญ้าแม้แต่ต้นเดียว แต่นั่นหาได้ทำให้เด็กนักเรียนท้อถอย พวกเขายังคงวิ่งเล่น เตะฟุตบอล ะโหนังยางท่ามกลางฝุ่นฟุ้งกระจายกันอย่างสนุกสนาน
วินัยเดินตรงไปยังครูผู้ชายที่ตนเองรู้จักมักคุ้นที่สุด ครูนทีผู้มากไปด้วยเื่เล่านั่นเอง เขายกมือไหว้พร้อมกับพูดสวัสดีเป็การทักทายยามเช้า คนผู้นี้ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสเช่นเดิม พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างเป็กันเอง
“ครูวินัยเป็อย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าเมื่อวานไปงานขึ้นบ้านใหม่ผู้ใหญ่บ้านใช่ไหม ภารโรงบอกผมว่าครูเมามากนี่นา ยังสามารถกลับมานอนบ้านพักครูได้อยู่เหรอ?”
“เอ่อ...ก็กลับมาได้...กลับมานอนที่บ้านพักครูได้อยู่ครับ”
วินัยพูดจาตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่กล้าเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นคล้ายเป็จริงคล้ายความฝันนั้นให้เพื่อนครูฟัง แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่แน่ใจว่าเื่ที่เกิดขึ้นจริงเท็จประการใด หากต้องเล่าให้ผู้อื่นรับรู้ อาจจะกลายเป็เื่ขบขันในกลุ่มครูด้วยกันได้ หากเป็เช่นนั้นจริง เขาคงไม่อาจแบกหน้าอยู่ที่นี่ได้อีก ต้องอับอายจนม้วนเสื่อหลบหนีจากไปอย่างแน่นอน
“นอนโรงเรียนมาสองคืนแล้ว มีเื่ราวแปลกประหลาดเกิดขึ้นบ้างหรือไม่?”
“ก็ไม่มีอะไรมากมายครับ นอกจากความฝันประหลาดบางประการที่สมจริงมาก สมจริงจนทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็ความจริง ช่างน่าอายจังเลยนะครับ”
“ฮา ฮาครูอาจจะคิดมากไปก็ได้นะ หรือถ้าไม่สบายใจบ่ายนี้ก็เลี้ยงเ้าที่อีกสักครั้ง ครั้งแรกอาจจะไม่ถูกใจท่าน ให้นำเหล้าขาวสองขวด ข้าวหุงกำหนึ่ง ไก่ต้มสามตัว ผลไม้สักสองสามอย่าง ขนมหวานอีกสองสามชิ้น และหวีสักอัน เวลาสวดภาวนาให้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ภูตผีปิศาจอย่าได้มารบกวน แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สิ่งไหนหาไม่ได้ก็ให้ภารโรงจัดหามาให้ เดี๋ยวตอนเย็นผมจะไปช่วยทำพิธีให้เอง ฮา ฮา”
“ตกลงเดี๋ยวผมจะไปปรึกษาสมชัย ตอนเย็นจะให้ภารโรงมาเชิญไปนะครับ ว่าแต่ทำไมต้องมีหวีด้วยครับ?”
“เออน่า หามาให้ได้ก็แล้วกัน อย่าคิดมาก”
ทั้งสองยังคงพูดคุยกันอีกหลายเื่ ตามประสาชายหนุ่มที่ครองร่างกายเป็โสด เสียงหัวเราะดังสะท้านไปทั่วโรงเรียน ดีที่เสียงร้องะโโหวกเหวกของนักเรียนช่วยกลบเสียงของพวกเขา เมื่อเสียงตีระฆังดังขึ้นสามสี่ครั้ง ทั้งครูทั้งนักเรียนต่างปลีกตัวไปทำหน้าที่ของตนเอง การเข้าแถวใช้เวลาไม่นานนัก นักเรียนเกือบร้อยคนร้องเพลงชาติเสียงดัง ด้วยสำเนียงไม่ชัดถ้อยชัดคำตามแบบฉบับของคนดอยที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็หลัก
วินัยรู้สึกมีความสุขที่ได้มายังที่แห่งนี้ เด็กน้อยที่น่ารัก หญิงสาวคนสวยอย่างนารีก็มีใจให้ และยังมีสตรีในฝันอีกนางที่งามเลิศล้ำ ยังจะมีสุขใดอีกเล่าเทียบเท่าสุขนี้