ซ่อนกลิ่น
Ep3
ผมรู้…ว่าเ้าขุนยังโกรธผมอยู่เพราะเื่ที่ผมจะออกจากบ้านใหญ่ไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองเ้าขุนคือคนที่ห้ามผมที่สุด แต่เพราะผมยืนยันที่จะออกไปจึงทำให้เ้าขุนไม่พอใจกับการตัดสินใจของผม
7:22 น.
เช้านี้ผมลงมาทานอาหารเช้ากับทุกคน เสียงพูดคุยของสายลมยังดังไม่หยุดจนเมื่อเ้าขุนเดินเข้ามาในห้องทาอาหาร สายตาดุปรายตามองไปรอบๆพอเห็นผมใบหน้าหล่อคมนั้นก็ดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมาพลันนั่งลงข้างๆปีบ
“เ้าขุน Dadจะให้พี่ซ่อนมาอยู่ที่บ้านใหญ่สักพัก ระหว่างที่Dadไม่อยู่”เมื่อDadเอ่ยจบ เ้าขุนก็ชะงักนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะลงมือทานข้าวโดยไม่พูดอะไร
“น้ำหวาน ลองทานอันนี้ดูสิป้าพรทำอร่อยมากเลยนะ” ผมเอ่ยบอกน้ำหวานพลางตักมันฝรั่งบดใส่จานน้ำหวานโดยมีสายตาไม่พอใจของคนฝั่งตรงข้ามจ้องมองอยู่
เพล้ง! เสียงช้อนกระทบถ้วยดังลั่นห้องทานอาหารเ้าขุนลุกขึ้นพลันเดินตรงออกจากห้องทานอาหารไป ผมมองแผ่นหลังแกร่งด้วยความไม่เข้าใจกับท่าทางของอัลฟ่ากลิ่นดอกราตรีเมื่อครู่
่บ่ายผมและน้ำหวานมาส่งDadและพ่อกับสายลมที่สนามบินพวกท่านบอกจะไปสักสองสามอาทิตย์ ถ้าไม่มีอะไรติดขัดก็กลับเร็วกว่านั้น
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ซ่อน Dadฝากเ้าขุนกับปีบด้วยนะ” มือหนากุมหลังมือผมไว้แน่นผมยกยิ้มให้คนตรงหน้าบางๆเพื่อไม่ให้เป็ห่วง
“ไม่ต้องห่วงครับ” เมื่อเอ่ยลากันเสร็จ ทั้งสามคนก็เดินเข้าเกตไปผมและน้ำหวานยืนดูจนทั้งสามคนเข้าไปด้านใน จึงเดินกลับออกมาจากสนามบินขับรถตรงไปส่งน้ำหวานที่มอก่อนจะไปทำงาน
“ตั้งใจสอนนักศึกษานะครับอาจารย์” ผมเอ่ยหยอกล้อน้ำหวานด้วยรอยยิ้มมือบางบีบจมูกผมไปมาด้วยความมันเขี้ยว
“คุณเองก็ตั้งใจรักษาน้องหมาน้องแมวนะคะ”เสียงใสเอ่ยบอก พลันเข้ามาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ ก่อนจะผละตัวลงจากรถเดินเข้าตึกเรียนไปน้ำหวานเป็อาจารย์สอนนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่เ้าขุนและปีบเรียนอยู่ ผมนั่งมองแผ่นหลังบางของภรรยาจนหายไปในตึกผมจึงขับรถเข้าคลินิกเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยมีสายตาดุจ้องมองจากที่ไกลๆ
16:22น.
่เย็นผมขับรถกลับมาบ้านใหญ่คนเดียวเพราะน้ำหวานโทรมาบอกว่ายังตรวจรายงานไม่เสร็จ เลยยังกลับบ้านไม่ได้ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้เช้า ผมเลยแวะเอาข้าวและน้ำที่น้ำหวานชอบเข้าไปให้ก่อนจะกลับมาที่บ้านใหญ่ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรอไปรับภรรยา
แว้น! เสียงเครื่องรถดังลั่นบ้านดึงความสนใจของผมให้เดินมาดูก่อนจะมองนาฬิกาฝาผนังบอกเวลาสามทุ่มห้าสิบ
“ทำไมกลับกันดึก” ผมเอ่ยถามเ้าขุนและปีบ เด็กน้อยปีบมีใบหน้าสลด แตกต่างจากเ้าขุนที่นอกจากไม่รู้สึกผิดอะไรแล้วยังเดินผ่านผมไปเหมือนผมไม่ตัวตนอีกครั้ง