ชุ่ยเหอเฝ้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต เมื่อสิบกว่าปีก่อน นางซึ่งเป็เด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรผู้หนึ่ง เกือบจะต้องตายเพราะความอดยากป่วยไข้ไร้ที่พึ่งพิง คุณหนูผู้งดงามใจดีจากสกุลซูเมตตาสงสาร จึงสั่งให้บ่าวไพรที่ติดตามมา พาตัวนางไปรักษาจวบจนเมื่อหายดี ยังให้ทำงานในจวนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเร่ร่อนหิวโหยอีกต่อไป
หลังจากนั้นชุ่ยเหอจึงเติบโตมาในจวนตระกูลซู คอยเป็เพื่อเล่น เพื่อนเรียน บ่าวรับใช้ คอยปกป้องติดตามอยู่ข้างกายคุณหนูซูเหยียน ั้แ่ครั้งยังเยาว์บัดนั้นเป็ต้นมา นางไม่ใช่คนอกตัญญู ตนพร้อมแลกทุกอย่างแม้แต่ชีวิต เพื่อได้ทดแทนบุญคุณของคุณหนู มาวันนี้ต้องทนมองดูผู้มีพระคุณ
ตรอมตรมอยู่ในความทุกข์ของห้วงรัก บ่อยครั้งที่นางเห็นคุณหนูร่ำไห้คร่ำครวญอย่างปวดร้าว เพราะไม่อาจสมหวังในรัก นางไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความทุกข์เศร้าในใจของผู้เป็นายได้อย่างไร จึงทำให้ใจของชุ่ยเหอเ็ปยิ่งนัก เพราะไม่รู้จะหาหนทางไหนเพื่อช่วยเหลือคุณหนูของตนได้
"ฮูหยินเ้าคะ บ่าวจากเรือนฮูหยินใหญ่มาขอเข้าพบเ้าค่ะ"
"ให้เข้ามา"
"บ่าวคารวะฮูหยินน้อยเ้าค่ะ"
บ่าวหญิงเอ่ยทำความเคารพอย่างนอบน้อม แต่สายตากลับแสดงออกถึงความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
"ลุกขึ้นเถอะ..มีอะไรก็พูดมา"
"เรียนฮูหยินน้อย นายท่านฟางให้บ่าวมาเรียนท่านว่า เช้านี้ท่านไม่ต้องไปยกน้ำชาคารวะ นายท่านฟางกับฮูหยินใหญ่ที่เรือน ขอให้ฮูหยินน้อยพักผ่อนในเรือนพักของตนตามสบาย มิให้ออกไปเดินแผ่นผ่านแถวเรือนใหญ่เ้าค่ะ"
บ่าวหญิงจากเรือนของแม่สามี พูดออกมาเสียงดังน้ำเสียงฉะฉาน
"อืมข้ารู้แล้วเ้ากลับไปเถอะ บอกแม่สามีด้วยว่าข้ารับรู้สิ่งที่นาง้าแล้ว"
"เ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวขอตัวลา"
เมื่อบ่าวจากเรือนใหญ่เดินลับออกจากห้องไป ชุ่ยเหอก็กล่าวกับผู้เป็นายอย่างขุ่นเคืองในทันที
"ฮูหยินเ้าคะ คนตระกูลฟางรังแกกันเกินไปแล้วเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอพูดออกมาอย่างโมโห
"พี่ชุ่ยเหอพูดถูกเ้าค่ะฮูหยิน นายท่านฟางกับฮูหยินใหญ่มีคำสั่งเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่า้ากักบริเวณท่าน คงไม่อยากให้ท่านได้พบกับท่านแม่ทัพแน่ๆเลยเ้าค่ะ"
อิงเถาออกความเห็นอย่างร้อนใจ เพราะถ้านายหญิงของนาง ไม่ได้เจอหน้าผู้ที่เป็สามี แล้วจะหาโอกาสมัดใจอีกฝ่ายได้อย่างไรเล่า
"ถึงแม้จะรู้ว่าเป็การกลั่นแกล้ง แล้วจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อข้าไม่มีอำนาจใดในจวนนี้เลย อีกอย่างนะ ชุ่ยเหอ ..อิงเถา พวกเ้าคิดหรือว่าถ้าสามีข้าไม่เห็นด้วย มีหรือจะมีผู้ใดกล้ารังแกข้าถึงเพียงนี้ ข้ารู้แก่ใจดี ข้ามิใช่เขลาหรอก เพียงแต่ตอนนี้ใจของข้ายังคงรักเขาผู้นั้นอยู่ จะตัดใจจากคนที่รักมาก มันมิได้ทำได้ง่ายดายเพียงแค่ชั่วข้ามคืนหรอกนะ คิดในแง่ดีซิ..บางที่วันเวลาที่ทุกข์ทนเหล่านี้ อาจช่วยให้วันหนึ่ง ข้าสามารถที่จะตัดใจจากเขาได้ "
"ฮูหยิน"/"ฮูหยิน"
สองบ่าวสาวนั่งน้ำตาคลอเพราะสงสารผู้เป็นายเหลือทน
ทางด้านเรือนใหญ่ของฮูหยินผู้เฒ่า ในตอนนี้กำลังพูดคุยปรึกษาหารือกัน ถึงเื่แต่งภรรยารองเข้าตระกูล รั่วเซียนนางนั่งแย้มยิ้มอยู่ข้างบุรุษผู้องอาจ นั่นก็คือฟางลั่วเฉิน
"ลั่วเฉิน..ลั่วเฉิน"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเรียกหลานชาย เมื่อเห็นเขานั่งเงียบไม่พูดไม่จา
"ขะ..ขอรับท่านย่า"
"เ้าเป็อันใดของเ้ากัน นั่งใจลอยไปถึงไหนแล้ว"
"เปล่าขอรับ"
"คิดอันใดอยู่ เหตุใดถึงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว"
"ไม่ได้คิดอันใดขอรับท่านย่า เพียงอต่เมื่อคืนหลานนอนไม่ค่ยหลับ จึงทำให้อ่อนเพลียไปบ้าง ขอท่านย่าโปรดอภัย"
ลั่วเฉินรีบพูดแก้ตัวทันควัน
"เป็เช่นนั้นหรอกหรือ..ถ้าเพลียก็ไปพักเถอะ ย่าจะคุยรายละเอียดที่เหลือกับรั่วเซียนและมารดาของเ้าเอง"
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยออกมาอย่างเป๋นห่วง
"ขอรับ..ถ้าเช่นนั้นหลานขอตัวก่อน"
"อืมไปเถอะๆ"
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือไล่หลานชายให้กลับไปพักผ่อนยังเรือนนอน
เมื่อกลับถึงเรือนพักลั่วเฉินก็นั่งครุ่นคิด ซูเหยียนไม่ได้อาละวาดผิดจากที่เขาคาดการณ์ไว้ ก่อนกลับมาเมืองหลวง เขาคิดว่าถ้านางรู้ว่าเขามีหญิงอื่น นางจะต้องไม่ยอมจนแสดงความบ้าคลั่งออกมาแน่ แต่เหตุใดซูเหยียนจึงสงบผิดปกตินัก หรือนางจะมีแผนการร้ายอันใดอยู่ในใจ สตรีผู้นี้ทำให้เขาวางใจไม่ลงเลยจริงๆ เพราะอคติที่ฟางลั่วเฉินและตระกูลฟางมีต่อซูเหยียน จึงได้เห็นคำพูดและการกระทำของนาง มองในทางที่ไม่ดีไปเสียทุกเื่
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ จวนตระกูลฟาง
"ฮูหยินเ้าคะ ตื่นเร็วเ้าค่ะ ฮูหยินใหญ่มาเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอรีบเร่งมาปลุกเ้านาย เพราะบัดนี้แม่สามีของซูเหยียนได้มาเยือนถึงเรือนพักแล้ว
"ปลุกข้าทำไมกัน มีเื่อะไรแต่เช้ากันนะชุ่ยเหอ"
"ตื่นเถอะเ้าค่ะฮูหยิน ตอนนี้ฮูหยินใหญ่มาเยือนถึงเรือนเราแล้วเ้าค่ะ"
"ห๊ะ!ว่ายังไงนะ เหตุใดแม่สามีถึงมาหาข้าถึงเรือนพักด้วยตัวเองเช่นนี้เล่า"
ซูเหยียนร้องออกมาด้วยความใ เพราะนางรู้ว่าแม่สามีของนาง รังเกียจนางมาก ไม่มีทางที่อยากจะมาเหยียบเรือนนี้ของนางเป็แน่ ทุกครั้งที่อยากจะพูดคุยเื่ใด ก็มีแต่ให้บ่าวมาตามตัวนางไปพบที่เรือนใหญ่ การมาเยือนถึงเรือนครั้งนี้ของแม่สามี นั่นทำให้ซูเหยียนอดที่จะแปลกใจไม่ได้
"เร็ว..รีบช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า"
"เ้าค่ะ"
ผ่านไปชั่วอึดใจซูเหยียนก็ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ จากนั้นจึงรีบรุดออกมาต้อนรับแม่สามีของตน ทันทีที่เห็นหน้าของฮูหยินใหญ่ นางก็รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก
"ลูกสะใภ้คารวะท่านแม่สามีเ้าค่ะ"
"นั่งลงซิ..ข้ามีเื่สำคัญจะพูดกับเ้า
"ท่านแม่มีเื่อันใดจะพูดกับข้าหรือเ้าคะ อันที่จริงท่านแม่ให้บ่าว มาเรียกลูกไปพบก็ได้นี่เ้าค่ะ เหตุใดถึงต้องลำบาก มาด้วยตัวเองเช่นนี้ด้วยเล่าเ้าคะ"
ซูเหยียนถามไถ่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"ข้ามีเื่สำคัญจะพูดกับเ้า"
ฮูหยินใหญ่แม่สามีของซูเหยียนรีบเปิดประเด็นในการมาเยือนในทันที
"เ้าค่ะ"
ซูเหยียนรับคำอย่างนอบน้อม
"เข้าเื่เลยแล้วกัน ข้า้าให้เ้าหย่าขาดกับบุตรชายของข้า"
ฮูหยินใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
"ทะ..ท่านแม่ เพราะเหตุใดกันเ้าคะ ข้าทำผิดอะไร"
ซูเหยียนถึงกับใทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ฟัง
"รั่วเซียนนางไม่้าแต่งเข้ามาในฐานะภรรยารอง เพราะฉะนั้นพวกเราตระกูลฟาง จึงมีความเห็นที่ตรงกัน คือให้เ้าหย่าขาดจากลั่วเฉินซะ"
น้ำเสียงราบเรียบ ประโยคที่เรียบง่าย แต่ความหมายที่ฮูหยินใหญ่พูดออกมา ทำให้คนที่นั่งตรงกันข้าม น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แต่ข้าไม่อยากหย่า ข้ารักท่านพี่เ้าค่ะ"
ซูหยียนพูดออกมาทั้งน้ำตา
"ถ้าเ้าไม่อยากหย่า ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี ขอแค่เพียงเ้ายอมเปลี่ยนสถานะ จากฮูหยินเอกมาเป็อนุ เ้าจะว่าอย่างไรเล่า"
ฮูหยินใหญ่พูดพร้อมทั้งยกยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน
"ท่านพี่..เห็นด้วยในความคิดนี้หรือเ้าคะ"
ซูเหยียนกลั้นใจถามออกไป ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แก่ใจแล้วก็ตาม
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของซูเหยียน ไม่ได้ทำให้คนเป็แม่สามีนึกสงสารเลยสักนิด ตรงกันข้ามกับดูแคลนและแสดงออกถึงความรังเกียจ ซูเหยียนจ้องมองฮูหยินใหญ่ ด้วยแววตาที่เ็ป แต่กระนั้นก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยคำใดออกมา ทำได้เพียงกลืนก้อนความช้ำลงในอก
"อืม..วันนี้หลังจากรับอาหารเช้าเสร็จ เ้าก็ไปพบกับลั่วเฉินพูดคุยกันเสีย บุตรชายข้าจะรอเ้าอยู่ที่สวนกลางของจวนตระกูลฟาง อย่าลืมไปล่ะ อย่าได้คิดหลบเลี่ยงเชียว"
ฮูหยินใหญ่ปรายตามองลูกสะใภ้ที่ตนไม่นึกเคยชอบ แล้วพูดอย่างเ็า
หลังจากฮูหยินใหญ่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางก็ก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงประตูที่ปิดลง
"ฮูหยินเ้าคะ เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ"/"ฮูหยินเ้าคะ เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ"
บ่าวหญิงคนสนิททั้งสองที่เฝ้ารออยู่นอกห้อง รีบเข้ามาหาเ้านายของตัวเองด้วยความเป็ห่วง
ร่างกายของซูเหยียนสั่นเทา หัวใจของนางเย็นเยียบ ความเ็ปที่เกิดขึ้นในหัวใจจู่โจมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กระนั้นนางก็ยังฝืนทนทำเหมือนว่าเข้มแข็ง ทั้งที่ความจริง นางไม่ได้เข้มแข็งดั่งเช่นที่ตาเห็นเลย
"ฮูหยินเ้าคะ"
"ข้าไม่เป็อะไร"
นางพึมพำทำได้เพียงพูดซ้ำๆคล้ายกำลังปลอบตัวเองซ้ำๆไม่หยุด
"โธ่..ฮูหยินของบ่าว"/" โธ่..ฮูหยินของบ่าว"
สองบ่าวสาวร่ำไห้ด้วยความสงสารเห็นใจที่มีต่อเ้านาย แต่เพราะตนไม่อาจช่วยเหลือผู้เป็นายได้ จึงร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
"ข้าไม่เป็อะไร พวกเ้าอย่าห่วงเลย"
น้ำตาที่ไหลไม่หยุดและเสียงสั่นเครือเจือสะอื้นที่เอ่ยออกจากปาก ทำให้คนฟังนึกสงสารเหลือคณา
่สายของวัน ซูเหยียนก็ได้ไปพบกับฟางลั่วเฉิน ตามคำบอกกล่าวของแม่สามี ถึงแม้ว่านางไม่อยากจะเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อสุดท้ายเื่ราวก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี
"ท่านพี่"
"มาแล้วเหรอ นั่งก่อนซิ"
"เ้าค่ะ"
"เ้าคงรู้แล้วซินะ ว่าข้า้าพบเ้าด้วยเื่ใด"
ลั่วเฉินเอ่ยปากถามออกไปอย่างเ็า เข้ารีบพูดเข้าเื่ เหมือนว่าไม่อยากจะสนทนากับภรรยาในนามคนนี้ให้นานนัก
"เ้าค่ะ..ท่านแม่สามีได้เอ่ยกับข้าแล้ว"
ซูเหยียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"ข้าหวังว่าเ้าจะเข้าใจอะไรง่ายๆ จะได้ไม่ต้องลำบากใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย"
"เพราะเหตุใดเ้าคะ เพราะเหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้"
ซูเหยียนเอ่ยออกมาอย่างเ็ป
ซูเหยียนค่อยๆช้อนตาขึ้นมอง ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของตน ดวงตาที่นางมักจะมองอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ ในตัวของลั่วเฉิน บัดนี้กลับปรากฏแววตา แห่งความเหนื่อยล้าที่เกินจะบรรยายออกมาได้
เมื่อมองประสานเข้ากับั์ตาของนางแล้ว ฟางลั่วเฉินชะงักอย่างไม่มีเหตุผล ในชั่วขณะนั้นฟางลั่วเฉินมีความรู้สึกวูบไหวในอกแปลกๆ คล้ายกับกำลังที่จะทำบางสิ่งสูญหาย กำลังที่จะเสียซึ่งบางอย่างไป
"ถึงอย่างไรเ้ากับข้า ก็เป็สามีภรรยากันเพียงแต่ในนาม เดิมทีเ้าก็ไม่ถือว่าเป็ภรรยาของข้าฟางลั่วเฉินอยู่แล้ว ข้ารังเกียจเ้าเต็มทน เป็เ้าที่ดันทุรังไม่ยอมปล่อยมือ แต่วันนี้หากเ้าเห็นด้วยที่ข้าจะหย่ากับเ้า หากเ้ายินยอมแต่โดยดี ข้าจะยังคงไว้หน้าเ้าบ้าง ข้าจะเขียนหนังสือหย่าแทนที่จะเป็หนังสือขับไล่ นอกจากนี้ยังข้ายังจะมอบตั๋วเงินจำนวนหนึ่งให้เ้า ได้ใช้เป็ทุนรอนในการใช้ชีวิตในภายภาคหน้า เ้าเห็นเป็เช่นไร"
ฟางลั่วเฉินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าท่าทางเ็า
"ท่านพี่..ท่านถามข้าว่าเห็นเป็เช่นไรอย่างนั้นนะหรือ ข้าควรตอบท่านอย่างไรดีเ้าคะท่านแม่ทัพ ข้าควรขอบคุณท่านใช่หรือไม่ ที่ท่านอุตส่าห์มีเมตตามอบทางเลือกให้กับข้ามากมายถึงเพียงนี้"
ซูเหยียนเอ่ยอย่างตัดพ้อ แต่ตนฟังกลับคิดว่านางกำลังปนะชดประชันเขาอยู่
"ต่อให้เ้าไม่ยอมก็ต้องยอม ถ้าเ้าไม่ยอมหย่า นับจากนี้ไป เ้าก็คงอยู่ในตระกูลฟางได้ในฐานะอนุเท่านั้น หาใช่ฐานะภรรเอกของข้าไม่"
ลั่วเฉินตวาดกร้าวออกมาอย่างโมโห เขาโกรธที่ดูเหมือนว่าสตรีตรงหน้าไม่ยอมทำตามความ้าของเขาแต่โดยดี
"ท่านพี่..เหตุใดถึงจึงทำกับข้าถึงเพียงนี้ ทำไมท่านถึงไม่เห็นใจข้าบ้าง ทั้งยังพาสตรีอื่นเข้าจวน
ทำผิดต่อข้าโดยไม่นึกละอายใจ มาวันวันนี้กลับยังมาเรียกร้องเื่หย่าขาดกับข้าอีก"
ซูเหยียนตัดพ้อเขาด้วยน้ำตา ริมฝีปากของนางสั่นระริก เพราะพยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
"ข้าทำผิดต่อเ้าอย่างนั้นหรือ เป็เ้าต่างหากที่ผิดต่อข้า หากบิดาของเ้าไม่วางแผนชั่ว ทำให้ข้าต้องตกไปในหลุมพรางแล้วไซร้ เ้าคิดหรือว่าข้าจะชายตาแลสตรีเช่นเ้า อย่าได้ฝันหวานไปหน่อยเลย เ้าหยามศักดิ์ศรีของข้า ทำให้ข้าต้องกลายเป็ตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวง ทำกับข้าถึงเพียงนี้ กลับอ้อนวอนให้ข้าเมตตาเห็นใจ มันจะไม่น่าขำไปหน่อยหรือ"
พูดจบลั่วเฉินก็เบือนหน้าหนีอย่างรำคาญ
"ท่านพี่...ท่านชิงชังข้ามากนักหรือเ้าคะ"
ลำคอของนางตีบตัน เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงเบาหวิว
"ใช่!..ข้าชิงชังเ้านักซูเหยียน"
ลั่วเฉินกล่าวออกมาอย่าหนักแน่น ทำให้ะเืใจคนฟังไม่น้อย
"ท่านพี่..ท่านให้โอกาสซูเหยียนสักครั้งไม่ได้หรือ ขอเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ข้าจะพยายามเป็ภรรยาที่ดี สงสารข้าเถอะนะเ้าคะ ข้ารักท่านพี่มากจริงๆ ไม่ว่าท่านจะ้าให้ข้าทำอะไร ข้าก็ยอมทั้งนั้น ท่านจะแต่งกับสตรีผู้นั้นข้าก็จะไม่ขัดข้อง ขอเพียงแต่ท่านอย่าทอดทิ้งข้าเลย...ได้โปรดเถิด..ข้าอ้อนวอนท่านแล้ว"
น้ำเสียงของซูเหยียนขาดๆหายๆ นางพูดออกมาเจือด้วยเสียงสะอื้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ฮึ!..เ้ามีศักดิ์ศรีหน่อยได้หรือไม่ ก็เพราะเ้าเป็เช่นนี้ไง ตัวข้าถึงได้ชิงชังและรังเกียจเ้านัก สตรีไร้ยางอายที่มีดีแค่หน้าตาเช่นเ้า มีอะไรที่คู่ควรให้ข้าใส่ใจบ้าง"
ฟางลั่วเฉินยังคงพูดอย่างไม่ไว้หน้า เขานึกระอาต่อสตรีผู้นี้มากเหลือเกิน
"ท่านพี่"
ซูเหยียนมีคำพูดมากมายที่อยากจะเอ่ยปากกับสามี เมื่อได้พูดคุยกันแล้ว นางกลับพูดไม่ออก คำพูดทั้งหลายที่อยากจะเอ่ย มันจุกแน่นอยู่ในอก เพราะสายตาเหยียดหยามชิงชังที่เขามองมา ทำให้นางเจ็บจนพูดไม่ออกจริงๆ
"พอเถอะ!..สิ่งที่ข้าอยากจะพูดกับเ้า ข้าก็ได้พูดไปหมดแล้ว หวังว่าเ้าจะคิดใคร่ครวญให้หนัก ถ้ายังดื้อรั้นไม่ยอมหย่า ชีวิตที่เหลือนับจากนี้ของเ้าก็คงไม่ต่างจากหญิงหม้ายที่ต้องเฝ้าเรือนเพียงลำพัง เ้าจงคิดดูให้ดี"
ลั่วเฉินพูดจบก็หันหลังเดินจากไป เขาไม่แยแสกับภรรยาที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก
"ฮือๆๆ ท่านพี่..ข้าทำผิดอะไรอย่างนั้นหรือ ทั้งหมดที่ข้าทำ ก็เพียงเพราะรักท่านมาก เหตุใดท่านถึงไม่ยอมเข้าใจ"
ซูเหยียนะโไล่หลังสามี นางทรุดกายล้มลงที่พื้นอย่างอ่อนแรง ในอกเ็ปราวกับถูกเชือดเฉือน หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก รอยยิ้มอันข่มขื่น ก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า นางกำลังยิ้มเยาะเย้ยหยันให้กับความอ่อนแอของตัวเอง
"ฮูหยิน ฮูหยินเ้าคะ"
บ่าวรับใช้คนสนิท ชุ่ยเหอและอิงเถารีบเข้ามาประคองเ้านายของตนอย่างเป็ห่วง พวกนางได้แต่น้ำตาไหลตามผู้เป็นาย โดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
ซูเหยียนเดินกลับเรือนมาอย่างคนใจสลาย ในคืนนั้นนางนั่งเงียบๆอย่างเหม่อลอย ชุ่ยเหอจุดกำยานหอมเพื่อช่วยให้นายของตนผ่อนคลายจิตใจ อิงเถาถืออ่างน้ำอุ่นกับผ้าเช็ดหน้าเข้ามาในห้อง ทั้งสองช่วยกันปรนนิบัติดูแลซูเหยียนอย่างใส่ใจ
"พวกเ้าออกไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว"
"ฮูหยินเ้าคะ"
"ออกไปได้แล้ว ข้าอยากพักผ่อนแล้ว"
"เ้าค่ะ"/"เ้าค่ะ"
ชุ่นเหอและอิงเถาเดินออกจากห้องไปอย่างเป็กังวล
เมื่ออยู่คนเดียวความคิดของซูเหยียนก็ฟุ้งซ่าน นางนึกถึงคำที่ฟางลั่วเฉินเอ่ยกับนางในวันนี้ ใบหน้าที่ไร้สีเืซีดขาวราวกับกระดาษ ความเ็ปถาโถมขึ้นในใจ ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ความเฉยเมยนิ่งสงบที่แสดงออกมา มันช่างตรงกันกับใจที่แหลกสลายดวงนี้อย่างสิ้นเชิง ในท้ายที่สุดหัวใจที่แหลกสลาย ก็ส่งผลกระทบถึงร่างกาย นางถึงกับกระอักเืออกมาแล้วหมดสติไป
ในราตรีที่มืดมิดที่ผู้คนต่างพากันหลับใหล แต่หารู้ไม่ว่าโชคชะตาของสตรีผู้หนึ่ง กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล ซูเหยียนที่กระอักเืจนหมดสติไปนั้น ในขณะนี้นางกำลังด่ำดิ่งในห้วงฝัน มันช่างเป็ฝันที่ยาวนานเหลือเกิน คลื่นอารมณ์ซับซ้อนมากมายเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับซูเหยียนหาใช่ความฝันไม่ หากแต่ว่านางกำลังมองเห็นถึงความตายในอีกชาติภพหนึ่งที่เคยผ่านมาแล้ว