ไม่เพียงแต่เอ้อร์หวาจื่อ แม้แต่เหล่ากองทหารรักษาพระองค์ที่ปลอมตัวเป็ผู้คุ้มกันข้างกายเอ้อร์หวาจื่อ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและตื่นตระหนก ขณะมองไปยังจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อที่อยู่บนรถม้า
ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ผู้นี้อาจไม่รู้ฐานะของจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อ แต่พวกเขารู้ดีอย่างยิ่งว่านั่นคือจักรพรรดิผู้ครองแผ่นดินแคว้นต้าเฉียนในปัจจุบัน
ผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่ปกครองราชสำนักแคว้นต้าเฉียนมานานถึงยี่สิบปี และยังเป็พระบิดาแท้ ๆ ของเยียนอ๋อง!
ส่วนการทำการค้ากับแคว้นศัตรู นั่นเท่ากับเป็การสมคบคิดกับศัตรูและขายชาติ เป็ความผิดมหันต์ที่มีโทษถึงขั้นศีรษะหลุดจากบ่า!
"เ้าพวกสารเลว ข้าก็ว่าเ้าเด็กนั่นเอาเงินจากไหนมาซ่อมถนนเส้นนี้ ทั้งยังไม่ได้ขอให้เจิ้นเรียกตัวเขากลับเมืองหลวง ที่แท้แอบไปทำการค้าขายชาติอย่างนั้นหรือ?"
ภายในรถม้า จ้าวฉงหย่วนมีสีหน้าย่ำแย่ ด้วยความโกรธจึงตบลงบนที่เท้าแขนของรถม้าอย่างแรง
การทำการค้ากับแคว้นศัตรูคือความผิดฐานฏต่อแผ่นดิน
ั้แ่เริ่มก่อตั้งแคว้นต้าเฉียน ฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งหรือไท่จู่แคว้นต้าเฉียนได้วางกฎเกณฑ์ไว้ว่าห้ามอ๋องผู้ครองศักดินาทุกพระองค์ทำการค้าขายกับต่างแดนโดยเด็ดขาด
นี่คือกฎเหล็ก!
"ฝ่าาโปรดระงับโทสะ เยียนอ๋องมิใช่คนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ในเมื่อทรงทำเช่นนี้ย่อมต้องมีการไตร่ตรองของพระองค์เอง ท่านลองฟังดูก่อนเถิด ลองฟังดูก่อนพ่ะย่ะค่ะ"
หวังลี่ซื่อใจนหน้าซีด รีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอความเมตตาให้จ้าวติ้ง
เหตุผลที่ไท่จู่แห่งแคว้นต้าเฉียนวางกฎนี้ไว้ มิใช่เพื่อห้ามไม่ให้แคว้นต้าเฉียนมีการค้ากับดินแดนศัตรู แต่เป็เพราะเล่ห์เหลี่ยมในเื่นี้มันลึกซึ้งเกินไป
หากมีสายลับของดินแดนศัตรูแฝงตัวเข้ามาได้ และหากอ๋องผู้ครองศักดินาประมาทเพียงนิดเดียวก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเสียศีรษะ และเมื่ออ๋องสิ้นชีพก็เท่ากับว่าที่ว่าการท้องถิ่นไร้ผู้นำ หากไม่ระวังอาจถูกแคว้นของศัตรูบุกยึด และอาจลุกลามไปถึงใจกลางแคว้นต้าเฉียนได้!
ด้วยเหตุนี้ ไท่จู่แห่งแคว้นต้าเฉียนจึงออกคำสั่งเด็ดขาดเพื่อยับยั้งเื่นี้!
"ทำการค้าแล้วมันอย่างไร? หากไม่ทำการค้า ท่านอ๋องจะเลี้ยงดูราษฎรในโยวโจวของพวกเราได้อย่างไร? จะให้หวังพึ่งเพียงเศษเงินเล็กน้อยที่ราชสำนักมอบให้ในแต่ละปีอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของเอ้อร์หวาจื่อ ท่านลุงเลี้ยงสัตว์ผู้นั้นก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที เขาชี้หน้าด่าเอ้อร์หวาจื่อว่า "เ้าเป็คนโยวโจวโดยกำเนิด เ้าก็น่าจะรู้ว่าตอนเ้ายังเด็ก หมู่บ้านของเราเป็อย่างไร? ฤดูหนาวปีไหนบ้างที่ไม่มีคนอดตาย?"
"หากเจอปีที่แห้งแล้งแม้แต่เปลือกไม้เ้าก็ไม่มีให้กิน หากเจอปีที่น้ำท่วม ทั้งครอบครัวจะไปขอทานที่ไหนก็ไม่มีที่ให้ไป เื่การสลับลูกกันกินใน่หลายปีมานี้ในโยวโจวของพวกเรามีน้อยนักหรือ? พี่สาวของเ้าทำไมถึงไม่ได้อยู่? เ้าลืมไปแล้วหรือ?"
ท่านลุงเลี้ยงสัตว์ผู้นั้นโกรธจนตัวสั่น
เอ้อร์หวาจื่อเมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็หม่นหมองลง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า "แต่ท่านลุง แม้จะเป็เช่นนั้น แต่ว่า..."
"ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าท่านลุง ข้าไม่มีหลานอย่างเ้า" เขายังคงอยู่ในอารมณ์โกรธ "ตอนนี้ชีวิตพวกเราดีขึ้นแล้ว เ้ากลับมาตำหนิท่านอ๋องที่ทำการค้ากับคนของแคว้นเป่ยเหลียงและแคว้นหนานเฉินอย่างนั้นหรือ? หากไม่ทำ จะเลี้ยงดูราษฎรโยวโจวได้อย่างไร?"
"จะให้หวังพึ่งเพียงเสบียงบรรเทาทุกข์จากราชสำนักหรือ? ในที่สุดปีกก็แข็งขึ้น ไปใช้ชีวิตข้างนอกจนได้ดีแล้วไม่สนใจความเป็ตายของพ่อแม่พี่น้องที่บ้าน กลับมาอ้างเื่ความรักชาติบ้านเมืองบ้าบออะไรกัน?"
"ข้าจะบอกเ้าให้ วันนี้หากเ้ากล้าพูดว่าท่านอ๋องทำผิดแม้แต่คำเดียว ข้าที่เป็ลุงจะคัดชื่อเ้าออกจากผังตระกูลเดี๋ยวนี้ ให้เ้ากลายเป็คนบาปของตระกูลหลิวของพวกเรา!"
เขาโกรธจนหนวดกระดิกก่อนจะชี้หน้าด่าผู้คุ้มกันที่ชื่อเอ้อร์หวาจื่ออย่างรุนแรง และทุกคำที่ด่า สีหน้าของจ้าวฉงหย่วนภายในรถม้าก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆ
นี่มิใช่การด่าว่าราชสำนักแคว้นต้าเฉียนไร้ความสามารถ แต่เป็การด่าว่าเขา จักรพรรดิจิ่งแห่งแคว้นต้าเฉียนไร้ความสามารถ
แต่เขาจะทำอย่างไรได้ แคว้นต้าเฉียนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ รอบด้านถูกล้อมรอบด้วยแคว้นที่แข็งแกร่ง การที่เขาสามารถประคองทุกอย่างไม่ให้พังทลายลงมาได้ก็นับว่ายากมากแล้ว จะมีเวลาที่ไหนไปดูแลราษฎรตามชายแดน?
"ฝ่าา"
หวังลี่ซื่อมองจ้าวฉงหย่วนด้วยความกังวล เขาเข้าใจดีว่าคำพูดเ่าั้สร้างความเ็ปให้จ้าวฉงหย่วนเพียงใด
นี่เท่ากับเป็การชี้หน้าด่าฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเฉียนชัด ๆ หากมิใช่ว่าการเดินทางครั้งนี้เป็การปลอมตัวมาสืบข่าว เพียงคำพูดไม่กี่คำของชาวบ้านผู้นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ศีรษะของเขาหลุดจากบ่าได้
ส่วนด้านนอกรถม้า สีหน้าของเอ้อร์หวาจื่อก็เปลี่ยนเป็ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง แต่เมื่อฮ่องเต้ไม่ตรัสสิ่งใด เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้ท่านลุงของตนด่าต่อไป
เด็กเลี้ยงวัวที่อยู่ข้าง ๆ แม้จะไม่เข้าใจเื่ความรักชาติบ้านเมือง แต่ในขณะนี้ก็มองเอ้อร์หวาจื่อด้วยความโกรธ
"จะว่าใครก็ได้ แต่ห้ามว่าท่านอ๋อง!"
"ท่านลุงขอรับ..." เอ้อร์หวาจื่อกำลังจะเริ่มแก้ตัว
แต่เมื่อได้ยินเด็กเลี้ยงวัวยังพูดเช่นนี้ ในใจของจ้าวฉงหย่วนก็เกิดความรู้สึกที่ซับซ้อน
แม้ว่าการทำการค้ากับแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงจะมีข้อสงสัยว่าสมคบคิดกับศัตรู แต่หากมิใช่เพราะเขาที่เป็ฮ่องเต้ทำหน้าที่ได้ไม่ดี จะบีบบังคับให้ลูกชายของตนต้องทำเื่เช่นนี้หรือ
อีกทั้งการที่ลูกชายของเขาทำเช่นนี้มิใช่เพื่อขายชาติ แต่เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อเป็เช่นนี้ เขาที่เป็ฮ่องเต้จะพูดอะไรได้?
คร่ำครึหรือ? เขา จ้าวฉงหย่วน ไม่เคยเป็คนคร่ำครึ!
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดจ้าวฉงหย่วนก็ถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดม่านรถม้าออก แล้วมองคนที่อยู่ด้านนอกพร้อมยิ้มกล่าวว่า "เยียนอ๋องไม่ได้ทำผิด แคว้นที่ไม่สามารถปกป้องราษฎรของตนเองได้ ปล่อยให้ราษฎรต้องอดอยากจะมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ราษฎรยึดมั่นในความรักชาติบ้านเมือง การกระทำของเยียนอ๋องในครั้งนี้ ข้าเห็นว่าดีมาก"
"ฝ่าา"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฉงหย่วน สีหน้าของหวังลี่ซื่อก็ยิ่งซับซ้อนขึ้น จักรพรรดิของแคว้นจะยอมรับผิดง่าย ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?
ทว่าจ้าวฉงหย่วนไม่ได้มองหวังลี่ซื่อ เขาเปิดม่านรถม้าแล้วค่อย ๆ ก้าวลงมาจากรถม้า
"นายท่าน..."
ทุกคนในที่นั้นขานรับพร้อมกันและทำความเคารพจ้าวฉงหย่วนอย่างนอบน้อม
จ้าวฉงหย่วนโบกมือเป็สัญญาณให้พวกเขาลุกขึ้น จากนั้นจึงมองไปที่ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์แล้วยิ้มกล่าวว่า "ท่านลุง ท่านด่าได้ดี ด่าได้ถูกต้อง ข้าก็คิดว่าฮ่องเต้คนปัจจุบันของแคว้นต้าเฉียนเป็คนคร่ำครึ ในสถานการณ์ไม่ปกติย่อมต้องใช้วิธีการที่ไม่ปกติ การกระทำของเยียนอ๋องนั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
แต่เมื่อพูดถึงตรงนี้ จ้าวฉงหย่วนก็เปลี่ยนน้ำเสียงแล้วถามว่า "แต่ั้แ่โบราณมา แคว้นของศัตรูมีเล่ห์เหลี่ยม การที่เยียนอ๋องทำการค้ากับคนของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงนั้นเป็เพราะคำนึงถึงราษฎรโยวโจว นับว่าเป็อ๋องชั้นรองที่ดีและไม่ทำให้ชื่อเสียงของราชวงศ์แคว้นต้าเฉียนต้องมัวหมอง แต่แคว้นศัตรูก็ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่รับมือได้ง่าย ๆ ใช่หรือไม่"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จ้าวฉงหย่วนมองชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์ผู้นั้นด้วยสายตามีเลศนัย
หลายปีมานี้ มิใช่ว่าเขาไม่ได้พยายามเปิดช่องทางการค้ากับหลายแคว้น แต่ทุกครั้งกลับจบลงด้วยความล้มเหลว เพราะการติดต่อระหว่างแคว้นมิใช่เพียงแค่นั่งลงเจรจากัน แต่ต้องใช้กำลังเป็ตัวตัดสิน
"คนอื่นอาจจะทำยาก แต่ท่านอ๋องของพวกเราทำได้ง่าย ส่วนเื่ที่ท่านว่าแคว้นเป่ยเหลียงและแคว้นหนานเฉินจะมาป่วนหรือไม่นั้น..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ก็เปลี่ยนน้ำเสียงพลางแค่นหัวเราะเยาะ "ต่อให้พวกเขามีความกล้า แล้วจะกล้าทำอย่างนั้นจริงหรือ?"
"โอ้ ท่านลุง ลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของจ้าวฉงหย่วนก็เป็ประกายขึ้นมาทันที และถามด้วยรอยยิ้ม
ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์เห็นดังนั้นจึงไม่พูดพร่ำทำเพลง หันไปะโว่า "โก่วหวา เอาหน้าไม้ล่าสัตว์ของบ้านเรามา"
"ได้ขอรับ"
เด็กเลี้ยงวัวคนนั้นขานรับ แล้วหันหลังวิ่งเข้าไปในป่าทึบด้านหลัง
ไม่นานนัก หน้าไม้กลที่มีขนาดเกือบครึ่งตัวของเขาก็ถูกอุ้มกลับมา
ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์รับหน้าไม้กลมาวางตรงหน้าจ้าวฉงหย่วน แล้วกล่าวอย่างภูมิใจว่า "หน้าไม้กล เคยเห็นหรือไม่? นี่คือสิ่งที่ท่านอ๋องของพวกเราสร้างขึ้น"
"นี่คือหน้าไม้กลหรือ?"
จ้าวฉงหย่วนมองหน้าไม้กลในมือของชาวบ้านด้วยความประหลาดใจ เพราะรูปแบบเช่นนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อนจริง ๆ
"เหอะ เ้าคนบ้านนอก ไม่เคยเห็นล่ะสิ" ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ยิ้มอย่างลำพองใจ
"ของสิ่งนี้คือหน้าไม้สามดอกสำหรับล่าสัตว์ ยิงออกไปได้ครั้งละสามดอก ศรแต่ละดอกยิงได้ไกลร้อยจั้ง ส่วนที่ใช้ในกองทัพว่ากันว่าเป็หน้าไม้สิบดอก ยิงได้ครั้งละสิบดอก และระยะยิงไกลถึงหนึ่งลี้"
"ข้าขอถามท่านหน่อยเถอะ หากยิงหน้าไม้กลชุดนี้ออกไป ทหารม้าของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงจะสามารถบุกมาถึงหน้าเมืองโยวโจวของพวกเราได้หรือไม่?" ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์อวดหน้าไม้กลในมือให้จ้าวฉงหย่วนดูด้วยสีหน้าภูมิใจ
"หนึ่งลี้?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฉงหย่วนก็ตกตะลึงทันที
ไม่เพียงแต่จ้าวฉงหย่วนที่ตกตะลึง แม้แต่หวังลี่ซื่อที่เดินออกมาจากรถม้าก็ตกตะลึงเช่นกัน เพราะถึงเขาจะเป็ขันที แต่ในปีก่อน ๆ เขาก็เคยอยู่ในค่ายทหาร
กองทัพแคว้นต้าเฉียนใช้ธนูยาวมาตรฐาน ซึ่งมีระยะยิงประมาณหกสิบจั้งเท่านั้น จะมีก็เพียงเหล่ายอดฝีมือที่มีกำลังมหาศาลในกองทัพที่สามารถน้าวธนูแข็งเขาควายให้ยิงได้ไกลกว่าร้อยจั้ง
หนึ่งลี้นั้นเป็ไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยิงต่อเนื่อง
"ข้าว่าแล้วว่าถ้าข้าพูดออกมา พวกเ้าคนบ้านนอกที่มาจากต่างถิ่นต้องไม่เชื่อแน่ ๆ "
ยิ่งเห็นสีหน้าของจ้าวฉงหย่วนและหวังลี่ซื่อ พวกเขาก็ยิ่งภูมิใจ เพราะตอนแรกเขาก็คิดเช่นนี้ โลกนี้จะมีลูกธนูที่ยิงได้ไกลถึงหนึ่งลี้ได้อย่างไร แต่ภายหลังเมื่อได้เห็น จึงพบว่ามันมีอยู่จริง!
เมื่อได้ยินคำพูดของชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ จ้าวฉงหย่วนก็ได้แต่ลูบจมูกด้วยความขัดเขิน เขาที่เป็ถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเฉียนกลับถูกคนเรียกว่าคนบ้านนอก... นี่มัน...
หวังลี่ซื่อพยายามกลั้นหัวเราะ แต่ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่คำเดียว
ขณะที่ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ยกหน้าไม้ขึ้นด้วยมือเดียวและบรรจุลูกธนูลงในซองลูกธนูก่อนจะกดเบา ๆ
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกธนูสามดอกพุ่งออกไปทันที แม้ความแม่นยำจะด้อยไปบ้าง แต่ระยะที่ยิงออกไปแต่ละดอกนั้นคือร้อยจั้งพอดี และลูกธนูนั้นพุ่งปักลงดิน ทะลุผ่านหินไป
เมื่อเห็นภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็หวังลี่ซื่อ จ้าวฉงหย่วน หรือแม้แต่เอ้อร์หวาจื่อที่มาจากกองทัพ ต่างก็ตกตะลึง ของสิ่งนี้อย่าว่าแต่ล่าสัตว์เลย หากเป็ทหารม้าที่สวมเกราะหนักถูกยิงด้วยหน้าไม้ชุดนี้ คาดว่าคงได้รับาเ็ภายในอย่างรุนแรง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหากในสนามรบมีพลหน้าไม้กลหลายร้อยหรือหลายพันคนยิงพร้อมกัน ทั้งยังยิงได้ไกลถึงหนึ่งลี้ หากโดนเข้าไปชุดหนึ่ง คาดว่าแม้แต่กองพันทหารม้าเกราะหนักก็ต้านทานไม่อยู่
"เป็ลูกธนูที่ทรงพลังยิ่งนัก"
เมื่อได้สติ จ้าวฉงหย่วนรีบตบมือชื่นชมทันที
หากมีของสิ่งนี้อยู่ อย่าว่าแต่จ้าวติ้งจะทำการค้ากับคนของแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียงเลย ต่อให้ทำเื่ที่นอกลู่นอกทางมากกว่านี้ เขาก็สามารถอภัยโทษให้จ้าวติ้งได้!
หากนำสิ่งนี้ไปติดตั้งในกองทัพแคว้นต้าเฉียน มันจะเป็อาวุธสังหารที่ร้ายกาจอย่างแน่นอน
หลังจากลูกธนูสามดอกนี้ถูกยิงออกไป สายตาของทุกคนที่มองชาวบ้านเลี้ยงสัตว์ก็เปลี่ยนเป็ร้อนแรงขึ้นมาทันที
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติในสายตาของทุกคน ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์รีบเก็บหน้าไม้เข้าในอก และมองทุกคนด้วยความระแวดระวัง
"เลิกมองได้แล้ว ของสิ่งนี้ท่านอ๋องของพวกเราบอกว่าไม่ขาย ต่อให้พวกท่านมีเงินก็อย่าหวังว่าจะได้ไป"
"และพวกท่านอย่าคิดจะแย่งชิง แย่งไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งที่สำคัญที่สุดของหน้าไม้นี้คือสายธนูและรอกด้านใน มีเพียงท่านอ๋องของพวกเราเท่านั้นที่รู้วิธีทำ ต่อให้พวกท่านแย่งไป ก็แย่งได้เพียงชิ้นที่อยู่ในมือข้า อย่าหวังว่าจะได้มากกว่านี้" ดูเหมือนจะยังไม่วางใจ ชาวบ้านเลี้ยงสัตว์จึงกล่าวเตือนอีกครั้ง
จ้าวฉงหย่วนส่งสายตาเป็สัญญาณให้เอ้อร์หวาจื่อ เขาก็เข้าใจทันทีจึงมองไปที่ท่านลุงของเขาทันที
"ท่านลุง ข้าก็อยากได้สักอัน ท่านก็รู้ว่าข้าเดินทางไปทั่วทิศเจออันตรายไม่น้อย หากมีติดตัวไว้สักอันก็น่าจะปลอดภัยขึ้นมิใช่หรือขอรับ?"
"ข้ารู้ ข้ารู้"
"ลูกพี่ แค่มีบัตรประชาชนของโยวโจวเราก็พอแล้ว" ในขณะนั้นเอง โก่วหวาก็ะโขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"บัตรประชาชน?"
เมื่อได้ยินคำพูดของโก่วหวา สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็กลายเป็แปลกประหลาดขึ้นมาทันที