พริมาลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการมึนงง ความทรงจำสุดท้ายคือเธอกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้มาขึ้นมาอยู่บนเรือลำเล็กกลางทะเลสาบกว้างใหญ่ได้ล่ะเนี่ย?
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน" พริมาพึมพำกับตัวเอง พลาง สำรวจตัวเอง ชุดที่เธอสวมใส่อยู่เป็ชุดจีนโบราณสีชมพูหวานแหวว ประดับประดาด้วยลูกปัดและขนนกหลากสีสัน ดูแล้วช่างไม่เข้ากับบุคลิกของเธอเอาเสียเลย
"หรือว่า... ฉันจะหลุดเข้ามาในนิยายจริงๆ" พริมาตาเบิกโพลง นึกถึงความฝันประหลาดเมื่อคืน ที่เธอได้พบกับเซียวเหลียนฮวา นางร้ายในนิยาย
เพื่อความแน่ใจ พริมา ก้มมองเงาของตัวเองในน้ำ ใบหน้าที่สะท้อนขึ้นมา ไม่ใช่ใบหน้าของเธอ แต่เป็ใบหน้าของหญิงสาวสวยคม แต่งหน้าจัดจ้าน ดูแล้วแปลกตา
"โอ๊ย... นี่ฉันกลายเป็นางร้ายในนิยายจริงๆ เหรอเนี่ยนึกว่าเื่เมื่อคืนเป็แค่ความฝันเสียอีก" พริมาโอดครวญ "แล้วทำไมพี่สาวนางร้ายถึงต้องแต่งหน้าเข้มขนาดนี้ด้วย หลบความงามของพี่สาวหมด ไม่ได้การแล้วฉันต้องปฏิวัติร่างนี้"
"คุณหนูเซียว เป็อะไรหรือไม่ เหตุใดเ้าจึงทำหน้าตาเช่นนั้น" เสียงทุ้มนุ่มของจิ้งอันอ๋องดังขึ้น ทำให้พริมาสะดุ้งสุดตัว
พริมาเงยหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เธอแทบกรี๊ดออกมาดังๆ ผู้ชายที่กำลังนั่งพายเรืออยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็หนานกงเยว่ ดาราสุดหล่อในดวงใจของเธอนี่เอง
"กรี๊ดดดดดดดดดด (ในใจ) " พริมาอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ พยายามทำตัวให้สงบ ในความทรงจำของพี่สาวนางร้ายเขาคือจิ้งอันอ๋องหาใช่หนานกงเยว่ เขามองพริมาด้วยสายตาแปลกใจ
"คุณหนูเซียวเ้าไม่สบายหรือ เหตุใดหน้าตาจึงแดงก่ำเช่นนั้น"
"ข้า ข้าไม่ได้ป่วย" พริมาหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม "ข้าแค่... แค่..."
"แค่อะไรหรือ?" จิ้งอันอ๋องเลิกคิ้ว รอฟังคำตอบ สายตาคมกริบจับจ้องมาที่ใบหน้าของพริมา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่ง
"แค่ตื่นเต้น ที่ได้ออกมาพายเรือเล่นกับท่านอ๋องเพคะ" พริมาตอบแบบส่งๆ หวังว่าจิ้งอันอ๋องจะไม่จับพิรุธ นางพยายามหลบสายตาคู่นั้นแต่ก็ทำได้เพียงเสี้ยววินาที เพราะดวงตาของจิ้งอันอ๋องราวกับมีมนตร์สะกด ดึงดูดให้เธอต้องมองกลับไป
"เช่นนั้นหรือ" จิ้งอันอ๋องยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั้น ทำเอาพริมาแทบหยุดหายใจ ใบหน้าที่เหมือนหนานกงเยว่อยู่ใกล้เพียงคืบ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดปลายจมูก ส่งผลให้แก้มของเธอแดงซ่าน
พริมาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลำคอของเธอแห้งผาก รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ เธอพยายามข่มใจให้สงบ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งรู้สึกประหม่า
''ใจเย็นๆ ยัยพริม ตอนนี้แกคือเซียวเหลียนฮวา และอีตาอ๋องกำลังคิดหลอกใช้แกเป็เครื่องมือทางการเมือง แกอย่าหลงกลใบหน้าหล่อๆ ที่เหมือนกับหนานกงเยว่เป็อันขาด' พริมาเอ่ยเตือนตัวเองในใจ
แต่... ใจของติ่งตัวแม่อย่างเธอกำลังสั่นหวั่นไหว เืสูบฉีดไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจปนเปไปกับความประหม่า
'นี่มันเกินฝันไปแล้ว หนานกงเยว่ สามีแห่งชาติของฉัน อยู่ตรงหน้าฉันจริงๆ' แต่แล้วความคิดของเธอก็สะดุดกึก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนจบนิยายเซียวเหลียนฮวาถูกจิ้งอันอ๋องฆ่าตายอย่างโเี้
'ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องตั้งสติ ต้องควบคุมตัวเอง อย่าให้เสียอาการ ยัยพริมแกจำไว้เลยห้ามยุ่งกับอีตาอ๋องเป็อันขาดถ้าแกไม่อยากจะตาย'
พริมาพยายามสะกดกลั้นอาการติ่งผู้ชายไว้สุดชีวิต เธอพยายามทำหน้าให้เรียบเฉย แม้ภายในใจจะกรี๊ดลั่น อยากจะะโกอดคนที่หน้าเหมือนหนานกงเยว่ ที่รักให้รู้แล้วรู้รอด
จิ้งอันอ๋องโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกริบจ้องมองพริมาอย่างลึกซึ้ง ริมฝีปากหยักได้รูปคลี่ยิ้มบาง ราวกับเทพเซียนจุติมาจากสรวง์ ส่งผลให้พริมาแทบหยุดหายใจ
'ใกล้เกินไปแล้ว อีตาอ๋องอย่างยื่นหน้าใกล้สิ ช่วยถอยออกไปหน่อยได้มั้ย แค่นี้ฉันก็หัวใจฉันจะวายแล้วพ่อ โอ๊ย... ทำไมโลกนี้ถึงมีผู้ชายหล่อขนาดนี้นะ อยากจะจับอีตาอ๋องมาขังไว้ในห้อง ไม่ให้ใครเห็นเลย ฮืออออ' พริมาคร่ำครวญอยู่ในใจ อารมณ์ของเธอตีกันปั่นป่วน ระหว่างความหลงใหลในความหล่อเหลากับความกลัวตาย
ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินน้ำเสียงของจิ้งอันอ๋องที่กระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหู
"ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับเ้า" เขาเอ่ยเสียงนุ่มพลางจ้องมองพริมาด้วยสายตาหวานละมุน
กรี๊ดท่านอ๋อง ท่านจะมองฉันแบบนั้นไม่ได้นะ โอ๊ย หยุด หยุด ไม่ไหวแล้ว ท่านอ๋องเ้าขา ข้าขอถวายตัว ให้ท่านเลยได้ไหม ฮือออ~
พริมาอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ แต่ก็ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น พยายามข่มใจไม่ให้แสดงอาการออกไป แก้มนวลขึ้นสีระเรื่อ
จิ้งอันอ๋องเห็นท่าทางของพริมาแล้วก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก เขายกมือขึ้นลูบผมนางเบาๆ "เ้าช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก"
'ตายแล้ว ตายแล้ว พี่หนานลูบหัวฉัน โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย ลูกจะใจแข็งกับคนหล่อได้กี่น้ำ'
ใบหน้าคมคาย ริมฝีปากได้รูป บวกกับรอยยิ้มหวานละลายใจ ช่างเป็อาวุธร้ายกาจที่ทำลายสติของสตรีเพศได้อย่างราบคาบ แม้แต่พริมาที่เป็คนยุคปัจจุบัน ก็ยังต้องยอมรับในความหล่อเหลาไร้ที่ติของเขา แต่สติสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิดกับดึงสติของเธอไว้ได้
'ช้าก่อนยัยพริม...แกอย่าหลงกลใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายเป็อันขาด' พริมาพยายามดึงสติตัวเองกลับคืนมา
'แกอย่าลืมว่าภายใต้ใบหน้าหล่อเหล่านี้ ซ่อนความร้ายกาจ เหี้ยมโหด เอาไว้มากมาย เขาคือจิ้งอันอ๋อง ผู้ที่ฆ่าเซียวฮองเฮา อย่างไร้ความปรานี'
พริมาครุ่นคิด ตอนนี้น่าจะเป็ฉากเริ่มต้นนิยาย ที่จิ้งอันอ๋อง มาดักรอเธอเพื่อพูดคุยเื่หมั้นหมาย หลังจากเธอไปเรียนมารยาทในวังหลวงกับองค์หญิงเจ็ด ตอนนี้เธอกับท่านอ๋องยังไม่ได้หมั้นกัน อำนาจในมือของเขามีอยู่น้อยนิด เนื่องจากมารดาของเขา 'หลันกุ้ยเฟย' เป็เพียงลูกขุนนางระดับสี่เท่านั้น แม้ว่าหลันกุ้ยเฟยจะมีความงดงามมากกว่าหญิงใดในวังหลวง แต่ก็มิอาจเทียบได้กับฮองเฮา ผู้มีอำนาจล้นฟ้าได้
แม้หลันกุ้ยเฟยถูกลอบปองร้ายอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็รอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด นางเป็หญิงสาวผู้มีความอดทนสูง และเฉลียวฉลาด รู้จักวางตัว จึงสามารถเอาตัวรอดในวังหลวงแห่งนี้ได้
แต่ถึงกระนั้น อำนาจในมือของหลันกุ้ยเฟยก็มีไม่มากพอจะช่วยเหลือจิ้งอันอ๋องครองราชย์ได้ พริมาครุ่นคิด
'สงสัยพระสนมจะวางแผนให้จิ้งอันอ๋องหมั้นหมายและแต่งงานกับนางสินะ เพื่อที่จะทำให้ ท่านอ๋องมีอำนาจมากขึ้นสินะ'
'แต่อย่าหวังว่าฉันจะโง่เหมือนเซียวเหลียนฮวา ที่หลงรักจิ้งอันอ๋องสุดหัวใจ คอยฝ่าฟันอุปสรรคให้จนทำให้จิ้งอันอ๋องมีอำนาจในมือยิ่งกว่าองค์ชายหกที่เป็ฏ และองค์ชายรองที่เป็ตัวร้ายของเื่ได้' พริมาคิดอย่างมาดมั่น
'ฉันจะไม่ยอมตกเป็เบี้ยล่างของใครหน้าไหนทั้งนั้น'