ตอนที่20 คนบ้าแห่งเขาวงกต
ก่อนไปชั้นสองราดิชวางแผนจะเพิ่มเลเวลสกิลสายต้านทานและอื่นๆให้มากที่สุด โดยการใช้วิธีหักดิบที่ไม่มีคนใช้ คนที่ใช้วิธีแบบนี้คงมีแต่เขาเท่านั้นซึ่งแม้แต่ในสมัยโบราณกาลก็ยังไม่มีคนกล้าใช้ด้วยซ้ำ
“วิธีนี้โคตรทรมานตัวเองแต่มันทำให้เราเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญสกิลได้อย่างมาก ฮ่าๆ”
พูดไปเขาก็หัวเราะไปเหมือนคนบ้าแน่นอนว่าถ้ามีคนมาเห็นราดิชตอนนี้คงนึกว่าเขาเป็คนบ้าไม่ใช่ผู้กล้าแน่นอน
“ดูจากแผนที่แล้วเหมือนเราจะเดิมอ้อมมาไกลเลยนี่หว่า กว่าจะไปถึงทางลงชั้นสองยังใช้เวลาอีกหลายเดือนเลย”
ราดิชพลิกดูแผนที่และรายละเอียดไปด้วยอย่างสนใจทางลงชั้นสองนั้นมีสองทางด้วยกัน ทางแรกเป็เนินลาดลงไปตามปกติอีกทางจะเป็ปล่องลึกขนาดใหญ่ ซึ่งปกติเป็ทางที่พวกสัตว์อสูรจากชั้นสามจะขึ้นมาวางไข่และพวกที่วิวัฒนาการแล้วจากชั้นหนึ่งจะลงไป มันเชื่อมตรงทั้งสองชั้นเอาไว้
เพราะสัตว์อสูรก็ไม่อยากผ่านนรกโลกันตร์เหมือนกันแถมชั้นสองยังมีเ้าถิ่นที่หวงถิ่นมากอยู่เสียด้วย แต่จะให้ลงทางนั้นก็เท่ากับฆ่าตัวตายน่ะสิถ้าไม่มีสกิลเคลื่อนไหวในอากาศเลเวลสูงหรือสกิลบิน รับรองว่าลงไปถึงแน่นอนเพราะปล่องนี้มันลึกมากจนมองไม่เห็นก้นบ่อ ไม่รู้ว่าแต่ละชั้นมันลึกห่างกันขนาดมันลึกเสียจนไม่อยากจะคิดเลย
“ตอนนี้เราคงเลือกแต่เชือดแค่พวกงูกับตั๊กแตนเป็หลักแล้วก็พวกกวางที่สุดอร่อย ที่เหลือก็แค่ขู่พวกมันให้หนีไปแต่ถ้าพวกมันรนหาที่ตายก็จัดให้ ฮ่าๆ ว่าแล้วเรามาเริ่มการฝึกสุดโหดกันดีกว่าฝึกเสร็จจะได้ไปลุยชั้นสอง”
ราดิชแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเก็บแผนที่ไปตอนนี้เขาอยู่บนทางเดินเส้นใหญ่ที่เป็โถงถ้ำกว้างหลายร้อยเมตรและยาวจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้มันจะมีโค้งไปมาบ้างและมีทางแยกหลายทาง แต่เขาไม่สนใจนอกจากตรงไปอย่างเดียว
ประสาทััของเขาถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มที่เพราะการฝึกสุดโหดของเขานี้มันมีความเสี่ยงอยู่มากถ้ามาฝึกในที่แบบนี้แต่เขาก็ไม่สนใจและเริ่มลงมือ ราดิชเก็บดาบและหยิบเอามีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาเขามองมันอย่างใคร่ครวญก่อนจะอัดพลังเวทลงจนมันเปล่งแสงสว่างออกมา แล้วเขาก็เอามีดเล่มนั้นแทงเข้าที่แขนตัวเองอย่างแรง
ฉึก!!
อูย!!
ราดิชนิ่วหน้าด้วยความเ็ปแม้จะมีสกิลลดทอนความเ็ปแต่มันก็ยังรู้สึกได้เพราะการเอามีดแทงตัวเองแบบนี้มันอันตรายเขาเปิดใช้สกิลประเมินตลอดเวลาเพื่อดูค่าพลังชีวิตของตัวเองจากนั้นก็ออกแรงบิดมีดและเสริมพลังทำลายเพิ่ม
แต่พอพลังชีวิตลดลงไปเยอะเขาก็ดึงมีดออกจนเืพุ่งเขาร่ายเวทรักษาแค่พอห้ามเืไม่ได้ฟื้นพลังชีวิตจนเต็ม เขาเปิดใช้สกิลเวทสัประยุทธ์และเริ่มก็ออกแรงวิ่งสุดชีวิตพร้อมทนความเ็ปไปด้วยเขาวิ่งด้วยความเร็วสูงพร้อมะโไปด้วย
แน่นอนว่าการเคลื่อนที่ของเขาส่งเสียงดังไม่น้อยเ้าพวกตัวกระจอกต่างวิ่งหนีกันหมด อย่าลืมว่าตอนนี้เขาเปิดใช้ผลของสกิลจักรพรรดิตลอดเวลาแถมผลของฉายาผู้ปกครองที่มอบความหวาดกลัวอันเป็คุณสมบัตินอกรีตต่อิญญาก็แสดงผลตลอดเวลาเช่นกัน
แต่ที่ตอนแรกไม่มีตัวไหนกลัวเพราะเขามีเลเวลและสเตตัสที่ต่ำเกินแต่ว่าตอนนี้ทั้งเลเวลและสเตตัสของเขาสูงขึ้นมากจึงไม่แปลกที่มันจะแสดงผลแบบนี้ออกมา
ราดิชออกแรงวิ่งจนค่าSP หลอดสีเหลืองหมดลงแต่เขาก็ยังฝืนวิ่งต่อไปอีกจนกระทั่งค่าพลังงานที่สะสมไว้จากสกิลกินจุเริ่มลดลงไปจนหมด และทำให้ค่า SP สีแดงหลอดจริงเริ่มลด เขาจึงหยุดวิ่งเปลี่ยนเป็เดินปกติแทน
เมื่อพลังชีวิตฟื้นขึ้นมาเต็มเขาก็ทำแบบเดิมซ้ำอีกเขาเอาเนิ้อสัตว์อสูรที่เก็บไว้มากินเติมพลังจนพลังสำรองเต็ม และก็เอามีดเสริมพลังแทงตัวเองจนเืลดใช้เวทรักษาปิดแผลแล้วก็ออกวิ่งสุดกำลังพร้อมะโพุ่งไปด้วย ทำแบบนี้วนไป
จนพวกสัตว์อสูรทั้งหลายต่างพากันหนีกระเจิงเพราะมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้วิ่งเสียงดังแถมยังปล่อยจิตคุกคามไล่พวกมันอีก ทว่านี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ฟื้นฟู HP อัตโนมัติ LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลระดับความเร็วในการฟื้น SP LV6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดระดับการใช้ SP LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทสัประยุทธ์ LV 8 เพิ่มเป็ LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เพิ่มพลังทำลาย LV 3 เพิ่มเป็LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เพิ่มพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล พลังเวทโจมตีLV 4 เพิ่มเป็ LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล โจมตีด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เคลื่อนไหวสามมิติ LV 4เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เวทรักษา LV 6 เพิ่มเป็LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ลดทอนความเ็ป LV 1 เพิ่มเป็ LV 2
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ต้านการหมดสติ LV 4 เพิ่มเป็LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านความกลัว LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านพลังทำลาย LV 4 เพิ่มเป็ LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านแสง LV 2 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ปริมาณเวทLV 5 เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล พละกำลัง LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ความทนทานLV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ความเร็วสูงLV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล กินจุ LV 7 เพิ่มเป็ LV 8
หลังการวิ่งจบลงราดิชก็ทิ้งตัวนอนลงกับพื้นเสียอย่างนั้นตอนนี้เขารักษาแผลตัวเองจนหาย ขณะหอบหายใจเหนื่อยหลังผ่านการออกแรงมาอย่างหนัก
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงหัวเราะสะใจของเขาดังก้องไปทั่วเหล่าสัตว์อสูรเลเวลต่ำต่างพากันใหนีกระเจิงขณะที่เสียงของเขาก็แว่วไปเข้าหูนักผจญภัยที่อยู่ใกล้เคียงและทำให้พวกเขาคิดว่ามีคนบ้าจากโรคเขาวงกตอยู่
โรคนี้เป็โรคที่แสดงอาการของคนวิตกจริตกลัวความมืด รับรู้เวลาผิดเพี้ยนและมีอาการทางประสาทจนจิตหลอนฟั่นเฟือน เกิดจากการลงเขาวงตกติดต่อกันเป็เวลานานไม่ยอมกลับ
ซึ่งราดิชไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้จะมีเื่เล่าถึงคนบ้าแห่งเขาวงกตและมีคนพบเห็นคนบ้าวิ่งไปมาอย่างรวดเร็วจนสัตว์อสูรแตกกระเจิงพวกเขาต่างเรียกขานคนผู้นี้ว่า คนบ้าแห่งเขาวงกต
“ได้ผลตอบแทนดีไม่น้อย”
เ้าตัวอารมณ์ดีมากและไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองมีฉายาแบบนั้นจากพวกนักผจญภัยไปแล้วและในเมื่อการฝึกรอบแรกมันได้ผลดี แล้วทำไมเขาจะไม่ฝึกรอบต่อไปล่ะ
คราวนี้เขาเปลี่ยนการฝึกใหม่ไม่ได้ใช้มีดแทงแล้ว แต่เปลี่ยนเป็ยิงเวทใส่ตัวเอง ใช่แล้วเขาร่ายเวทยิงใส่ตัวเองโดยเริ่มจากระดับต่ำและไล่ขึ้นมาเพื่อดูว่าร่างกายรับได้แค่ไหนแต่ด้วยความถึกทนของเขา ทำให้สามารถทนรับเวทเลเวลสูงพอสมควรได้
“คงไม่มีใครบ้ายิงเวทใส่ตัวเองเอาค่าความต้านทานหรอกนอกจากข้าฮ่าๆๆ”
เขาหัวเราะอย่างสะใจดูเหมือนเขาจะเป็คนชอบความรุนแรงไปแล้วเป็ผลมาจากการผสานดวงิญญาสองดวงที่มีการฝึกแบบเดียวกันมาก่อนไว้ด้วยกันและนั่นก็คือเสียงหัวเราะของคนบ้าแห่งเขาวงกต ที่สร้างความสยดสยองให้กับทุกคนที่ได้ยินเสียงนี้
คราวนี้มีนักผจญภัยเห็นคนบ้าคนเดิมที่สวมชุดเกราะผุพังผมเผ้าหยุ่งเหยิง ยิงเวทใส่ตัวเองพร้อมวิ่งไปะโไปด้วยและเมื่อเจอคนผู้นี้เหล่านักผจญภัยต่างพากันหลีกหนีด้วยความหวาดกลัวปนสมเพช
ขณะที่ราดิชไม่ได้รู้ตัวเลยแน่นอนว่าถ้าจะทำแบบนี้เขาย่อมเอาชุดเกราะตัวเก่าที่สุดมาใส่เพราะมันจะต้องพังเสียหายแน่นอนประกอบกับเขาไม่ได้สนใจเื่ผมเผ้าตัวเองมากนักในตอนนี้ทำให้สภาพของเขาดูเหมือนคนบ้าก็มิปาน
ราดิชเปิดใช้สกิลถ่ายทอดพลังเวทก่อนจะยิงเวทน้ำ เวทแสง เวทความมืดใส่ตัวเองสลับกันไปพอพลังชีวิตลดลงก็ใช้เวทรักษาเพื่อฟื้นมันขึ้นมาจนเต็ม แล้วก็ยิงใส่ต่อขณะที่วิ่งไปด้วยะโไปด้วยความเร็วสูงเขาเลี้ยงให้มานาลดต่ำจนเกือบหมดและปล่อยให้มันฟื้นฟูกลับมาและยิงเวทใส่ตัวเองวนซ้ำไปแบบนี้
เหล่าสัตว์อสูรต่างวิ่งหนีกระเจิงไม่เว้นกระทั่งเ้าตั๊กแตนและเ้างูที่เหมือนจะใเพราะเขาโผล่มากะทันหันมากกว่าพวกมันถ้าไม่มุดหนีเขาซอกก็ะโหลบให้พ้นทางไป แน่นอนว่าถ้าพวกมันกล้าขวางก็จะโดนราดิชฟันตัวขาดแน่
“ฮ่าๆๆๆหลีกไปๆ”
ด้วยสถานะของเขาตอนนี้การจะจัดการเ้าพวกงูและตั๊กแตนไม่ใช่เื่ยากเลยแต่ราดิชเปลี่ยนใจไม่จัดการพวกมันถ้าไม่เข้ามาขวางเขาก่อนเขาวิ่งจนหอบและหยุดพักหลังค่า SP สีแดงลดลง เขากินเนื้อสัตว์อสูรที่ตุนไว้จนพลังกายกลับมาเต็มก็เริ่มทำแบบนี้วนซ้ำไปเสียงหัวเราะของเขาทำให้เหล่านักผจญภัยต่างพากันหนีให้ห่างจากบริเวณที่เขาวิ่งอยู่
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ระดับความเร็วในการฟื้น MP LV 8 เพิ่มเป็ LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ลดระดับการใช้ MP LV 8 เพิ่มเป็LV 9
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลถ่ายทอดพลังเวท LV 9 เพิ่มเป็ LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิล ถ่ายทอดพลังเวท LV 10 พัฒนาเป็สกิล วิถีเทพมนตรา LV 1
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทความมืด LV 1 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดทอนความเ็ป LV 2 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านน้ำ LV 1 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านแสง LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านความมืด LV 1 เพิ่มเป็ LV 3
“สกิลอัพขึ้นมาเพียบเลยฮ่าๆๆๆ”
ราดิชที่ล้มตัวลงนอนหัวเราะอย่างสะใจสร้างความหลอกหลอนให้ผู้คนและสัตว์อสูรไปทั่ว ตอนนี้เขาวิ่งมาถึงทางเดินใหญ่เส้นหลักแล้วแน่นอนว่าเขามาเส้นนี้เพราะ้าไปที่ชั้นสอง และเส้นทางนี้ไม่ค่อยเจอเ้างูหรือตั๊กแตนมากนักเนื่องจากเป็เส้นทางที่มีคนผ่านไปมาบ่อยที่สุด
กล่าวคือราดิชถูกส่งไปยังมุมขอบหนึ่งของชั้นแรกแถมยังเดินวนอ้อมห่างออกจากไปจากทางหลักอีกนั่นก็เพราะเขาไม่รู้ทางเลยได้แต่เดินมั่วไปเรื่อยซึ่งเส้นทางหลักนี้ถ้าย้อนกลับไปก็จะพาไปสู่ทางออกได้แต่ถ้าลงไปลึกต่อไปก็จะนำไปสู่เส้นทางไปยังชั้นสองได้
กว่าเขาจะวิ่งมาถึงตรงนี้ได้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยแต่ด้วยความไม่สนใจคนอื่นของเขาหลังพักอยู่ชั่วครู่เขาก็เริ่มออกวิ่งทรมานตัวเองอีกเหล่านักผจญภัยต่างหลบลี้หนีหน้าเขาไปกันหมด ราวกับเขาเป็ตัวแพร่เชื้อโรคระบาด
‘คนพวกนี้ดีจริงรู้จักหลีกทางให้ข้าด้วย’
ราดิชมองโลกในแง่ดีไว้ก่อนเขาคิดว่าคนพวกนี้กลัวโดนเขาชนเลยหลีกทางให้หาได้รู้ว่าคนเหล่านี้ต่างไม่อยากอยู่ใกล้คนบ้าแบบเขาต่างหากเล่า
เขาเริ่มปฏิบัติแบบเดิมอีกโดยไม่สนสายตาผู้คนที่มองมาด้วยความสังเวชราดิชทั้งเอามีดเสริมพลังเวทแทงตัวเอง ยิงเวทใส่ตัวเอง ทั้งออกวิ่งอย่างสุดกำลังยังเหลือแค่แหกปากะโเท่านั้นที่เขาไม่ได้ทำ เพราะเขาต้องตั้งใจร่ายเวทอยู่ต่างหาก
ความจริงถ้าพวกนักผจญภัยสังเกตให้ดีจะพบความผิดปกติว่าราดิชนั้นวิ่งไปด้วยร่ายเวทไปด้วยได้ซึ่งคนที่จะทำแบบนั้นได้ต้องมีสกิลควบคุมเวทมนตร์อย่างแม่นยำที่เป็สกิลขั้นสองในระดับสูงด้วยคนปกติถ้าร่ายเวทจะไม่อาจเคลื่อนไหวได้ พวกเขาจะต้องหยุดอยู่กับที่
“คนบ้านั่นร่ายเวทไปวิ่งไปด้วยนี่”
“แล้วมันทำไมหรอ”
“การทำแบบนั้นได้ต้องมีสกิลควบคุมพลังเวทอย่างแม่นยำที่เป็สกิลขั้นสูงนะ”
“หา!!! จริงดิ หรือว่าคนบ้านั่นฝึกเวทมนตร์จนหลอนไปแล้ว”
“คงจะอย่างนั้นแหละไม่มีคนสติดีที่ไหนยิงเวทใส่ตัวเองหรอก”
นั่นเป็บทสนทนาของนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งที่หลบการวิ่งของราดิชและสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้แต่พวกเขากลับคิดว่าคนบ้าคนนี้คงฝึกเวทมนตร์จนเสียสติไปแล้วมากกว่าต่อให้เก่งแค่ไหนแต่ถ้าเป็บ้าไปแล้วก็ใช้การไม่ได้