“อ๊ะ!! พี่อากิระ”
ฉันโทรหาพี่ชายที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของฉันในระหว่างนั้น
“เป็ไงบ้าง? ที่าเ็ไปครั้งก่อนหายดีรึยัง?”
เสียงปลายถายถามอย่างห่วงใย
“หายดีแล้วค่ะเพราะได้ยาดีของพี่ ตอนนี้แผลเป็ก็เริ่มจางแล้วด้วย”
ฉันรายงานปลายสาย
ตอนฉันาเ็ครั้งก่อนพี่อากิระกับคุณลุงอะซุมะก็ทำให้เป็เื่ใหญ่เลยพวกเขาพาคนมาเฝ้ารอบบ้านของพ่อที่ฉันพักอยู่เป็เดือน ๆ (แต่ตอนนั้นพวกเพื่อน ๆ ที่อยู่ดูแลฉันก็ไม่มีใครรู้ตัวกันเลย)
หลังจากนั้นพ่อก็ขอให้พวกเขากลับไปเพราะฉันย้ายมาอยู่ที่คอนโดพวกเขาเลยตามคุ้มครองกับแบบลับ ๆ โดยที่ไม่ให้พ่อของฉันรู้
ส่วนเื่ผู้สูงอายุคนนั้นที่ทำร้ายฉันก็ได้พี่อากิระกับคุณลุงอะซุมะนี่แหละที่ตามสืบต่อให้
เพราะเขาเสียชีวิตทันทีที่กำลังสอบสวนอยู่ตำรวจเลยไม่ได้ความคืบหน้าอะไร แล้วสรุปว่าเป็การทำร้ายโดยไม่ได้เจตนาเพราะอีกฝ่ายเมาแล้วก็ยังเสียชีวิตไปแล้วอีกด้วย!!
อันนี้มันเหมือนกับชีวิตครั้งที่แล้วของฉันเลยแต่เื่มันก็จบแค่นั้น ไม่ได้มีการสืบต่อเพราะคนที่าเ็เป็โนอาร์!! ไม่ใช่ฉัน!! แล้วตอนนั้นฉันก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก็เลยไม่รู้รายละเอียดมากนัก
ชีวิตการแสดงของคนๆ หนึ่งก็จบไปทั้ง ๆ แบบนั้น!!
แต่ตอนนี้ต้องขอบคุณพี่อากิระกับคุณลุงอะซุมะที่ยังคงสืบหาต่อถึงแม้ว่ามันจะยาก แต่พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อย
และฉันก็มีคนที่สงสัยอยู่ในใจด้วยเช่นกัน
“ถ้าว่าง ๆ ก็มาหาบ้าง พ่อบ่นว่าเหงาน่ะเห็นบ่นเสียงดังว่าั้แ่ตอนนั้นก็ไม่ได้เจอหน้าลูกสาวเลย”
เสียงปลายสายบอก
“ฮ่า ฮา ฮ่า ได้เลยค่ะเดี๋ยวจะแวะไปเร็ว ๆ นี้นะคะ”
ฉันตอบรับอย่างไม่ลังเล ครั้งนี้ฉันจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีกแล้ว
“โอเค ถ้ามาแล้วก็อย่าลืมแวะมาหาพี่ด้วย”
เสียงปลายสายบอก
“รับทราบค่ะ”
ฉันตอบอย่างสดใสและรู้สึกอุ่นใจ
ว่าแต่ตอนนี้พี่อากิระเขาได้เจอกับพี่สะใภ้รึยังนะ?
อ่า....ห้ามเข้าไปยุ่งนะจูเลีย!! มันยังไม่ถึงเวลา
ฉันเตือนสติตัวเอง
.
.
.
***สามารถไปทำความรู้จัก“อากิระ”และ “อะซุมะ” กันได้ที่เื่ “Manager ผู้จัดการมาเฟีย”นะคะ ^^
................................................................................................................................
ไม่นานนักฉันก็มาถึงที่ทำงานอีกที่หนึ่งของยุน
“สวัสดีค่ะบอสไม่เห็นบอกเลยนี่คะว่าจะมาเช็คงาน”
พนักงานต้อนรับทักทายฉันอย่างเป็มิตรเมื่อฉันย่างเท้าเข้ามาในร้าน
“วันนี้ไม่ได้มาเช็คงานหรอกแค่หิวเฉยๆ น่ะ”
ฉันตอบ
“งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะวันนี้มากันกี่ท่านเหรอคะ”
พนักงานถามตามหน้าที่
“แค่ฉันคนเดียว”
ฉันตอบพร้อมกับเดินตามไป
“แล้วจะสั่งเป็ชุดไหนดีคะ?”
“เอาชุดพิเศษแล้วกันวันนี้หิวมากเลยขอเนื้อเยอะ ๆ เลยนะ”
“จัดไปค่ะเครื่องดื่มล่ะคะ?”
“อือ........เอาเป็น้ำเปล่ากับชาเขียวก็แล้วกัน”
“งั้นรอสักครู่นะคะ”
เธอโน้มตัวให้อย่างสุภาพก่อนจะเดินออกไป
เพราะร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยแล้วแถวนี้ยังถูกล้อมรอบไปด้วยหอพักนักศึกษาอีกรสชาติก็ถือว่าโอเคและเป็ร้านที่ราคาไม่แพง ฉันมักจะมาบ่อย ๆตอนเรียนอยู่จนสุดท้ายตอนนั้นก็ซื้อกิจการมาจนได้ และไม่นานนักก็มีของมาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมด
“กินชาบูคนเดียวก็เหงาเหมือนกันแหะ”
ฉันพึมพำเบาๆ
“ก็ชวนใครสักคนมากินเป็เพื่อนสิครับ”
เสียงทุ้มนุ่มที่ดูเป็มิตรดังมาจากด้านหลังและฉันก็รู้ได้เลยว่าเป็ใครแม้จะไม่ได้หันไปมองก็ตาม
“งั้นนายก็มากินด้วยกันสิเลนนี่”
ฉันพูดพลางใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อ
“แต่ผมมีงานที่ต้องทำนะครับบอสไม่ได้ว่างเหมือนใครบางคนสักหน่อย”
เขาบ่น
“พนักงานเอาอยู่น่านั่งสิ!!”
ฉันเชิญชวนให้เขานั่ง
“เอางั้นก็ได้ครับ”
ชายหนุ่มหน้าตาเฟรนลี่นั่งลงช้าๆ
“เราไม่ได้นั่งกินร่วมโต๊ะกันมานานมากแล้วเนอะน่าจะั้แ่นอนไปเที่ยวเมื่อตอนนั้น”
ฉันนึกย้อนไป
“นั่นสิ!!”
เมื่อนั่งลงเขาก็เปลี่ยนมาใช้คำที่ไม่เป็ทางการ
“กินเยอะๆ ล่ะ”
พวกเราคุยเล่นกันทั้งเื่โน้น เื่นี้ บลา ๆ ๆ เพราะพวกเราไม่ได้มีเวลามานั่งคุยกันแบบนี้มานานมากแล้วต่างคนก็ต่างมีเื่เล่าของตัวเองที่อยากจะระบาย
โรแกนเซน และโคลด์ เป็เพื่อนฉันมาั้แ่ประถม ส่วนเลนนี่และเอซเป็เพื่อนสมัยมัธยม แล้วก็มีเอ็ดเวิร์ดและโนอาร์ อีก 2 คน ซึ่งเป็เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยรวมเป็กลุ่ม 7 คน ที่มักจะไปไหมมาไหนด้วยกันกับฉัน
และเอซเป็คนเดียวที่ไม่ได้มาทำงานกับฉันในชีวิตก่อนซึ่งเขาเป็แพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนและเปิดคลินิคเป็ของตัวเอง
แต่ชีวิตครั้งนี้โนอาร์ยังคงเป็นักแสดงอยู่ซึ่งต่างจากชีวิตครั้งก่อนที่เขาเข้ามาเป็ผู้จัดการต่างประเทศของฉันเนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“ผู้จัดการครับมีสายถึงผู้จัดการครับ”
เสียงทุ้มต่ำดังขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังสนุก
“..............”
ทำให้ฉันและเลนนี่หันไปสนใจเสียงนั้น
“........!!........”
ฉันในิดหน่อยกับชายตรงหน้าทำให้นึกขึ้นมาได้ว่าฉันมาที่นี่ทำไม
“........!!........”
และดูเหมือนชายตรงหน้าก็ดูใไม่น้อยเหมือนกันที่เห็นฉัน
ขนาดหน้าตอนใยังดูน่ารักเลย
ฉันคิดพลางอมยิ้มเล็กๆ กับปฏิกิริยาของชายหนุ่ม
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
เลนนี่กลับมาพูดสุภาพพลางลุกขึ้นไปอย่างช่วยไม่ได้
“ไง.....ทำงานที่นี่ด้วยเหรอ?”
ฉันถามชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่ถึงแม้ว่าฉันจะรู้อยู่ก่อนแล้วก็เถอะว่าเขาทำงานอยู่ที่นี่แต่การทำเป็บังเอิญเจอกันมันโรแมนติกกว่าเป็ไหน ๆ
“เอ่อ.........ครับผมทำงานหลาย ๆ ที่น่ะครับ”
เขาตอบอย่างสุภาพ
“ขยันจังเลยนะงั้นฉันขอเพิ่มเนื้อหน่อยสิ”
จูเลียทำเนียนสั่งเพิ่ม
“อะ....ได้ครับ”
เขาตอบรับก่อนจะเดินออกไป
จากนั้นไม่นานนักของกินก็กลับมาเต็มโต๊ะเหมือนเดิมฉันไม่ได้กินแบบเต็มอิ่มมานานแล้วนะเนี่ย
“ดูยุ่งสุดๆ ไปเลย”
ฉันพึมพำหลังจากเห็นยุนวิ่งวุ่นไปทั่วร้านพลางลูบท้องตัวเอง
“กลับเลยดีไหมนะ?”
แค่ได้มาเห็นหน้ายุนแค่นิดๆ หน่อย ๆ ก็ดีแล้วเนอะ อีกอย่าง....... ฉันก็มีนัดกับเ้าพวกนั้นด้วยสิ
วันจันทร์ที่จะถึงนี้ตอนบ่าย ๆก็ต้องไปมหาลัยสินะ สงสัยคงต้องเตรียมตัวหน่อยแล้วมั้ง ครั้งแรกซะด้วย!!
...............................................................................................................................
หลังจากขับรถออกมาจากร้านอาหาร ฉันก็ต้องไปตามที่นัดกับโลแกนและเซน
“ไม่ได้มาสักพักแล้วสินะเนี่ย”
ฉันพึมพำหลังจากที่ลงจากรถ
“่นี้หาตัวอยากจังเลยนะ”
เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยทักขึ้น