“คุณเซี่ยคะ คุณดูมีอคติกับฉันมากเลยนะคะ หรือว่าฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” เหลียงซินซินถึงกับหน้าเสีย ไม่เคยมีใครพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงและท่าทางแบบนี้มาก่อน
“ผมไม่ได้อคติกับคุณ ก็แค่...” เซี่ยฮ่าวหยูส่งยิ้มเรียบเฉย “ผมก็แค่ไม่อยากพูดกับคุณเท่านั้นเอง”
เหลียงซินซินหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม อย่างไรเธอก็เป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเหลียง แม้คุณพ่อจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยรากฐานของตระกูลเหลียง รวมถึงครอบครัวของคุณตาคุณยายที่เป็ครอบครัวของนักธุรกิจแถวหน้า ในวงสังคมจึงให้เกียรติและเกรงใจเธออยู่ไม่น้อย แต่ทำไมผู้ชายที่ครอบครัวล้มละลายและไม่มีเื้ัคอยสนับสนุนอย่างเซี่ยฮ่าวหยูถึงได้พูดจาไม่เกรงใจเธอแบบนี้
เหลียงซินซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถึงจะไม่พอใจแต่เธอก็ต้องอดทน ก็ใครใช้ให้เธอตกหลุมรักเขาั้แ่แรกเห็นกันเล่า แม้จะเป็เพียงการมองเห็นเขาผ่านทางหน้าจอก็ตาม เธอยังเคยแปลกใจตัวเองว่าทำไมเธอถึงรักเขา ทั้งๆ ที่บทที่เขาเล่นแทบจะมองไม่เห็นหน้าเขาชัดๆ เลยด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ละครเื่ล่าสุดที่เซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้แสดงด้วยกันจะเป็อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง และฉากนั้นกล้องก็ถ่ายให้เห็นแค่แผ่นหลังของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจำเขาได้และยังกลัวว่าเขาจะได้รับาเ็ จนเธอต้องไปสืบเพื่อให้แน่ใจว่าเขาปลอดภัย
เมื่อรู้ว่าเซี่ยฮ่าวหยูมาสมัครเรียนการแสดงกับคุณครูแอนนา เธอจึงมาสมัครเรียนด้วย เธอให้คุณแม่มาพูดกับคุณครูแอนนาเป็การส่วนตัว เพราะคุณครูแอนนายังติดค้างบุญคุณกับคุณแม่ของเธออยู่ คุณครูแอนนาจึงอนุญาตให้เธอเข้าเรียนการแสดงในคลาสเรียนนี้ด้วย โดยครูแอนนาไม่ลืมย้ำว่าบุญคุณระหว่างครูแอนนากับคุณแม่ของเธอนับว่าจบสิ้นและไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว
เหลียงซินซินรู้ว่าคุณแม่เสียดายเพราะยังอยากเก็บครูแอนนามาใช้ประโยชน์ทีหลัง แต่เพราะคุณแม่รักและตามใจเธอมาก คุณแม่จึงตอบตกลง ทำให้เธอได้รับการตอบรับให้เข้ามาเรียนการแสดงพร้อมกับเซี่ยฮ่าวหยูและจ้าวจิ่นเทา
“คุณเซี่ย ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะคะที่จะมองปฏิกิริยาของคนอื่นไม่ออก ท่าทางของคุณบอกว่าคุณไม่ชอบฉันอย่างชัดเจน”
“ในเมื่อไม่ใช่เด็ก ถ้างั้นคุณก็ต้องฟังผมรู้เื่สิ ผมก็บอกอยู่ว่าผมไม่ได้อคติ แต่ผมแค่ไม่อยากพูดกับคุณและไม่อยากรู้จักคุณ”
“คุณจะหยาบคายเกินไปแล้ว!” เหลียงซินซินเริ่มทนไม่ไหว
“ผมก็เป็ของผมอย่างนี้ ถ้าคุณไม่พอใจ คุณก็แค่ไม่ต้องหาเื่มาพูดกับผมเท่านั้นก็จบแล้ว” เซี่ยฮ่าวหยูตอบอย่างไม่สนใจ
เหลียงซินซินพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลงอีกครั้ง “คุณเซี่ย ในอนาคตเราอาจได้ร่วมงานกัน มันจะดีเหรอคะถ้าคุณมาตั้งแง่กับฉันั้แ่แรกแบบนี้”
เซี่ยฮ่าวหยูมองเหลียงซินซินแล้วยิ้ม “ผมรู้ว่าตระกูลเหลียงของคุณเป็นายทุนใหญ่ที่สนับสนุนการสร้างหนังและละครฟอร์มั์มาแล้วหลายเื่ ถ้าคุณคิดจะเอาเื่นี้มาขู่ผม ผมบอกเลยว่าผมไม่สนใจ ต่อให้ผมจะเอาดีทางวงการบันเทิงไม่ได้ ผมก็ไปเอาดีทางอื่นได้”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ ฉันแค่อยากให้เราทำความรู้จักกันไว้เท่านั้น” เหลียงซินซินรีบอธิบาย ถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอตั้งใจพูดขู่เขาไปจริงๆ แต่ไม่คิดว่าเขาจะไม่สนใจ หากเขาไม่ทำงานในวงการบันเทิงต่อ แล้วเธอจะมีโอกาสใกล้ชิดเขาได้อย่างไร
“ผมว่านะคุณเหลียง ตอนนี้คุณกับฮ่าวหยูถึงแม้จะไม่ได้สนิทสนม แต่ก็ถือว่าพวกคุณเป็เพื่อนร่วมคลาสเรียนกันแล้ว ส่วนในอนาคตจะทำความรู้จักกันได้มากขนาดไหนค่อยมาว่ากันอีกทีดีไหมครับ” จ้าวจิ่นเทาตบไหล่เซี่ยฮ่าวหยู “เพื่อนของผมคนนี้เป็คนที่สนิทกับคนอื่นได้ยาก เขากับคุณเพิ่งเจอกันครั้งแรกเองนะครับ และการที่จะให้ใครคนหนึ่งมาเป็เพื่อนกับเราก็ไม่ควรเกิดจากการบังคับ ผมพูดถูกไหมครับ”
เหลียงซินซินมองไปที่เซี่ยฮ่าวหยู “ขอโทษที่ฉันอาจจะใจร้อนเกินไป เอาไว้เราค่อยทำความรู้จักกันใหม่ก็ได้ค่ะ”
่เย็นหลังจากจบคลาสเรียน เซี่ยฮ่าวหยูชวนจ้าวจิ่นเทาไปเล่นเกมที่ร้านเกมแถวบ้าน อีกทั้งพี่ชายให้เขาชวนจ้าวจิ่นเทาไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย ทั้งคู่จึงกลับบ้านพร้อมกัน
“ฉันถามจริงๆ เถอะ นายไปโกรธเหลียงซินซินมาั้แ่ชาติไหน ฉันเห็นเวลาที่นายมองเธอมันเหมือนกับนายเกลียดเธอเอามากๆ” จ้าวจิ่นเทาถาม และมือของเขาก็กดเกมไปด้วย
“ฉันแสดงออกมากขนาดนั้นเลยเหรอ” เซี่ยฮ่าวหยูแกล้งถาม เขาปฏิบัติกับเหลียงซินซินยังไงทำไมเขาจะไม่รู้ อีกอย่างจ้าวจิ่นเทาก็ถามไม่ผิด เขาเกลียดเธอมากจริงๆ เกลียดมาสองชาติแล้วด้วย
“นายแสดงออกขนาดนั้นเป็ใครจะไม่รู้” จ้าวจิ่นเทาขมวดคิ้วแล้วเริ่มเดา “หรือว่าเหลียงซินซินมาชอบนาย นายก็เลยรำคาญ”
“นายอย่ามาพูดมั่ว คิดจะดับอนาคตฉันั้แ่ตอนนี้เลยหรือไง นายไม่รู้เหรอว่านักแสดงอย่างเราต้องระวังเื่รักๆ ใคร่ๆ มากที่สุด” เซี่ยฮ่าวหยูพูดขึ้น แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไปเลยสักนิด
“ฉันพูดเื่จริงนี่นา ขนาดนายแสดงออกว่าไม่อยากพูดกับเธอ แต่เธอก็ยังเอาแต่เข้าหานาย ถ้าไม่ชอบแล้วจะให้คิดยังไง”
“ต่อให้เธอมาชอบ ฉันก็ไม่ชอบผู้หญิงอย่างนั้นหรอก เพราะฉันมีคนที่อยู่ในใจแล้ว”
จ้าวจิ่นเทาหยุดเล่นเกมแล้วหันมามองเพื่อนอย่างสนใจ “นายมีคนที่ชอบแล้วเหรอ เป็ใคร? พอจะบอกฉันได้ไหม”
“บอกไม่ได้ เพราะมันยังไม่ถึงเวลา อีกอย่างเป็ฉันที่แอบรักเธอข้างเดียว ฉันยังไม่มีโอกาสบอกความในใจให้เธอรู้”
“โธ่เอ๊ย! แล้วนายจะพูดให้ฉันอยากรู้ทำไม” จ้าวจิ่นเทาเอามือขยี้ผมตัวเอง “ต่อมเผือกเปิดทำงานแล้ว คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ๆ เลย เซี่ยฮ่าวหยู...นายรู้จักวิธีทรมานคนจริงๆ”
“เอาไว้ให้ถึงเวลา ฉันจะบอกนายเป็คนแรก” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้ม “ว่าแต่นายพอจะเล่าเื่ของตระกูลเหลียงให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้ว่าพวกเขามีอิทธิพลกับวงการบันเทิงมากแค่ไหน”
จ้าวจิ่นเทาทำตาโตอย่างใ “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่านายเพิ่งมานึกเสียใจกับคำพูดของตัวเองเอาตอนนี้ ตอนที่พูดตอกหน้าเหลียงซินซินไป ทำไมไม่คิดให้ดีก่อนเล่า”
“ฉันรู้แค่ว่าตระกูลเหลียงให้เงินสนับสนุนการสร้างหนังและละครมาหลายเื่ แต่นอกเหนือจากนั้นฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลย”
“สมัยที่นายท่านเหลียงยังอยู่ เขามีอิทธิพลกับวงการบันเทิงมากจริงๆ ถ้าคนอย่างเราอยากทำงานในวงการบันเทิงก็ไม่ควรไปทำให้เขาไม่พอใจ แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิต ตระกูลเหลียงก็ถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ เป็ตระกูลฉินของคุณฉินซูอี้ที่เข้ามามีบทบาทแทน แต่ไม่ได้หมายความว่าตระกูลฉินจะเข้ามาก้าวก่ายหรือสร้างความลำบากให้กับคนในวงการ แต่พวกเขาผลักดันและทำให้วงการบันเทิงของประเทศเราเปิดกว้างมากขึ้น คงเพราะอยากสนับสนุนฉินซูอี้นั่นล่ะ”
“หมายความว่าตระกูลเหลียงก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่น่ะสิ” เซี่ยฮ่าวหยูแกล้งถอนหายใจ “ฟังอย่างนี้ค่อยรู้สึกโล่งขึ้นมาหน่อย”
“นายอย่าเพิ่งสบายใจไป ถึงแม้ตระกูลเหลียงไม่ได้มีบทบาทและอำนาจเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีเส้นสาย ทางที่ดีนายพยายามเก็บอารมณ์และความรู้สึกที่มีกับเหลียงซินซินไว้บ้าง ถึงแม้นายจะไม่ชอบเธอแต่ก็ควรเก็บไว้ในใจ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าเส้นสายของตระกูลเหลียงเป็ใครบ้างเหมือนกัน”
“โอเค โอเค...ต่อไปฉันจะระวังการแสดงออกของฉันให้ดีก็แล้วกัน” เซี่ยฮ่าวหยูบอก
“เป็ยังไงบ้างคะลูกสาวสุดที่รักของแม่ คุณแอนนาดีกับหนูไหม แม่กำชับเธอให้ดูแลหนูอย่างดีเลยนะ” คุณนายเหลียงถามลูกสาว
“เธอไม่ได้ปฏิบัติกับหนูพิเศษกว่าคนอื่นหรอกค่ะ แต่ต้องยอมรับว่าเธอสอนการแสดงได้ดีมากเลยนะคะ” เหลียงซินซินตอบ
“ถ้างั้นทำไมลูกถึงทำหน้าเซ็งอย่างนี้ล่ะ หรือว่ามีใครทำให้หนูไม่พอใจ ถ้ามีหนูบอกแม่มาเลยนะ แม้เราจะไม่มีเส้นสายมากมายเหมือนสมัยที่คุณพ่อยังอยู่ แต่ก็มีอีกหลายคนที่เราพอจะพึ่งพาได้”
“ไม่มีหรอกค่ะ ใครจะกล้ามาทำอะไรหนู” เหลียงซินซินไม่ได้บอกเื่ที่เซี่ยฮ่าวหยูพูดจาไม่ดีกับเธอ เพราะเธอรู้ว่าคุณแม่ของเธอรักเธอมาก หากคุณแม่รู้ คุณแม่ต้องส่งคนไปจัดการเซี่ยฮ่าวหยูจนเซี่ยฮ่าวหยูอยู่ในวงการไม่ได้แน่
คุณแม่เหลียงจับมือลูกสาว “วันนี้มีคนติดต่อให้ลูกไปถ่ายโฆษณา เป็โฆษณาการกุศลที่น่าสนใจมาก แต่แม่ก็อยากมาถามลูกก่อนว่าลูกจะรับงานนี้ไหม”
“โฆษณาการกุศลเหรอคะ เป็โฆษณาเกี่ยวกับอะไร แล้วมีใครไปถ่ายทำบ้าง”
“เป็โฆษณาหาทุนช่วยเด็กกำพร้า นอกจากงานโฆษณาก็จะมีการเดินแบบในงานระดมทุนที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าด้วย งานนี้มีไฮโซ คนดังในหลายวงการ นักร้อง แล้วก็ดาราแถวหน้าไปร่วมงานกันเพียบเลย แต่ลูกถูกเชิญไปร่วมงานในฐานะนักแสดงหน้าใหม่” คุณแม่เหลียงลูบผมลูกสาว “ดาราหน้าใหม่ฝ่ายชายน่าจะเป็จ้าวจิ่นเทา แม่ว่าลูกทำความรู้จักกับเขาไว้บ้างก็ดี รู้สึกว่า่นี้จ้าวจิ่นเทากำลังมาแรงทีเดียว”
เหลียงซินซินไม่ได้สนใจ เธอไม่ได้อยากทำความรู้จักและสนิทสนมกับจ้าวจิ่นเทา เพราะเธออยากทำความรู้จักกับเซี่ยฮ่าวหยูมากกว่า “คุณแม่คะ พอจะเป็ไปได้ไหมคะถ้าหนูอยากให้คุณแม่ช่วยสนับสนุนนักแสดงหน้าใหม่คนหนึ่งให้ไปร่วมงานนี้ด้วย”
“เขาเป็ใครเหรอจ๊ะ”
“เขาชื่อเซี่ยฮ่าวหยูค่ะ ได้ยินมาว่าผู้กำกับซ่งให้ความสนใจเขามากเลยนะคะ ที่เขาได้ไปเรียนการแสดงกับคุณครูแอนนาก็มาจากการแนะนำของผู้กำกับซ่งนี่ล่ะค่ะ”
“น่าสนใจเหมือนกันนะ เขาเข้าสังกัดใครไปหรือยังจ๊ะ ถ้าไม่มีแม่จะชวนเขามาเข้าสังกัดกับเรา แล้วแม่จะโปรโมทเขาพร้อมกันกับหนูเลย” คุณแม่เหลียงยิ้มให้ลูกสาว “นานๆ ทีหนูจะขอให้แม่ช่วย สงสัยเซี่ยฮ่าวหยูคนนี้คงเป็คนที่น่าสนใจพอสมควรใช่ไหม”
“หนูรู้จักเขาในคลาสเรียนการแสดง เห็นทักษะการแสดงแล้วคิดว่าน่าจะปั้นเขาเป็ดาราได้ คุณแม่กำลังจะปั้นนักแสดงหน้าใหม่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
“งั้นรอแป๊บนะ แม่ขอโทรเช็กข้อมูลก่อน” คุณแม่เหลียงโทรศัพท์หาผู้กำกับซ่งทันทีและไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นพูดอะไร คุณแม่เหลียงถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“มีอะไรเหรอคะคุณแม่ หรือว่าเซี่ยฮ่าวหยูเซ็นสัญญากับใครไปแล้ว”
“เจียลี่ลี่ติดต่อขอเซ็นสัญญากับเซี่ยฮ่าวหยูแล้วน่ะสิ”
“เจียลี่ลี่? ผู้จัดการส่วนตัวของฉินซูอี้น่ะเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ ผู้กำกับซ่งยังบอกอีกว่าดูท่าทางของเซี่ยฮ่าวหยูแล้ว คิดว่าเขาคงอยากเข้าสังกัดของเจียลี่ลี่เสียด้วย”
“ถ้างั้นก็หมายความว่าตอนนี้เซี่ยฮ่าวหยูยังไม่ได้เซ็นสัญญาใช่ไหมคะ”
“ก็น่าจะยังนะ”
“คุณแม่คะ หนูว่าเราส่งคนให้รีบไปติดต่อกับเซี่ยฮ่าวหยูเถอะค่ะ ให้ผลประโยชน์เขามากหน่อย หรือไม่่ห้าปีแรกเราก็ไม่ต้องแบ่งรายได้กับเขาเลย ให้เขารับไปเต็มๆ พอถึงตอนที่เซ็นสัญญารอบที่สอง เขาจะได้มองเห็นน้ำใจของเรา”
คุณแม่เหลียงเลิกคิ้วมองลูกสาว “ทำไมหนูถึงอยากให้เซี่ยฮ่าวหยูมาอยู่สังกัดของเรานักล่ะ แล้วยังจะให้รายได้เขาไปเต็มๆ อีก อย่างนี้ก็มีแต่เราที่เสียผลประโยชน์น่ะสิ”
“คุณแม่ ตระกูลเหลียงของเราแพ้ตระกูลฉินมาตลอด หนูก็แพ้ฉินซูอี้มาตลอดเหมือนกัน คราวนี้หนูจะสู้กับหล่อนทุกทาง และจะไม่ยอมให้หล่อนเอาชนะหนูได้อีก แม้แต่เื่เซี่ยฮ่าวหยู หนูก็จะไม่ยอมให้หล่อนได้ตัวเซี่ยฮ่าวหยูไป”
“หนูบอกเหตุผลแม่มาได้ไหมว่าทำไมต้องเป็เซี่ยฮ่าวหยู”
“เพราะหนูชอบเขาค่ะคุณแม่ หนูไม่รู้ว่าหนูจะบอกคุณแม่ยังไงเหมือนกัน หนูรู้แค่ว่าหนูชอบเขาั้แ่ครั้งแรกที่หนูเจอหน้าเขาแล้ว และหนูจะเสียเขาไปไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าต้องเสียเขาให้กับฉินซูอี้” เหลียงซินซินบอกคุณแม่ด้วยท่าทางจริงจัง
คุณแม่เหลียงไม่เคยขัดใจลูกสาวอยู่แล้ว อีกทั้งหากเป็เื่ที่ต้องแข่งขันกับตระกูลฉิน เธอก็ไม่อยากยอมแพ้เหมือนกัน “ตกลง แม่จะให้คนไปยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับเซี่ยฮ่าวหยู รับรองว่าแม่ต้องคว้าตัวเขามาอยู่ในสังกัดเราให้ได้”