ตอนที่ 12 คู่แค้น
นครหลานเทียน ตั้งอยู่ไกล้,ภูเขาหลินซาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักหมิง
นครหลานเทียนแห่งนี้มีขนาดเท่ากับเมืองผู้ฝึกตนห้าเมืองรวมกัน กำแพงเมืองสีเทา สูงตระหง่าน ยาวล้อมรอบเมืองสุดสายตา
จ้าวเจียนเร่งควบม้าจนไกล้ถึงประตูเมืองทางทิศใต้
เมื่อถึงประตูเมืองแล้ว จ้าวเจียนลงจากม้า จุงม้าต่อแถวเข้าเมือง
ฝูงคนต่อแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย ทหารยามหน้าประตูตรวจสอบใบผ่านทางของแต่ละคน จ้าวเจียนเห็นเช่นนั้นจึงค้นหาใบผ่านทางในห่อสัมภาระบนหลังมา ได้แล้วมันจึงตรวจสอบดู ในกระดาษมีชื่อของมัน และประทับตราบางอย่างอยู่ด้วย
ด้านหลังของจ้าวเจียน หญิงสาวผู้งดงามหมดจด สวมชุดสีเหลีอง และชายหนุ่มหน้าตาหมดจด สวมชุดสีน้ำตาล เดินมาต่อหลังของมันด้วย
หญิงสาวชุดเหลืองผู้เป็นน้องสาว ชื่อ,ฟานหลิวซื่อ นางมองข้ามหัวไหล่จ้าวเจียน แอบดูข้อมูลในใบผ่านทางของชายหนุ่ม เห็นชื่อมันมี แซ่,จ้าว ต้องสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมา
จ้าวเจียนที่กำลังตรวจดูข้อมูลอยู่ พลันได้กลินหอมอ่อนๆ มันจึงหันไปด้านหลัง พอดีเห็นใบหน้างดงามของฟานหลิวซื่อ ต้องเบิกตากว้าง พลางขยับออกห่าง
หญิงสาวที่มีสีหน้าตื่นเต้นเห็นมันมีปฏิกิริยาเช่นนั้น อดหน้าแดงไม่ได้ จ้าวเจียนหันหน้ากลับ ใบหน้าแดงระเรื่อ รีบดึงม้าไปด้านหน้า
ฟานหลิวซื่อ หันมองพี่ชาย ที่ชื่อ,ฟานหลิวซาน ก่อนจะกล่าวอย่างตื่นเต้นเล็กน้อยว่า "มัน..มันหล่อเหลานัก"
ฟานหลิวซานงุนงง ก่อนจะร้องเพ้ยกล่าวเบาๆว่า "เจ้าเห็นอะไร"
ฟานหลิวซื่อ ชี้นิ้วที่ปาก ก่อนจะเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น
หลังจากเข้ามาในเมือง น้องสาวกับพี่ชายเดินไปอีกทางหนึ่ง แอบเข้าไปในมุมตึก น้องสาวกล่าวว่า "มันชื่อจ้าวเจียน"
พี่ชายสีหน้าตื่นเต่นขึ้นมา มันกล่าวว่า "เป็นคนตระกูลจ้าว มิน่าเล่า เก่งกาจถึงเพียงนั้น มันเป็นผู้เยาว์มีพรสรรค์ ไม่แน่ ฐานะของมันในตระกูลต้องไม่ต่ำทราม ต่อให้ฆ่าทุกคนในสำนักดาบคลั่ง ยังมิมีใครกล้าแก้แค้นมัน" ในความเข้าใจของมัน ตระกูลจ้าวนั้นมีอำนาจในยุทธจักรอย่างมาก ไม่ว่าใครในยุทธจักร ต่างไม่กล้ามีเรื่องกับสี่ตระกูลใหญ่ของสำนักหมิง
"ท่านสรุปเร็วเกินไป" หญิงสาวแย้ง
พี่ชายขมวดคิ้วถามว่าผิดตรงไหน
ฟานหลิวซื่อตอบว่า "ท่านเห็นหรือไม่ชุดที่มันสวมใส่ กับอาการตื่นผู้คน ดูไปคล้ายถูเปาจื่อ*(คนบ้านนอก) ที่เพิ่งเข้าเมืองครั้งแรก"
"หืม.. เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล แต่เจ้าเชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นคนตระกูลจ้าว" ฟานหลิวซานเลิกคิ้วสงสัย
ฟานหลิวซื่อตอบว่า "มันเป็นคนตระกูลจ้าวแน่นอน ข้าเห็นในใบผ่านทางของมัน ประทับตราตระกูลจ้าวอยู่ด้วย"
ฟานหลิวซานพยักหน้า ถามว่า "เช่นนั้นเรา... ผูกสัมพันธ์กับมันดีหรือไม่"
ฟานหลิวซื่อตอบว่า "ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ รอต่อไป"
.....
จ้าวเจียนผ่านเข้าเมืองมาได้สบายๆ หลังจากที่มันยื่นใบผ่านทางให้ทหารยาม อีกฝ่ายดูใบผ่านทางแว็บเดียวก็รีบคืนให้กับมัน เชิญมันเข้าเมืองอย่างนอบน้อม
แต่เมื่อเข้าเมืองมาแล้ว มันเดินใจลอยจุงม้า นึกถึงใบหน้างดงามหมดจด และกลินหอมอ่อนๆของหญิงสาวชุดเหลือง ไฉนนางถึงได้น่ามองเช่นนี้
เดินไปจนแทบจะชนกับแผงขายของข้างทาง ถึงดึงสติกลับมาได้ ม้นกลืนน้ำลาย แล้วกลับสู่โลกปัจจุบัน
นครหลานเทียนเป็นเมืองใหญ่ มีซอยนับร้อย บ้านนับหมื่น จะเดินจนทั่วเมืองยิ่งเป็นไปไม่ได้ จ้าวเจียนจุงม้าเข้าโรงเตี๊ยมหลังหนึ่ง ผูกม้าไว้ก่อนจะเข้าไปภายใน มันสั่งมื้อเที่ยงทาน ก่อนจะเลื่อกเข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้
สัมภาระที่หนักไม่ต่ำกว่าห้าสิบกิโล มีเสื้อผ้า อาหาร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้แต่กระทะ กระโถน ไม่จิ้มฟัน ถูกรวบรวมไว้ในห่อสัมภาระใบใหญ่ของจ้าวเจียน มันแบกขึ้นโรงเตี๊ยมอย่างง่ายดาย วางไว้ในห้องของมัน
จ้าวเจียนค้นในห่อสัมภาระ หยิบแก้วน้ำขึ้นมาสี่ใบด้วยสีหน้าหดหู่ บนผิวของแก้วน้ำ มีรูปใบหน้าของ spiderman ironman huge และ กัปตันอเมริกา ทั้งสี่ใบหน้านี้ อยู่ด้านหน้าของแก้วน้ำทั้งสี่ใบ ทั้งหมดนี้ มันปั้นขึ้นด้วยตัวเอง วาดด้วยตัวเอง ลงสีด้วยตัวเอง เพียงแต่ตอนเคลือบ มันให้ท่านอาจารย์ใช้วิชาเวทเฉือนต้นไม้หิน เพื่อเอาน้ำยางเคลือบผิวแก้ว ซึ่งน้ำยางของต้นไม่หินนั้นมีลักษณะโปร่งแสง สามารถใช้เคลือบเครื่องลายครามได้ แถมยังช่วยให้สิ่งนั้นคงทนต่อการแรงกระแทก แม้ตกจากตึกสิบชั้นก็ไม่แตก แต่คนที่สามารถเฉือนต้นไม้หิน เพื่อเอาน้ำยางของมันได้นั้น อย่างน้อยต้องเป็นผู้ฝึกตนขั้นห้าขึ้นไป ไม่เช่นนั้นไม่สามารถทำอะไรต้นไม้หินได้เลย เพราะมันแข็งมาก!
ตอนแรกจ้าวเจียนจะขายแก้วน้ำเพียงสองใบ แต่แล้วมันคิดขึ้นได้ อเวนเจอร์ไม่ควรแยกกันอยู่ มันควรขายทั้งสี่ใบ เพื่อหาเงินให้ได้มากๆ ในอนาคตไม่แน่ว่าต้องใช้เงินมากน้อยเท่าใด
มันใส่แก้วทั้งสี่ลงในกล่องไม้อย่างทะนุถนอม เก็บไว้ในอกเสื้อแล้วออกจากโรงเตี๊ยม
มันเดินไปที่ต่างๆ มองดูร้านขายงานฝีมือ ร้ายขายของฝาก ร้านขายเครื่องลายคราม ทั้งหมดมีไม่ต่ำกวาสิบร้าน แต่ละร้านต่างใหญ่โตไม่น้อย แต่มีอยู่ร้านหนึ่งที่มันให้ความสนใจ ร้านนี้มีชื่อว่า ร้านหยกสดใส เป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่แต่มีลูกค้าเข้าไม่น้อย มันจึงเลือกเดินเข้าไปชมดู
ในร้านนี้ เต็มไปด้วยงานฝีมือที่ทำจากหยก เป็นส่วนน้อยที่เป็นงานปั้น จ้าวเจียนหาได้สนใจไม่ มันแน่ใจว่า แก้วน้ำของมันมีค่ามากกว่าหยกเสียอีก
ไม่นานหญิงสาวในร้านก็เข้ามาหามัน ถามมันว่า ต้องการสินค้าแบบไหน
จ้าวเจียนสบตานาง ถามว่า "ที่นี่รับซื้องานฝีมือหรือไม่"
หญิงสาวสบตาจ้าวเจียนถึงกับหน้าแดงเล็กน้อย กล่าวว่า " ทางเรารับแต่สินค้าคุณภาพ ไม่ทราบว่าสินค้าของคุณชายเป็น.. รูปแบบใด"
.....
หลังจากจ้าวเจียนเปิดกล่อง หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งให้หญิงสาวดู นางก็กล่าวชมถึงลวดลายที่แปลกตา แถมบอกว่างานฝีมือชิ้นนี้ งดงามมาก
นางพาจ้าวเจียน มาที่ห้องห้องหนึ่ง บอกให้นั่งรอผู้จัดการแล้วนางก็ออกไป
จ้าวเจียนนั่งเหมอมองภายในห้อง ตกแตกแบบธรรมดา อากาศในนี้ถ่ายเทสะดวก ให้ความรู้สึกง่วงเหงา จ้าวเจียนวางแก้วทั้งสี่ไว้บนโตะด้านหน้า
ผ่านไปไม่นาน ประตูห้องเปิดออก
จ้าวเจียนเห็นเงาสีฟ้าผ่านเข้ามา มันลืมตาที่คล้ายจะหลับขึ้น และก็ต้องตาค้าง นั่นเพราะผู้หญิงตรงหน้ามันงดงามดุจเทพธิดา แต่ก็ตื่นตระลึงมากกว่าเดิม เพราะหญิงสาวนางนี้คือแม่นางฉินเทียนที่มันเคยพบเมื่อสามปีก่อน
จ้าวเจียนสติกลับมาครบถ้วน มันสีหน้าเข้มขึมลง บรรยากาศผ่อนคลายพลันเปลี่ยนไป
แม่นางฉินเทียน เข้ามาในห้องแล้วนั่งลง ใช้สายตาที่ไร้ความรู้สึกมองมันแว็บนึง แต่หาตื่นตระลึงเช่นจ้าวเจียนไม่
สายตาที่คล้ายเย็นชา ยังคงเย็นชา นางกล่าวว่า "สินค้าทั้งสี่ เป็นสินค้าดี ท่านคิดราคาเท่าไหร่"
จ้าวเจียนยังคงเป็นจ้าวเจียน กลับมาสงบนิ่งเช่นเดิม กล่าวว่า "แก้วหนึ่งใบห้าร้อยตำลึง สี่ใบสองพันตำลึง"
แม่นางฉินเทียน ใช้สายตาไร้ความรู้สึกมองมันก่อนจะกล่าวว่า "แพงไป ไม่ซื้อ"
จ้าวเจียนถามว่า "ท่านให้ราคาเท่าไหร่"
ฉินเทียนตอบ "สี่ใบหนึ่งพันตำลึง"
จ้าวเจียนกล่าวอย่างไร้ความรู้สึกว่า "ถูกไป ไม่ขาย" พลางลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ไม่กล่าวลา
ฉินเทียนไม่หันมอง นางเองก็ไม่ส่งแขก
.....
จ้าวเจียนผ่านประตูออกมา มันเก็บกล่องไว้ในอกเสื้อ เห็นมีคนมาขวางทางมันไว้
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหมดจดงดงาม ยืนขวางทางอยู่
จ้าวเจียนมองชายตรงหน้า มันมีใบหน้างดงามดุจอิสตรี ร่างผอม แต่งตัวมีสง่าราศี ดูก็รู้ว่าเป็นคุณชายตระกูลใหญ่
เห็นจ้าวเจียนไม่เอ่ยถาม ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวว่า "น้องชาย เงินหนึ่งพันตำลึงซื้อแก้วน้ำได้เป็นร้อยใบ อย่าคิดว่าของเจ้าดีนักหนา ก็แค่สวยกว่าของผู้อื่นเล็กน้อยเท่านั้น"
จ้าวเจียนมองมันก่อนจะกล่าวถาม "คุณชายคือ?"
ชายหนุ่มผู้งดงามขมวดคิ้ว กล่าวว่า "ข้าชื่อซ่งหลงเย่อ หรือเจ้าไม่รู้จักข้า"
จ้าวเจียนร้องอ้อ กล่าวอย่างนอบน้อมว่า "คุณชายซ่งนั่นเอง ได้ยินมานานแล้ว"
ซ่งหลงเย่อได้ยินเช่นนั้น ถึงกับยิ้มเห็นฟันขาว กล่าวว่า "ดี งั้นน้องชายจะขายหรือไม่ขาย"
จ้าวเจียนยิ้ม ตอบว่า "ไม่ขาย"
ซ่งหลงเย่อ ร้องเพ้ยคำนึง ชี้หน้าจ้าวเจียน ด่าว่า " เจ้าวตัวโง่งม ! ต่อให้ไปขายร้านอื่น ก็ไม่มีใครจ่ายสูงเท่าร้านคุณหนูฉินเทียนหรอก..."
"คุณชายซ่งเข้าใจผิดแล้ว" จ้าวเจียนยกมือปราม กล่าวต่อว่า " สินค้าของข้าน้อยงดงามจริง ท่านไม่เชื่อลองชมดูใกล้ๆ" มันหยิบแก้วใบหนึ่งออกจากกล่องไม้ ยื่นไปด้านหน้า
ซ่งหลงเย่อเห็นแล้วต้องหรี่ตา แก้วน้ำใบนี้เงางามมาก ถึงจะเงางามและดูแปลกใหม่ แต่ไม่อาจพูดว่าสวยงามได้ ราคาไม่น่าถึงร้อยตำลึงด้วยซ้ำมันกล่าวว่า "หลอกลวงกันชัดๆ แก้วใบนี้เงางามแต่ลวดลายไม่งดงาด ไร้ซึ่งคุณค่าทางศิลปะ เช่นนี้ ราคาไม่ถึงร้อยตำลึงหรอก" ตอนแรกมันต้องการให้จ้าวเจียนขายสินค้าในราคาพันตำลึง แต่ดูสินค้าแล้ว แค่ร้อยตำลึงก็เพียงพอ
จ้าวเจียนกล่าวว่า " คุณชายซ่งเชื่อหรือไม่ แก้วน้ำใบนี้ ต่อให้ปาใส่หินแรงแค่ไหนก็ไม่แตก"
ซ่งหลงเย่อส่งเสี่ยงเหอะ!ทีนึง
จ้าวเจียนกล่าวต่อว่า "ถ้าไม่เชื่อ คุณชายซ่งกล้าพนันกับข้าน้อยรึเปล่า ถ้าท่านทำให้แก้วน้ำใบนี้แตกได้ด้วยการโจมตีหนึ่งครั้ง ข้าน้อยจะมอบแก้วน้ำอีกสามใบให้ท่าน แต่ถ้าท่านโจมตีแล้ว แก้วน้ำนี้ไม่แตก ก็ต้องจ่ายเงินให้ข้าน้อยสองพันตำลึง " มันใช้สายตาท้าทายมองซ่งหลงเย่อ กล่าวต่อว่า "ท่านกล้ารึเปล่า"
มีหรือที่ซ่งหลงเย่อจะไม่กล้า มันไม่ใช่คนโง่ เห็นอีกฝ่ายมั่นใจมากขนาดนั้น คงเพราะแก้วน้ำใบนี้ต้องไม่ธรรมดา แต่แค่เงินสองพันตำลึง สำหรับมันมีค่าเพียงน้อยนิด จึงกล่าวว่า "ข้ารู้แก้วน้ำใบนี้ไม่ธรรมดา แต่ไม่แน่ เจ้าอาจจะคิดผิดก็ได้ วางลง ข้าจะพิสูจณ์ดูเอง"
จ้าวเจียนยิ้ม วางแก้วน้ำลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม แล้วถอยหลังไปสองก้าว
ซ่งหลงเย่อไม่ได้ทำอันใด เพียงยืนนิ่งๆ กล่าวว่า "ลูกผู้ชายเมื่อพูดแล้วต้องทำตามนั้น"
จ้าวเจียนกล่าวอย่างนอบน้อม "ข้าน้อยเป็นคนท้าท่าน ยอมมั่นใจกว่าท่าน"
ซ่งหลงเย่อเบ่ปาก กล่าวเสียงเย็นชาว่า "คอยดูเถอะ"
จ้าวเจียนหัวร่อฮ่าฮ่า ไม่กล่าวอันใด
ซ่งหลงเย่อมองไปที่แก้วบนพื้น
พลังจิตรุนแรง หนักอึ่งกดทับลงบนแก้ว
ทำให้แก้วน้ำที่อยู่นิ่ง ค่อยๆ สั่นเทิ้มรุนแรงขึ้น แรงขึ้น คลื่นพลังกระจายออกมา ฝุ่นบนพื้นกระจายตัวดุจคลื่นบนผิวน้ำ
ทันใดนั้นเอง แก้มน้ำกดลงบนพื้นส่งเสียงดังหนวกหู้ พื้นหินด้านล่างเริ่มเกิดลอยร้าว ปั่งง! พื้นหินแตกกระจายออกไป แก้วน้ำจมไปกว่าครึ่งแก้ว
ซ่งหลงเย่อขมวดคิ้วนิ่วหน้า ปล่อยพลังจินออกไปมากกว่าเดิม
ปังง! แก้วน้ำนั้นจมลงไปในพื้นหินจนมิด เกินฝุ่นละอองกระจายไปทั่ว แต่มันรู้ว่าแก้วน้ำนั้นยังมีสภาพคงเดิน จึงแร่งพลังจิตมากขึ้นจนสุดกำลัง เสียงปั่งง! ดังติดต่อกันห้าครั้ง พื้นหินเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นผุยผง แต่แก้วน้ำยังคงตั้งตระหง่านไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ซ่งหลงเย่อเห็นเช่นนั้น ต้องถอนหายใจ หยุดการโจมตี ยอมรับว่าแก้วน้ำของมันไม่ธรรมดาจริง มันเป็นลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น จึงล้วงตั๋วเงินออกมาสองใบ ใบละหนึ่นพันตำลึง ยื้นให้จ้าวเจียน จ้าวเจียนกล่าวขอบคุณ รับตั๋วเงินไว้ แล้วเก็บแก้วใบนั้นไว้ในกล่อง
ตอนนั้นเองที่ฉินเทียนออกมาจากห้อง นางรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น และเดินผ่านไปอย่างเฉยชา
จ้าวเจียนเห็นนางไม่สนใจ จึงกล่าวว่า "แม่นางฉินโปรดชะงักเท้า"
ร่างของฉินเทียนหยุดนิ่งแต่ไม่หันกลับมา กล่าวว่า "มีอันใด"
"ตั้งแต่เจอแม่นางครั้งแรก" มันเดินไปใกล้ฉินเทียนในมือถือกล่องใส่แก้ว กล่าวต่อว่า "โปรดหันมา"
ฉินเทียนนั้นเคยพบจ้าวเจียนครั้งนึง และนางจำมันได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกที่นางมีต่อมันนั้นหลากหลาย ทั้งโกรธแค้น รังเกียจ ไม่ยอมรับ ดูถูก และรู้สึกผิด ซึ่งเพราะความรู้สึกผิดที่มีต่อมัน ทำให้นางยอมหันหน้ามาหามัน และกล่าวว่า "มีอันใด" อีกครั้ง
จ้าวเจียนยิ้มจริงใจ กล่าวอย่างเอียงอายว่า " ตั้งแต่พบแม่นางครั้งแรก ก็รู้สึกตัวว่าในชาตินี้ ข้าไม่อาจมองหญิงอื่นได้อีก ข้ารู้ดี ท่านไม่ชมชอบข้า แต่ว่า แก้วทั้งสีใบนี้แทนความรักที่ข้ามีต่อท่าน โปรดรับไว้ "มันยื้นกล่องให้ฉินเทียน แต่ฉินเทียนไม่รับ เพียงมองมันอย่างเย็นชา หน้าแดงด้วยความโกรธ
จ้าวเจียนหารู้ไม่ว่าคนที่โกรธแค้นมันยิ่งกว่าฉินเทียนคือ ซ่งหลงเย่อ
ซ่งหลงเย่อชมชอบฉินเทียนมานานแล้ว เห็นชายอื่นมาสารภาพรักกับนางต่อหน้ามันเช่นนี้ ทำให้มันเคลียดแค้นแทบคลั่งตาย
จ้าวเจียนสบตาฉินเทียนเห็นนางไร้ความรู้สึก ไม่ยอมรับกล่องไม้ของมัน จึงกล่าวเสียงสดใสว่า "แม่นางจำได้หรือไม่ ครั้งนั้นท่านตาของแม่นางเคยตกปากรับคำว่า.."
"หยุดพูด!" ฉินเทียนตะคอกเสียงใส่มันด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ก่อนจะกระชากกล่องไม้ในมือมัน แล้วเดินจากไปด้วยใบหน้าที่แดงเพราะไฟแค้น
จ้าวเจียนยิ้มอย่างมีความสุข แล้วเดินไปอีกทางโดยไม่สนท่าทีของคุณชายตระกูลใหญ่ที่ยืนอยู่ด้วย
ซ่งหลงเย่อมองตามหลังจ้าวเจียนด้วยแววตาอาฆาต คิดวางแผนจัดการกับมันอย่างสาสมใจ
.....
ฉินเทียนเดินกระทืบเท้าเสียงดังอ้อมมาด้านหลังร้านหยกสดใส
นางหายใจฟึดฟัด นั่งบนม้านั่ง มองไปยังสระน้ำเบื่องหน้า
ปั่งง! นางบีบกลองไม้ในมือแตกกระจาย แก้วน้ำทั้งสี่กระเด็นลงไปในสระน้ำ ฉินเทียนยังไม่อาจดับไฟแค้นครั้งนี้ได้ นางสบถด่าจ้าวเจียนในใจคำแล้วคำเล่า
ฉันพลันนั้นเองร่างของนางสั่นสะท้าน พลังจิตของนางเชื่อมต่อกับแก้วทั้งสีใบ
อยู่ๆ น้ำในสระสั่นสะเทือน ปลาที่มีรางกายเป็นน้ำแข็ง ขนาดใหญ่กว่ามนุษย์สิบเท่า กระโดดขึ้นจากผิวน้ำ โดยที่แก้วทังสี่ใบรวมอยู่ในหัวของปลา
ฉินเทียนปากอ้าตาค้าง พึมพำว่า "ไฉนเข้าขั้นสี่แล้ว"