โซเฟียน่ามองท่าทางของหลงเทียนหยูด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “โลกที่คุณจะไปนั้น มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า การ์เดี้ยน ค่ะ หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คุณอาจเรียกพวกมันว่า ปีศาจ ก็ได้ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่มีพลังเหนือกว่ามนุษย์ของดาวนั้นมาก และพวกมันเห็นมนุษย์เป็ศัตรูตัวฉกาจ การ์เดี้ยนทั้งหมดถือกำเนิดมาจากผู้ที่พวกมันเรียกว่า ซาบาเอล และภารกิจของคุณบนดาวดวงนี้ก็คือการ สังหารซาบาเอล”
ขณะที่เทพสาวเอ่ยชื่อซาบาเอล แววตาของเธอฉายประกายความเครียดแค้นออกมาอย่างชัดเจน หลงเทียนหยูสังเกตเห็นได้ถึงความรู้สึกนั้น... เป็ไปได้ไหมว่าทั้งสองคนนี้เคยรู้จักกันมาก่อน?
“หมายความว่าภารกิจบนดาวดวงนี้ของฉันมีแค่การฆ่าคนชื่อซาบาเอลเท่านั้นใช่ไหม?” เขาถามย้ำ
เธอพยักหน้าตอบ “ถูกต้องค่ะ มีแค่นั้น แต่ก็อย่าคิดว่ามันจะเป็ภารกิจง่าย ๆ นะคะ ซาบาเอลเป็บุคคลลึกลับที่น้อยคนนักบนดาวนั้นจะรู้ตัวตน ยังไม่นับพวกการ์เดี้ยนอีกมากมายที่เป็ลูกน้องของเขา สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถือว่าชายคนนี้ไม่ต่างอะไรกับพระเ้า และพร้อมที่จะปกป้องเขาด้วยความซื่อสัตย์จนตัวตาย”
หลงเทียนหยูเงยหน้าถอนหายใจยาว เขารู้อยู่แล้วว่าภารกิจคงไม่ง่าย แต่ฟังจากที่เทพสาวพูดแล้วก็ยิ่งน่าหนักใจ ว่าเขาจะทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้จริงหรือเปล่า?
“ท่านเทพ ฉันมีเื่จะขอร้องเพิ่มเติม ถ้าเป็ไปได้ ฉันขอหน้ากากที่ใช้ปิดบังใบหน้าและสามารถเปลี่ยนเสียงพูดให้ต่างจากปกติได้ รวมถึงเสื้อคลุมสีดำที่เอาไว้ปกปิดร่างกายและสามารถปกปิดกลิ่นหรือตัวตนของผู้สวมใส่ได้ นอกจากนั้นก็ขออาวุธเป็ดาบ ภายนอกให้ดูเป็แค่ดาบไม้ แต่ความจริงแล้วไม้เป็เพียงแค่ปลอกดาบที่ซ่อนคมมีดไว้ด้านใน ยังไงตอนไปที่นั่น ฉันขออาวุธติดตัวไปบ้าง ถือว่าเป็การรับประกันชีวิตในเบื้องต้น ใครจะไปรู้ว่าตอนที่ฉันไปโผล่ที่โลกนั้น อาจจะเจอพวกการ์เดี้ยนอะไรนั่นเข้าเลยก็ได้”
โซเฟียน่าครุ่นคิดอย่างหนัก แต่หลังจากพิจารณาอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกว่าคำขอนี้ไม่ได้เกินเลยอะไรมากนัก แค่หน้ากากเปลี่ยนเสียง ชุดคลุม และดาบหนึ่งเล่ม ถึงเธอจะให้ไปก็ไม่น่าจะมีใครมาตำหนิเธอได้ในภายหลัง เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็โบกมือไปทางหลงเทียนหยู
หน้ากากสีดำสนิท ชุดคลุมสีดำ และดาบไม้ก็ลอยมาหาหลงเทียนหยู เมื่อเขาััสิ่งของเ่าั้ก็รู้สึกชอบใจมาก โดยเฉพาะดาบไม้ที่เขาดึงปลอกไม้ออก ก็เห็นถึงคมดาบที่วาววับน่าจะเป็ดาบที่ดูทรงพลังพอตัว เขาอดใจไม่ไหวที่อยากจะลองใช้มันเร็ว ๆ แล้วสิ
เธอเห็นภาพชายตรงหน้าดูจะชอบของเล่นที่เธอให้ไปก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ “คุณหลงเทียนหยูคะ เมื่อไปถึงดาวดวงนั้นแล้ว คุณจะต้องใช้พลังและสติปัญญาของตัวเองในการทำภารกิจครั้งนี้แล้วนะคะ ฉันไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงช่วยเหลืออะไรคุณบนดาวนั้นได้เลย” เธอเงียบไปครู่นึง
“ดังนั้น ก็ขอให้พยายามให้เต็มที่แล้วกันนะค่ะ อ้อ ใช่แล้ว! ในการสังหารสิ่งมีชีวิตเพื่อเลื่อนระดับ จะต้องเป็สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นถึงจะได้คะแนนมานะคะ ป้องกันไม่ให้คุณเอาไปปั๊มกับพวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางสู้ อย่างพวกมด พวกยุงอะไรพวกนี้”
เขาพยักหน้าตอบ แต่ก็อดเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย เขาอุตส่าห์คิดจะลองหาสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ฆ่าง่าย ๆ มาปั๊มค่าเพื่อเลื่อนระดับพลัง แต่สุดท้ายก็เจอเทพสาวพูดดักทางเอาไว้ซะแล้ว ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นเธอคือการที่เธอชูมือขึ้นเหนือศีรษะทั้งสองข้าง แล้วพูดภาษาที่เขาเองก็ฟังไม่เข้าใจ ก่อนที่สติของเขาจะดับลง...
เมื่อเขาได้สติลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดสาดส่องเข้ามาในดวงตา สายลมพัดผ่านตัวเบา ๆ เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นแต่ต้นไม้ใบหญ้ามากมาย สุดลูกหูลูกตา เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ เมฆสีขาวลอยอ้อยอิ่ง และดวงอาทิตย์เจิดจ้า แสดงว่าเขาถูกส่งมาโผล่ที่ป่าแห่งหนึ่งในดาวดวงนี้แล้วสินะ?
ในมือของเขายังคงมีหน้ากากสีดำ ผ้าคลุมสีดำ และดาบไม้อยู่ หลงเทียนหยูได้แต่ยิ้มแห้งให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ได้เวลาผจญภัยเพื่อทำภารกิจบนดาวดวงนี้แล้ว! ขณะที่กำลังคิดเื่ราวต่าง ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังมุ่งตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่
ไม่นานนัก เขาก็เห็นชายสามคนเดินเข้ามา ดูจากหน้าตาและการแต่งตัวแล้ว เหมือนพวกทหารลาดตระเวน หรือไม่ก็พวกนักล่า
“โอ๊ะ! นี่พวกเรามาเจอของดีในป่าเหรอเนี่ย คราวนี้ฉันขอส่วนแบ่งห้าส่วนนะ!” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยาบคาย
“ฮ่า ๆ ๆ เอ้อ คราวนี้จะให้แกจัดการก็แล้วกัน แกเอาไปห้าส่วน ที่เหลือพวกฉันอีกสองคนจะแบ่งกันเอง!” อีกคนตอบรับอย่างฮึกเหิม
หลงเทียนหยูเห็นชายทั้งสามพูดจาล้อเล่นกัน มองเขาเป็เพียงเหยื่อตัวน้อยที่รอให้เชือด ก็อดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้
ชายทั้งสามที่เห็นเหยื่อตัวน้อยหัวเราะออกมาก็แปลกใจ หนึ่งในนั้นะโสวนเสียงหัวเราะไปว่า “เฮ้ย! แกหัวเราะบ้าอะไรวะ เชื่อไหมพวกข้าจะ...”
ยังไม่ทันจบประโยค ชายคนนั้นก็รู้สึกว่าสติของตัวเองกำลังจะดับวูบลงไป สายตาของเขาเอียงตกลงไป ชายอีกสองคนที่เห็นเพื่อนของตัวเองถูกเด็กหนุ่มฟันจนหัวขาดก็ใจนตัวแข็งทื่อ พวกเขาเห็นเด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่ทัน ขณะที่กำลังจะหันหลังหนี ก็โดนฟันจนคอขาดตามเพื่อนไป
หลงเทียนหยูที่จัดการชายทั้งสามจนสิ้นซาก ก็อดผิวปากออกมาไม่ได้ ดาบอันนี้ที่เทพสาวให้มามันช่างคมอะไรขนาดนี้ เขาออกแรงไม่เท่าไหร่ก็ฟันจนหัวคนขาดได้อย่างง่ายดาย เขากำลังอยากจะทดลองดาบนี้อยู่พอดี ชายสามคนนี้ถือว่าโผล่มาได้เวลาดีจริง ๆ
เขาตั้งสมาธิ ตัวเลขของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสังหารปรากฏขึ้นมาว่า สาม แสดงว่านี่เป็สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการยอมรับ ส่วนตัวเลขที่จะขึ้นระดับได้คือ ห้าสิบ เหลือสังหารอีก สี่สิบเจ็ด เขาก็จะได้เลื่อนระดับเป็พลังสามเท่าแล้ว ยิ่งคิดถึงจุดนี้ หลงเทียนหยูก็ยิ่งตื่นเต้น
หลงเทียนหยูมองไปที่ศพของทั้งสามคนด้วยแววตาสงบ ไม่ได้รู้สึกอะไร เขารีบเข้าไปค้นตัวของทั้งสามคน หวังว่าสินาครั้งแรกในโลกนี้จะดีหน่อยนะ
หลังจากค้นตัวจนเสร็จ ก็ได้เหรียญที่น่าจะเป็เงินของโลกใบนี้ พร้อมทั้งธนบัตรที่มีตัวเลขค่าเงิน นับว่าครั้งนี้เขาได้เงินมาไม่น้อยเลยจริง ๆ เ้าสามคนนี้น่าจะเป็พวกโจรที่คอยดักปล้นคนที่เข้ามาในป่านี้สินะ ถ้าเห็นใครที่ปล้นได้ก็จะปล้นแล้วฆ่าทิ้ง งั้นถือว่าพวกแกมาเจอถูกคนแล้ว การที่ได้เขาคนนี้ส่งพวกแกไปลงนรก ถือเป็บุญกุศลที่พวกแกทำมาแล้ว!
นอกจากเงินที่ได้ เขาไปเจอหินสีขาวกับหินสีเหลืองที่ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะหินสีขาวที่มีเยอะมาก หินสีเหลืองมีเพียงแค่สองก้อนเท่านั้น หินพวกนี้เอาไว้ใช้ทำอะไรกันนะ?
“โอ๊ยย!” หลงเทียนหยูร้องบ่นตัวเองก่อนเอามือตบหน้าผากเบา ๆ ไม่น่ารีบฆ่าพวกมันจนหมดเลย อย่างน้อยน่าจะเหลือไว้คนหนึ่งเพื่อเค้นถามข้อมูลเกี่ยวกับโลกนี้ซะก่อน เมื่อถามเสร็จก็ค่อยส่งมันไปอยู่กับพวกเพื่อน ๆ