"ท..ท่านลอร์ดพวกเรารีบอพยพกันเถอะ"
เสียงใครคนหนึ่งในห้องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
"อพยพแล้วจะอพยพไปที่ไหนพวกเราต่างโดนคาดโทษจากสมาพันธ์ผู้พิทักษ์ถึงไปที่ไหนใครเขาก็ไม่ตอนรับพวกเราหรอก"
ลอร์ดกล่าวออกมาด้วยความจนใจและเหนื่อยล้า ไม่มีที่ให้พวกเขาไปได้อีกแล้วในห้วงจักรวาลนี้
"ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงละท่านลอร์ดพวกเราไปกันเถอะ"
คนเดิมยังยืนยันว่าจะไปและไปตายเอาดาบหน้า เมื่อลอร์ดได้ฟังดังนั้นจึงปลดล๊อคห้องบัญชาการ
"พวกเ้าไปกันเถอะเื่นี้ข้าเป็คนก่อจะขอรับไว้เองแต่เพียงผู้เดียว ข้าหวังว่าพวกเ้าจะเจอดวงดาวที่ต้อนรับพวกเ้านะขอให้โชคดีสหาย"
ลอร์ดกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย ทำให้ผู้คนที่ได้ยินไม่อาจจะจากไปได้
"รีบไปชะข้าคงถ่วงเวลาได้ไม่นานพาเด็กๆในโถงหลบภัยออกไปด้วยรีบๆไป"
ลอร์ดแห่งจาย่าหันไปตวาดคนของเขาอีกครั้งที่ยังยืนนิ่งๆอึ่งๆอยู่ไม่ยอมขยับ
"ท..ท่านลอร์ด"
ชายคนเดิมก้มหน้าลงอย่างเศร้าเสียใจ
"ไม่มีเวลาแล้วรีบเถอะก่อนที่พวกนั้นจะบุกมาถึงที่นี้"
ชายอีกคนที่อยู่ข้างๆเขารีบดึงแขนของเขาลากออกจากห้องบัญชาการ เมื่อคนอื่นได้เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็ตามออกไปอย่างรวดเร็ว ในห้องบัญชาการที่กว้างใหญ่ตอนนี้เหลือเพียงลอร์ดแห่งจาย่าเพียงคนเดียวเขาพึมพำยางอย่างออกมาเงียบๆคนเดียว พร้อมกับใบหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็จริงจังและเริ่มบังคับ อสูรที่เหลืออีกสามตัวอีกครั้งทันที่
อสูรร้ายสามตัวที่ปลดลิมิตเริ่มหายจากอาการคลุ้มคลั่ง และแยกตัวไปคนละทิศปิดล้อมชายผิวสีเขียวกันคนละด้าน
"อ้าวบังคับได้ดีขึ้นแล้วนี้สงสัยคงปลงได้แล้วนะ"
ชายผิวสีเขียวกล่าวออกมาราวกับรู้ว่าลอร์ดแห่งจาย่านั้นเตรียมตัวจะตายแล้ว เพราะการที่เขาฝืนบังคับหน่วยซิกม่าทั้งสิบกว่าตัวนั้นก็ทำให้สมองเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงไม่อาจควบคุมมันตรงๆผ่านสมองของเขาแต่กลับให้AIเข้ามาช่วยอีกครึ่งหนึ่งเพื่อไม่ให้สมองได้รับความเสียหายมากเกินไป แต่ในตอนนี้เขาปลดAIที่คอยช่วยออกจนหมดและใช้สมองของเขาเต็มร้อยเปอร์เซ็น ชายผิวสีเขียวไม่ขยับตัวเพียงแค่หันมองไปยังตัวที่เหลือ ทันใดนั้นทั้งสามคำรามออกมาพร้อมกันพร้อมกับยกระโจนเข้าหาชายผิวสีเขียวทั้งสามทิศ แต่ขณะเหล่าอสูรทั้งสามกระโจนเข้าใส่ชายผิวสีเขียวอยู่นั้นเขากลับเก็บดาบแสงไปและยืนที่เดิมในท่ากอดอกยิ้มเยาะขึ้นมา ทำให้ลอร์ดแห่งจาย่ารู้สึกถึงความผิดปกติ ในขณะลอร์ดอยู่ในความสงสัยอยู่นั้นเงาของบางอย่างก็พุ่งเข้ามาสกัดการโจมตีของอสูรร้ายทั้งสามเอาไว้ก่อนจะถึงตัวชายผิวสีเขียว
"ป..เป็ไปไม่ได้!?!?"
เมื่อลอร์ดแห่งจาย่าเห็นรูปร่างของเงานั้นชัดถนัดตาก็กล่าวออกมาอย่างตกตะลึง เงาที่โผล่ขึ้นมานั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่กลับเป็หน่วยซิกม่าของเขาทั้งเก้านั้นเอง
"หึหึ..ของเล่นของเ้าใช้ได้เลยนิข้าขอเลยละกัน"
ชายผิวสีเขียวกล่าวออกมาขณะเดินไปยังร่างอสูรร้ายร่างหนึ่งของลอร์ดที่โดนอสูรร้ายสองตัวที่ฏจับตรึงเอาไว้ ชายผิวสีเขียวยื่นมือคว้าศรีษะของอสูรร้ายที่โดนจับทันใดนั้นประกายแสงสีดำที่ฝ่ามือก็ซึมหายเข้าไปในศรีษะของอสูรร้ายเพียงครู่เดียวที่มันร่ำร้องอย่างทรมานก็กลับนิ่งสงบและคุกเข่าลงเคารพชายผิวสีเขียวเบื้องหน้าของมัน ชะตากรรมอีกสองตัวก็เข่นกันโดนชายผู้มีิัสีเขียวยึดครองเป็ที่เรียบร้อยหลังจากยึดตัวแรกไม่นาน ลอร์ดแห่งจาย่าสูญเสียกำลังของตนไปทันทีใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวเป็อย่างมาก
"ไอ้ปีศาจ…"
ลอร์ดแห่งจาย่าค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับพึมพำออกมาและเดินตรงไปยังอื่นมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ และเริ่มลงมือกดแป้นพิมพ์ป้อนคำสั่งบางอย่าง
"ในเมื่อไม่อาจหนีพ้น...งั้นก็มาจายพร้อมกันเถอะ"
ลอร์ดแห่งจาย่าพึมพำออกมาขณะกดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนแท่นอย่างแรงพร้อมกับทรุดตัวลงนั้งบนเก้าอี้พร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขา เพราะสมองของเขากระทบกระเทือนอย่างหนักจากการเปิดใช้งานเต็มที่ในการบังคับหน่อยซิกม่าที่ปลดลิมิตออก
เสียงเตือนภัยดังขึ้นทั่วทั้งเมือง แหล่งเก็บอาวุธทำลายล้างสูงถูกเปิดออกทั้งหมด ไม่นานก็มีบางอย่างถูกยิงออกมาจากที่เก็บที่มีนับไม่ถ้วนมันคือจรวดทำลายล้างนับหมื่นๆถูกยิงออกมาพร้อมกันในครั้งเดียว พลังทำลายของมันพอจะล้างทุกสิ่งทุกอย่างบนดาวจาย่าให้หายไปจนหมดได้ในพริบตา
"ไอ้เวรลอร์ด!!!!"
ชายผิวสีเขียวสบถลั่นเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น